เข้าสู่ระบบเขาเป็นรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตที่ใครๆ ต่างก็ปราบปลื้มแต่ไม่ใช่เธอล่ะหนึ่งเพราะเขาเป็นผู้ชายจำพวกที่เธอเกลียดที่สุดเพราะความเจ้าชู้ของเขาเธอจึงพยายามอยู่ห่างจากเขาทว่าจู่ๆ เธอตื่นขึ้นมาพบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ
ดูเพิ่มเติม"น้ำหวานตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก"เสียงปลุกของแก้มใสเพื่อร่วมคณะแถมยังเป็นรูมเมทเธออีกด้วย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหลับฝันดีสะดุ้งขึ้นมา อันที่จริงเธอตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าแก้มใสจะกลัวเธอตื่นสายจริงๆ
"น้ำหวาน~~~!"
"โอ๊ยยยยตื่นแล้วๆ ไม่ต้องปลุกแล้ว"คนถูกปลุกอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะบิดกายไปมา เธอมองเพื่อนร่วมห้องที่เจอกันตั้งแต่วันย้ายเข้าหอแถมยังเรียนห้องเดียวกันอีกด้วย แก้มใสเป็นคนนิสัยดีเลยพูดคุยรู้เรื่องการที่เธอได้รู้จักเพื่อนคนนี้นับว่าเป็นโชคดีเหมือนกัน
"รีบไปไหนเนี่ย"
"รีบดีกว่าสายนะ เร็วไปอาบน้ำเถอะฉันแต่งหน้าต่อก่อน"
"เคๆ"น้ำหวานพยักหน้าตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
น้ำหวานเป็นนักศึกษาปี1ในมหาลัยชื่อดังแห่งนี้ เธอเป็นเด็กทุนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ครอบครัวของเธออยู่ต่างจังหวัดพื้นฐานทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายแต่ก็ไม่ได้ยากจน ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเพราะบิดาของเธอรับราชการส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายขนม น้ำหวานเป็นลูกคนเดียวของบ้านการที่มาเรียนที่นี่คนตัวเล็กต้องอ้อนพวกท่านอยู่นานกว่าเธอจะได้มา
หญิงสาวเป็นคนนิสัยนิ่งๆ ถ้าไม่สนิทคือไม่พูดคุยอะไรเลย ใครๆ มักมองเธอว่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูงแต่มันก็คงจริงอย่างที่ใครๆ ว่าเพราะเธอไม่ค่อยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับใครมากมายนักอารมณ์เบื่อสังคมยุ่งมากก็ยิ่งปวดหัว เธอชอบความสงบสุขมากกว่า
"เธอแต่งหน้าไหม?"แก้มใสหันหน้ามาถามพร้อมสำรวจใบหน้าของเพื่อนใหม่ที่อยู่ห้องเดียวกัน น้ำหวานเป็นผู้หญิงที่น่าตาสวยใช้ได้เลยแต่ผู้หญิงคนนี้มักจะไม่แต่งหน้าแถมยังชอบทำหน้านิ่งๆ อีก
"ไม่อ่ะ ทาแป้งฝุ่นก็พอ"
"อะไรอ่า เธอรู้ไหมว่าเธอสวยมากนะแต่งหน้าอีกนิดหนุ่มๆ ในมอคงมาต่อแถวจีบกันยาว"
"ไม่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว ไปได้ยังหิวแล้ว"
"เคๆ เสร็จแล้วๆ"ก่อนเข้าเรียนเธอทั้งสองจะแวะทานอาหารเช้าหน้ามหาวิทยาลัยก่อน ส่วนใหญ่เป็นข้าวไข่เจียวบุฟเฟ่ต์ไม่ก็โจ๊กหมูเด้งราคาไม่แพงแถมอร่อยอีกด้วย สีหน้าของแก้มใสดูตื่นเต้นไม่น้อยเลยที่ได้กินอะไรพวกนี้ มันทำให้น้ำหวานมองอย่างนึกแปลกใจก่อนจะอมยิ้มออกมากับท่าทางของเพื่อน
หลังจากที่กินอะไรกันเสร็จสองสาวก็พากันเดินไปขึ้นรถรางของมหาวิทยาลัยก่อนจะขึ้นตึกเรียนของพวกเธอ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีแรกก็นับว่ามีอะไรให้ทำอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กปีหนึ่งต้องทำ มันทั้งเหนื่อยทั้งสนุกปนเปกันไปแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างนึง
อีกด้าน
