Masukเขาเป็นรุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตที่ใครๆ ต่างก็ปราบปลื้มแต่ไม่ใช่เธอล่ะหนึ่งเพราะเขาเป็นผู้ชายจำพวกที่เธอเกลียดที่สุดเพราะความเจ้าชู้ของเขาเธอจึงพยายามอยู่ห่างจากเขาทว่าจู่ๆ เธอตื่นขึ้นมาพบว่าเขานอนอยู่ข้างๆ
Lihat lebih banyak"น้ำหวานตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปเรียนสายหรอก"เสียงปลุกของแก้มใสเพื่อร่วมคณะแถมยังเป็นรูมเมทเธออีกด้วย ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังหลับฝันดีสะดุ้งขึ้นมา อันที่จริงเธอตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าแก้มใสจะกลัวเธอตื่นสายจริงๆ
"น้ำหวาน~~~!"
"โอ๊ยยยยตื่นแล้วๆ ไม่ต้องปลุกแล้ว"คนถูกปลุกอ้าปากหาวหวอดๆ ก่อนจะบิดกายไปมา เธอมองเพื่อนร่วมห้องที่เจอกันตั้งแต่วันย้ายเข้าหอแถมยังเรียนห้องเดียวกันอีกด้วย แก้มใสเป็นคนนิสัยดีเลยพูดคุยรู้เรื่องการที่เธอได้รู้จักเพื่อนคนนี้นับว่าเป็นโชคดีเหมือนกัน
"รีบไปไหนเนี่ย"
"รีบดีกว่าสายนะ เร็วไปอาบน้ำเถอะฉันแต่งหน้าต่อก่อน"
"เคๆ"น้ำหวานพยักหน้าตอบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
น้ำหวานเป็นนักศึกษาปี1ในมหาลัยชื่อดังแห่งนี้ เธอเป็นเด็กทุนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ครอบครัวของเธออยู่ต่างจังหวัดพื้นฐานทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายแต่ก็ไม่ได้ยากจน ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเพราะบิดาของเธอรับราชการส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายขนม น้ำหวานเป็นลูกคนเดียวของบ้านการที่มาเรียนที่นี่คนตัวเล็กต้องอ้อนพวกท่านอยู่นานกว่าเธอจะได้มา
หญิงสาวเป็นคนนิสัยนิ่งๆ ถ้าไม่สนิทคือไม่พูดคุยอะไรเลย ใครๆ มักมองเธอว่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูงแต่มันก็คงจริงอย่างที่ใครๆ ว่าเพราะเธอไม่ค่อยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับใครมากมายนักอารมณ์เบื่อสังคมยุ่งมากก็ยิ่งปวดหัว เธอชอบความสงบสุขมากกว่า
"เธอแต่งหน้าไหม?"แก้มใสหันหน้ามาถามพร้อมสำรวจใบหน้าของเพื่อนใหม่ที่อยู่ห้องเดียวกัน น้ำหวานเป็นผู้หญิงที่น่าตาสวยใช้ได้เลยแต่ผู้หญิงคนนี้มักจะไม่แต่งหน้าแถมยังชอบทำหน้านิ่งๆ อีก
"ไม่อ่ะ ทาแป้งฝุ่นก็พอ"
"อะไรอ่า เธอรู้ไหมว่าเธอสวยมากนะแต่งหน้าอีกนิดหนุ่มๆ ในมอคงมาต่อแถวจีบกันยาว"
"ไม่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว ไปได้ยังหิวแล้ว"
