LOGIN“ไม่งั้นก็หวงมาร์” เธอทำปากดีทั้งที่เริ่มประหม่า
“ใช่...” มุมปากอาจารย์หนุ่มมีรอยยิ้มนุ่มลึก
“เธอเพิ่งรู้เหรอ”
“...”
“ว่าฉันเป็นคนหวงของเล่น...”
“...”
“แล้วก็จะหวงเป็นพิเศษ ถ้ามีคนอื่นมาแตะต้องของของฉัน คนที่จะแตะของของฉันได้ มีแค่ฉันคนเดียว”
“มาร์ไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่สมบัติของอาจารย์”
“เธอเป็นเมียฉัน” เขาย้ำสถานะ
“มาร์ไม่ใช่ อื้ม...”
ไม่มีโอกาสพูดคำว่า เมีย ถูกคนเอาแต่ใจบังคับจูบปิดปากในวินาทีถัดมา
มือไม้อ่อน ยึดบ่ากว้างให้เขาคว้าจับเอวของเธอไว้ มืออีกข้างของแทนคุณสอดเข้าหลังท้ายทอยประคองต้นคอเธอให้เชิดขึ้นเปิดรับเอาเรียวลิ้นอุ่นที่กวาดเกี่ยวในโพรงปากหวาน ครางเสียงหวานอื้ออึงในลำคอตอบรับทุกสัมผัสจากเขาไม่มีเกี่ยงงอน
แทนคุณกดยิ้มมุมปาก ทั้งที่กลีบปากบนล่างของพวกเขายังประกบจูบกันอยู่ เขาชอบในความไวไฟจุดติดง่ายของเธอ คบเด็กมันดีอย่างนี้ สะกิดปุ๊บติดปั๊บ กระชุ่มกระชวยหัวใจคนวัยสามสิบตอนกลางอย่างเขาได้ดีเยี่ยม
เขากดแผ่นหลังเธอแนบไปกับซอกบันได ไล่ต้อนเธอจนมุมบดจูบหนักสลับเบากระทั่งขาเธออ่อน เปลี่ยนไปคลำคลึงนวลเนื้ออวบหยุ่นผ่านเสื้อนอนตัวบาง ถูนิ้วใหญ่ลงบนจุดกระสัน เขี่ยหนักๆ ให้ยอดอกเธอแข็ง
แค่เขาสัมผัสนิดๆ หน่อยๆ ร่างกายสาวก็หลั่งน้ำใสผ่านช่องทางชุ่มฉ่ำตอบสนอง
“อ๊ะ อาจารย์...”
มาลินีเผยอริมฝีปากรอรับจูบครั้งใหม่ ขณะเดียวกันเธอแอ่นอกเปิดทางให้แทนคุณลากมือใหญ่เข้าใต้ร่มผ้า เธอมึนเมาอยู่กับจูบร้อนแรงไม่รู้ตัวเลยว่าเขาปลดเชือกกางเกงขาสั้นให้มันคลายตัว เพื่อที่เขาจะส่งฝ่ามือใหญ่เข้ามาหยอกเย้าส่วนเปียกแฉะ
“อื้อ...”
ได้สติ เอนแผ่นหลังออกห่าง หยิกข่วนที่ท่อนแขนแข็งแรงให้คนตัวโตดึงมือออกมา แต่สู้แรงเขาไม่ไหว แทนคุณเล่นเธอเข้าแล้ว บังคับกดนิ้วเข้ามากลางร่องสาวเธออายจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง ช้อนสายตาหิวกระหายแกมขอร้องให้เขายอมปล่อย
แทนคุณแนบริมฝีปากจูบบนหน้าผากเธอแต่ไม่ยอมถอดถอนปลายนิ้วออกมา เขาสอดเข้าทีเดียวถึงสองนิ้วเกี่ยวให้เธอแรงขึ้นจนมาลินีแทบจะยืนไม่ติดพื้น
“เร็วดี”
มาลินีเข้าใจความหมาย ผิวแก้มเธอแดงจนจะระเบิดก่อนถูกเขาฝังกลบด้วยคำพูดต่อมา
“ฉันชอบเธอก็เพราะแบบนี้แหละมาร์...”
“...”