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าตึกวิศวะก่อนที่ร่างสูงเกินร้อยแปดสิบห้าจะก้าวขาลงจากรถ เตชินท์หนุ่มหล่อพ่อรวยวิศวะโยธาปีสามที่ใครๆ ต่างก็รู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดี เขาเป็นหนุ่มฮอตที่ทางเพจมหาลัยชอบถ่ายรูปเขาไปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดการปราบปลื้มในตัวชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
"มากันนานแล้วเหรอ?"ร่างสูงมาหยุดที่โต๊ะหินอ่อนที่เดิมที่เก่าของพวกเขาที่มักจะมานั่งรอกันตรงนี้หากยังไม่ขึ้นตึกไปเรียน
"เพิ่งมาถึง มึงล่ะเมื่อคืนได้ข่าวไปกับน้องเจนเป็นไง"เหมันต์เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามเนื่องจากเมื่อคืนพวกเขาไปดื่มกันที่ผับก่อนจะแยกย้ายทางใครทางมันและนิสัยอย่างเตชินท์ที่ไม่เคยว่างเว้นกับเรื่องสาวๆ นั้นก็เหมือนเดิม เขาเห็นเพื่อนออกไปกับน้องเจนดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีก่อน
"ก็ไม่ไง"
"หึ ไอ้เสือร้ายแบบมึงคงไม่รอด"
"ไม่ถูกใจรึไง?"เป็นสายลมเพื่อนอีกคนของเตชินท์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันนิสัยของเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเอ่ยถึงรุ่นน้องสาว
"เออ เลิกพูดได้ยังขึ้นเรียนสักทีเถอะ"เตชินท์ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เขาลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในตึก ภาพของทั้งสามคนที่เดินเข้าไปในลิฟท์ทำให้สาวๆ ที่เห็นถึงกับรีบยกกล้องมาถ่ายรูปในความสุดฮอตของกลุ่มรุ่นพี่วิศวะกลุ่มนี้
"หล่อมากแม่ พี่เตชินท์เท่สุดๆ พี่เหมันต์พี่สายลมก็ดี"
"ฉันชอบพี่เตชินท์ที่สุดแล้วเมื่อคืนเห็นอยู่ที่ผับคิงบาร์หล่อมาก"
"โชคดีชะมัดที่ได้เจอหน้าพวกพี่เขาตั้งแต่เช้าแบบนี้มีกำลังใจเรียนล่ะ"คำพูดของสาวๆ ที่เอ่ยตามหลังรุ่นพี่หนุ่มที่เดินผ่านหน้าไปก่อนจะอัพรูปลงโซเชียลอย่างปราบปลื้มอีกฝ่าย ถ้าเป็นรูปถ่ายชื่นชมไม่มีอะไรเสียหายพวกชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ถ้าทำอะไรเกินขอบเขตพวกเขาถึงจะจัดการ
"กรี๊ดรูปพี่เตชินท์"เสียงของเพื่อนร่วมชั้นพูดขึ้นหลังจากที่อาจารย์มาสั่งงานก็เดินออกไปข้างนอกแล้ว
"ไหนๆ อร๊ายไม่ได้เจอหน้าเลย หล่อเนาะ"
"พี่เหมันต์ก็เท่"คำพูดของผู้หญิงในห้องทำให้แก้มใสที่กำลังจดงานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองน้ำหวานที่ไม่มีท่าทีจะสนใจอะไรเลย
"ไม่เห็นเท่ตรงไหนเลย"แก้มใสพึมพำ
"หืม? เธอว่าอะไรเหรอ"น้ำหวานหันหน้าไปถามเมื่อได้ยินอะไรแว่วๆ มาจากปากของเพื่อน
"ปะ เปล่าไม่มีอะไร"
"เสร็จยัง เราเขียนเสร็จแล้วนะ"
"อะไรน่ะ เร็วชะมัด เธอเนี่ยจะเรียนเก่งเกินไปแล้วนะ"แก้มใสทำแก้มป่องออกมาเธอชอบน้ำหวานเพื่อนของเธอก็คือความเรียนเก่งนี่แหละ
"อะไรเล่า ไม่ได้เก่งอะไรเลยคิดเลขง่ายๆ"คนได้ยินว่าคิดเลขง่ายๆ ตาโตขึ้น เธอปวดหัวตึบๆ เพื่อนบอกว่าง่ายยอมใจจริงๆ
"ยอมใจเธอจริงๆ"แก้มใสรีบทำงานของตัวเองก่อนที่อาจารย์จะให้ส่งในคาบ
ไม่นานสักเท่าไหร่นักสองสาวก็เดินกันมายังโรงอาหารก่อนจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนักศึกษาสองกลุ่มกำลังทะเลาะกันอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยเลย
"เมื่อคืนแกใช่ไหมที่ไปยุ่งกับพี่เตชินท์ของฉัน!"