"เคๆ เสร็จแล้วๆ"ก่อนเข้าเรียนเธอทั้งสองจะแวะทานอาหารเช้าหน้ามหาวิทยาลัยก่อน ส่วนใหญ่เป็นข้าวไข่เจียวบุฟเฟ่ต์ไม่ก็โจ๊กหมูเด้งราคาไม่แพงแถมอร่อยอีกด้วย สีหน้าของแก้มใสดูตื่นเต้นไม่น้อยเลยที่ได้กินอะไรพวกนี้ มันทำให้น้ำหวานมองอย่างนึกแปลกใจก่อนจะอมยิ้มออกมากับท่าทางของเพื่อน
หลังจากที่กินอะไรกันเสร็จสองสาวก็พากันเดินไปขึ้นรถรางของมหาวิทยาลัยก่อนจะขึ้นตึกเรียนของพวกเธอ ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีแรกก็นับว่ามีอะไรให้ทำอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กปีหนึ่งต้องทำ มันทั้งเหนื่อยทั้งสนุกปนเปกันไปแต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างนึง
อีกด้าน
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าตึกวิศวะก่อนที่ร่างสูงเกินร้อยแปดสิบห้าจะก้าวขาลงจากรถ เตชินท์หนุ่มหล่อพ่อรวยวิศวะโยธาปีสามที่ใครๆ ต่างก็รู้จักชายหนุ่มเป็นอย่างดี เขาเป็นหนุ่มฮอตที่ทางเพจมหาลัยชอบถ่ายรูปเขาไปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดการปราบปลื้มในตัวชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
"มากันนานแล้วเหรอ?"ร่างสูงมาหยุดที่โต๊ะหินอ่อนที่เดิมที่เก่าของพวกเขาที่มักจะมานั่งรอกันตรงนี้หากยังไม่ขึ้นตึกไปเรียน
"เพิ่งมาถึง มึงล่ะเมื่อคืนได้ข่าวไปกับน้องเจนเป็นไง"เหมันต์เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามเนื่องจากเมื่อคืนพวกเขาไปดื่มกันที่ผับก่อนจะแยกย้ายทางใครทางมันและนิสัยอย่างเตชินท์ที่ไม่เคยว่างเว้นกับเรื่องสาวๆ นั้นก็เหมือนเดิม เขาเห็นเพื่อนออกไปกับน้องเจนดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีก่อน
"ก็ไม่ไง"
"หึ ไอ้เสือร้ายแบบมึงคงไม่รอด"
"ไม่ถูกใจรึไง?"เป็นสายลมเพื่อนอีกคนของเตชินท์เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันนิสัยของเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเอ่ยถึงรุ่นน้องสาว
"เออ เลิกพูดได้ยังขึ้นเรียนสักทีเถอะ"เตชินท์ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก เขาลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในตึก ภาพของทั้งสามคนที่เดินเข้าไปในลิฟท์ทำให้สาวๆ ที่เห็นถึงกับรีบยกกล้องมาถ่ายรูปในความสุดฮอตของกลุ่มรุ่นพี่วิศวะกลุ่มนี้
"หล่อมากแม่ พี่เตชินท์เท่สุดๆ พี่เหมันต์พี่สายลมก็ดี"
"ฉันชอบพี่เตชินท์ที่สุดแล้วเมื่อคืนเห็นอยู่ที่ผับคิงบาร์หล่อมาก"
