LOGIN“ว่าได้เหรอ ถ้าบอกว่ามีคนคุยแล้วย่าหญิงต้องถามชื่อแล้วต้องให้พาไปแนะนำให้รู้จักแน่นอน มึงเชื่อดิไม่นานหรอก” น้องน้ำหนึ่งโพล่งขึ้น
“เออ... คิดเหมือนกูเลย” เด็กสาวครุ่นคิดสีหน้าจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าคางขบริมฝีปากล่างจนน่าเอ็นดู
“งั้นถ้าพี่เจบอกย่าหญิงไปแล้ว มึงก็ยืนยันว่าเราคุยกันอยู่ก็แล้วกัน”
“เอ๊า! เกี่ยวอะไรกับกู? สูคบกันแล้วกูเป็นไม้กันหมางี้” น้องน้ำหนึ่งโพล่งขึ้น
“โอย... เราไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแกก็แค่บอกว่าเคยเห็นแค่นั้น เผื่อย่าหญิงถามเว้ย เตี๊ยมกันไว้ก่อนจะได้ตอบตรงกัน เข้าใจอะไรยากนะมึงเนี่ย” คนแผนเยอะว่าให้เพื่อน ซึ่งคำพูดของ 2 เด็กสาวก็ทำเอาคุณหมอหนุ่มถึงกับขำและแอบมองบนกับคำสุภาพที่คุณแม่ของพวกเธอพยายามสอนให้ลูก ๆ ใช้มาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่าคำไม่สุภาพของคุณพ่อจะเข้าหัวมาซะมากกว่า
“เฮ้อ... แต่หนึ่งว่าทำแบบนี้เสี่ยงฉิบหายเลยว่ะ” น้องน้ำหนึ่งพูดขึ้นพลางมองหน้าชายหนุ่มกับเพื่อนรักสลับกันก่อนจะถอนหายใจ
“เสี่ยงอะไรวะ พี่แค่ยืมเผื่อถาม ไม่ถามก็ไม่พูดมั้ยล่ะแล้วไม่ได้ยืมฟรีเว้ย ให้ค่ายืมด้วย” ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยักคิ้ว
“เออ... แบบนี้ค่อยน่าเสี่ยงหน่อย” ว่าพลางหันไปยักคิ้วให้เพื่อนยิ้ม ๆ และเรื่องที่เธอตั้งใจว่าจะพูดทีแรกก็เก็บเงียบไว้คิดว่าจะคุยกับเพื่อนแค่ 2 คนก่อน “แล้วเริ่มงานเมื่อไหร่”
“ตอนนี้พี่เจจ่ายล่วงหน้ามาแล้ว นั่นแสดงว่าถ้าย่าหญิงถามก็สามารถพูดชื่อซีได้เลย ถ้ายังไม่ถามก็เงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ ยังไม่ต้องจ่ายรายเดือน บอกว่าคุยกับซีเมื่อไหร่ค่อยเริ่มจ่าย” เด็กสาวตอบยิ้ม ๆ แล้วพากันหันมองประตูที่ตอนนี้ได้ยินเสียงเคาะเรียกจากแม่บ้านบอกว่าคุณของขวัญให้มาตามไปทานข้าวด้วยกันที่อีกบ้าน ทั้งหมดจึงพากันลุกขึ้นชักแถวเดินออกจากห้อง
หลังจากทานข้าวเสร็จ เจเดนได้ขอตัวกลับโดยบอกว่าเรื่องที่เขากลับมาอย่าเพิ่งบอกกับที่บ้าน และขอให้คุณศิลาเปิดห้องพักที่โรงแรมให้ในระยะนี้ด้วย...
..........//..........
