Masuk“แต่ตามึงไม่บอกว่าช่างนะเจ” คริสพูดขึ้นพลางมองหน้าเพื่อนก่อนจะสบตากับพี่ชายของเพื่อน
“มึงจะยิ้มหน้าบานกับความโง่ของตัวเองที่รู้ว่าคนที่นอนกกมาตั้งแต่ปี 3 ไปมีคนใหม่แต่ยังเงียบเพราะไม่อยากให้เขาเสียอนาคตมั้ยล่ะ ถ้ารู้ว่ายังจะวนเวียนแบบนี้กูตัดจบไปแล้วทั้งคู่เลยไอ้สัตว์” ชายหนุ่มเงยหน้าถามเพื่อนพลางรับแก้วจากพนักงานมากระดกลงคอทีเดียวหมดแก้ว
“เฮ้ย! ถึงมึงไม่ตัดจบแต่กรรมก็ทำงานเร็วว่ะ กูให้คนไปสืบมาให้แล้ว ได้ความว่าเมียของหมอคนนั้นก็เป็นหมอเหมือนกันแต่เป็นรุ่นพี่ทำงานอยู่อีกโรงพยาบาล ได้ทุนไปทำวิจัยที่ต่างประเทศหลายปีจนจบดอกเตอร์กลับมาแล้วจับได้ว่าถูกผัวนอกใจ เขาเลยฟ้องทางวินัยกับโรงพยาบาลแล้วฟ้องหย่า พ่อผู้หญิงที่ให้ทุนหมอคนนี้เรียนต่อที่ไทยจนจบโทก็เรียกทุนเรียนคืนเห็นว่าหลายล้านเลยนะ แถมทั้งรถทั้งบ้านที่อยู่ที่ใช้ก็เป็นชื่อผู้หญิงทั้งหมดด้วย เขายึดคืนหมดแล้วไล่หมอคนนั้นออกจากบ้าน ตอนนี้หมอคนนั้นถูกโรงพยาบาลไล่ออก โดนยึดใบประกอบโรคศิลป์ พอผู้ชายเหลือแต่ตัวเอื้อมจันทร์เลยชิ่งแล้วไปหาเมียเขาบอกว่าถูกผู้ชายหลอกไม่รู้ว่ามีครอบครัวแล้ว เพื่อไม่ให้เมียเขาเอาเรื่องเห็นว่าโอนคอนโดนที่ผู้ชายซื้อให้คืนแล้วก็บ้านอีกหลังด้วยนี่ ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่หอพักแพทย์ของ H” คริสเล่าให้เพื่อนฟังตามที่ให้คนไปสืบมาเพื่อจะได้บอกรายละเอียดเพื่อนให้ครบถ้วน
“ตอแหล อยู่ขนาดนั้นไม่ระแคะระคายก็บ้าแล้ว”
“กูว่าไม่ใช่ไม่ระแคะระคายหรอกแต่เงินบังตามากกว่า เท่าที่รู้หมอคนนั้นทำคลินิกด้วย แต่ตอนนี้โดนยึดใบประกอบคลินิกก็ปิดไปแล้ว”
“เอาน่ะ กูไม่โง่ซ้ำ 2 แน่นอนไอ้ห่า แล้วตอนนี้กูก็มีผู้ช่วยแล้วด้วย” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ แล้วเล่าเรื่องที่ไปดำเนินการวันนี้ให้เพื่อนกับพี่ชายฟังโดยเว้นไว้เรื่องค่าใช้จ่ายที่ตัวเองต้องจ่ายให้เด็กสาว ซึ่งคริสก็เห็นด้วยที่เจเดนตัดสินใจทำแบบนั้นเพราะจะได้ไม่วุ่นวายเหมือนพี่ชายที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
“ฉลาดว่ะ น้อง ๆ มึงเพิ่ง 14-15 ดึงได้ยาวเลย” คริสคล้อยตามเมื่อเห็นเพื่อนอารมณ์ดีขึ้น