"โชคดีชะมัดที่ได้เจอหน้าพวกพี่เขาตั้งแต่เช้าแบบนี้มีกำลังใจเรียนล่ะ"คำพูดของสาวๆ ที่เอ่ยตามหลังรุ่นพี่หนุ่มที่เดินผ่านหน้าไปก่อนจะอัพรูปลงโซเชียลอย่างปราบปลื้มอีกฝ่าย ถ้าเป็นรูปถ่ายชื่นชมไม่มีอะไรเสียหายพวกชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ถ้าทำอะไรเกินขอบเขตพวกเขาถึงจะจัดการ
"กรี๊ดรูปพี่เตชินท์"เสียงของเพื่อนร่วมชั้นพูดขึ้นหลังจากที่อาจารย์มาสั่งงานก็เดินออกไปข้างนอกแล้ว
"ไหนๆ อร๊ายไม่ได้เจอหน้าเลย หล่อเนาะ"
"พี่เหมันต์ก็เท่"คำพูดของผู้หญิงในห้องทำให้แก้มใสที่กำลังจดงานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองน้ำหวานที่ไม่มีท่าทีจะสนใจอะไรเลย
"ไม่เห็นเท่ตรงไหนเลย"แก้มใสพึมพำ
"หืม? เธอว่าอะไรเหรอ"น้ำหวานหันหน้าไปถามเมื่อได้ยินอะไรแว่วๆ มาจากปากของเพื่อน
"ปะ เปล่าไม่มีอะไร"
"เสร็จยัง เราเขียนเสร็จแล้วนะ"
"อะไรน่ะ เร็วชะมัด เธอเนี่ยจะเรียนเก่งเกินไปแล้วนะ"แก้มใสทำแก้มป่องออกมาเธอชอบน้ำหวานเพื่อนของเธอก็คือความเรียนเก่งนี่แหละ
"อะไรเล่า ไม่ได้เก่งอะไรเลยคิดเลขง่ายๆ"คนได้ยินว่าคิดเลขง่ายๆ ตาโตขึ้น เธอปวดหัวตึบๆ เพื่อนบอกว่าง่ายยอมใจจริงๆ
"ยอมใจเธอจริงๆ"แก้มใสรีบทำงานของตัวเองก่อนที่อาจารย์จะให้ส่งในคาบ
ไม่นานสักเท่าไหร่นักสองสาวก็เดินกันมายังโรงอาหารก่อนจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนักศึกษาสองกลุ่มกำลังทะเลาะกันอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยเลย
"เมื่อคืนแกใช่ไหมที่ไปยุ่งกับพี่เตชินท์ของฉัน!"
"ของแกงั้นเหรอ หึพี่เตชินท์ไม่ใช่ของแกแต่เป็นของฉันต่างหาก"
"นังเจน!"
"ทำไม หรือรับความจริงไม่ได้"
"มึงใจเย็นๆ อย่ามีเรื่องกันเดี๋ยวเป็นเรื่อง"เพื่อนทางฝั่งเจนสะกิดบอกหญิงสาวใบหน้าสวยที่จ้องมองฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่คิดยอม เหตุการณ์ที่เห็นทำให้น้ำหวานเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไรเธอไม่ชอบอะไรแบบนี้การทะเลาะกันเรื่องผู้ชายเธอไม่ชอบจริงๆ อีกอย่างที่นี่คือมหาวิทยาลัยเรามีหน้าที่เรียนแทนที่จะเรียนไป
"น้ำหวาน เราว่าไปกินข้าวที่อื่นดีกว่าไหม เจอแบบนี้ไม่อยากกินเลย"แก้มใสกระซิบบอกทำให้น้ำหวานพยักหน้าเห็นด้วย อีกอย่างเธอมีเรียนอีกทีคือตอนบ่ายสองเหลือเวลาอีกเยอะจึงตกลงว่าจะไปกินข้าวที่ร้านป้าหน้ามหาวิทยาลัยค่อยกลับไปนอนเล่นที่หอก่อน
"เอ๊ะ กลุ่มพี่เหมันต์นี่น่า"แก้มใสพึมพำหลังจากที่มองเห็นกลุ่มวิศวะคนดังกำลังเดินไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่
"ใครเหรอ?"