Bova Pubz
หนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งเดินยิ้มเข้ามาในร้านอาหารกึ่งผับชื่อดังย่านชานเมือง แล้วหยุดมองกิจการที่เพื่อนรักดูแลอย่างพอใจ
“สวัสดีครับมากี่คนครับ ได้จองไว้หรือเปล่า” พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาทักทายอย่างยิ้มแย้ม
“มาหาเจ้าของร้านครับ” ชายหนุ่มบอกพนักงานพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ใครเห็นเป็นต้องแทบละลายโดยเฉพาะสาว ๆ
“เอ่อ...” “อ้าว! มาแล้วหรือครับไอ้หมอ ยินดีต้อนรับกลับไทยแลนด์ครับเพื่อน” เสียงทักทายอย่างดีใจดังมาจากชั้น 2 ของร้านพร้อมกับเจ้าของเสียงที่วิ่งลงบันไดมาต้อนรับเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี
“ไง สบายดี” ชายหนุ่มกอดคอเพื่อนตบไหล่ทักทายเบา ๆ
“สบายมาก ๆ สิวะ... โทษทีเมื่อเช้าแม่มีนัดหมอเลยให้เด็กเอารถไปให้ แม่กูดีใจใหญ่เลยที่รู้ว่ามึงกลับมาบอกว่าจะทำกับข้าวรอแต่กูเบรกไว้ก่อน แล้วนี่เข้าบ้านเลยมั้ยวะหรือจะไปนอนกับกู กูจะได้โทรบอกแม่” คริสถามเพื่อนอย่างยิ้มแย้มพลางกอดคอกันเดินขึ้นชั้น 2
“กูให้อาศิเปิดห้องที่โรงแรมให้แล้ว พรุ่งนี้กูจะไปทำเอกสารให้ไอ้ทอยแล้วก็ขอระเบียบการของกูเพิ่มด้วยเสร็จแล้วค่อยไปนอนบ้านมึง กลับมาจากงานบวชไอ้แม็กนั่นแหละถึงกลับเข้าบ้านทีเดียว”
“ทีแรกพี่จาบอกว่ามึงจะกลับมาเสาร์หน้าไม่ใช่หรือไง” คริสถามเพื่อนพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ตอนนี้มีหนุ่มหล่อหน้าหวานอีกคนนั่งรอเซอร์ไพรส์คุณหมอหนุ่มอยู่ก่อน
“พี่จา! สวัสดีครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้างยกมือไหว้พี่ชายของตัวเองแล้วเดินเข้าไปสวมกอดอย่างดีใจ “ไหนบอกว่าอยู่รีสอร์ตอาเทนกับไอ้แฝดไง”
“คริสมันโทรไปบอกว่าแกกลับมาแล้วเลยพากันกลับมาก่อน ไอ้แฝดมันเลยไปบ้านสวนหาไอ้วนบอกว่าอย่าบอกพ่อมันขี้เกียจเข้าออฟฟิศ” จากัวร์หรือจาติรัช พี่ชายคนโตของชายหนุ่มตอบน้องด้วยภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่เขาใช้ประจำกับน้องชายอยู่แล้ว
“อยู่ตั้งนานไทยยังไม่คล่องอีกหรือไงวะ”
“คล่องบ้าอะไรอยู่ไทยก็ใช้แค่ภาษานี้อยู่ดี แล้วทำไมกลับมาก่อนกำหนดล่ะไหนบอกว่าจะกลับเสาร์หน้าไม่ใช่หรือไง”
“มาทำเอกสารให้ไอ้ทอยมันแล้วก็จะไปงานบวชไอ้แม็กด้วยน่ะพี่ แม่ง! โทรไปขู่ถึงฟลอริดาว่าถ้าไม่มามันจะตัดเพื่อน ผมเลยต้องเป็นตัวแทนไอ้ทอยมันด้วยคุ้มฉิบหายมาคนเดียวใส่ 2 ซองเนี่ย แต่พี่อย่าเพิ่งบอกพ่อกับอาโรมนะว่าผมกลับมาแล้วเดี๋ยวเรื่องถึงหูคุณย่าจะหาว่าผมให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อนแล้วงอนอีก” ชายหนุ่มบอกจุดประสงค์ของการกลับก่อนกำหนดทั้งขอร้องพี่ชายในตอนท้าย
“แล้วสรุปไอ้ทอยคือยังไง” คริสถามเพื่อนพร้อมกับยื่นแก้วบรั่นดีให้เพื่อน
“มันลงเรียนไปแล้ว แต่ไม่ยอมกลับมาเดินเอกสารเองกลัวป๊าจะไม่ให้กลับไปเรียนต่อเลยต้องลำบากกูนี่ไง” ชายหนุ่มตอบเพื่อนพลางยกแก้วขึ้นจิบ “แล้วตอนนี้คุณย่าเป็นยังไงมั่งพี่” หันไปถามพี่ชายอีกภาษา
“ไม่รู้ กูไม่ได้เข้าบ้าน รำคาญ คุยอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละทำยังกับกูไม่มีเมียแล้วกูจะทำไม่เป็นนั่นล่ะไอ้ห่า แค่งานแต่ละวันกูก็เครียดจะตายอยู่แล้วยังต้องมาวุ่นวายกับบรรดาสาว ๆ ลูกหลานเพื่อนคุณย่าอีก ก็อ้างออกต่างจังหวัดบ้างต่างประเทศบ้าง บางวันกูก็ไปนอนบ้านสวนย่านารถ บ้านอาศิอามาร์ค ต้นเดือนก็ขึ้นเชียงใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้แหละเข้าป่าบ่อยก็ไม่ไหวออกมาแต่ละทีนึกว่าเอดส์แดก” จาติรัชถอนหายใจตอบน้องชายเซ็ง ๆ เมื่อพูดถึงคุณย่า
“ที่ผมตั้งใจมาก่อนก็เพราะเรื่องนี้ด้วยนั่นแหละ เห็นพี่แล้วเครียดฉิบหาย” คุณหมอหนุ่มว่าพลางกระดกบรั่นดีหมดแก้วแล้วยื่นให้พนักงานชงใหม่
“แล้วมึงเอาไง” พี่ชายถามน้องชายด้วยสีหน้ากังวลพอกัน เมื่อคิดว่าปัญหาที่น้องชายจะเจอในอนาคตอันใกล้น่าจะมากกว่าตัวเองเพราะเขาที่ยังพอหลบหน้าคุณย่าได้แต่น้องชายหลบไม่ได้
“เดี๋ยวครับพี่น้องครับ ก่อนที่มึงจะเครียดเรื่องนี้ ผมมีข่าวใหม่ที่ต้องรายงานเพื่อให้มึงไล่สเต็ปความเครียดได้อย่างต่อเนื่อง” คริสสวนขึ้นแล้วมองหน้าเพื่อนรักก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ว่า?...”