“ทีแรกกูก็เครียดฉิบหาย คุยกับไอ้ทอยว่าจะลงเรียนต่อแต่พ่อกับอากูไม่ยอม จะให้เพื่อนในรุ่นช่วย แม่ง! อายุเท่ากันอีก เกิดคุณย่าอยากให้แต่งให้หมั้นก็บานปลายไปใหญ่ กูเลยมาคิดถึงไอ้ 2 ตัวนี่ จะคุยกับไอ้หนึ่งก็แมนไป เลยลองปรึกษาอาศิดูบอกว่าขอยืมไว้เผื่อโดนถาม ซึ่งกูว่าถามแน่ล่ะแต่กูก็จะแถไปเรื่อย ๆ ก่อนรอให้ซีมันโตมากกว่านี้ก่อน ถ้าไม่เร้าหรือกูก็คงไม่เอ่ยชื่อมันหรอก ถึงมันจะบอกว่ายอมแก่แดด แต่กูก็กลัวว่าคุณย่าจะมองน้องไม่ดีอยู่ดี” ชายหนุ่มเล่าต่อพลางถอนหายใจ
“แล้วย่าหญิงจะเชื่อหรือไงวะ” คริสสงสัยพลางมองหน้าพี่ชายเพื่อน
“ถึงไม่เชื่อแต่กูว่าคุณย่าไม่กล้าว่าอะไรหรอกยังไงก็เกรงใจอาศิกับอาขวัญอยู่ดี” ชายหนุ่มบอกเพื่อนถึงความคิดของตัวเอง
“เรื่องถามกูว่าถามแน่ ดีไม่ดีถามวันแรกที่เจอหน้าเลยด้วย ล้านนึงเอาบาทเดียว” จาติรัชพูดขึ้นพลางยกแก้วขึ้นจิบ
“พูดเหมือนไอ้ซีไอ้หนึ่งเลย สมกับคุยกันรู้เรื่องจริงว่ะ” คุณหมอหนุ่มว่าพลางหัวเราะ “แต่กูว่ากูต้องเพิ่มงานให้ซีมันแล้วล่ะ ถ้าเอื้อมอยู่ที่โรงพยาบาล” พลางถอนหายใจยกแก้วขึ้นจิบ
“เดี๋ยวมันก็โวยบ่นเก่งฉิบหาย บอกให้ไปรับแล้วให้แวะไปเอารองเท้าที่บ้านให้ด้วย กูสายแค่ 5 นาทีบ่นตั้งแต่โรงเรียนจนถึงสนามแบตฯ” พี่ชายว่าขึ้นไม่จริงจังนัก
“ก็ต้องยอมมันแหละพี่ ฟังมันบ่นก็ดีกว่าคุณย่าหาเมียให้นั่นแหละ” ชายหนุ่มหัวเราะแล้วพากันเปลี่ยนเรื่องคุย ถึงเรื่องเพื่อนที่กำลังเรียนเฉพาะทางอีกใบที่ต่างประเทศและกำหนดการไปงานบวชเพื่อนรักรุ่นมัธยมในอีก 2 วันข้างหน้า ซึ่งจาติรัชบอกว่าอยากไปด้วยเพราะไม่เคยไปหนองคาย และอยู่ดื่มกินกันต่อโดยที่คืนนี้เจเดนได้ชวนพี่ชายกลับไปนอนที่โรงแรมที่คุณศิลาเปิดให้เพราะมีบางอย่างที่ต้องปรึกษากันต่อ...
..........//..........
ขณะเดียวกันที่บ้านดอกเตอร์ศิลา
2 สาวน้องซีกับน้องน้ำหนึ่งกำลังนอนเล่นเกมด้วยกันที่ห้องนอนของน้องซี เพราะวันนี้ที่บ้านของน้องน้ำหนึ่งไม่มีคนอยู่บ้าน
“ซี หนึ่งพูดอะไรจะบอกว่าเสือกหรือเปล่า” น้องน้ำหนึ่งถามขึ้นเมื่อจบเกมแล้ววางมือถือไว้ที่หัวเตียงก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนสีหน้าจริงจัง
“ไม่ล่ะ มีอะไรก็พูดมาเลย” ว่าพลางลุกขึ้นนั่งมองหน้าเพื่อนอย่างตั้งใจ
“พี่วนบอกว่าวันที่ไปกินเหล้าที่โบว่า พี่คริสเพื่อนพี่เจเล่าให้ฟังว่าตอนนี้แฟนเก่าพี่เจมาทำงานที่ H แล้วนะ” คำพูดของเพื่อนทำให้เด็กสาวขมวดคิ้ว
“ฮะ!”
