LOGIN
กลางดึกคืนหนึ่งตามเวลาประเทศไทย เสียงโทรศัพท์พกพาเครื่องหรูดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในห้องทำงานชั้นล่างของคฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมืองหลวง ทำให้เจ้าของเครื่องจำต้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารแล้วเอื้อมมือไปหยิบมาดู และต้องขมวดคิ้ววางทุกอย่างลงเพื่อรับสายยามวิกาลนี้
“ฮัลโหล” เสียงทุ้มรับสายของหลานชายเพื่อนรักที่โทรมาจากต่างประเทศ
‘สวัสดีครับอาศิ ผมเจครับ’ เสียงทักทายจากปลายสายมีความประหม่าปนวิตกจนท่านจับสังเกตได้
“ว่ายังไงล่ะลูก” ผู้รับสายยามวิกาลท่านนี้คือ ดอกเตอร์ศิลา เศรษฐทรัพย์ไพศาล ประธานฝ่ายบริหารคนปัจจุบันของ บริษัทเคเอส กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทบริหารและจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มีสาขามากกว่า 20 สาขาทั่วโลก พนักงานของเคเอสเรียกท่านว่าบอสหรือท่านประธาน ส่วนบุคคลทั่วไปจะรู้จักท่านในนาม คุณศิลาหรือดอกเตอร์ศิลา
‘ผมเรียนจบแล้วครับอา เดือนหน้าผมก็จะกลับแล้วครับ’
“อ่อ... ยินดีด้วยนะคุณหมอ แล้วเจ้าทอยเขาจะกลับมาพร้อมกันเลยหรือเปล่าลูก อาจะได้จัดฉลองให้ทีเดียวที่โรงแรมเราเลย” อาศิลาแสดงความยินดีกับคุณหมอหนุ่มพร้อมกับถามหาลูกชายของเพื่อนรักที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่เดียวกันอีกคนอย่างอารมณ์ดี
‘มันยังไม่กลับหรอกครับ มันลงคนละสาขาเลยจบก่อนผมแล้วคุยกับทางมหาวิทยาลัยที่นี่ออกทุนเรียนต่ออีกใบครับ’ ชายหนุ่มตอบพร้อมกับหัวเราะเมื่อพูดถึงเพื่อนรัก ที่ทางมหาวิทยาลัยของไทยให้ทุนไปต่อเฉพาะทางแค่ 1 ใบ แต่สมัครใจออกทุนเรียนเองเพิ่มอีก 1 ใบ โดยบอกกับที่บ้านว่าอยากเรียนสาขาที่ชอบอีกสาขา แต่เหตุผลแท้จริงที่คุยกับเพื่อนคือยังไม่พร้อมที่จะกลับมารับกิจการต่อจากผู้เป็นพ่อเลยหาเรื่องยื้อเวลาเอาไว้ก่อน เพราะเป็นลูกคนเดียวและกิจการที่บ้านมีหลายอย่างเลยขอเวลาทำใจต่ออีกสักพัก
“เฮ้อ... เจ้าทอยนะเจ้าทอย หาเรื่องให้ป๊ามันบริหารปากจนได้ ไอ้เทนมันยิ่งบ่นเก่งอยู่ด้วย” คุณอาศิลาหัวเราะในลำคอเมื่อพูดถึงเพื่อนรักอีกคนของตัวเอง
‘ผมโทรมาขอความช่วยเหลือจากอาศิครับ’ ชายหนุ่มตัดสินใจพูดถึงจุดประสงค์ของการรบกวนในค่ำคืนนี้
“ว่ามาสิลูก”
‘คุณแม่เล่าว่าตั้งแต่พี่จากลับบ้าน คุณย่าหาสาวให้นัดเดทจนพี่จาอยู่บ้านไม่ติด ผมกลัวจะโดนเหมือนพี่จาครับอา’ เมื่อเขาบอกว่าไม่อยากเป็นเหมือนพี่ชาย คุณอาก็ถอนหายใจออกมาทันที ถึงท่านจะรู้ความหมายแต่ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยชายหนุ่มได้อย่างไร หรือว่าเจเดนอยากขอทุนกับตนเพื่อเรียนเพิ่มเหมือนเพื่อน ซึ่งท่านมองว่าไม่น่าเป็นไปได้เพราะฐานะทางครอบครัวของคุณหมอหนุ่มค่อนข้างดีติดระดับเศรษฐีอันดับต้นมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่
“แล้วจะให้อาช่วยยังไงล่ะลูก”
‘คุณอาจะว่าอะไรมั้ยครับถ้าผมจะ (เงียบไปสักพัก) ขออนุญาตใช้ชื่อน้องซีอ้างกับคุณย่าว่าเรากำลังคุยกันอยู่ ถ้าคุณย่าถามหาแฟนผม’ คำพูดของหลานเพื่อนรักทำเอาท่านอ้าปากค้าง
“ว่าอะไรนะลูก!”
