LOGINตอนที่ 4
อย่ามาตายในบ้านฉัน "เดี๋ยว... นี่ยาของเธอ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอีกครั้ง มือหนายื่นถุงยาจากโรงพยาบาลมาตรงหน้า ใบหน้าคมเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ขัดกันในอก ทั้งอยากประชดประชันให้สาสมกับความแค้น แต่พอเห็นสารรูปอันน่าเวทนาของเด็กสาว หัวใจมันกลับยวบยาบและร้อนรุ่มอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำผึ้งชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถ หันกลับมารับถุงยาเอาไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่บังเอิญเฉียดผ่านหลังมือนุ่มชวนให้เธอสะดุ้งน้อย ๆ "ค่ะ" เธอรับคำสั้นด้วยความเจียมตัว ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวขาลงจากรถ เขากลับยื่นมือมาคว้าเข้าที่ต้นแขนของเธอเอาไว้ "รอก่อน เดี๋ยวให้ป้าสายมาพาเธอขึ้นไป" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาน้อย ๆ ของน้ำผึ้งสั่นไหวและช้อนขึ้นมองหน้าเขาอีกครั้งด้วยความสับสนในใจ สมองอันมึนเบลอด้วยพิษไข้พยายามปะติดปะต่ออารมณ์ของผู้ชายตรงหน้าที่เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายจนเธอตามไม่ทัน ใจหนึ่งแอบไหววูบไปกับความใจดีที่หาได้ยาก แต่อีกใจกลับตอกย้ำว่าเขาแค่กำลังเล่นสนุกกับความรู้สึกของเธอ "ไม่เป็นไรค่ะ ผึ้งค่อย ๆ เดินไปได้" น้ำผึ้งปฏิเสธ ร่างกายมันต่อต้านและอยากจะออกไปจากระยะประชิดของเขาให้เร็วที่สุด "อย่าดื้อ" สามขมวดคิ้วดุ "หนูเปล่า..." "ยังจะเถียงอีก เดินแทบจะไม่ไหว" ความอึดอัดรุมเร้าเข้ามาในอกของเด็กสาวจนแทบหายใจไม่ออก น้ำผึ้งได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ ค่ำคืนที่ผ่านมาเขาทำลายศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ แต่ตอนนี้เขากลับมาทำเป็นห่วงใย และกักขังเธอไว้ด้วยความสับสนแบบนี้ ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงสิ่งของที่เขานึกอยากจะทุบตีเมื่อไหร่ก็ทำ หรืออยากจะปัดฝุ่นดูแลชั่วครั้งชั่วคราวตามใจชอบ มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกไร้ค่า "ขึ้นไปนอนพักผ่อนก่อน ตื่นมาก็กินข้าวกินยาซะ อย่ามาตายในบ้านฉัน" แล้วกำแพงความใจดีอันเปราะบางก็พังทลายลงทันตา เมื่อเขากลับมาขึ้นเสียงใส่เธออีกครั้ง น้ำเสียงนั้นดึงน้ำผึ้งกลับสู่ความจริงทันทีว่าความอ่อนโยนเมื่อครู่มันเป็นเพียงเรื่องจอมปลอม ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ หยาดน้ำตาเริ่มคลอเบ้าเตรียมจะไหลรินด้วยความอัดอั้น "อย่ามาบีบน้ำตาให้ฉันเห็นด้วย ฉันไม่มีวันสงสารหรือเห็นใจเธอทั้งนั้น" คำพูดดักคออย่างเลือดเย็นทำให้น้ำผึ้งได้แต่กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างสุดกล้ำกลืน เธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง กะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาให้เขาซ้ำเติมตามคำสั่ง ไม่นานนัก ป้าสายรีบเดินแกมวิ่งออกมาจากตัวบ้านด้วยสีหน้าเป็นห่วง สามยอมปล่อยมือจากต้นแขนบางในที่สุด ป้าสายเปิดประตูรถฝั่งน้ำผึ้งแล้วยื่นมือเข้ามาพยุงร่างเล็กที่แทบไร้เรี่ยวแรงออกจากรถอย่างทะนุถนอม น้ำผึ้งทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างของแม่บ้านสูงวัย ก้าวขาเดินเข้าบ้านไปอย่างเชื่องช้าโดยไม่หันกลับไปมองคนบนรถอีกเลย