"เอ่อ ก็ต้นเหตุที่ทำให้พวกผู้หญิงเมื่อกี้ทะเลาะกันไง"น้ำหวานที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองไปทางกลุ่มรุ่นพี่ที่ยินพิงรถสูบบุหรี่อยู่ ท่าทางของพวกเขาเท่ก็จริงแต่ไม่ใช่แบบที่เธอชอบอะไรแต่อย่างใด สูบบุหรี่ในรั้วมหาวิทยาลัยเนี่ยนะ
"เธอรู้จักเหรอ"
"ก็เห็นในเพจมหาวิทยาลัย เธอเห็นคนนั้นไหมที่ยืนอยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำเท่ๆ น่ะ นั่นอ่ะพี่เตชินท์ หล่อรวยสาวๆ หลงกันตรึมแต่จะบอกว่าหล่อทั้งกลุ่มก็ไม่ผิดหมายถึงในสายตาคนอื่นนั้น ฉันว่าก็เฉยๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่ถกแขนเสื้อน่ะ"น้ำหวานมองตามคำพูดของเพื่อน
"ชื่อเหมันต์ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน อีกคนชื่อสายลมคนนี้เหมือนจะดีที่สุดในกลุ่ม นิ่งๆ ไม่อะไรกับใครมาก"
"อ้อ เราไม่รู้จักเลย"
"ไม่แปลกใจที่เธอไม่รู้จักตั้งแต่เรารู้จักเธอมา เธอแทบไม่สนใจใครเลยจ๊ะ"
"ก็ไม่รู้จะสนใจทำไม อีกอย่างเรามีเรื่องที่สนใจอยู่แล้ว"เรื่องที่น้ำหวานหมายถึงไม่ใช่อะไรเลยนอกจากเรื่องเรียน
"ก็ดีแล้ว เป็นเพื่อนกับเธอสบายใจจริงๆ น่ารักที่สุด"
"อะไรเล่ามาชมทำไมเนี่ย"
"อิอิ น้ำหวานเพื่อนรักของเรา"
"หยุดๆ ขนลุก"น้ำหวานเดินหนีแก้มใสก็ตามเกาะแขนก่อนที่สองสาวจะหยอกล้อตามประสา เสียงหัวเราะทำให้เตชินท์ที่สูบบุหรี่อยู่มองเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจอะไรก่อนจะพูดคุยกับเพื่อนต่อ
“อยากเห็นจังว่าคนไหน”แก้มใสที่บังเอิญได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็พ่นลมหายใจออกมาทันที เธอไม่ได้อยากจะให้ใครรู้เรื่องของเธอกับเหมันต์หรอกเพราะในใจของเธอไม่ได้อยากเป็นคู่หมั้นของเขาอีกแล้ว“จะมาทำไมหนักหนาก็ไม่รู้”การที่เขามารับมาส่งเธอมันสร้างจุดสนใจไม่น้อยเลย คนตัวเล็กจึงมักจะสวมใส่หน้ากากอนามัยปกปิดเอาไว้เวลาเดินในมหาลัยแห่งนี้เหมันต์: มาถึงแล้ว รออยู่เสียงข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้แก้มใสมองบนแต่เธอก็รู้ดีว่าดื้อรั้นอะไรไม่ได้มาก รีบขึ้นรถรีบกลับก็เท่านั้น พอเห็นรถของอีกฝ่ายหญิงสาวก็รีบเดินขึ้นทันที ท่าทางของเธอทำเอาหัวคิ้วของชายหนุ่มขมวดมุ่น“ท่าทีอะไรของเธอ?”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นการกระทำเหล่านี้ของอแก้มใส จนอดที่จะพูดไม่ได้“ไม่ต้องถามได้ไหมคะ อยากกลับแล้วรีบขับรถไปสิ”“กลัวใครเห็น?”แต่ชายหนุ่มไม่ยอมทำตามความต้องการของหญิงสาวแถมยังคิดไปอีกว่าเธอกลัวใครเห็นอีก“เยอะแยะ”“เยอะแยะอะไร?”“โอ๊ยยยย ทำไมต้องถาม แก้มไม่อยากให้สาวๆ พี่เห็
