Masukเขาเป็นรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตที่ใครๆ ต่างก็ปราบปลื้มแต่ไม่ใช่เธอล่ะหนึ่งเพราะเขาเป็นผู้ชายจำพวกที่เธอเกลียดที่สุดเพราะความเจ้าชู้ของเขาเธอจึงพยายามอยู่ห่างจากเขาทว่าจู่ๆ เธอตื่นขึ้นมาพบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ
Lihat lebih banyak"น้ำหวานตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก"เสียงปลุกของแก้มใสเพื่อร่วมคณะแถมยังเป็นรูมเมทเธออีกด้วย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหลับฝันดีสะดุ้งขึ้นมา อันที่จริงเธอตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าแก้มใสจะกลัวเธอตื่นสายจริงๆ
"น้ำหวาน~~~!"
"โอ๊ยยยยตื่นแล้วๆ ไม่ต้องปลุกแล้ว"คนถูกปลุกอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะบิดกายไปมา เธอมองเพื่อนร่วมห้องที่เจอกันตั้งแต่วันย้ายเข้าหอแถมยังเรียนห้องเดียวกันอีกด้วย แก้มใสเป็นคนนิสัยดีเลยพูดคุยรู้เรื่องการที่เธอได้รู้จักเพื่อนคนนี้นับว่าเป็นโชคดีเหมือนกัน
"รีบไปไหนเนี่ย"
"รีบดีกว่าสายนะ เร็วไปอาบน้ำเถอะฉันแต่งหน้าต่อก่อน"
"เคๆ"น้ำหวานพยักหน้าตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
น้ำหวานเป็นนักศึกษาปี1ในมหาลัยชื่อดังแห่งนี้ เธอเป็นเด็กทุนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ครอบครัวของเธออยู่ต่างจังหวัดพื้นฐานทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายแต่ก็ไม่ได้ยากจน ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเพราะบิดาของเธอรับราชการส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายขนม น้ำหวานเป็นลูกคนเดียวของบ้านการที่มาเรียนที่นี่คนตัวเล็กต้องอ้อนพวกท่านอยู่นานกว่าเธอจะได้มา
หญิงสาวเป็นคนนิสัยนิ่งๆ ถ้าไม่สนิทคือไม่พูดคุยอะไรเลย ใครๆ มักมองเธอว่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูงแต่มันก็คงจริงอย่างที่ใครๆ ว่าเพราะเธอไม่ค่อยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับใครมากมายนักอารมณ์เบื่อสังคมยุ่งมากก็ยิ่งปวดหัว เธอชอบความสงบสุขมากกว่า
"เธอแต่งหน้าไหม?"แก้มใสหันหน้ามาถามพร้อมสำรวจใบหน้าของเพื่อนใหม่ที่อยู่ห้องเดียวกัน น้ำหวานเป็นผู้หญิงที่น่าตาสวยใช้ได้เลยแต่ผู้หญิงคนนี้มักจะไม่แต่งหน้าแถมยังชอบทำหน้านิ่งๆ อีก
"ไม่อ่ะ ทาแป้งฝุ่นก็พอ"
"อะไรอ่า เธอรู้ไหมว่าเธอสวยมากนะแต่งหน้าอีกนิดหนุ่มๆ ในมอคงมาต่อแถวจีบกันยาว"
"ไม่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว ไปได้ยังหิวแล้ว"
"เคๆ เสร็จแล้วๆ"ก่อนเข้าเรียนเธอทั้งสองจะแวะทานอาหารเช้าหน้ามหาวิทยาลัยก่อน ส่วนใหญ่เป็นข้าวไข่เจียวบุฟเฟ่ต์ไม่ก็โจ๊กหมูเด้งราคาไม่แพงแถมอร่อยอีกด้วย สีหน้าของแก้มใสดูตื่นเต้นไม่น้อยเลยที่ได้กินอะไรพวกนี้ มันทำให้น้ำหวานมองอย่างนึกแปลกใจก่อนจะอมยิ้มออกมากับท่าทางของเพื่อน
หลังจากที่กินอะไรกันเสร็จสองสาวก็พากันเดินไปขึ้นรถรางของมหาวิทยาลัยก่อนจะขึ้นตึกเรียนของพวกเธอ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีแรกก็นับว่ามีอะไรให้ทำอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กปีหนึ่งต้องทำ มันทั้งเหนื่อยทั้งสนุกปนเปกันไปแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างนึง
อีกด้าน