ทิ้งให้สามนั่งกำพวงมาลัยแน่นอยู่ในรถเพียงลำพังด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านและหงุดหงิดตัวเองจนแทบบ้า หลังจากที่ป้าสายพยุงร่างบอบบางเข้ามาในห้องนอนของเธอ น้ำผึ้งก็หลับใหลไปด้วยความอ่อนเพลียตลอดทั้งวันอันยาวนาน เธอมีป้าสายและคุณยายพิสมัยผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาดูแล เช็ดตัวและคอยเฝ้าไข้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งช่วงเย็น ไข้ที่เคยร้อนจัดก็เริ่มลดลงและอาการดีขึ้นตามลำดับ "กินอีกหน่อยสิลูก" เสียงหญิงสูงวัยทั้งนุ่มและใจดีดังกังวานแผ่วเบาอยู่ข้างเตียง ช่างแตกต่างจากลูกชายคนเธอลิบลับ น้ำผึ้งมองใบหน้าเปี่ยมเมตตาของคุณยายพิสมัยที่กำลังประคองชามข้าวต้มอุ่น ๆ อยู่ข้างกาย ความอ่อนโยนที่ได้รับยิ่งทำให้หัวใจที่แหลกสลายของเด็กสาวสั่นไหว "หนูกินไม่ลงจริง ๆ ค่ะ คุณยาย" น้ำผึ้งตอบเสียงแผ่วแห้งผาก พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างยากลำบาก "ทานไปแค่สองคำเองหนูผึ้ง ฝืนเคี้ยวกลืนลงไปอีกสักนิดเถอะลูก จะได้มีแรง" ป้าสายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าวเสริมด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยไม่แพ้กัน "...." น้ำผึ้งทำได้เพียงส่งรอยยิ้มเจื่อน ๆ กลับไปให้ทุกคนดวงตาคู่สวยแฝงแววหม่นหมอง ทว่าเธอก็ยังคงฝืนยิ้มเหมือนอยากจะบอกทุกคนว่าเธอไม่เป็นไรมาก และไม่อยากให้ใครต้องพลอยเป็นห่วงหรือลำบากเพราะเธอไปมากกว่านี้ "เอาเถอะ ๆ กินได้นิดหน่อยก็ยังดี... งั้นกินยาซะลูก จะได้นอนพัก" พิสมัยเห็นสีหน้าของเด็กสาวก็ไม่อยากเซ้าซี้ มือเหี่ยวย่นลูบหัวเนียนของน้ำผึ้งอย่างเอ็นดูและทะนุถนอม น้ำผึ้งพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะหยิบยาที่หมอจัดให้เข้าปากและดื่มน้ำตามจนหมด หลังจากทานยาเสร็จ เด็กสาวก็นั่งเล่นนอนเล่น พูดคุยตอบคำถามสั้น ๆ อยู่กับคุณยายพิสมัยและป้าสายอยู่ไม่นาน ความง่วงงันก็เริ่มจู่โจมอีกครั้งจนตาปรือ "หนูเริ่มง่วงแล้วค่ะคุณยาย... ป้าสาย..." เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา "นอนเถอะลูก นอนเยอะ ๆ จะได้หายไว ๆ" คุณยายบอกพร้อมกับช่วยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้อย่างเบามือ น้ำผึ้งขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอและเข้าสู่ห้วงนิทราไปในเวลาอันรวดเร็ว เวลาผ่านไปจนพลบค่ำ รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิท สามก้าวลงจากรถและเดินเข้ามาในตัวบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ทันทีที่เห็นผู้เป็นแม่นั่งอยู่ตรงโถงรับแขก เขาก็เอ่ยถามขึ้นทันที "น้ำผึ้งเป็นยังไงบ้างครับแม่" "น้องดีขึ้นแล้วลูก" พิสมัยตอบลูกชายพลางทอดสายตามองด้วยความอ่อนใจ "แต่ทานข้าวต้มไปแค่สองคำเองค่ะคุณสาม ทั้งวันก็ไม่ยอมทานอะไรเลย" ป้าสายที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำผ่านมาช่วยกล่าวเสริมด้วยสีหน้าเป็นกังวล "แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนครับ" สามขมวดคิ้วแน่น ในอกวูบไหวด้วยความหงุดหงิดผสมปนเปกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่ยอมรับว่ามันคือความเป็นห่วง "น้องหลับไปแล้วลูก" "ครับ..." ชายหนุ่มรับคำสั้น ๆ เสียงเรียบ ก่อนจะทำท่าจะหมุนตัวเดินเลี่ยงขึ้นชั้นบน