“อ้าวไอ้เตชินท์ อย่าให้น้ำหวานงอนมึงมั้งนะ”พอเตชินท์ได้ยินอย่างนั้นก็หน้าตึงขึ้นมาทันที ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็กก็ยังไม่ดีอะไรมากมายนักเหมือนกัน“มึงแม่ง!”ต่างคนต่างทำหน้ากวนๆ ใส่กัน เวลาพวกเขานัดเจอกันก็มักจะพูดคุยเรื่องทั่วไป ปรับทุกข์กันบ้างตามประสาพอดื่มกันไปสักพักก็แยกย้าย ถ้าเป็นเมื่อก่อนเหมันต์คงหาสาวๆ ไปต่อแต่ตอนนี้ความรู้สึกของเขามันไม่ได้ต้องการที่จะทำแบบนั้นอีก ไม่รู้สิแค่คิดว่ามีใครอีกคนนอนรออยู่ที่ห้องมันก็ทำให้เขาไม่อยากสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลยณ คอนโดของเหมันต์ร่างสูงกดรหัสเข้ามาในห้อง ในยามนี้คนตัวเล็กคงเข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปใกล้มองใบหน้าของเธอนิ่ง เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาก่อนจะขยับกายไปนอนลงข้างๆ คนตัวเล็กที่ไม่ได้หลับอย่างที่คิดลืมตาตื่นขึ้นมา เธอเห็นว่าเขาไม่อาบน้ำจนเกิดความไม่พอใจขึ้น“พี่ควรไปอาบน้ำนะคะ”“ยังไม่นอน?”เขาคิดว่าเธอหลับไปแล้วเสียอีก“ลุกไปอาบน้ำเลยนะคะ แก้มเหม็นเหล้า”ยิ่งได้ยินคนตัวเล็กบ่นอย่างนี้ เขาก็ยิ่งอยากจะแกล้งเธอ เหมันต์ลุกขึ้นก่อนจ
“อื้อ!”แก้มใสส่งเสียงอู้อี้ออกมา ก่อนจะกัดปากของชายหนุ่มจนเขาร้องโอ๊ยออกมาให้ได้ยิน“แสบนักนะ!”เหมันต์มองอย่างคาดโทษก่อนจะซุกไซร้ซอกคอของเธออย่างหื่นกระหายส่วนเอวสอบก็ยังคงกระแทกกระทั้นเข้าออกใส่คนตัวเล็กอย่างหนักหน่วง แก้มใสส่งเสียงออกมาไม่ได้ศัพท์ทั้งเจ็บทั้งจุกและมีความรู้สึกบางอย่างสอดแทรกเข้ามาเหมือนกัน เธอรู้สึกไม่พอใจตัวเองที่รู้สึกอย่างนี้แต่เธอก็ไม่อาจต้านทานธรรมชาติได้จนกระทั่ง“อาส์!”เสียงครางต่ำของเหมันต์ดังออกมา หลังจากที่ได้ปลดปล่อยน้ำรักใส่คนตัวเล็ก เขารู้สึกพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากแต่คนใต้ร่างนี่สิมองเขาตาเขียวปั๊ด รู้ว่าเธอไม่พอใจแล้วไงเขาไม่คิดแคร์อยู่แล้ว ใครให้เธอดื้อด้านกันล่ะ“เอาออกไป”“หึ ทำเป็นรังเกียจแต่ก็ครางไม่หยุด”“แก้มเกลียดพี่”เธอดึงผ้าห่มมาห่อหุ้มกายก่อนจะหันหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ เธอไม่อยากพูดคุยอะไรกับเขาจึงหันหน้าหนีอย่างไม่สนใจ เหมันต์มองคนตัวเล็กก่อนจะยกมุมปากขึ้นเขาลุกขึ้นไปอาบน้ำในจังหวะที่ชายหนุ่มลุกออกไป แก้มใสก็อด