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าตึกวิศวะก่อนที่ร่างสูงเกินร้อยแปดสิบห้าจะก้าวขาลงจากรถ เตชินท์หนุ่มหล่อพ่อรวยวิศวะโยธาปีสามที่ใครๆ ต่างก็รู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดี เขาเป็นหนุ่มฮอตที่ทางเพจมหาลัยชอบถ่ายรูปเขาไปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดการปราบปลื้มในตัวชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
"มากันนานแล้วเหรอ?"ร่างสูงมาหยุดที่โต๊ะหินอ่อนที่เดิมที่เก่าของพวกเขาที่มักจะมานั่งรอกันตรงนี้หากยังไม่ขึ้นตึกไปเรียน
"เพิ่งมาถึง มึงล่ะเมื่อคืนได้ข่าวไปกับน้องเจนเป็นไง"เหมันต์เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามเนื่องจากเมื่อคืนพวกเขาไปดื่มกันที่ผับก่อนจะแยกย้ายทางใครทางมันและนิสัยอย่างเตชินท์ที่ไม่เคยว่างเว้นกับเรื่องสาวๆ นั้นก็เหมือนเดิม เขาเห็นเพื่อนออกไปกับน้องเจนดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีก่อน
"ก็ไม่ไง"
"หึ ไอ้เสือร้ายแบบมึงคงไม่รอด"
"ไม่ถูกใจรึไง?"เป็นสายลมเพื่อนอีกคนของเตชินท์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันนิสัยของเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเอ่ยถึงรุ่นน้องสาว
"เออ เลิกพูดได้ยังขึ้นเรียนสักทีเถอะ"เตชินท์ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เขาลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในตึก ภาพของทั้งสามคนที่เดินเข้าไปในลิฟท์ทำให้สาวๆ ที่เห็นถึงกับรีบยกกล้องมาถ่ายรูปในความสุดฮอตของกลุ่มรุ่นพี่วิศวะกลุ่มนี้
"หล่อมากแม่ พี่เตชินท์เท่สุดๆ พี่เหมันต์พี่สายลมก็ดี"
"ฉันชอบพี่เตชินท์ที่สุดแล้วเมื่อคืนเห็นอยู่ที่ผับคิงบาร์หล่อมาก"
"โชคดีชะมัดที่ได้เจอหน้าพวกพี่เขาตั้งแต่เช้าแบบนี้มีกำลังใจเรียนล่ะ"คำพูดของสาวๆ ที่เอ่ยตามหลังรุ่นพี่หนุ่มที่เดินผ่านหน้าไปก่อนจะอัพรูปลงโซเชียลอย่างปราบปลื้มอีกฝ่าย ถ้าเป็นรูปถ่ายชื่นชมไม่มีอะไรเสียหายพวกชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ถ้าทำอะไรเกินขอบเขตพวกเขาถึงจะจัดการ
"กรี๊ดรูปพี่เตชินท์"เสียงของเพื่อนร่วมชั้นพูดขึ้นหลังจากที่อาจารย์มาสั่งงานก็เดินออกไปข้างนอกแล้ว
"ไหนๆ อร๊ายไม่ได้เจอหน้าเลย หล่อเนาะ"
"พี่เหมันต์ก็เท่"คำพูดของผู้หญิงในห้องทำให้แก้มใสที่กำลังจดงานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองน้ำหวานที่ไม่มีท่าทีจะสนใจอะไรเลย
"ไม่เห็นเท่ตรงไหนเลย"แก้มใสพึมพำ
"หืม? เธอว่าอะไรเหรอ"น้ำหวานหันหน้าไปถามเมื่อได้ยินอะไรแว่วๆ มาจากปากของเพื่อน
"ปะ เปล่าไม่มีอะไร"
"เสร็จยัง เราเขียนเสร็จแล้วนะ"
"อะไรน่ะ เร็วชะมัด เธอเนี่ยจะเรียนเก่งเกินไปแล้วนะ"แก้มใสทำแก้มป่องออกมาเธอชอบน้ำหวานเพื่อนของเธอก็คือความเรียนเก่งนี่แหละ
"อะไรเล่า ไม่ได้เก่งอะไรเลยคิดเลขง่ายๆ"คนได้ยินว่าคิดเลขง่ายๆ ตาโตขึ้น เธอปวดหัวตึบๆ เพื่อนบอกว่าง่ายยอมใจจริงๆ
"ยอมใจเธอจริงๆ"แก้มใสรีบทำงานของตัวเองก่อนที่อาจารย์จะให้ส่งในคาบ
ไม่นานสักเท่าไหร่นักสองสาวก็เดินกันมายังโรงอาหารก่อนจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนักศึกษาสองกลุ่มกำลังทะเลาะกันอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยเลย
"เมื่อคืนแกใช่ไหมที่ไปยุ่งกับพี่เตชินท์ของฉัน!"
