LOGIN1 เดือนต่อมา
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล ประเทศไทย
รถเก๋งยุโรปสีขาวกลางเก่ากลางใหม่ วิ่งเข้ามาในที่จอดรถของบ้าน หนุ่มหล่อ รูปร่างสูงโปร่งเกินกว่า 180 เซ็นติเมตร ผิวขาวอมชมพูจนเห็นเส้นเลือดที่แขนจาง ๆ คิ้วหนา ตาคมมีไฝเม็ดเล็ก ๆ ที่หางตาด้านซ้าย จมูกโด่งเป็นสันสวยรับกับปากสีชมพูเข้มที่ดูเหมือนยกยิ้มตลอดเวลา และสวมแว่นตากรองแสงกรอบสีเงิน เปิดประตูก้าวลงมาจากรถแล้วยิ้มให้คนที่ออกมาต้อนรับอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีครับคุณหมอเจเดน” ลุงเติมคนขับรถของบ้านเดินออกมาต้อนรับทักทายหมอหนุ่มอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีครับลุงเติม วันนี้อยู่ทุกคนมั้ย” ยื่นถุงของฝากในมือให้ แล้วก้มลงไปหยิบอีกหลายถุงมาถือไว้
“ขอบคุณครับ อยู่ไม่ครบครับ เมื่อวานพ่อเลี้ยงอุเทนโทรมาบอกให้คุณแซนดไปรับยาเอาไปให้คุณย่าที่เชียงใหม่ คุณซันเลยไปด้วยกัน” ลุงเติมตอบพร้อมกับเดินนำเข้าไปในบ้าน
“อาขวัญสวัสดีครับ อาศิไม่อยู่หรือครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ภรรยาเจ้าของบ้านพร้อมกับถามหาอาผู้ชายพลางยื่นถุงของฝากให้ท่าน
“ขอบใจนะลูก อาศิอยู่ที่ห้องทำงาน เจเข้าไปก่อนก็ได้เดี๋ยวอาตามเข้าไป” คุณของขวัญบอกกับหลานชายเพื่อนสามีแล้วชะเง้อหาแม่บ้านเพื่อให้ไปตามลูกสาวที่บ้านติดกัน “แววไปตามน้องซีหน่อย บอกว่าคุณพ่อมีธุระจะคุยให้มาตอนนี้เลยนะ” สั่งจบเดินเข้าห้องทำงานของสามีที่แขกผู้มาเยือนเดินเข้าไปก่อนหน้า
“อาศิสวัสดีครับ” ชายหนุ่มที่เคาะประตูเปิดเข้าไปยกมือไหว้เจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม
“อ้าว!? สวัสดีลูก กลับมาตั้งแต่วันไหนแล้วนี่ ไอ้โรมมันบอกว่าจะมาอาทิตย์หน้าไม่ใช่หรือไง บอกให้อาเปิดห้องที่โรงแรม” ดอกเตอร์ศิลาถอดแว่นสายตาออกวางบนโต๊ะทำงานถามยิ้ม ๆ
“ผมเลื่อนไฟล์ตเป็นเมื่อวานมาถึงเมื่อเช้าครับอา มาทำเอกสารให้ไอ้ทอยมันแล้วก็จะไปงานบวชเพื่อนที่หนองคาย ไอ้ทอยมันฝากของมาให้ย่าอุ่นด้วยคงต้องเอาไปให้ก่อนค่อยเข้าบ้านทีเดียวครับ วันนี้ผมเลยตั้งใจมาคุยกับน้องซีก่อนถ้าได้เรื่องยังไงจะได้เกริ่นกับคุณพ่อคุณแม่อาโรมอาเจ้าด้วย เผื่ออึกอักท่านจะได้ช่วยพูดให้”
“อ่อ... วันก่อนอาเจอเจ้าจาที่ห้าง เห็นมาซื้อเสบียงบอกว่าจะออกป่าแต่ไอ้เทนบอกว่ามันไปนอนที่รีสอร์ต ขนของจะขึ้นไปทำห้องสมุดบนดอย เจ้าแฝดเขาก็เพิ่งตามไปเมื่อวานน่าจะอยู่กับพี่เขาอีกนั่นแหละ นี่ถ้าเจ้าวนเขากลับมาจากสวนก็คงตามกันไปอีกก็ดีหน่อยจะได้สนิทกัน ถึงอายุจะห่างกันแต่อย่างน้อยจาเขาจะได้มีเพื่อนคุยแล้วพวกนี้มันก็คุยภาษาเดียวกับพี่มันได้”