"ของแกงั้นเหรอ หึพี่เตชินท์ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของฉันต่างหาก"
"นังเจน!"
"ทำไม หรือรับความจริงไม่ได้"
"มึงใจเย็นๆ อย่ามีเรื่องกันเดี๋ยวเป็นเรื่อง"เพื่อนทางฝั่งเจนสะกิดบอกหญิงสาวใบหน้าสวยที่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่คิดยอม เหตุการณ์ที่เห็นทำให้น้ำหวานเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไรเธอไม่ชอบอะไรแบบนี้การทะเลาะกันเรื่องผู้ชายเธอไม่ชอบจริงๆ อีกอย่างที่นี่คือมหาวิทยาลัยเรามีหน้าที่เรียนแทนที่จะเรียนไป
"น้ำหวาน เราว่าไปกินข้าวที่อื่นดีกว่าไหม เจอแบบนี้ไม่อยากกินเลย"แก้มใสกระซิบบอกทำให้น้ำหวานพยักหน้าเห็นด้วย อีกอย่างเธอมีเรียนอีกทีคือตอนบ่ายสองเหลือเวลาอีกเยอะจึงตกลงว่าจะไปกินข้าวที่ร้านป้าหน้ามหาวิทยาลัยค่อยกลับไปนอนเล่นที่หอก่อน
"เอ๊ะ กลุ่มพี่เหมันต์นี่น่า"แก้มใสพึมพำหลังจากที่มองเห็นกลุ่มวิศวะคนดังกำลังเดินไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่
"ใครเหรอ?"
"เอ่อ ก็ต้นเหตุที่ทำให้พวกผู้หญิงเมื่อกี้ทะเลาะกันไง"น้ำหวานที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองไปทางกลุ่มรุ่นพี่ที่ยินพิงรถสูบบุหรี่อยู่ ท่าทางของพวกเขาเท่ก็จริงแต่ไม่ใช่แบบที่เธอชอบอะไรแต่อย่างใด สูบบุหรี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ
"เธอรู้จักเหรอ"
"ก็เห็นในเพจมหาวิทยาลัย เธอเห็นคนนั้นไหมที่ยืนอยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำเท่ๆ น่ะ นั่นอ่ะพี่เตชินท์ หล่อรวยสาวๆ หลงกันตรึมแต่จะบอกว่าหล่อทั้งกลุ่มก็ไม่ผิดหมายถึงในสายตาคนอื่นนั้น ฉันว่าก็เฉยๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่ถกแขนเสื้อน่ะ"น้ำหวานมองตามคำพูดของเพื่อน
"ชื่อเหมันต์ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน อีกคนชื่อสายลมคนนี้เหมือนจะดีที่สุดในกลุ่ม นิ่งๆ ไม่อะไรกับใครมาก"
"อ้อ เราไม่รู้จักเลย"
"ไม่แปลกใจที่เธอไม่รู้จักตั้งแต่เรารู้จักเธอมา เธอแทบไม่สนใจใครเลยจ๊ะ"
"ก็ไม่รู้จะสนใจทำไม อีกอย่างเรามีเรื่องที่สนใจอยู่แล้ว"เรื่องที่น้ำหวานหมายถึงไม่ใช่อะไรเลยนอกจากเรื่องเรียน
"ก็ดีแล้ว เป็นเพื่อนกับเธอสบายใจจริงๆ น่ารักที่สุด"
"อะไรเล่ามาชมทำไมเนี่ย"
"อิอิ น้ำหวานเพื่อนรักของเรา"
"หยุดๆ ขนลุก"น้ำหวานเดินหนีแก้มใสก็ตามเกาะแขนก่อนที่สองสาวจะหยอกล้อตามประสา เสียงหัวเราะทำให้เตชินท์ที่สูบบุหรี่อยู่มองเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะพูดคุยกับเพื่อนต่อ