“จริง พี่วนบอกว่าเขามาฉลองงานใหม่ที่นั่นกับเพื่อน บอกว่าย้ายมาที่ H เพื่อรอพี่เจเลยนะ” น้องน้ำหนึ่งเล่าพลางถอนหายใจ
“เอ๊า! แล้วทำไมตอนพี่เจมาไม่พูดวะ” เด็กสาวโวยให้เพื่อน
“แหะ... ก็ตอนนั้นซีบอกว่ารับเงินมาแล้วนี่” น้องน้ำหนึ่งยิ้มแห้งให้เพื่อน
“รับก็คืนได้เว้ย ถึงได้มาคุณพ่อก็ไม่ให้ใช้อยู่ดี เมื่อตอนเย็นยังเรียกไปคุยก่อนไปงานเลี้ยงไม่เห็นเหรอแล้วทีแรกที่พูดแค่คิดจะแกล้งเล่นเว้ยไม่คิดว่าจะโอนจริง ปกติพี่เจประหยัดจะตายนี่” น้องซีว่าพลางถอนหายใจ “หนึ่งว่าเรื่องนี้พี่เจรู้หรือยังวะ”
“ไม่มั่นใจแต่หนึ่งว่าน่าจะยังนะ ไม่งั้นไม่มายืมชื่อซีหรอกแค่บอกว่ามีแฟนแล้วก็จบปะ” น้องน้ำหนึ่งขมวดคิ้ว
“เท่าที่รู้พี่เจมีแฟนตอนเรียนแพทย์ ป.ตรี แล้วเลิกกันตอน เทอมสุดท้าย ใช่คนนั้นหรือเปล่า”
“น่าจะใช่ พี่เจเคยมีแฟนแค่คนเดียวตอนไปเรียนที่อเมริกาก็ไม่ได้คบใครอีกนี่” น้องน้ำหนึ่งพยักหน้าพลางมองหน้าเพื่อน
“งั้นซีจะโทรหาพี่เจยกเลิกสัญญาตอนนี้เลย” ว่าพลางคว้ามือถือจะโทรหาชายหนุ่มทันที
“เดี๋ยวเว้ย (คว้ามือถือเพื่อนมาถือไว้เอง) หนึ่งว่ารอถามพี่เจก่อนดีกว่า บางทีแกอาจมีเหตุผลที่ต้องอ้างชื่อซีกับย่าหญิงอยู่ก็ได้”
“เหตุผลอะไรวะ” เด็กสาวขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อน
“ก็เมื่อเที่ยงพี่เจบอกว่าทั้งเรียนทั้งทำงานใช่ป่าว บางทีเขาอาจคบกันที่โรงพยาบาลแต่ยังไม่บอกย่าหญิงไง” น้องน้ำหนึ่งให้เหตุผลเพื่อน
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูคะ”
“เกี่ยวเว้ย ถ้าบอกว่าคบผู้หญิงคนนั้นย่าหญิงก็จะให้หมั้นให้แต่งเพราะอายุเท่ากันไงแต่ถ้าบอกว่าคุยกับแกก็รออีกนานไง”
“ซียังไม่เห็นความเกี่ยวพันเลยว่ะ” น้องซีพูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจมองบน
“ก็เขาเลิกไปแล้วใช่เปล่า กลับมาคบกันมันก็ต้องเริ่มใหม่ไงวะ มันก็ต้องใช้เวลา”
“สรุปคือใช้กูบังหน้า แล้วเกิดวันนึงโป๊ะแตกขึ้นมาคือกูเป็นเด็กเลี้ยงแกะเลยงี้ มองหน้าย่าหญิงไม่ติดเลยนะ เอามือถือมาจะโทรคุยกับพี่เจให้รู้เรื่อง” เด็กสาวพูดขึ้นพร้อมกับแบมือขอมือถือจากเพื่อน
“ใจเย็นดิวะ รอดูท่าทีไปก่อน”
“ใจเย็นบ้าอะไรล่ะ เอามือถือมา” ว่าพลางพยายามจะแย่งมือถือจากเพื่อน
“เฮ้ย... เดี๋ยวดิ รอถามพี่เจก่อน” น้องน้ำหนึ่งว่าพลางมองหน้าเพื่อน
“ถามอะไรอีก เขามีแฟนเก่ามารออยู่แบบนั้น นั่นพี่สะใภ้เราเลยนะเว้ย เกิดรู้ว่ามีสัญญานี้อยู่งอนพี่เจขึ้นมา พี่เราก็อกหักสิวะ”
“แค่แฟนเก่าเว้ย เราต้องถามพี่เราดูก่อนว่าจะกลับไปคบกันมั้ย บางทีพี่เจอาจรู้แล้วว่าแฟนเก่าอยู่ที่นั่นถึงกล้าโทรมาขอพ่อศิใช้ชื่อแกอ้างกับย่าหญิงเพราะไม่อยากกลับไปคบกับแฟนเก่าก็ได้นะเว้ย เราไม่รู้ว่าเขาจบกันดีหรือเปล่านะ” คำพูดเพื่อนทำเอาเด็กสาวชะงักคิดตามขึ้นมาทันที
“เหรอ?” “อือ...” น้องน้ำหนึ่งพยักหน้า