ทว่าเสียงของผู้เป็นแม่ก็รั้งเขาเอาไว้เสียก่อน "ตาสาม... เราก็ใจดีกับน้องหน่อยสิ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว น้ำผึ้งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย" พิสมัยพูดขึ้น เพราะตลอดสี่ปีที่ผ่านมา สามไม่เคยแสดงความใจดีหรือมอบรอยยิ้มให้น้ำผึ้งเลยสักครั้ง มีแต่ความปั้นปึงและสายตาชิงชังที่มอบให้เด็กสาวอยู่เสมอ "แต่เมียผมตายไปทั้งคนนะครับแม่" สามหันกลับมาค้านเสียงแข็ง บาดแผลในใจของเขาถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง "แม่รู้ว่าสามสูญเสีย..." พิสมัยทอดถอนหายใจ "แต่สามยังมีแม่ มีพี่มีน้อง มีครอบครัวคอยอยู่ข้าง ๆ แต่น้ำผึ้งล่ะ... น้องเสียทั้งพ่อทั้งแม่จนไม่เหลือใครเลยนะลูก" ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุด คำพูดของแม่สะกิดใจเขาอย่างจัง ความเงียบงันโรยตัวเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างทันตา สามนิ่งงันไปราวกับถูกสาป นัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยไฟแค้นสั่นไหววูบอย่างรุนแรง ภาพใบหน้าซีดเซียวของน้ำผึ้งยามที่นอนซมด้วยพิษไข้ ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับคำเตือนสติของผู้เป็นแม่ "ผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับแม่" สามเค้นเสียงทุ้มต่ำตอบกลับไปแผ่วเบา ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี ก่อนจะหมุนตัวก้าวขาฉับ ๆ ขึ้นบันไดตรงไป เวลาผ่านไปจนดึกสงัด บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน ร่างหนาในชุดนอนเนื้อดีนั่งจมดิ่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องนอนของตัวเอง ในมือถือแก้วบรั่นดีสีอำพันที่พร่องไปกว่าครึ่ง ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยให้สมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นเลย ตรงกันข้าม คำพูดของผู้เป็นแม่ในตอนค่ำกลับยิ่งดังก้องซ้ำ ๆ อยู่ในหัว 'แต่น้ำผึ้งล่ะ... น้องเสียทั้งพ่อทั้งแม่จนไม่เหลือใครเลยนะลูก' สามยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด สายตาคมกริบทอดมองออกไปในความมืด ครุ่นคิดถึงร่างเล็ก รสสัมผัสจากเมื่อคืน แววตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ร่างหนาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะกระจก ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมคายวาวโรจน์ด้วยกระแสอารมณ์ที่ตีกันยุ่งเหยิง สองขาแกร่งก้าวเดินตรงไปทางห้องของเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือหนาไปบิดลูกบิดประตู และผลักมันเข้าไปช้า ๆ ในความมืด เขาเข้าไปด้านใน สายตาคมกริบกวาดมองฝ่าความมืดจนเห็นร่างเล็กที่หลับใหลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาผ่านแสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดเข้ามา ยามที่เธอปราศจากความหวาดกลัวและพยศดื้อดึง เด็กสาวตรงหน้าดูบอบบางและน่าทะนุถนอมเหลือเกิน ทว่าน่าแปลก ที่ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมาเขากลับมองไม่เห็นมันเลย เป็นเพราะความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกมันบดบังตาและใจของเขาจนมืดบอด สามขยับเข้าไปใกล้ ข่มความปั่นป่วนในใจก่อนจะทรุดกายลงนั่งลงที่ขอบเตียง ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าหวานที่พริ้มหลับเพราะฤทธิ์ยา ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือหนาออกไปแล้วใช้หลังมือแตะลงที่หน้าผากมนของเธอเบา ๆ "ตัวอุ่น ๆ ..." เขากระซิบแผ่วเบากับความมืด สัมผัสได้ว่าพิษไข้เริ่มลดลงไปมากแล้ว ทำให้คนใจร้ายลอบถอนหายใจออกมา สามนั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวใต้แสงไฟสลัวจนจมอยู่ในภวังค์ ความเงียบและกลิ่นอายเนื้อสาว ยิ่งขับเน้นความบอบบางของคนบนเตียงให้เด่นชัด ในหัวของเขาตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างไฟแค้นที่พยายามขุดขุดขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง กับความรู้สึกโหยหาแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว แรงดึงดูดบางอย่างที่เหนือการควบคุม นำให้เขาโน้มใบหน้าลงไปหา ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ก่อนที่สามจะกดริมฝีปากหยักลึกลงไปจูบที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ได้รับมันช่างนุ่มนวลและร้อนผ่าวด้วยไอไข้ที่ยังหลงเหลือ ความอ่อนนุ่มชวนให้คนใจร้ายลืมตัว ชายหนุ่มขยับเน้นน้ำหนักลงไปอีกนิด ก่อนจะเริ่มเม้มเบา ๆ ที่กลีบปากเล็กเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า ละเลียดชิมความหวานของเด็กสาวในปกครองอย่างทะนุถนอม เป็นจูบที่ไร้ซึ่งความป่าเถื่อนรุนแรง แตกต่างจากค่ำคืนอันโหดร้ายราวกับเป็นคนละคน สัมผัสแผ่วฝากฝังความรู้สึกซับซ้อนลงบนเรียวปากอิ่มที่บวมช้ำ "อื้อ..."ตอนที่ 19ทนคิดถึงไม่ไว้แล้ว NC25+"คุณ..." น้ำผึ้งอุทานด้วยความตกใจและขัดเขิน เธอวางหลอดยาบรรเทาปวดในมือลงทันที หมายจะลุกหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์ล่อแหลมนี้ แต่สามกลับว่องไวกว่ามาก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วกระตุกร่างบางให้ลงมานั่งอยู่บนตักแกร่ง ก่อนจะโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา"คุณสาม ปล่อยหนูนะ" น้ำผึ้งดิ้นขลุกขลัก พยายามดันอกแกร่งออก แต่เขากลับยิ่งกอดรัดแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกเปลือยเปล่าที่เต้นรัวของเขา"ไม่ปล่อย... ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกแล้ว" เสียงของสามทุ้มต่ำและสั่นพร่า เขาซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวจนน้ำผึ้งขนลุกซู่"ขอโทษ..." คำสั้น ๆ ที่เหมือนจะอัดอั้นมานานหลุดออกมาจากปากเขา "ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ขอโทษที่ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอ ขอโทษที่เคยเหยียบย่ำความรักของเธอด้วยความแค้น และความเห็นแก่ตัวของฉันเอง"สามหลับตาแน่น แขนที่โอบกอดเธอกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "วันที่เธอหายไป ฉันถึงได้รู้ตัวว่า ฉันทนไม่ได้... ทนไม่ได้จริง ๆ ที่ไม่มีเธอ"เขาคลายอ้อมกอดออกนิดหน่อยเพื่อให้เธอหันมาสบตา แววตาคมกริบที
