วันนี้เป็นอีกวันที่เธอต้องตื่นมาทำงาน เพื่อวันพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดของเธอ
แน่นอนว่าการทำงานบริการ วันหยุดไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอนว่าต้องเป็นวันอาทิตย์ แต่วันหยุดแต่ละคนจะวางแผนเป็นรายเดือน และช่วงวันที่เป็นช่วงพีค ฤดูท่องเที่ยว หรือเป็นช่วงจัดงานประชุมสำคัญ การทำงานของเธอก็จะต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน กว่าจะได้หยุด และช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เรียกว่าเดือนนรกสำหรับพนักงานต้อนรับอย่างเธอ
“สีนิล พี่เหมือนดาวไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่ต้องไปรับ เดี๋ยวรถจะชนเอาได้” เธอบอกสีนิลหมาที่เธอรับเลี้ยงไว้ก่อนออกจากบ้าน
สีนิลก็ทำตัวเหมือนจะรับฟังและรับรู้ทุกอย่างที่เธอบอก นั่นทำให้เธอรักมันอย่างที่สุด มันฉลาดและรู้ว่าเวลาไหนเธอต้องการอะไร เสียอย่างเดียวที่มันพูดคุยเหมือนคนไม่ได้เท่านั้นเอง
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเธอ เหมือนดาวในวัย 23 ปี เธอรู้สึกว่าตัวเองผ่านวันเวลาอันเลวร้ายมามากมายนัก จนเมื่อพบกับเขาในวันที่เธอสิ้นไร้หนทางที่สมัครงาน
ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือฟ้ากลั่นแกล้ง ให้เธอได้พบกับ ภีรภาคย์ คุณากร เขาที่อายุ 30 กับเธอที่อายุ 22 ความแตกต่างที่นอกจากอายุ ก็คงจะเป็นฐานะที่ยังคงชัดเจน
‘หากเธอไม่ได้ฐานะยากจน ร่ำรวยเทียบเท่ากับเขา เขาจะรักเธอไหมนะ’
ยอมรับว่าตัวเองตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ ไม่ใช่เพียงเงื่อนไขการได้ทำงานที่นี่เท่านั้นที่เธอยินยอมเป็นคนในความลับ
ตลอด 1 ปีที่เราทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันในที่ทำงาน โดยที่จะว่าไปมันก็ไม่ถูกนักหรอก แต่เพราะใจมันร้องหาแต่เขา จึงรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นแค่เครื่องระบายอารมณ์ให้เขาก็ตาม
ร่างเล็กเดินเข้ามาในโรงแรมด้านหลังที่เป็นประตูเฉพาะพนักงาน เพื่อเอาของไปเก็บยังล็อกเกอร์ เธอก็ได้ยินเสียงเตือนจากแอปพลิเคชันมีข้อความจากคุณพศินส่งมาหาเธอเป็นการส่วนตัว
พศิน: หลังจากวันนี้เป็นต้นไปไม่ต้องมาทำความสะอาดที่ห้องชั้น 40 แล้ว
เมื่ออ่านข้อความจบ ก็เหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจ
‘เขาเบื่อเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ’
น้ำตาที่มันหยุดไหลตั้งแต่เมื่อวานก็เริ่มปริ่มที่ดวงตาอีกครั้ง ในหัวใจเหมือนตัวเองกำลังโดนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้ามา ความเจ็บแปลบนั้นทำให้เธอต้องยกมือขึ้นกุม
‘เขาไม่ต้องการเธอ’ คำนี้มันดังก้องในหู แม้ไม่มีใครพูดแต่ว่าเธอก็รับรู้ได้เอง
“ของขวัญฉลองครบรอบ 1 ปีที่ทำงานนี้ และก็ฉลองวันเกิดในวัย 23 ปี หึ!” นับว่าเขาให้ของขวัญที่ล้ำค่ากับเธอมากนัก เหมือนเขาจะสัมผัสบางอย่างจากเธอได้ ว่าเธอหลงรักเขา และเขาต้องการสลัดเธอให้หลุดจากวงโคจรเพื่อต้องการหาคนใหม่ที่ดีกว่า สวยกว่า สดกว่าเธอสินะ
นี่เธอไม่ต่างอะไรจากหมาจรจัดเหมือนสีนิลจริง ๆ เขาเคยพูดว่าที่ชอบเธอเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงใจดี เวลาอยู่กับหมาจรจัด ก็ยังมีรอยยิ้มละมุนละไมจนเขาอดใจที่จะเอาเธอมาครอบครองไม่ได้
ทุเรศ!