“แก้มรังเกียจพี่ต่างหาก อยากจะไปทำอะไรหรือไปต่อกับผู้หญิงที่ไหนก็เชิญ แก้มจะกลับแล้ว”เธอมองหน้าเขาด้วยความผิดหวัง ไม่ว่าจะผ่านไปยังไงผู้ชายคนนี้ก็ยังทำให้เธอเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี เธอไม่อยากรักเขาอีกแล้วและก็ไม่ต้องการที่จะเป็นคู่หมั้นของเขาอีก แก้มใสคิดหาทางที่จะถอนหมั้นเขาอีกครั้งไม่ว่าครอบครัวเธอจะเห็นด้วยหรือไม่เธอก็จะไม่สนใจ“แก้มใส”“ไม่พอใจเหรอคะ ใช่ แก้มก็ไม่พอใจเหมือนกัน แก้มเกลียดพี่ ปล่อยแก้มไปสักทีเถอะ”“ให้ปล่อยงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ เธอเป็นเมียฉัน”“เหอะ งั้นเหรอคะ”เขาเอาแต่พูดแบบนี้แต่ก็ทำให้เธอเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่ดี เหมันต์กลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยกับท่าทีของคนตัวเล็กที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังน้อยใจเขามากแค่ไหน“จะกลับก็กลับ”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดพิมพ์อะไรบางอย่างก่อนจะจับแขนของหญิงสาวเดินไปที่รถแต่ตลอดทางแก้มใสพยายามสะบัดแขนออกไม่ต้องการที่จะกลับไปกับเขา“จะอะไรนักหนา ฉันก็ไม่ได้ไปเอากับใครเสียหน่อย”เหมันต์พูดอย่างหงุดหงิด แต่ยิ่ง
น้ำหวานคิดไปคิดมาเกี่ยวกับเรื่องงานจนสุดท้ายเธอก็มาสมัครงานที่นี่กะว่าจะลองทำไปก่อนถ้าไม่ไหวก็แค่ออก เธอรู้สึกเสียดายค่าแรงที่จะได้ไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ถึงแม้เธอจะอยู่หอในแต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีกฏเรื่องการกลับหอแต่ก็ต้องแจ้งเอาไว้ว่าทำไมถึงกลับดึกเพราะบางคนก็ทำงานพิเศษด้วย“เธอไม่ต้องคิดมากเรามาท
วันต่อมาหลังจากที่เลิกเรียนน้ำหวานจึงจ้องมองข้อความที่อีกฝ่ายทักไลน์พร้อมกับส่งโลเคชั่นที่อยู่ของเขามาให้ เธอบอกกับเพื่อนสนิทว่ามีธุระไม่ได้บอกว่าไปไหนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายชักถามว่าทำไมเธอต้องไปช่วยเตชินท์ทำความสะอาดห้อง คนตัวเล็กไม่ได้เล่าเรื่องอุบัติเหตุให้กับเพื่อนฟังอีกด้วยเธอไม่ได้เก็บเป็นคว
@ร้านนั่งชิวน้ำหวานมาถึงสถานที่ที่นัดหมายก่อนจะกดโทรศัพท์ทักไปหาพี่รหัสของเธออย่างริต้า คนตัวเล็กในวันนี้สวมใส่กางเกงยีนส์เสื้อคอกลมธรรมดาแต่ทว่ารูปร่างของเธอก็ทำให้ผู้ชายในร้านหันมามองอยู่ดี คนตัวเล็กไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้นพอเธอเห็นกลุ่มรุ่นพี่ก็รีบเข้าไปทักทายแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นพี่อีกกลุ่
น้ำหวานทำงานอย่างตั้งใจ เธอยอมรับว่ามันเหนื่อยไม่น้อยเลยแต่ทว่าก็ไม่ถึงกับว่าทนไม่ไหวแต่เพื่อนของเธอนี่สิเริ่มบ่นเสียแล้ว แก้มใสดูเหนื่อยจนแทบไม่ไหวเพราะหญิงสาวไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อน ยกถานเครื่องดื่มจนเจ็บมือหมดแล้ว น้ำหวานจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อน หน้าที่ของแก้มใสเธอก็อาสาทำแทนให้“ขอบใจนะหวา