‘ผมจะขออนุญาตคุณอา เอาชื่อน้องซีไปบอกคุณย่าว่าเรากำลังคุยกันอยู่ได้มั้ยครับ ถ้าคุณย่าจะหาแฟนให้เหมือนพี่’ ชายหนุ่มตัดสินใจพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่มีความขี้เล่นในประโยค
“เจรู้ใช่มั้ยลูกว่าน้องซียังไม่ 15 เลยนะ”
‘ผมรู้ครับ ผมถึงกล้าขอเพราะผมจะเอ่ยชื่อน้องได้นานกว่าน้องจะโต’
“ถ้าบอกย่าหญิงไปแบบนั้น ย่าหญิงจะไม่มองว่าน้องซีแก่แดดหรือไง” ท่านดอกเตอร์ถามถึงความเห็นก่อนจะถอนหายใจ
‘ผมจะพยายามเลี่ยงเอ่ยชื่อน้องให้ได้นานที่สุดครับอาศิ ถ้าคุณย่าพูดเรื่องนี้ผมจะบอกแค่ว่ามีคนคุยแล้วเท่านั้นครับ นอกซะจากว่าจะโดนเร้าหรือนั่นแหละถึงจะบอกแต่สัญญาว่าจะไม่ให้ใครมองน้องไม่ดีครับ’ ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เฮ้อ...มีเหตุผลที่มันจะฟังดูน่าอนุญาตมากกว่านี้มั้ยลูก” ท่านดอกเตอร์ถอนหายใจส่ายหน้าเอ็นดูหลานชายเพื่อนรักที่น่าจะกังวลกับเรื่องนี้มากจริง ๆ ถึงได้กล้าโทรมาเจรจากับท่านเองขนาดนี้ เพราะปกติแล้วเจเดนจะสนิทกับเพื่อนอาอีกคนมากกว่าท่าน
‘ผมต้องทำงานที่โรงพยาบาลประจำครับอา มีเวลาการทำงานชัดเจน ถึงจะปรึกษาอาโรมแล้วว่ายังไม่อยากเข้าออฟฟิศตอนนี้ซึ่งอาโรมแนะนำให้ผมลงเรียนบริหารเพิ่มจะได้เป็นข้ออ้างกับคุณพ่อได้แต่ระหว่างนั้นก็ต้องเรียนรู้งานออฟฟิศไปด้วยจะได้ช่วยพี่จาได้บ้าง แต่กับคุณย่าผมหลบไม่ได้เหมือนพี่จานะครับ แล้วผมจะทำเรื่องย้ายช่วงนี้ก็ไม่ได้ด้วยเพราะติดใช้ทุนอยู่ ผมเห็นคุณย่าทำกับพี่จาแบบนั้นยิ่งใกล้กลับบ้านผมยิ่งเครียด แต่ไม่รู้จะหาใครช่วยได้ ตอนนี้มองเห็นแค่น้อง ๆ เท่านั้นครับเลยกล้าโทรมาหาอานี่แหละ’ ชายหนุ่มให้เหตุผลถึงความกล้าหาญในครั้งนี้
“แล้วทำไมไม่หาแฟนให้จริงจังไปเลยซะล่ะลูก อายุอานามก็ได้แล้ว การงานก็มั่นคงนี่” คุณอาศิลาถามขึ้น *เฮ้อ...เจ้าเจเอ๊ย กลัวย่าหาเมียให้เหมือนพี่ชายซะงั้น...*
‘มันไม่ง่ายขนาดนั้นสิครับ แล้วกลับไปผมก็ต้องใช้ทุนโรงพยาบาลแล้วยังจะลงเรียนเพิ่มอีก ถ้างานลงตัวก็น่าจะต้องหาเวลาเข้าออฟฟิศกับคุณพ่อแต่เนิ่น ๆ ผมยังไม่คิดเรื่องนี้หรอกครับ’
“อ้อ...แล้วคิดยังไงถึงเลือกที่จะมาขออนุญาตอาล่ะ หรือถามไอ้มาร์คแล้วมันไม่ยอมให้น้องหนึ่งช่วย” ท่านดอกเตอร์หยั่งเชิงขำ ๆ