“แก้มรังเกียจพี่ต่างหาก อยากจะไปทำอะไรหรือไปต่อกับผู้หญิงที่ไหนก็เชิญ แก้มจะกลับแล้ว”เธอมองหน้าเขาด้วยความผิดหวัง ไม่ว่าจะผ่านไปยังไงผู้ชายคนนี้ก็ยังทำให้เธอเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี เธอไม่อยากรักเขาอีกแล้วและก็ไม่ต้องการที่จะเป็นคู่หมั้นของเขาอีก แก้มใสคิดหาทางที่จะถอนหมั้นเขาอีกครั้งไม่ว่าครอบครัวเธอจะเห็นด้วยหรือไม่เธอก็จะไม่สนใจ“แก้มใส”“ไม่พอใจเหรอคะ ใช่ แก้มก็ไม่พอใจเหมือนกัน แก้มเกลียดพี่ ปล่อยแก้มไปสักทีเถอะ”“ให้ปล่อยงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ เธอเป็นเมียฉัน”“เหอะ งั้นเหรอคะ”เขาเอาแต่พูดแบบนี้แต่ก็ทำให้เธอเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่ดี เหมันต์กลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยกับท่าทีของคนตัวเล็กที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังน้อยใจเขามากแค่ไหน“จะกลับก็กลับ”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดพิมพ์อะไรบางอย่างก่อนจะจับแขนของหญิงสาวเดินไปที่รถแต่ตลอดทางแก้มใสพยายามสะบัดแขนออกไม่ต้องการที่จะกลับไปกับเขา“จะอะไรนักหนา ฉันก็ไม่ได้ไปเอากับใครเสียหน่อย”เหมันต์พูดอย่างหงุดหงิด แต่ยิ่ง
“งั้นไม่ไปหรอก”เขาไม่บอกเธอก็ไม่ไปหรอก เหมันต์หน้าตึงเล็กน้อยที่คนตัวเล็กปฏิเสธบอกมาอย่างนี้ เขาคงต้องทำท่าดุใส่ใช่ไหมเธอถึงจะยอมไปง่ายๆ“แต่ฉันสั่ง”“เอ๊ะพี่เหมันต์ ทำไมต้องบังคับ”จากที่ไม่อยากทะเลาะเขาก็กวนอารมณ์เธอขึ้นมาอีกแล้ว“แล้วมันจะอะไรนักหนาก็แค่ไปกับผัวตัวเองเนี่ย”“ก็ไม่ได้อยากไปด้วยหนิคะ”มาบังคับเธออยู่ได้ น่าหงุดหงิดจริงๆ“ต้องไป เธอเป็นเมียฉันเป็นคู่หมั้นฉันก็ควรไปเห็นหน่อยว่าผัวทำงานอะไรบ้าง”“นี่พี่ไปทำงานเหรอ?”“แล้วคิดว่าฉันจะไปไหน”แก้มใสเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เธอคิดไม่ดีกับเขาจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเล่นรึเปล่าในเมื่อชวนเธอไป เธอก็จะไปอยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะไปไหนบ้าง“งั้นไปก็ได้ค่ะ”เธอตอบก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกการกระทำของคนตัวเล็กอยู่ในสายตาของเหมันต์ทุกอย่าง เขายกมุมปากพอใจ ไม่นานมากสักเท่าไหร่นักแก้มใสก็แต่งตัวเสร็จเธอหมุนดูตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่อย่างอารมณ์ดี“สั้นไปป่ะ
“โอ๊ยยย เจ็บนะ”แก้มใสรู้สึกเจ็บไม่น้อยที่ถูกคนตัวสูงกระชากเรียวแขนแบบนี้“ตอบมาว่าจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก”เธอไม่ตอบเขาก็ไม่คิดจะจบง่ายๆ มีอย่างที่ไหนแอบไปเที่ยวแบบนั้นโดยไม่มีเขา“ปล่อยแขนนะ”“ตอบมา!”