ถ้อยคำพวกนั้นก็แค่คำหลอกลวง เพื่อให้คนหัวอ่อนอย่างเธอยินยอมพลีกายให้เขา และเมื่อเขาได้จนเบื่อก็ทิ้งแบบไม่ใยดี
หรือเพราะเธอไม่มีราคาอะไรที่ต้องจ่าย เมื่อเขาสอบถามว่าต้องการอะไร เธอจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว แล้วพูดในใจว่า ‘สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือหัวใจคุณ’
สิ่งนั้นมันยากเกินเอื้อมเหลือเกิน น้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นทางแล้วก็ต้องปาดมันทิ้งอย่างลวก ๆ เมื่อตัวเองต้องเข้างานแล้ว
เธอพยายามคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วตั้งสมาธิเพื่อทำงานต่อไป เธอไม่จำเป็นต้องห่วงเขาอีกแล้ว คิดว่าห้องบนนั้นก็คงจะเปลี่ยนคนไปทำความสะอาดสินะ
“เหมือนดาว ทำไมหน้าตาซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า” พิมพ์ประภาถามเพื่อนร่วมงาน เพราะว่าวันนี้เพื่อนดูไม่ร่างเริง ทั้งที่ทุกวันนั้นเธอมีรอยยิ้มที่สดใสก่อนเข้างานเสมอ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่นอนฝันร้าย เลยรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ” เธอบอกกับเพื่อน เพื่อให้เพื่อนสบายใจ
‘ใช่ ที่ผ่านมาแค่ฝันร้ายของผู้หญิงอย่างเธอเท่านั้น’เธอคิดในใจ
ใครไหนเลยจะรู้ว่า เธอต้องเก็บความลับไว้มากมาย ต้องทนอยู่อย่างเดียวดาย เป็นคนคั่นเวลาเพื่อให้เขาพบเจอคนที่ดีและเหมาะ
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน แล้วคนที่เธอคิดถึงอยู่ก็เดินมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ควงแขนราวกับสนิทสนมเกินคนรู้จักหรือคนร่วมธุรกิจทั่วไป และที่สำคัญเขาดันพามาที่เคาน์เตอร์ของเธอ
“คุณดาราภรณ์ เช็คอินห้องสวีทให้คุณพราวรุ้งด้วยนะ” เขาพูดเสียงแข็งทำเหมือนเธอไม่มีความรู้สึกอะไร ที่เขาควงผู้หญิงคนไหนเข้ามานอนในโรงแรมก็ได้
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าท่านประธานให้พักชั้น 40 ด้วยไหมคะ” เธอไม่แน่ใจจึงถามออกไป แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาก็เจอเข้ากับใบหน้าถมึงทึง จนเธอรู้สึกเริ่มหวาดกลัว
“เอ่อ...พราวครับ ไปนั่งรอผมที่โซฟาตรงโน้นสักครู่นะครับ” เขาพาผู้หญิงของตัวเองไปนั่ง แล้วก็คิดมาจัดการกับเธอ
“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฐานะอะไร เป็นพนักงานอย่าคิดมาเผยอคิดแทน” เสียงสบถรอดไรฟัน พร้อมกับถ้อยคำร้าย ๆ เปล่งออกมาทำให้เธอยืนก้มหน้าน้ำตาปริ่ม
“ขออภัยค่ะท่าน” เธอไม่ได้จะคิดแทน แต่ว่าไม่รู้ว่าสวีทของเขามันห้องไหนกัน แค่ถามทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย
เธอรู้สึกมือไม้สั่นทำตัวไม่ถูก ตาเริ่มแดงและบังคับน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“นี่ทำงานมาเป็นปีแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอว่าห้องสวีทชั้นไหน คุณควรจะรู้นะว่าผมสั่งแค่ไหนก็ทำแค่นั้น” เขาต่อว่าเธอเสียงไม่ดังนัก แต่ทว่าคนที่โดนต่อว่าอย่างหนักน้ำตาไหลไม่หยุดเช่นเดียวกัน
“พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงาน พักงานหนึ่งวัน”
“พรุ่งนี้วันหยุดค่ะท่านประธาน” เธอบอกเขาให้ทราบเพื่อที่จะได้รู้ว่าเธออาจจะต้องหยุดวันอื่น
“นี่งี่เง่าอะไรอีก ฉันบอกแล้วใช่ไหมที่ของเธอแค่ไหน”
“ซะ...ทราบค่ะ” เสียงเครือสั่นตอบออกไป
เธอไม่รู้ว่าทำผิดอะไรจริง ๆ แค่ถามเท่านั้นเอง ก็โดนต่อว่าเสียยกใหญ่
มือสั่นของเธอหยิบกุญแจห้องชั้น 39 ที่เป็นห้องพักที่ดีที่สุดมาให้ท่านประธาน แล้วน้ำตาก็หยดแหมะลงที่มือของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เขาเช็ดหลังมือราวกับว่าน้ำตาของเธอมันร้อนนัก จนเธอรู้สึกว่าเขารังเกียจเธอขนาดนี้เลยเหรอ
‘ทำไม!’ เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว เธอก็ได้แต่เพียรถามตัวเอง จนเมื่อถึงช่วงที่พักเธอก็ได้รับรู้ว่า ตารางเวรของเธอถูกสับเปลี่ยนให้เข้ากลางคืนทั้งหมดตั้งแต่หลังจากวันหยุดเป็นต้นไป
นะ...นี่อะไรกัน!
เธอมองดูตารางเวรด้วยความแปลกใจ แต่ก็ได้รับคำตอบจากเพื่อนว่าคุณพศินเพิ่งมาสับเปลี่ยนก่อนหน้านี้แค่ 2 ชั่วโมง นั่นทำให้เธอรู้ว่าเพราะอะไรตารางถึงได้ถูกสับเปลี่ยน
เขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ เขาแค่ต้องการเธอเพียงชั่วคราว และตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็มาแทนที่แล้ว แต่จะต่างกันก็คือ เธอคือคนที่อยู่ในความลับ แต่ผู้หญิงคนนั้นที่เขากล้าควงไปไหนมาไหน
“เหมาะสมแล้ว!” เธอพูดออกมาเพียงสั้น ๆ จนเพื่อนสาวแอบงง ว่าเหมาะสมยังไง
“เหมาะบ้าอะไร นี่เท่ากับให้แกทำงานแต่กลางคืนนะ ต่างอะไรจากทำงานในผับในบาร์” พิมพ์ประภาไม่เห็นด้วย เหมือนเพื่อนของเธอคงจะไปแตะขัดขาใครเข้ากระมังโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้
“ก็ดีนะ ฉันจะได้ไม่ต้องร้อนมาทำงานแต่เช้า แล้วก็ได้มีเวลาอยู่กับสีนิลบ้าง” เธอมองโลกในแง่ดี คงจะมีเพียงลูกหมาน้อยสีดำตาแป๋วแหววของเธอสินะที่ยังคงอยู่ด้วยกันกับเธอไม่ทิ้งไปไหน
‘สุดท้ายทุกคนก็รุมกันทิ้งเธอไป’
“แกไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหม”
“ไม่เป็นอะไร สบายใจได้” เธอไม่ได้เป็นอะไร เป็นเพียง ‘แค่คนที่ถูกทิ้ง’