“วันก่อนผมกับไอ้ทอยโทรหาแกอยู่ครับ บอกเหมือนกันว่าจะเข้าป่าหาอะไรทำอยู่บ้านก็ไม่สงบสุข” ชายหนุ่มพูดพลางถอนหายใจเมื่อพูดถึงพี่ชายคนโต
“เฮ้อ...จะว่าไปเรื่องเจ้าจานี่อาเคยคุยกับย่าหญิงนะ ท่านทำแบบนั้นเพราะห่วงเจ้าจามันมากจริง ๆ อาเข้าใจความคิดท่านนะแต่วิธีการโบราณไปนิดนึง ซึ่งมันก็สมอายุท่านนั่นแหละ” คุณอาศิลาถอนหายใจพูดถึงแม่เพื่อนรัก
“แบบนี้ล่ะครับอาโรมถึงไม่เข้มงวดกับมัน แกแค่บอกว่าจะไปอยู่ไหนก็ช่างมันเถอะแต่ขอว่าอย่าเอาชะนีเข้าบ้านก็พอ” เจเดนว่าพลางหัวเราะ “แล้วน้องซีไม่อยู่หรือครับมาตั้งนานแล้วยังไม่เห็น”
“น่าจะอยู่ที่บ้านพ่อมาร์คเขานั่นแหละ อาเนสเขาได้ลูกกระรอกมาให้ดูแล เห็นเขาว่าถ้ามันโตก็จะเอากลับไปไว้ที่สวนอยู่กรุงเทพอากาศไม่ดีว่างั้น ไม่รู้จะรอดหรือจะตายก่อนโตกันหรอก”
“มาแล้วค่ะคุณพ่อ ได้ยินนะคะกำลังนินทาลูกสาวคนสวยอยู่” เด็กสาวผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียด ใบหน้ารูปไข่ ตาโต แก้มป่อง ปากนิดจมูกหน่อยดูน่ารักน่าชัง ผมสีดำขลับของเธอที่ถูกรวบมัดไว้หลวม ๆ ยาวจนถึงขอบกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่ เปิดประตูส่องหน้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแสนน่ารัก แล้วต้องตาโตเมื่อเห็นผู้มาเยือนที่พี่ชายเธอเพิ่งพูดว่าเรียนจบแล้วและจะกลับมาอาทิตย์หน้า “พี่เจ!” คนตัวเล็กกระโดดตัวลอยมากอดคอชายหนุ่มจากทางด้านหลังอย่างดีใจ จนลืมไปว่าตอนนี้คุณแม่ของเธอพยายามสอนเช้าสอนเย็นว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นนางสาวแล้วนั่นหมายถึงว่ากำลังจะเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้นต้องสำรวมมากขึ้นกับพี่ ๆ ที่เป็นผู้ชายล้วน
“ขวัญศิลา” เสียงทุ้มต่ำของคุณพ่อพร้อมกับสายตานิ่งดุที่ส่งมาทำเอาสาวน้อยรีบปล่อยมือจากคอคุณหมอหนุ่มทันที
“อุ่ย! ขอโทษค่ะ แดดดี๊” เด็กดื้อยิ้มแห้งรีบยกมือไหว้ขอโทษคุณพ่อและแขก
“ไปเอาเก้าอี้มานั่งดี ๆ” ปากสั่งลูกแต่ตามองภรรยาที่เดินเข้ามาพร้อมกับแม่บ้านที่ยกถาดน้ำดื่มเข้ามาด้วย
ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาวที่ไม่ได้เจอกันเกือบปียิ้ม ๆ ปีนี้น้องซีหรือขวัญศิลา ลูกสาวคนสุดท้องของท่านดอกเตอร์ศิลากับคุณของขวัญกำลังเรียนอยู่เกรด 9 โรงเรียนนานาชาติชื่อดังระดับประเทศ เธอผิวพรรณคล้ายคุณแม่แต่ใบหน้าสวยคมคล้ายคุณพ่อ มีแววตาขี้เล่นและซุกซนเหมือนคุณแม่ของเธอ ซึ่งเขาคิดว่าคิดถูกแล้วที่ขอความช่วยเหลือจากคุณอาศิลา เพราะน้องซีเธอออกหวานเหมือนคุณแม่ ถึงจะมีพี่ชายฝาแฝดแต่ก็โดนสอนให้ดูเรียบร้อยตามแบบฉบับผู้ดีเก่าของคุณย่าเธอ ไม่เหมือนน้องน้ำหนึ่งเพื่อนรักของเธอที่ติดนิสัยห้าวคล้ายผู้ชายนิดหน่อย