“เอื้อมจันทร์เลิกกับผัวแล้วว่ะ อาทิตย์ก่อนมาฉลองงานใหม่กับเพื่อนที่ร้านแล้วเจอกูโดยบังเอิญ แม่ง...เล่าดรามาแบบรางวัลสุพรรณหงส์ต้องให้ ว่าตัดใจจากมึงไม่ได้ผู้ชายคนนั้นหลอกให้ต้องเลิกกับมึง นับวันรอว่าเมื่อไหร่มึงจะเรียนจบ อยากกลับมาขอโอกาสกับมึงอีกครั้ง บอกว่าไม่มีใครดีเท่ามึงแล้วในชีวิตนี้...”
“ส้นตีน!” เจเดนสวนเพื่อนขึ้นทันที
“ยัง กูเล่ายังไม่จบครับ ตอนนี้นางย้ายมาโรงพยาบาล H ถ้านับถึงวันนี้ก็น่าจะเกือบเดือนแล้วล่ะ” คริสเล่าต่อพร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบเหมือนคอแห้งนักหนา
“ย้ายมา H ได้ยังไงวะ ขนาดตอนฝึกปีสุดท้ายยื่นประวัติยังไม่ผ่านเลย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนไม่เชื่อคำพูดเพื่อน
“กูจะรู้เหรอ?”
“ช่างแม่ง!” คุณหมอหนุ่มสบถขึ้นแต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้าลงจนเพื่อนถอนหายใจ ในอดีตเจเดนกับเอื้อมจันทร์คบหากันตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ ทั้งคู่เหมาะสมกันมากในสายตาเพื่อนจนถึงช่วงฝึกงานปีสุดท้ายทั้งคู่ได้แยกกันฝึกคนละโรงพยาบาล ในเทอมสุดท้ายคุณหมอหนุ่มจับได้ว่าแฟนสาวนอกใจคบกับหมอรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลที่ไปฝึกงานนั้น ด้วยความที่ไม่อยากให้เธอเสียอนาคตเขาจึงไม่โวยวายและไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนในรุ่น เพียงแต่ถอยห่างออกมาเงียบ ๆ จนฝึกจบชายหนุ่มได้จึงยื่นความประสงค์ขอสอบชิงทุนเรียนในโครงการของโรงพยาบาล H เพื่อไปต่อเฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชื่อดังของอเมริกา พร้อมเพื่อนรักรุ่นเดียวกันหลายคนและได้สอบบรรจุเข้าเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลในเครือที่รัฐนั้น ส่วนเอื้อมจันทร์เธอได้บรรจุเข้าทำงานในโรงพยาบาลนั้นทันทีหลังเรียนจบและคบหาหมอรุ่นพี่คนนั้นอย่างเปิดเผย ซึ่งเรื่องนี้หมอหนุ่มได้เล่าให้คุณพ่อคุณแม่และอาฟังเท่านั้น และขอร้องว่าอย่าพูดเรื่องนี้ให้คุณย่าได้ยินเพราะเขายังไม่ได้พาเธอมาแนะนำกับครอบครัวจริงจังให้จบไปแบบเงียบ ๆ เพราะสงสารที่เห็นว่าแม่เธอแต่งงานใหม่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ให้เธออยู่ที่ไทยเพียงลำพัง ส่วนเอื้อมจันทร์บอกกับเพื่อนในรุ่นว่าที่เลิกกับเจเดนเพราะชายหนุ่มอยากให้เวลากับการเรียนต่อเฉพาะทางและทั้งคู่ก็จบกันด้วยดี ซึ่งมีแค่เพื่อนรักของเจเดนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร
ส่อแวววุ่นวายตั้งแต่เริ่มเลยคุณพี่
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