ตอนที่ 18ถอดกางเกงให้เธอดูแล้วแสงจันทร์กระจ่างฟ้าสาดส่องลงมายังลานบ้านสวน ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งทวีความเย็น แต่ฝูงยุงร้ายกลับไม่ยอมลดละ สามนั่งปัดป้องอยู่ไม่หยุด ร่างกายที่เคยสง่างามบัดนี้ดูทรุดโทรมจากการตรากตรำเขานั่งเฝ้ามองหน้าต่างบานนั้นที่มืดสนิทมานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งแสงจันทร์ทำหน้าที่เผยความลับบางอย่าง เมื่อเห็นเงาผ้าม่านไหววูบ สามรู้ทันทีว่าเธอยังไม่หลับ... เธอกำลังแอบมองเขาอยู่หัวใจของชายหนุ่มพองโตขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งอย่างสิ้นหวังเสียทีเดียว สามลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นออกจากกางเกง ก่อนจะก้าวเดินไปที่ใต้ถุนบ้าน สายตาเขากวาดหาจนพบบันไดไม้ไผ่เก่า ๆ อันหนึ่ง เขาไม่รอช้าที่จะแบกมันขึ้นมาพาดกับหน้าต่างห้องที่เธอยืนดูอยู่"กึก... กึก..." เสียงบันไดกระทบกับผนังไม้ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนน้ำผึ้งที่หัวใจเต้นโครมครามอยู่หลังม่านสะดุ้งสุดตัว เธอรีบแง้มผ้าม่านออกดูด้วยความตกใจ "คุณสาม หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ"เมื่อเห็นใบหน้าหวานปรากฏขึ้น สามก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจจนลืมระวังตัว เขาเงยหน้ามองเธอพลางส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่ในจังหวะนั้นเอง ปลายเท้าของเขากลับก้าวพ
ตอนที่ 17จะทนได้นานสักกี่น้ำ สามเดินวนเวียนอยู่ในห้องโถงด้วยความกระวนกระวายใจมาหลายชั่วโมง ความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาแอบสังเกตเห็นในช่วงที่ผ่านมามันสะสมจนกลายเป็นคำถามตัวโตในหัวเกือบสองเดือนที่น้ำผึ้งหายไป หลัง ๆ มานี่แม่ของเขาดูจะ ใจเย็นเกินกว่าคนที่เป็นห่วงน้ำผึ้งมากที่สุด พิสมัยไม่เคยถามถึงความคืบหน้าเรื่องการตามหา เธอมักจะเลี่ยงที่จะสบตาเขาเวลาที่เขาพูดถึงเรื่องเบาะแสที่หาไม่เจอสามตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่นั่งจิบชาอยู่ "แม่ครับ..." สามเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบนิ่งจนน่ากลัว "แม่รู้ใช่ไหมว่าน้ำผึ้งอยู่ที่ไหน"พิสมัยชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เธอปรายตามองลูกชายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก"แม่รู้ใช่ไหม แม่ครับ" สามถามต่อ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่แม่ "ทำไมถึงคิดว่าแม่รู้" คุณพิสมัยถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"ปกติแม่จะเป็นห่วงน้ำผึ้งตลอด แต่หลัง ๆ มานี้แม่ดูผ่อนคลายขึ้น เพราะแม่เจอน้ำผึ้งแล้วใช่ไหมครับ" สามโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน พิสมัยถอนหายใ
ตอนที่ 16สมน้ำหน้า!สองวันผ่านไปเหมือนยาวนานนับปี ความเงียบงันในบ้านหลังใหญ่ไม่ได้ทำให้สามรู้สึกสงบลงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขาทรมานเหมือนคนจะขาดใจ ร่องรอยของความกระวนกระวายปรากฏชัดบนใบหน้าที่เริ่มมีไรเคราขึ้นจาง ๆ ดวงตาที่เคยคมกริบกลับดูอ่อนล้าและโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดจากการอดนอนเขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการตามหาเธอ ทุกที่ที่เพื่อนของน้ำผึ้งเคยพูดถึงถูกเขาพลิกแผ่นดินหาจนหมดสิ้น แต่ไร้วี่แวว แม้กระทั่งที่มหาวิทยาลัย ก็มีแม้แต่เงาของเธอพิสมัยเฝ้ามองสภาพลูกชายที่ดูเหมือน กระวนกรวายเดินไปมาด้วยความตึงเครียด วันนี้เธอไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เธอเรียกสามเข้ามาพบ"ตาสาม... จะบอกแม่ได้หรือยัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับน้ำผึ้ง" เสียงของพิสมัยสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด สามทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามแม่ เขาถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดูอ่อนแรง เขาไม่ได้หลบสายตาแม่ แต่ยอมรับความจริงที่กัดกินใจเขาอยู่ทุกวินาทีเขาเคลื่อนตัวลงจากเก้าอี้ ทรุดเข่าลงกับพื้นตรงหน้าผู้เป็นแม่ มือหนาสั่นเทากำเข้ากันจนแน่น"น้ำผึ้งเป็นเมียผม... เพราะผมย่ำยีเธอ" คำสารภาพนั้นหลุดออกมาเบาห
