Mag-log in...ความผิดพลาดแค่คืนเดียว เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีเลือดเนื้อเชื้อไข และกลายเป็นพ่อคนในวันที่เจอเธออีกครั้ง และเธอก็คลอดในวันนั้นพอดี....
view moreจุดเริ่มต้น NCNight Club“เฮ้ย คุณเป็นใคร แล้วเข้ามาในรถของผมทำไมกัน” วรากรร้องออกมาเสียงหลง เมื่อเปิดประตูเข้ามาในรถ ของตัวเองกลับพบอีกฝั่งข้างคนขับ มีหญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในรถของเขาด้วยแล้ว“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย ไปส่งฉันหน่อย ฉันไหว้ละขอร้องนะคะ” ใบหน้าสวยเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อพร้อมกับน้ำเสียงกระหืดหอบเอ่ยบอกติด ๆ ขัด ๆ แล้วยกมือขึ้นไหว้อ้อนวอนร้องขอความเห็นใจจากเขา“นี่จะมาไม้ไหนอีกล่ะ บอกเลยว่าผมเจอผู้หญิงแบบคุณมาเยอะแล้ว” เขาจ้องมองเธอพร้อมกับเอ่ยคาดโทษเธอไว้ทันที“ฉัน...”“เฮ้ย...อย่าพึ่งถอดน่ะ อดทนเอาไว้ก่อน ก็ได้ผมจะไปส่งคุณ” วรากรรีบห้ามทันที เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังจะดึงเสื้อผ้าของเธอออกจากตัว“...” เธอได้แต่นั่งนิ่ง ๆ พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ให้ดูเป็นปกติที่สุด เมื่อเขาออกรถแล้วบอกว่าจะยอมไปส่งเธอ“บ้านอยู่ที่ไหน” เขาถามเธอออกไปอย่างใจเย็น เมื่อรถขับออกมาจากสถานบันเทิงแล้วเธอได้แต่ครุ่นคิดอยู่สักพัก แถมยังพยายามควบคุมอารมร์คุกรุ่นของตัวเองไม่ให้ตื่นเตลิดไปมากกว่านี้ เธอไม่อยากแสดงอาการต่อหน้าชายแปลกหน้าที่พึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก“ไม่ได้ กลับบ้านไม่ได้เด็ดขาด”“ทำไม?” เขาถ
บทส่งท้าย(จบ)บ้านพายุภัทร“ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านพายุภัทรอย่างเป็นทางการ ธิดาและวิวาห์ตัวน้อย” อภิเดชในฐานะเจ้าบ้านเอ่ยขึ้นมาทันที ที่ทุกคนเดินเข้ามาภายในบ้าน“ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ คุณแม่” สุทธิดารีบไหว้ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองท่าน“ตามสบายเลยนะลูก ถือว่าที่นี่คือบ้านของหนูเลย” อภิเดชพูดกับเธออีกครั้ง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขก“ตากร”“ครับแม่”“แกไปทำอีท่าไหน หลานสาวแม่ถึงถอดแบบแกมาสะแบบนี้” อรอนงค์เอ่ยขึ้นทันที เมื่อได้นั่งสำรวจมองพินิจใบหน้าของหลานสาวดูอย่างชัด ๆ“ก็...หลายท่าหลายน้ำอยู่ครับแม่” วรากรมองหน้าผู้เป็นภรรยาก่อนที่จะเอ่ยตอบกับมารดาสายตาที่ดูล้อเลียนหยอกเล่น“พี่กร!”สุทธิดาที่นั่งอยู่ข้างกัน เมื่อวราพูดออกมาเช่นนี้้ เธอเอื้อมมือไปหยิกที่ต้นขาของเขาทันทีอย่าแรง เพราะนึกหมั่นไส้ และเขินอายที่เขาพูดออกมาแบบนี้“โอ้ย...เมียจ๋าหยิกพี่ทำไม” วรากรได้แต่ลูบที่ทาหน้าขาปอย ๆ ของตัวเอง“ก็พี่ชอบพูด...”“ก็มันเรื่องจริงไม่เห็นจะหน้าอายตรงไหนเลย” วรากรตอบภรรยาแบบหน้าตาเฉย แต่ก็หาทางหนีที่ไล่ กลัวสุทธิดาจะโกรธเหมือนกัน“แต่ธิดาอาย...” ใบหน้าแดงก่ำงุดลง เพราะไม่กล้าสู้หน้าค
สู่ขออย่าง(ไม่)เป็นทางการ“พวกคุณมีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ” ศักดิ์ชัยนั่งลงแล้วถามขึ้นทันที ที่มาถึงบ้านของลูกสาวอรอนงค์จึงส่งหลานสาวที่อุ้มอยู่นั้นให้แก่สามีอุ้มต่อ ก่อนที่จะหันไปทางศักดิ์ชัยนั่ง แล้วพูดเข้าประเด็นทันที“เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ คือพวกเราต้องพาลูกชายกลับกรุงเทพไปบริหารงานที่บริษัทต่อ เลยต้องเรียกคุณมาเพื่อจะแจ้งให้ทราบ”“เขาเป็นลูกชายของพวกคุณ ผมจะมีสิทธิ์ไปห้ามไปว่าอะไรได้ละครับ” ศักดิ์ชัยบอกออกไปตามความจริง เพราะถึงจะรู้ว่าวรากรอยู่ที่นี่กับลูกสาวในฐานะอะไร