“แล้วตกลงเล่าให้ฟังนี่จะยังไง” เด็กสาวถามประชดเพื่อน
“ก็เล่าให้ฟังจะได้รู้ไง แต่ใครผูกคนนั้นก็แก้เองสิวะเรื่องนี้แกไม่ได้เริ่มนี่ ถ้าพี่เจจะกลับไปคบกับแฟนเก่าพี่เจต้องบอกแกเองเว้ย” น้องน้ำหนึ่งพูดขึ้นพลางเอนตัวลงนอน
“เออ... งั้นพี่เจมาหาหรือโทรมาค่อยถามแล้วกัน” เด็กสาวเห็นด้วยพลางล้มตัวลงนอนข้างเพื่อน...
เออ... รอถามดูก่อนลูก ใจร้อนได้ใครมา??
5 ปี ต่อมาบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลกลางดึกสงัดของคืนหนึ่งซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนของคนทั้งบ้าน แต่ยกเว้นใครบางคนที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา“พี่เจ...” เสียงหวานดังข้างหูของคนกำลังหลับพร้อมกับคางมนเกยที่ต้นแขนอย่างออดอ้อน“ครับ” ชายหนุ่มขานรับอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้งานของเขาค่อนข้างยุ่งเพราะตอนนี้รับตำแหน่งประธานบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์แทนผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการแล้วหลังจากที่คุณย่าเสียเมื่อปีก่อน และ ผอ.คนเดิมถึงวาระต้องเกษียณอายุงานตามเวลา ทำให้ทางคณะกรรมการเห็นพ้องให้เขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของไทยสาขากรุงเทพฯ ในวัยเพียง 35 ปีเท่านั้นด้วยเหตุผลที่เหมาะสมหลายด้านทั้งประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่เพิ่งสำเร็จมาปีล่าสุดและยังเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นย่อยสูงสุดในหุ้นรวมทำให้การบริหารของเขามีคนค่อนข้างยำเกรง แต่ในขณะเดียวกันก็แลกมาซึ่งความเหนื่อยล้าในแต่ละวันที่หัวถึงหมอนแทบจะหลับได้ทันที ยกเว้นช่วงนี้เพราะถึงจะเหนื่อยชายหนุ่มก็จะตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่มเพราะมีอาการคอแห้งกลางดึกและในช่วงกลางวันก็จ
หลายเดือนต่อมา โรงพยาบาล Hในวันหยุดที่คิดว่าจะได้พักช่วงเช้าก่อนเข้าไปประชุมออฟฟิศของคุณพ่อในช่วงบ่ายของคุณหมอแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งให้เข้ามาเซ็นเอกสารด่วน ที่สอบถามแล้วเจ้าหน้าที่อึกอักบอกได้ไม่เต็มเสียงนักว่าเป็นเอกสารอะไร เพียงแต่บอกว่ามีเอกสารที่ต้องเซ็นเท่านั้นรถครอบครัวคันใหญ่ไม่คุ้นตาถูกขับเข้ามาจอดในที่จอดรถของบุคลากรโรงพยาบาลที่ปกติตัวเขาเองไม่ค่อยได้เอารถมาจอดมากนัก (เมื่อก่อนนอนหอพักแพทย์ก็เดินมาแต่ตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านภรรยาแล้ว แต่มีห้องแค่ไว้อาบน้ำเท่านั้น)“เดี๋ยวคุณ! เอ๊า! สวัสดีครับคุณหมอเจติพัฒน์” รปภ.ที่รีบเดินเข้ามาเพื่อจะบอกให้ย้ายรถแต่ต้องอุทานและรีบทำความเคารพแทนเมื่อเห็นว่าคนที่ลงรถมาคือใคร พลางมองคุณหมอหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับชุดอยู่บ้านสุดแปลกตาของเขา“ครับ โทษทีวันนี้ผมหยุดแต่ทางเจ้าหน้าที่โทรไปบอกให้เข้ามาเซ็นเอกสารเลยมาชุดนี้” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ พลางยกแว่นตาขึ้นคาดทับที่คาดผม “ฝากแป๊บนึงเดี๋ยวผมลงมา” หันมายิ้มให้ รปภ.อีกครั้งก่อนจะเด