"ของแกงั้นเหรอ หึพี่เตชินท์ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของฉันต่างหาก"
"นังเจน!"
"ทำไม หรือรับความจริงไม่ได้"
"มึงใจเย็นๆ อย่ามีเรื่องกันเดี๋ยวเป็นเรื่อง"เพื่อนทางฝั่งเจนสะกิดบอกหญิงสาวใบหน้าสวยที่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่คิดยอม เหตุการณ์ที่เห็นทำให้น้ำหวานเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไรเธอไม่ชอบอะไรแบบนี้การทะเลาะกันเรื่องผู้ชายเธอไม่ชอบจริงๆ อีกอย่างที่นี่คือมหาวิทยาลัยเรามีหน้าที่เรียนแทนที่จะเรียนไป
"น้ำหวาน เราว่าไปกินข้าวที่อื่นดีกว่าไหม เจอแบบนี้ไม่อยากกินเลย"แก้มใสกระซิบบอกทำให้น้ำหวานพยักหน้าเห็นด้วย อีกอย่างเธอมีเรียนอีกทีคือตอนบ่ายสองเหลือเวลาอีกเยอะจึงตกลงว่าจะไปกินข้าวที่ร้านป้าหน้ามหาวิทยาลัยค่อยกลับไปนอนเล่นที่หอก่อน
"เอ๊ะ กลุ่มพี่เหมันต์นี่น่า"แก้มใสพึมพำหลังจากที่มองเห็นกลุ่มวิศวะคนดังกำลังเดินไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่
"ใครเหรอ?"
"เอ่อ ก็ต้นเหตุที่ทำให้พวกผู้หญิงเมื่อกี้ทะเลาะกันไง"น้ำหวานที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองไปทางกลุ่มรุ่นพี่ที่ยินพิงรถสูบบุหรี่อยู่ ท่าทางของพวกเขาเท่ก็จริงแต่ไม่ใช่แบบที่เธอชอบอะไรแต่อย่างใด สูบบุหรี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ
"เธอรู้จักเหรอ"
"ก็เห็นในเพจมหาวิทยาลัย เธอเห็นคนนั้นไหมที่ยืนอยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำเท่ๆ น่ะ นั่นอ่ะพี่เตชินท์ หล่อรวยสาวๆ หลงกันตรึมแต่จะบอกว่าหล่อทั้งกลุ่มก็ไม่ผิดหมายถึงในสายตาคนอื่นนั้น ฉันว่าก็เฉยๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่ถกแขนเสื้อน่ะ"น้ำหวานมองตามคำพูดของเพื่อน
"ชื่อเหมันต์ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน อีกคนชื่อสายลมคนนี้เหมือนจะดีที่สุดในกลุ่ม นิ่งๆ ไม่อะไรกับใครมาก"
"อ้อ เราไม่รู้จักเลย"
"ไม่แปลกใจที่เธอไม่รู้จักตั้งแต่เรารู้จักเธอมา เธอแทบไม่สนใจใครเลยจ๊ะ"
"ก็ไม่รู้จะสนใจทำไม อีกอย่างเรามีเรื่องที่สนใจอยู่แล้ว"เรื่องที่น้ำหวานหมายถึงไม่ใช่อะไรเลยนอกจากเรื่องเรียน
"ก็ดีแล้ว เป็นเพื่อนกับเธอสบายใจจริงๆ น่ารักที่สุด"
"อะไรเล่ามาชมทำไมเนี่ย"
"อิอิ น้ำหวานเพื่อนรักของเรา"
"หยุดๆ ขนลุก"น้ำหวานเดินหนีแก้มใสก็ตามเกาะแขนก่อนที่สองสาวจะหยอกล้อตามประสา เสียงหัวเราะทำให้เตชินท์ที่สูบบุหรี่อยู่มองเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะพูดคุยกับเพื่อนต่อ
