เข้าสู่ระบบ“พี่ศิ ทำไมเรื่องนี้ขวัญไม่รู้เรื่องคะ” คุณของขวัญพูดขึ้นทันทีที่คล้อยหลังชายหนุ่ม
“เอ้อ...มานั่งตรงหว่างขานี่มา”
“เรียกว่าตักค่ะคุณพ่อ” ถึงปากจะค้านแต่ก็ยอมเดินมานั่งลงที่ตักของสามีอย่างว่าง่าย
“เจ้าเจเขาโทรมาคุยกับพี่ตั้งแต่เรียนจบใหม่ ๆ แล้วล่ะ บอกว่ากลัวเป็นเหมือนพี่ชายแต่หลบย่าหญิงไม่ได้เพราะทำงานประจำ พี่เลยบอกให้เขามาคุยกันเอาเองที่ยังไม่บอกขวัญเพราะพี่ยังไม่รู้ว่าลูกเราจะว่ายังไง” ท่านดอกเตอร์บอกภรรยาพลางสวมกอดเอวไว้หลวม ๆ
“แล้วทำไมเจไม่ยืมชื่อน้องหนึ่งล่ะ เจสนิทกับพี่มาร์คมากกว่าพี่อีกนะ” คุณของขวัญถามเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“หึ! เมียครับ เจ้าหนึ่งมันแมนขนาดนั้นคิดว่าย่าหญิงจะเชื่อหรือไง”
“ก็จริง แต่น้องซียังไม่ 15 เลยนะพี่ ถ้าเจบอกย่าหญิงแบบนั้นลูกเราจะไม่ถูกมองว่าแก่แดดไปหรือคะ” คุณของขวัญยังกังวลเรื่องนี้อยู่
“เอ้อ... เมียครับ เมียมีผัวตอนอายุเท่าไหร่ครับ”
“22 ค่ะ” คุณของขวัญตอบสวนขึ้นมาทันที
“มั่นใจ?” “อือ... ถึงจะรู้ภายหลังว่าถูกผูกคอไว้ตั้งแต่เกิดแต่ก็มีจริง ๆ ตอน 22”
“เรามีสัญญาผู้ใหญ่มาตั้งแต่เกิดแต่เราก็รักกันจริง ๆ แล้วเมื่อกี๊น้องซีเพิ่งจะทำสัญญาผูกคอเจ้าเจไปด้วยฝีมือมันเองตอนที่มันเกือบ 15” ดอกเตอร์ศิลาสวนภรรยาขึ้นยิ้ม ๆ
“ฮะ!” “สัญญาที่ซีทำขึ้นถ้าฟังดี ๆ มันก็ไม่ต่างจากสัญญาที่ปู่ของเราทำขึ้นกันหรอกแต่สถานะมันต่างกันเท่านั้น”
“แต่สถานะคนคุยใช่ว่าย่าหญิงจะฟังนะ”
“ฟังสิ คนคุยไม่ใช่ว่าในอนาคตจะไม่มีการพัฒนานี่นะ” ท่านดอกเตอร์ให้เหตุผลยิ้ม ๆ
“แล้วย่าหญิงจะเชื่อหรือคะ ไม่คิดว่าโดนเด็กแหกตาหรือไง”
“ที่รัก เด็กกลุ่มนี้เขาโตมาด้วยกัน การที่เจบอกว่าคุยกับน้องซีจริงจังเมื่อน้องเริ่มโตมันไม่ได้แปลกหรอกครับ ถึงน้องซีจะยังไม่ 15 เต็มแต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเราน่ารักระดับหนึ่ง ซึ่งเจมันก็ไม่ได้ตาบอดที่จะมองไม่เห็นครับ” ดอกเตอร์ศิลาให้เหตุผลกับภรรยาอย่างใจเย็น
“แต่ขวัญก็ยังกังวลอยู่ดีค่ะ น้องซีเอาแต่ใจนะคะเกิดไปยึดมั่นสัญญาจริงจังจนลืมตัวขึ้นมามันจะมองหน้ากันยังไง”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เจมันเป็นเด็กฉลาดมันรู้วิธีการคุยกับน้องได้ มันรู้ว่าน้องแต่ละคนของมันเป็นยังไงและจะพูดยังไง” ว่าพลางลูบผมภรรยาเบา ๆ