“แล้วจะไปรายงานตัวเมื่อไหร่ล่ะลูก” อาศิลาเริ่มถามถึงหน้าที่การงานของชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าลูกสาวและภรรยานั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“สิ้นเดือนนี้ครับ ทางโรงพยาบาลอยากให้เริ่มงานต้นเดือนหน้าเลยเพราะมีแพทย์ลาคลอดพอดี กะว่ากลับจากต่างจังหวัด เอาของไปให้ย่าอุ่นเรียบร้อย ค่อยจะเข้าไปเซอร์ไพรส์คุณย่าก่อนกำหนดแล้วจะพาไปบ้านพ่อใหญ่แม่ใหญ่ด้วยครับ ถ้ายังมีเวลาก็ว่าจะไปไหว้ย่านารถที่นครนายก น่าจะทันสิ้นเดือนพอดี” ชายหนุ่มบอกถึงกำหนดการเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ที่เสมือนญาติของตัวเองยิ้ม ๆ
“แล้วไม่ไปบ้านคุณตาหรือลูก” ดอกเตอร์ศิลาถามพลางถอนหายใจเพราะรู้ความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้กับญาติทางแม่ดีว่าเป็นยังไง
“คุณตาเสียหลายปีแล้วนี่ครับ คุณแม่บอกว่าไม่จำเป็นต้องไปก็ได้ ขนาดตอนพี่จากลับมาเชิญมางานเลี้ยงต้อนรับเขายังไม่มากันเลยซักคนนี่ครับ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ
“ไปทุกบ้านแล้วไม่มาบ้านนี้เหรอ บ้านนี้ก็มีคุณย่านะ” เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างคุณพ่อถามขึ้น
“อ้าว! ก็นั่งอยู่นี่ไงครับหนู มาบ้านแรกด้วยนะ นี่กายหยาบเลยนะ ไม่ได้ถอดจิตมาซะหน่อย” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับมองหน้าเด็กสาวอย่างมันเขี้ยว
“พี่เจ!” “เอ้อ...อย่าเพิ่งเปิดศึกใส่พี่เขาลูกฟังที่คุณพ่อจะพูดก่อนค่ะ” คุณของขวัญรีบเบรกลูกสาวที่กำลังจะแยกเขี้ยวใส่แขก เพราะเด็กกลุ่มนี้โตมาด้วยกันพ่อแม่สนิทสนมกัน ลูก ๆ เลยเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันทั้งหมด จะมีก็แต่จาติรัชที่อายุห่างกับน้อง ๆ และไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก น้อง ๆ เลยค่อนข้างเกรงใจ ส่วนคุณหมอทอยพี่ชายอีกคนของกลุ่มลูกชายของป๊าเทนนั้นเพิ่งเคยเจอเด็กกลุ่มนี้ตอนซัมเมอร์ที่แล้วที่พ่อแม่บ้านนี้พาลูก ๆ ไปพักผ่อนบ้านคุณยายที่อเมริกา คุณหมอทอยมากับเพื่อนเลยได้ทำความรู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้น
“ฟังนะน้องซี พี่เจเขามาขอความช่วยเหลือจากหนูน่ะลูก” คุณพ่อพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าลูกสาว
“แล้วซีจะช่วยอะไรได้คะทุกวันนี้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย...
นั่นสิพี่เจเดน น้องซีจะช่วยอะไรได้???
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