“เออ รู้แล้ว”“พูดดีๆ อย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้ตอบฉัน”แก้มใสมองบนแต่ด้วยความที่เจ็บแขนทำให้เธอจำใจต้องพูดจาดีๆ ออกไป“รู้แล้วค่ะ ปล่อยได้แล้วเจ็บนะ”เหมันต์ยอมปล่อยแขนคนตัวเล็กหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่เขาต้องการ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวกล้าท้าทายเขาอย่างนี้หลายวันผ่านไป“เลิกเรียนกี่โมง”น้ำเสียงเข้มถามขึ้น หลังจากที่เขามาส่งคนตัวเล็กที่หน้าตึกเรียน“แก้มจะกลับเอง”“จะมารับ อย่าพูดยากเข้าใจไหม”“เฮ้อ เลิกบ่ายสอง”เธอตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ที่ในตอนนี้ชายหนุ่มตามติดเธอเป็นเงา จนตอนนี้เริ่มมีคนให้ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้แล้ว
“ลองดูก็ได้”ดีที่โปรเบียร์ที่สั่งมามีแค่สามขวดไม่งั้นเสียดายแย่เลย พอชิมเหล้าปั่นสองสาวก็เหมือนจะถูกใจเพราะสิ่งนี้รสชาติเหมือนน้ำผลไม้ดื่มง่ายไม่มีรสชาติอะไรของเหล้ามากแต่พอดื่มไปเยอะๆ ก็เริ่มมีอาการเหมือนกัน ความสนุกเริ่มก่อตัวขึ้นนับว่าการมาลองเที่ยวอะไรแบบนี้ครั้งแรกจะสนุกเหมือนกัน แก้มใสเริ่มลุกขึ้นเต้นก่อนจะหันหน้ามาชวนน้ำหวานเต้นด้วยกัน ภาพของสองสาวอยู่ในสายตาของผู้หญิงหลายคนเลย ใครๆ ก็จ้องมองมาที่เธอความสวยน่ารักของทั้งสองถูกใจผู้ชายเหล่านั้นพอสมควร“สนุกอ่ะ เพลงมันส์มาก กรี๊ดๆ”แก้มใสส่งเสียงดังขึ้นมาเมื่อรู้สึกสนุกสนานมากจริงๆ น้ำหวานอมยิ้มให้เพื่อนตอนแรกเธอก็อายๆ แต่พอเห็นว่าคนที่มาเที่ยวต่างก็สนุกไม่มีใครสนใจใครหรอก“น้ำหวานเต้นสิ เอวเธอดีมากเลย”“ไม่ไหวแล้วเหนื่อย”“คิกคิก สนุกจังเลย เอาไว้มากันอีกนะ”“สนุกเหมือนกันแต่คนเยอะมาก”“ธรรมดาร้านเหล้าอะเนาะ”พอผ่านไปสักพักสองสาวก็เริ่มตึง ด้วยความที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนขนาดแต่เหล้าปั่นก็ทำ
น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท
วันต่อมาหลังจากที่เลิกเรียนน้ำหวานจึงจ้องมองข้อความที่อีกฝ่ายทักไลน์พร้อมกับส่งโลเคชั่นที่อยู่ของเขามาให้ เธอบอกกับเพื่อนสนิทว่ามีธุระไม่ได้บอกว่าไปไหนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายชักถามว่าทำไมเธอต้องไปช่วยเตชินท์ทำความสะอาดห้อง คนตัวเล็กไม่ได้เล่าเรื่องอุบัติเหตุให้กับเพื่อนฟังอีกด้วยเธอไม่ได้เก็บเป็นคว
@ร้านนั่งชิวน้ำหวานมาถึงสถานที่ที่นัดหมายก่อนจะกดโทรศัพท์ทักไปหาพี่รหัสของเธออย่างริต้า คนตัวเล็กในวันนี้สวมใส่กางเกงยีนส์เสื้อคอกลมธรรมดาแต่ทว่ารูปร่างของเธอก็ทำให้ผู้ชายในร้านหันมามองอยู่ดี คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นพอเธอเห็นกลุ่มรุ่นพี่ก็รีบเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นพี่อีกกลุ่
น้ำหวานเข้ามาในห้องเรียนเกือบไม่ทันเวลาดีที่อาจารย์มาพอดีทำให้คนตัวเล็กรู้สึกโล่งใจไม่น้อยเลย เธอนั่งลงก่อนจะเอาหนังสือเรียนขึ้นมา หญิงสาวจับข้อเท้าแต่ก็ยังทนไหวอยู่รู้สึกหน้าอายมากๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่ามีใครเห็นมากน้อยแค่ไหน คิดแล้วหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา ผ่านไปพักใหญ่"วันนี้พอ