ตอนที่ 15 นี่คือจุดสิ้นสุดความเงียบยามดึกในห้องนอนเล็ก ๆ สะท้านด้วยเสียงสะอื้นที่ขาดห้วง น้ำผึ้งนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนเตียง ร้องไห้จนดวงตาบวมช้ำ ความรู้สึกที่พังทลายจากภาพเหตุการณ์ในมื้อเย็นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับตอกย้ำว่าที่แห่งนี้ไม่มีที่ว่างให้เธออีกต่อไปแล้ว“พ่อคะ... แม่คะ... หนูควรจะทำยังไงดี” เธอพึมพำเรียกหาคนที่จากไป ท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจเธอกลั้นสะอื้น หยุดหายใจเพื่อตั้งสติ ก่อนจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ ความสับสนและทรมานดำเนินไปหลายชั่วโมงจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ดึกสงัด และค่ำคืนนี้ สิ่งที่ตอกย้ำความใจสลายของเธอให้เด่นชัดที่สุด คือหน้าจอโทรศัพท์ที่วางนิ่งสนิท ไร้ข้อความเรียกตัว ไร้คำสั่งเสียดสีจากสาม ราวกับว่าตัวตนของเธอได้ถูกลบเลือนไปจากชีวิตเขาอย่างสมบูรณ์แล้วสัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า... นี่คือจุดสิ้นสุดน้ำผึ้งค่อย ๆ หยิบสมุดบัญชีเงินฝากที่เก็บไว้ในลิ้นชักออกมา ตัวเลขหลายล้านที่ได้รับจากประกันชีวิตของพ่อแม่ซึ่งเธอไม่เคยแตะต้อง เพราะคุณยายยอกให้เธอเก็บไว้ แต่วันนี้... มันกลับเป็นเพียงทางรอดเดียวที่เธอมี“แค่นี้ก็มากพอแล้ว...” เธอพึมพำกับตัวเอง มือที่สั่นเท
ตอนที่ 14อย่าเพ้อฝันหยาดเหงื่อซึมตามไรผมของทั้งคู่ท่ามกลางความเงียบงันที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิม กลิ่นอายของพายุอารมณ์ค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงความอบอุ่นที่เจือจางอยู่ในอากาศ สามขยับตัวลงนอนเคียงข้างร่างบางที่อ่อนเปลี้ยอยู่ใต้ผ้าห่ม นิ้วมือหนากลับเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากมนของน้ำผึ้งออกให้อย่างอ่อนโยนแววตาคมกริบที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับฉายแววความสับสนปนทอดถอนใจ เขามองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ยากจะนิยาม... กำแพงหนาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึก ได้พังทลายลงสิ้นท่าด้วยประโยคสารภาพและสัมผัสที่ซื่อตรงของเธอน้ำผึ้งซุกตัวเข้าหาอกกว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจนเผลอหลับไปในอ้อมกอดนั้น สามนิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะโอบกระชับร่างบางเข้ามาแนบอก เขาหลับตาลงพยายามรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจาย"ฉันจะจัดการเรื่องนี้ ยังไงดี..." เขาพึมพำกับความมืดมิด เสียงทุ้มนั้นไม่ได้แฝงความโกรธเคืองอีกต่อไป แต่กลับเจือด้วยความตัดพ้อที่ตัวเองพ่ายแพ้ให้กับความใสซื่อของเธออย่างราบคาบ เขาเฝ้ามองใบหน้ายามหลับใหลของเธออยู่นาน ความรู้สึ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