‘ยังไม่ได้คุยกับอามาร์คหรอกครับ ก็ไอ้หนึ่งมันแมนขนาดนั้น เลยลองขออาดูก่อนแต่ถ้าอาไม่อนุญาตผมก็คงต้องคุยกับอามาร์คนั่นแหละ’ ชายหนุ่มตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เฮ้อ... เจ้าเจเอ้ย หัวหมอจริงนะเรานี่ ไม่บอกเจ้าจามันบ้างล่ะจะได้อยู่ติดบ้านบ้าง ไอ้โรมมันก็บ่นจนกูหูจะหนวก”
‘ตอนนั้นมันคิดไม่ได้ครับ แต่ตอนนี้มันคิดได้เพื่อความอยู่รอดถ้าได้ผลกลับไปผมจะบอกพี่จาแบบนี้นั่นแหละ ทุกวันนี้ผมรู้ว่าพี่ผมเหนื่อย’
“เฮ้อ... งั้นเอาอย่างนี้แล้วกันนะลูก เรื่องนี้จะถือว่าอารับรู้ไว้ แต่เจต้องคุยกับน้องซีเอาเอง” คุณอาศิลาอนุญาตกับเหตุผลที่ชายหนุ่มให้มา
‘ขอบคุณครับอาศิ ขอบคุณมาก ๆ ครับ’ ชายผมพูดอย่างดีใจ
“อย่าเพิ่งดีใจไปไอ้คุณหมอ เจก็รู้ว่าน้องซีเป็นยังไง ต้องหาเหตุผลมาพูดกับเขาเหมือนที่พูดกับอาไปอ้างเขาลอย ๆ เดี๋ยวโกรธกันตาย แล้วอย่าลืมว่าถึงอาจะเป็นคนทำแม่มันท้องแต่ปากมันนี่เรียนประจำจากพ่อมาร์คมันมาสี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ลงซัมเมอร์กับพ่อโรมป๊าเทนมันทุกเทอมจนบางทีอาเองก็ฟังไม่ทันเหมือนกัน” คุณอาศิลาพูดกับหลานชายเพื่อนรักพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ กับความแก่นซนของลูกสาวคนเดียวของบ้านที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านมากนัก
‘ได้ครับอา เรื่องนั้นเดี๋ยวผมคุยกับน้องเอง แค่อายอมผมก็คิดว่าไม่ยากแล้วล่ะ งั้นผมขอรบกวนคุณอาแค่นี้นะครับ เดือนหน้าเจอกันครับ’ ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างพอใจก่อนจะวางสาย
สายที่โทรเข้ามาในยามวิกาลคนนี้คือ นายแพทย์เจติพัฒน์ วรวัฒน์วรีชน หรือคุณหมอเจเดน หลานชายคนเล็กของดอกเตอร์
รวัช วรวัฒน์วีรชน เพื่อนรักท่าน หนุ่มหล่ออนาคตไกลคนนี้วัยเพียง 26 ปีเศษ เพิ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ด้วยทุนนักเรียนแพทย์เรียนดีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทย โดยบรรจุเข้าเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลของที่นั่นระหว่างเรียน และใช้เวลาเรียนสำเร็จเพียงเวลา 1 ปี 11 เดือนเท่านั้น และตอนนี้กำลังทำเรื่องย้ายกลับไทยเมื่อมาใช้ทุนโครงการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า………….//……….
เปิดมาก็หัวแหลมเลยคุณพี่ ฝากเอ็นดูพี่หมอเจเดนด้วยนะคะ
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