“ตรงไหนที่ไม่มีกล้อง รีบบอก ก่อนฉันจะอุ้มแตงเอาเธอรอบร้าน”
“ชะ... ชั้นสอง ในห้องนอนมาร์”
ตอบไว เธอเองก็อยากจนจะทนไม่ไหวแล้ว
จิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนใหญ่ เมื่อถูกเขาเหวี่ยงให้ลอยขึ้นฟ้า เขาเหลือบไปทางความสูงชันของบันไดไม้แวบเดียวเท่านั้น ร่างกายมาลินีถูกกระเตงอุ้มกลับเข้าไปในห้องน้ำ
น้ำจากฝักบัวไหลแรงกระเด็นมาโดนตัวเธอและเขาให้เปียกโชก “น้ำอุ่นก็ไม่มีเหรอ ตอนหนาวมากๆ เธอใช้ชีวิตยังไงของเธอ”
“มาร์อาบน้ำแล้ว”
“อาบอีก อาบด้วยกัน”
จัดการเสื้อผ้าเสร็จแล้ว แทนคุณตามมาตะครุบเด็กในสังกัดบังคับจับเธอลอกคราบมาอาบน้ำฟอกสบู่ด้วยกัน
กายเปลือยสูงใหญ่ยืนเบียดอยู่ด้านหลังคนตัวบาง ใช้ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างลากถูไปบนผิวพรรณขาวนวลเนียน ถูหน้าอกกับซอกขาของเธอนานเป็นพิเศษ เธออ่อนแรงก็ยอมให้ทิ้งน้ำหนักมาพิงแผ่นหลัง
ข้างนอกสะอาดแล้วเขาทำความสะอาดข้างในให้เธอด้วย กดเอ็นดุ้นใหญ่เข้าในช่องทางคับแคบ ให้ความลื่นดุจผ้าแพรของเธอโอบอุ้มความแข็งแรง กล้ามหน้าท้องแทนคุณเกร็งจนซิกแพคลอนใหญ่โดดเด่น ฟาดมือใหญ่ลงบนแก้มก้นขาว ขยุ้มแรง อนึ่งคือยึดไว้ในขณะที่ขยับสะโพกสอบเอาเธอหนักๆ ในท่านั้น
“กลุ่มเธอจะทำแบรนด์แคบหมูเหรอ”
“อ๊ะ...” แล้วมาชวนคุยโพรเจ็กต์จบอะไรเอาตอนนี้
“เข้าท่าดีนะ”
มาลินีกัดปากสั่น บั้นท้ายเธอถูกกระแทกหนัก กางฝ่ามือยันกำแพงไว้แล้วยังยันตัวไว้แทบไม่ไหว
“คะ... ค่ะ” ตอบรับน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น หัวเธอสั่นคลอนจากแรงกระแทกกระทั้นจากคนมากประสบการณ์
“ดี” เขาครางเสียงพร่า เกาะกุมหัวไหล่เล็กรั้งแผ่นหลังเธอให้โค้งงอนขึ้นมารับจังหวะกระแทก
“จะให้ผ่าน ถ้าคืนนี้ยอมให้ค้าง”
“พูดเหมือนถ้ามาร์ห้าม แล้วอาจารย์จะฟัง...”
“รู้ทัน” แทนคุณสูดปากเก็บอารมณ์
ลากมือหยาบใหญ่จากสะโพกนิ่มวกกลับมาด้านหน้ากดกระตุ้นติ่งสาวให้คนใต้ร่างหัวสั่นหัวคลอนกว่าเดิม ชอบภาพเธอที่เสียวจนใกล้จะบ้า กำมือสลับคลายยันไว้ที่กำแพง
“อืม...”
เธอแน่นมาก รัดเขาติ้วจนแทนคุณขย่มถี่ร่องรักแคบเล็กหนักกว่าเดิม
มือหนึ่งสะกิดติ่ง อีกมือเล่นหน้าอก เวลาเดียวกันก็เสียบเสยเข้าหาเธอไม่มีออมแรง เล่นงานหลายจุดพร้อมกันจนได้ยินเสียงครางแผ่วๆ มาจากริมฝีปากน่าจูบ
“อาจารย์ ฮึก...”
มาลินีครางเมื่อเขากระชากตัวตนออกไป หมุนควงตัวเธอให้หันหน้าเขาหา กดหลังเธอให้ยืนพิงกำแพงลากมือลูบปลีขาขวาก่อนยกขึ้นเกี่ยวสะโพก จ่อจดเอ็นใหญ่สอดเข้าไปอีกครั้งเอาเธอให้แรงขึ้น คนโดนเอาหลับตาลงร้องคราง กลีบปากบางที่เผยอออกนั้นน่าใคร่อย่างเหลือร้าย แทนคุณกดริมฝีปากลงจูบไม่นุ่มนวล เอียงศีรษะไปด้านข้างเปลี่ยนมุมไปเรื่อยไม่ให้จมูกชนกันและเว้นช่วงให้คนตัวเล็กได้หายใจ
“แน่นมากเลยมาร์”
“เบาๆ ค่ะ”
“อย่าบ่น”
“ตะ... แต่มันแรงไป”
“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”
‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