“เฮ้อ...” “ที่รัก พี่รู้ว่าขวัญกังวลหลายอย่างแต่การที่เด็ก 2 คนมันคุยกันอยู่ในสายตาเราตั้งแต่ตอนนี้ได้เรียนรู้กันในสายตาผู้ใหญ่ ถ้ามีอะไรไม่ถูกไม่ควรเราก็สามารถแก้ไขได้ตั้งแต่ตอนนี้นะครับ ในอนาคตถ้าเจเดนรักน้องซีเหมือนพี่ชายรักน้องสาวเขาจะวางตัวเป็นพี่ชายเหมือนที่ผ่านมา แต่ถ้าวันหนึ่งมันตัดสินใจที่จะรักน้องซีในสถานะคนคุยจริงไม่ใช่แค่อ้างชื่อกับย่าหญิง เจจะลดอายุและสันดานมาหาน้องเอง”
“แล้วถ้าสถานะนี้ต้องหยุดลงล่ะคะ”
“พี่เชื่อว่าเจจะมีวิธีพูดที่จะทำให้น้องเขาไม่เสียหายเพราะเขาจะคิดว่านั่นคือน้องสาวของเขา” ดอกเตอร์ศิลาพูดอย่างมั่นใจ “พี่คุยเรื่องนี้กับพี่รันพี่จีแล้วก็ไอ้โรมมาบ้างแล้วล่ะ ไอ้โรมมันก็คิดว่าหลานคงจะเครียดมากจริง ๆ ถึงได้กล้าโทรหาเราก่อนจะปรึกษากับพ่อแม่ แล้วเราก็พอรู้เหตุผลว่าทำไมเจ้าเจเขาถึงพุ่งมาที่น้องซีก่อน”
“ทำไมคะ”
“เพราะเจโตมากับน้อง เขารู้ว่าน้องแต่ละคนเป็นยังไงเข้าหายังไง น้องหนึ่งนิสัยคล้ายผู้ชายการจะบอกว่าคุยกับน้องหนึ่งนั้นยากที่ย่าหญิงจะเชื่อและต้องเสียเวลาหาเหตุผลมากมายให้ท่าน แต่น้องซีมีความเป็นผู้หญิงมากกว่า เจมันรู้ว่าวิ่งหาใครจะปลอดภัยและใครจะช่วยได้ตลอดระยะเวลาที่ต้องการ แต่มันยังไม่รู้ตัวว่าตอนนั้นคิดอะไรถึงกล้าให้สถานะนั้นกับน้อง เจเป็นเด็กฉลาดมากนะแต่ความสนิทสนมกันมากไปทำให้เขาอาจยังแยกความรู้สึกไม่ออก พี่กับไอ้โรมกับพี่รันก็คิดว่าจะดูว่าคนฉลาดอย่างมันจะรู้เมื่อไหร่” ท่านดอกเตอร์พูดยิ้ม ๆ
“รู้อะไรคะ?”
“รู้ใจตัวเอง” ดอกเตอร์ศิลาพูดยิ้ม ๆ
“เฮ้อ...ก็ตามใจพี่ศิแล้วกันค่ะ แล้วเรื่องเงินที่น้องซีเรียกกับพี่เขานี่ยังไงคะ พี่ศิต้องเรียกลูกมาปรามบ้างนะ เดี๋ยวบ้านนั้นเขาจะมองว่าเราเป็นยังไง” เมื่อเถียงไม่ได้คุณแม่ของลูกสาวก็เปลี่ยนเรื่อง
“แค่เดือนละแสนนะที่รัก มันไม่ได้มากจนครอบครัวไอ้โรมมันล้มละลายได้หรอกครับ เดี๋ยวพี่คุยกับพี่รันเอง เชื่อมั้ยล่ะดีไม่ดีพี่รันนั่นแหละจะเห็นดีเห็นงามกับเจ้าซีอีกคน ขวัญก็รู้บ้านนั้นสปอยล์เด็ก ๆ แค่ไหน” ดอกเตอร์ศิลาว่าพลางหัวเราะ
“ค่ะ งั้นขวัญไปเตรียมมื้อเที่ยงนะคะ” คุณของขวัญถอนหายใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ดอกเตอร์ศิลามองตามภรรยาแล้วถอนหายใจหยิบมือถือออกมาโทรหาเพื่อนรักเพื่อพูดคุยเรื่องหลานชายและลูกสาวของพวกท่าน
..........//..........