แต่ก็ไม่สิทธิ์อะไรที่จะห้าม หากว่าวรากรตัดสินใจที่จะกลับไปพร้อมกับบิดามารดา“แต่พวกเราต้องการให้หลานสาวไปอยู่ด้วยกันค่ะ” อรอนงค์พูดถึงจุดประสงค์ในตอนนี้ เพราะความต้องการลูกชาย“คุณแม่!” วรากรร้องเรียกมารดาเสียงหลงอีกครั้ง เพราะไม่คิดว่ามารดาของเขาจะพูดตรง ๆ ขอกันซึ่ง ๆ หน้า ออกมาแบบนี้กับพ่อตาของเขา“หุบปากของแกไปเลย เป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า ไม่มีความรับผิดชอบอะไรเอาเสียเลย” อรอนงค์ได้แต่เอ็ดลูกชายไม่ให้พูดอะไรออกมา“ที่คุณจะพูดคือต้องการให้หลานสาวไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันแค่นี้ใช่ไหมครับ” ศักดิ์ชัยตัดสินใจถามออกไปอ
แม่มาตามสามเดือนต่อมา“คุณพ่อ คุณแม่”วรากรร้องทักขึ้นมาทันทีอย่างตกใจ เมื่อเปิดประตูบานไม้หน้าบ้านออกมาในตอนเช้า กลับเห็นผู้มีพระคุณทั้งสองท่านยืนอยู่ที่หน้าบ้านกันเสียแล้ว“เห็นหน้าแม่ทำไมต้องตกใจอะไรขนาดนั้นด้วย” อรอนงค์เดินเข้าไปหาแล้วพูดกับลูกชายที่กำลังตกใจขึ้นทันทีวันนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้วที่วรากรมาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ เมื่อเห็นว่าเลยกำหนดมาหลายวันแล้ว ผู้เป็นพ่อและแม่จึงมาตามเพราะลูกชายไม่ยอมติดต่อกลับบ้านเลยตั้งแต่ที่มาอยู่ที่นี่อรอนงค์พึ่งมาทราบว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับลูกชายนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนรวมหัวกันโกหกเพราะว่าลูกชายไม่อยากหมั้นได้ไม่นานมานี้เอง เพราะสามารถสารภาพบอกความจริงทุกอย่างแล้วตอนแรกก็นึกโกรธที่ทุกคนรวมหัวกันโกหก แต่พอได้เห็นธาตุแท้ของเพื่อนที่เกือบจะได้ดองกันแล้ว อรอนงค์จึงยอมให้อภัยความผิดครั้งนี้ของลูกชาย“เข้าไปนั่งข้างในดีกว่าครับ ข้างนอกอากาศมันร้อน” วรากรรีบยกมือขึ้นไหว้ท่านทั้งสอง แล้วเอ่ยบอกท่านทั้งสองให้เขาไปนั่งข้างในแทน“นั่งที่นี่แหละ แล้วหลานของแม่ละอยู่ไหน” อรอนงค์พูดพร้อมกับนั่งลงที่ระเบียงหน้าบ้านทันที แล้วถามหาหลานสาวขึ้นมาเมื่อกว
น้องเพื่อนก็เหมือนน้องพี่“อ้ายเวย์ หมอน” (พี่เวย์ หมอน) เป็นเสียงของชนิดาที่หอบหมอนและสัมภาระมากมายเดินเข้ามา เอ่ยเรียกคนที่กำลังจะงีบหลับบนเปล“เว้านำอ้ายเพิ่นม่วน ๆ แน่อีหล่า” (พูดกับพี่เขาเพราะ ๆ หน่อหนูนิด) ยายนา หญิงชราเพียงคนเดียวในบ้านดุให้แก่หลานสาวทันที ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป เพราะไม่อยา
ใจเขามีแค่คนเดียวตกเย็นสวนปานวิชญ์“อ้ายวิด คิดว่าแต่สิไปเป็นคนกรุงเทพฯแล้ว” (พี่วิชญ์ นึกว่าแต่จะไปเป็นคนกรุงเทพฯแล้ว) ชนิดาที่กำลังอุ้มหลานชายวัยหกเดือนเศษเล่นอยู่หน้าบ้านนั้น เอ่ยแซวผู้เป็นพี่ชายขึ้นทันที เมื่อเห็นพี่ชายลงมาจากรถเป็นคนแรกรถของชนาวิชญ์ขับเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ซึ่ง
กำลังใจจากลูกเมีย“ทำไมถึงไม่มีน้ำนมแล้วล่ะธิดา” เขาตัดสินใจถามเธอออกไป เพราะเมื่อไม่กี่วัน ก่อนที่เขาจะเกิดอุบัติเหตุเธอยังให้ลูกดื่มนมจากเต้าของเธออยู่ และเขาเองก็ได้ดูดมันมาแล้วเช่นกัน“ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อหลายวันก่อน ธิดากังวลใจเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว ทุกคนเลยไม่ให้ธิดานอนกับวิวาห์ พอลูกไม่ได
ปากนุ่มมาก NC“ทำให้หน่อยนะครับ สัญญาว่าแค่รอบเดียวแล้วจะเชื่อฟังเมียทุกอย่างเลย” สายตาออดอ้อนร้องขอกับเธอ ช่างเป็นภาพไม่มีใครเคยได้เห็นมัน“แค่รอบเดียวนะคะ”“ครับ”“ก็ได้ค่ะ”“น่ารักจัง เมียใครหว่า ฟอด...”เอ่ยปากชมเธอ แล้วคนเจ้าเล่ห์อย่างวรากรก็รีบชิ่งหอมแก้มของเธอไปทันทีอย่างรวดเร็ว โดยที่เธอไม่
Rebyu