“อื้อ!”เสียงร้องอู้อี้ดังขึ้น เมื่อถูกริมฝีปากของเหมันต์โน้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากอย่างรุนแรง เขาไม่ยอมให้เธอมีโอกาสเป็นอิสระเพราะคนเจ้าเล่ห์สอดแทรกลิ้นร้อนตวัดพันเกี่ยวดูดดึงลิ้นร้อนของคนตัวเล็กอย่างเอาเป็นเอาตาย“อื้อ ยุดอะ(หยุดนะ)”เธอร้องบอกให้อีกฝ่ายหยุด แต่เขาก็ยังหน้ามึนไม่ยอมหยุดการกระทำ เหมันต์บีบเค้นหน้าอกขนาดพอดีมือที่ไม่ว่าจะสัมผัสเมื่อไหร่มันก็สร้างความพอใจให้แก่ชายหนุ่มไม่น้อยเลย นุ่มนิ่มจนอยากบีบก่อนนอนทุกคืนเลย“อ๊ะ เจ็บ”พอหลังจากที่ชายหนุ่มถอดจูบ หญิงสาวก็เบ้หน้าออกมาด้วยความเจ็บ“อยากว่ะ ฉันทนไม่ไหวแล้วแก้ม”ร่างกายของเธอมันทำให้เขาแทบคลั่งจนไม่อาจรอได้อีกแล้ว อยากจะสอดใส่เป็นคนเดียวกับเธอจะแย่“หยุดนะ แก้มไม่ให้ทำ”“เธอห้ามฉันไม่ได้หรอกแก้ม อีกอย่างมันคือหน้าที่เธอ”“เห็นแก่ตัว ปล่อยนะ”“หึ ปล่อยก็ได้อยากลองพอดี”ดูเหมือนคำว่าปล่อยในความหมายของเหมันต์กับเธอจะคนละความหมายกัน เมื่อคนตัวเล็กเข้าใจความหมายที่ชายหนุ่มจะสื่อดวงตาเขียว
“แต่ผมไม่อยากถอนหมั้นครับ น้องกำลังงอนผมอยู่คือน้องคิดว่าผมมีผู้หญิงคนอื่นแต่ผมไม่มีใครจริงๆ นะครับ อีกอย่างผมไม่คิดที่จะถอนหมั้นอยู่แล้วเพราะในตอนนี้ผมกับแก้มเรา เอ่อ คุณอาผมขอโทษครับ คือผมกับแก้มเรานอนด้วยกันแล้ว”แววตาคู่สวยถลึงใส่เหมันต์ทันที เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดคำนี้ออกมา สีหน้าของพ่อเลี้ยงวัยกลางคนตกใจไม่ต่างกันเขากำมือแน่นรู้สึกโมโหไม่น้อยกับการกระทำของเหมันต์“ว่าอะไรนะ!”“ผมรู้ครับว่ามันไม่เหมาะสม ผมจึงอยากขอรับผิดชอบน้อง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะแต่งงานกับแก้มใสเลยไม่ต้องรอให้เรียนจบ เพื่อเป็นการยืนยันความรับผิดชอบของผม”“หยุดเดี๋ยวนี้นะ แก้มไม่อยากแต่งงานกับพี่”“แก้ม เลิกน้อยใจพี่ได้แล้ว”สายตาของชายหนุ่มที่มองมามันทำให้แก้มใสไม่พอใจจริงๆ เธอกำมือแน่นโกรธที่เขาเป็นแบบนี้ เหมันต์ไม่สนใจสายตาของคนตัวเล็ก เขาไม่ยอมให้มันเป็นไปตามที่เธอต้องการหรอกผู้ใหญ่ทั้งสี่คนมองหน้ากันทันทีแน่นอนเรื่องที่เหมันต์พูดมันเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของเด็กทั้งสองมันช่างทำ
“จะไปไหน?”เหมันต์หันหน้าไปถาม แววตาของเขามีความไม่พอใจอยู่ไม่น้อยเลย“ไม่ใช่เรื่องของพี่”เธอกระแทกเสียงตอบ นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ชายหนุ่มทำเอาไว้กับเธอมันทำให้เธอไม่พอใจจริงๆ แต่ทว่าสิ้นคำพูดของเธอร่างสูงของเหมันต์ก็ลุกขึ้นจากโซฟาก่อนที่เขาจะตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว“ใครให้ไปไม่ทราบ”ไม่ได้พูดเพียงเท่านั้น มือหนาของชายหนุ่มยังยกขึ้นมาคว้าข้อมือของแก้มใสเอาไว้อีกด้วย“ปล่อยนะ”“ไม่ปล่อย”“เอ๊ะพี่เป็นบ้าอะไรห๊ะ มายุ่งทำไมปล่อยฉันจะกลับหอ”เธอบิดแขนเพื่อที่จะได้เป็นอิสระจากผู้ชายคนนี้แต่ดูเหมือนยิ่งเธอพยายามมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งลงแรงกับเธอมากขึ้นไม่คิดที่จะปล่อยแขนเธอไปง่ายๆ“ไม่ให้กลับ นอนนี้”ดวงตาทั้งสองข้างของหญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำของผู้ชายคนนี้“ไม่ ปล่อย!”แต่สิ่งที่ผ่านมามันทำให้เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีก เหมันต์จ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีความดื้อรั้นอย่างชัดเจนยิ่งเห็นเธอทำท่าทีแบบนี้ใส่เขามากเท่าไหร่ มั