ทางด้านเจเดน หลังจากที่ออกจากห้องทำงานของเพื่อนคุณอาด้วยความโล่งใจ ชายหนุ่มได้เดินมาที่บ้านหลังใหญ่ที่มีประตูเล็กเปิดหากันได้อีกหลัง
“พี่เจ...” เสียงใส ๆ ของน้องสาวอีกคนตะโกนลั่นบ้านทันทีที่เห็นหน้าพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันเกือบปีพร้อมกับวิ่งมากอดอย่างดีใจ
“ไง...อยู่บ้านคนเดียวเหรอ” ชายหนุ่มทักทายพร้อมกับลูบผมเด็กสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดู “ของฝากพี่กับไอ้ทอย”
“ขอบคุณคับ (ยกมือไหว้รับถุงแล้วยื่นให้แม่บ้านถือ) คุณพ่อกับคุณแม่ไปบ้านสวนให้พี่วนขับรถไปให้แต่หนึ่งไม่ได้ไป บ่ายนี้เราจะไปทำผมกับอาขวัญค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงใสพร้อมกับกอดเอวชายหนุ่มเดินเข้าบ้าน ที่ตอนนี้น้องซีกำลังนั่งพับเพียบกับพื้นตั้งใจป้อนนมกระรอกตัวเล็กในห่อผ้าอย่างทะนุถนอม
“โห... แม่เลี้ยงเดี่ยว” ชายหนุ่มอุทานพลางเดินไปนั่งที่โซฟาใกล้กัน
“แม่เลี้ยงคู่ค่ะ เราเป็นแม่กัน 2 คน” ปากตอบแต่ตายังมองที่ลูกกระรอกในมือ
“พี่ช่วยมั้ย”
“เสร็จแล้ว เดี๋ยวก็จะกลับไปกินข้าวแล้ว” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นตอบพร้อมกับวางลูกกระรอกใส่กรงแล้วมองหน้าเพื่อน “หนึ่ง เรามีอะไรจะคุยเป็นการส่วนตัวล่ะ ไปห้องหนังสือกัน” บอกเพื่อนแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงแขนคุณหมอหนุ่มให้ลุกขึ้นเดินตามไปด้วย
“มีอะไร?”
“พี่เจมาขอยืมชื่อซีไปบอกย่าหญิงว่าเรากำลังคุยกันอยู่ เผื่อย่าหญิงถาม” เด็กสาวพูดขึ้นหลังจากที่พากันเดินเข้ามาในห้องหนังสือของบ้าน ซึ่งบ้านนี้มีห้องหนังสือใหญ่มากเพราะดอกเตอร์มนัสพงษ์หรือคุณมาร์คเป็นอาจารย์พิเศษสอนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นคนชอบอ่านและสะสมหนังสือมากเลยปลูกฝังให้ลูก ๆ รักการอ่านไปด้วย
“ย่าหญิงจะเชื่อเหรอ” น้องน้ำหนึ่งนั่งลงข้างเพื่อนถามอย่างตื่นเต้น
“นั่นดิย่าหญิงจะเชื่อหรือวะ” เด็กสาวทวนคำถามเพื่อนพลางมองหน้าพี่ชายคนรองของกลุ่ม
“เฮ่ย! ก็ต้องเชื่อบ้างแหละ เราโตมาด้วยกันมั้ยวะ ก็คุยกันมาตลอดเดี๋ยวพี่จะคุยเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่ อา ๆ จะได้ช่วยยืนยันให้ด้วย” ชายหนุ่มพลางมองหน้า 2 น้องสลับกัน
“แต่พี่เจบอกว่าจะบอกย่าหญิงไปก่อนว่ามีคนคุยแล้วแค่นั้นก็คงไม่อะไรหรอก” น้องซีพูดขึ้น
“ว่าได้เหรอ ถ้าบอกว่ามีคนคุยแล้วย่าหญิงต้องถามชื่อชัวร์...
เออ...ย่าหญิงถามชัวร์เนอะหนึ่งเนอะ ^_^
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