บนห้องนอนชั้น 2 ของบ้านหลังจากรับประทานอาหารเย็นและการพูดคุยกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ก่อนที่แขกของบ้านจะแยกย้ายกันกลับ แต่มีแขกพิเศษคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของบ้านให้อยู่ต่อและอยู่ยาวถาวรในตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ และตั้งแต่คืนนี้เขายังได้รับอนุญาตให้ขึ้นมานอนที่ห้องของลูกสาวท่านอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ขอบเตียงในห้องนอนใหญ่ ที่จัดแบบสไตล์มินิมอลตามความชอบของเจ้าของห้องด้วยโทนสีสว่างตาอย่างเงียบงัน ตาคมซึ้งภายใต้ขนตางอนยาวมองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำเหมือนกำลังรอคอยใครซักคนออกมาอย่างใจจดใจจ่อ“อุ๊ย! พี่เจเข้ามาได้ไงน่ะ” เจ้าของห้องเปิดประตูออกมาแล้วต้องอุทานตกใจพร้อมกับคำถามเสียงดังอย่างลืมตัว และต้องรีบถอยหลังจะกลับเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เธอใส่เพียงชุดนอนบางเบาปราศจากชั้นในทั้งบนและล่าง“เดี๋ยว...” มือใหญ่รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระตุกไม่แรงนักแต่คนตัวเล็กกลับปลิวกระแทกหน้าอกชายหนุ่มอย่างจัง “จะไปไหน”“ปล่อย เดี๋ยวคุณพ่อได้ยินก็เรื่องใหญ่หรอก ลงไปห้องพี่เจเดี๋ยวน
“อย่าเถียงนะว่าไม่ได้นอนกับพี่ตอนกลางวันอีก”“ก็...” คนเถียงไม่ได้อึกอักแต่รีบเบือนหน้าหนีคำตอบไปทางอื่น *ตรงไป๊...ได้นอนที่ไหนวะอิหื่น…* คนไม่จำนนคิดในใจ“คราวนี้มึงเป็นผู้หญิงบ้างแล้วนะไอ้ศิ มึงต้องนั่งเงียบเหมือนกูตอนน้องหนึ่งแล้วล่ะ” คุณมาร์คพูดขึ้นพลางมองหน้าพ่ออุเทนและคุณโรมอย่างรู้กันเพราะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ลูกสาวของท่านกับลูกชายคนโตของเพื่อนรัก คุณศิลาห้ามเพื่อนพูดหรือคัดค้านอะไรที่ตนเสนอโดยให้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้เสียหาย และฝ่ายชายเสนออะไรก็ห้ามปฏิเสธเพราะทั้งหมดคือความเต็มใจและการให้เกียรติ ถ้าปฏิเสธแสดงว่าฝ่ายหญิงไม่เต็มใจนั่นคือคุณมาร์คไม่ได้รักลูกชายท่านเหมือนที่ท่านรักน้องน้ำหนึ่ง ทำให้ตอนนั้นคุณมาร์คได้แต่นั่งเงียบเพราะรักลูกชายเพื่อนเหมือนลูกตัวเอง และตอนนี้ก็เป็นคราวของเพื่อนที่จะต้องโดนเอาคืนบ้างแล้ว “ว่าไงพี่รัน ไอ้โรม วันนี้พวกมึงเป็นพ่อแล้วนะ”“ตอนน้องหนึ่ง ศิมันให้หมั้นแล้วก็จดทะเบียนเลย ตอนนี้น้องซีเราก็อยากทำเหมือนกันเพราะเรารักลูกเราเท่ากัน” คุณสรัญพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้