ในที่สุดหญิงสาวก็หอบสังขารกลับมาถึงห้องพัก ทันทีที่แก้มใสเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพของเพื่อนอย่างน้ำหวานที่ไม่ได้แตกต่างจากเธอเลยก็ตกใจไม่น้อย“หวาน ทำไมเธอเป็นแบบนี้”คนตัวเล็กเอ่ยถามเพื่อนออกไปด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เธอไปไหนมา เป็นอะไรรึเปล่าแก้ม”แต่กลายเป็นน้ำหวานที่เห็นเพื่อนกลับมาที่ห้องก็รีบถามกลับไปทันที“ฉัน เอ่อ ฉันไม่เป็นอะไร”ปากบอกว่าไม่แต่ทว่าแววตาของแก้มใสเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“แน่ใจนะ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม”“ฉันต่างหากที่ควรถามเธอ ทำไมสภาพของเธอถึงเป็นแบบนี้ ไอ้พี่นั้นทำอะไรเธองั้นเหรอ”เพียงแค่ได้ยินคำถามน้ำตาของน้ำหวานก็เอ่อล้นทันที สภาพของหญิงสาวในตอนนี้มันไม่สามารถโกหกอะไรได้เลยจริงๆ“ฮึก เขาเลวที่สุด ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับฉัน”นึกถึงน้ำหวานก็ยิ่งเสียใจกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเธอแบบนี้ แก้มใสเองก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกันเธอดึงเพื่อนเข้ามากอดเอาไว้แน่นทันที“แก้ม ฉันเกลียดเขา ไม่อยากเจอหน้าเขาอีกตลอดไปด้วย”น้ำหวานเอาแต่
น้ำหวานทำงานอย่างตั้งใจ เธอยอมรับว่ามันเหนื่อยไม่น้อยเลยแต่ทว่าก็ไม่ถึงกับว่าทนไม่ไหวแต่เพื่อนของเธอนี่สิเริ่มบ่นเสียแล้ว แก้มใสดูเหนื่อยจนแทบไม่ไหวเพราะหญิงสาวไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ยกถานเครื่องดื่มจนเจ็บมือหมดแล้ว น้ำหวานจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อน หน้าที่ของแก้มใสเธอก็อาสาทำแทนให้“ขอบใจนะหวา
น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท
วันต่อมาหลังจากที่เลิกเรียนน้ำหวานจึงจ้องมองข้อความที่อีกฝ่ายทักไลน์พร้อมกับส่งโลเคชั่นที่อยู่ของเขามาให้ เธอบอกกับเพื่อนสนิทว่ามีธุระไม่ได้บอกว่าไปไหนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายชักถามว่าทำไมเธอต้องไปช่วยเตชินท์ทำความสะอาดห้อง คนตัวเล็กไม่ได้เล่าเรื่องอุบัติเหตุให้กับเพื่อนฟังอีกด้วยเธอไม่ได้เก็บเป็นคว
@ร้านนั่งชิวน้ำหวานมาถึงสถานที่ที่นัดหมายก่อนจะกดโทรศัพท์ทักไปหาพี่รหัสของเธออย่างริต้า คนตัวเล็กในวันนี้สวมใส่กางเกงยีนส์เสื้อคอกลมธรรมดาแต่ทว่ารูปร่างของเธอก็ทำให้ผู้ชายในร้านหันมามองอยู่ดี คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นพอเธอเห็นกลุ่มรุ่นพี่ก็รีบเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นพี่อีกกลุ่