บ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาลเป็นอีกวันที่ทุกคนในครอบครัวใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวบ้านวรวัฒน์วีรชนและบ้านเศรษฐทรัพย์ไพศาล และเพื่อนรักของเจ้าของบ้านอีก 2 ท่านอย่างคุณมาร์คและพ่อเลี้ยงอุเทนอยู่กันพร้อมหน้า ซึ่งเป็นภาพที่อบอุ่นแน่นแฟ้นของรุ่นพ่อไม่ว่าจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม“แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องมันไปไหนซะเนี่ย ลงเวรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วไม่ใช่หรือไง” คุณสรัญถามหาลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องของเขาและลูกสาวของเจ้าของบ้านนี้ขึ้น“ไปรับน้องกลับจากมหาลัย” คุณโรมบอกพี่ชายพลางมองหน้าเพื่อนรักเจ้าของบ้านอย่างเกรงใจ“อ้าว? น้องซีก็มีรถไม่ใช่หรือไงหรือแกไม่ให้ลูกเอารถไปเรียนศิลา” คุณสรัญร้องอ้าวขึ้นพร้อมกับถามคุณพ่อว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กทันที“มีน่ะใช่แต่ไอ้เจมันไม่ให้น้องขับครับลุง รถน้องซีอยู่ที่หอพักแพทย์นู่น มันบอกว่าให้พ้นช่วงรับน้องไปก่อนค่อยขับ” หมอทอยตอบคุณลุงภรรยาแล้วแอบอมยิ้มมองย่าหญิงที่ชะเง้อคอมองหน้าบ้านเหมือนกับว่ากำลังรอใครซักคนกลับบ้าน“แม่ว่าไม่ต้องรอเจ้าตัวเขาหรอกลูก มีอะ
ชั้น 2 ของบ้านสาวสวยผู้เหนื่อยอ่อนขยับตัวอย่างยากลำบากในอ้อมกอดของคนที่เธอเคารพว่าเป็นพี่ชายมาตั้งแต่จำความได้ จนถึงวัยที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เด็กสาวค่อย ๆ กระพริบตาปรับม่านตารับแสง ก่อนจะหันมองหน้าหล่อเหลาที่นอนหนุนหมอนใบเดียวกันอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจสม่ำเสมอของชายหนุ่มรดแก้มเนียนใสของเธอจนมีสีหน้าระเรื่อขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์แสนเร่าร้อนของคืนผ่านมา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวหวังว่าจะลงจากเตียงแล้วแอบกลับบ้านไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น“อุ๊ย!” อุทานไม่ดังนัก เมื่อแขนแกร่งที่โอบกอดเธออยู่กระชับให้แน่นขึ้นแล้วตามมาด้วยขาของคนแกล้งหลับที่พาดทับลงบนหน้าขาของเธอเหมือนจงใจ “เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงวะเนี่ย” น้องซีพึมพำถอนหายใจย่นริมฝีปากบนติดจมูกเหลือบมองคนที่คิดว่าหลับอย่างชั่งใจ“ไปไม่ได้ก็นอนอยู่ที่นี่แหละ หนูเดินไม่สะดวกหรอก” เสียงทุ้มดังข้างหูทำเอาคนที่คิดว่าเขากำลังหลับอยู่หันขวับทันทีหลังจากที่คุยกับคุณอาและอาสะใภ้เรียบร้อยเจเดนได้ขึ้นมานอนต่อข้างเธอแต่ยังไม่หลับทำให้ชายหนุ่มแอบหรี่ตามองเธออยู่และคิดอย







![NightZ [II] DANGER ZENIOR](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)