Masukพ่อเขาตายทำให้เธอกลายเป็นหม้าย เธอจึงเป็นของต้องห้ามที่เขาปรารถนาครอบครอง “คุณยั่วผม....”เสียงทุ้มแหบพร่า “ฉันอาบน้ำอยู่ดี ๆ ใครกันแน่ที่มาแอบดู”หน้าสวยผุดยิ้มจ้องมองอย่างท้าทาย “รู้ว่าดูทำไมไม่หนีล่ะ”สายตาคมจ้องมองมันเขี้ยวอยากตะครุบเหยื่อที่แสนจะเย้ายวน “หนีทำไมคะ ในเมื่ออยากอยู่ใกล้............”มือเรียวแตะลงหน้าอกแกร่งแผ่วเบาเผยอริมฝีปากอมชมพูเล็กน้อย “ให้ผมแทรกซึมเข้าไปในตัวคุณจะได้ใกล้แบบเนื้อแนบเนื้อ.......”กายแกร่งร้อนวูบวาบอยากกระสันทั่วกายอยากสอดใส่ความแข็งแกร่งให้เหยื่อตัวน้อยได้ลิ้มลอง แขนแกร่งโอบกระชับแน่นร่างกายแนบชิดมองสบตากันหวานเยิ้ม “คุณคงไม่อยากเป็นชู้กับแม่เลี้ยงใช่ไหมคะ”มือบางค่อย ๆ ดันหน้าแกร่งออกห่างสายตาเศร้า ชายหนุ่มนิ่วหน้าคลายอ้อมแขนออกช้า ๆ สถานะของผู้หญิงตรงหน้าคือเมียพ่อซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของเขา สายตาหวานหลุบลงหันหลังเดินนวยนาดทิ้งน้ำหนักเท้าบั้นท้ายกลมโยกซ้ายขวาช่างเย้ายวน เขาจ้องมองไม่วางตากลืนน้ำลายลงคอหักห้ามใจ อิงอรหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่เอียงคอมองเขาเล็กน้อย “ของบางอย่างทำได้แค่ดู แต่แตะต้องไม่ได้ เพราะเป็นของ..ต้องห้าม”
Lihat lebih banyakหลายเดือนต่อมา อิงอรนั่งลูบท้องที่โตขึ้นคราวนี้ได้ลูกสาวสมใจหลังจากคลอดลูกมาเป็นผู้ชายสามคน พงศกรกำลังวิ่งเล่นเตะฟุตบอลกับลูกชายทั้งสามที่ช่วงวัยไม่ห่างกันเขาและเธอหวังสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเต็มไปด้วยลูกหลานในยามชราเพราะเขาและเธอในตอนนี้ไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงกันและกันเท่านั้น“จดหมายนายท่านค่ะ” แม่บ้านยื่นซองเอกสารให้นายหญิง มือเรียวรับเอกสารนั่นมาดูที่หน้าซองเป็นที่อยู่ของประเทศไทยทำให้แปลกใจว่ามีใครส่งจดหมายมาให้เพราะเดี่ยวนี้มักจะส่งอีเมล์ให้กันมากกว่า พงศกรวิ่งเล่นกับลูกจนเหนื่อยปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นกันเองแล้วเดินหืดหอบมานั่งบนเก้าอี้ไม้ข้างภรรยา“จดหมายของคุณค่ะ”“สำนักทนายความ......มีเรื่องอะไรกันอีก......”คิ้วเข้มขมวดปมน้ำเสียงเครียดกังวลใจเรื่องทรัพย์สินที่ไม่จบสิ้นสักที“อาจไม่มีอะไรก็ได้นะคะ”อิงอรแตะไหล่สามีเบา ๆ รู้ว่าเขาจะไม่สบายใจทุกครั้งที่มีเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สิน พงศกรหันมาพยักหน้าเนือย ๆ ถอนหายใจก
เวลาบ่ายสามโมงตรงที่ห้องรับแขก แม่พิมนั่งอ่านเงื่อนไขที่อิงอรเสนอพร้อมกับทีมทนายก่อนจรดปลายปากกาเซ็นต์ยอมรับข้อตกลงทั้งหมดเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเงินจำนวนยี่สิบล้านก็เข้าบัญชีของแม่พิมทันที แม่พิมดูข้อความแจ้งเตือนแล้วยิ้มพอใจ ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าลากข้างกายเตรียมตัวเดินทางหนีออกต่างประเทศก่อนที่ญาติ ๆ จะซักทอดมาถึง พงศกรนั่งมองแม่ที่เดินหันหลังจากไปไม่มีคำร่ำลาแต่เขานั้นทนไม่ไหววิ่งตามไปหาแม่ที่กำลังจะขึ้นรถตู้เดินทางไปสนามบิน“แม่ครับ”พงศกรเอ่ยเรียกแม่แล้วชะงักหยุดเมื่อเห็นสีหน้าแววตาขุ่นเคืองของแม่“ในที่สุดเมียแกก็ได้สมบัติทั้งหมด แกเลือกมันก็จะมีแต่ฉิบหาย หลังวันนี้ไปแม่ปกป้องแกไม่ได้ ระวังตัวไว้ให้ดีเมื่อไหร่ที่มันผลาญทุกอย่างไปจนหมดมันจะเฉดหัวแกทิ้ง ถ้าถึงวันนั้นอย่าหวังมาพึ่งแม่อีก........เราสองคนตัดขาดกันตั้งแต่วันนี้!”แม่พิมเสียงแข็งตาขวางด้วยความโกรธแค้นลูกชายที่โง่ให้ผู้หญิงหลอกจนหมดตัว พงศกรนิ่งงันพยายามให้เรื่องจบลงด้วยดีแต่ดูเหมือนแม่ยังไม่พอใจกับสิ่งที่ได้ไ
“ไอ้ทรมันทำเกินหน้าที่พวกเราไม่ได้อยากให้กรตายแค่อยากแบ่งสมบัตินิด ๆ หน่อย ๆ เอง ”อานุมองอ้อนวอน“ไอ้ทรมันเป็นคนยิง อาไม่ได้ทำอะไรหลานเลยนะ”อาน้องร้องไห้สะอึกสะอื้นขอความเห็นใจ“พวกกูไม่ได้ทำ มีหลักฐานอะไรมาเอาผิดพวกกู”ลุงทรเสียงแข็งมองตาขวาง อิงอรแสยะยิ้มชูเครื่องอัดเสียง“แค่คลิปเสียงกับวงจรปิดจับพวกแกเข้าคุกได้หลายปี” หน้าสวยเชิดขึ้นจองหองสะใจ พวกมันทำให้เธอเสียลูกทุกคนต้องชดใช้ อาณี อาน้อง ลุงทร โกรธเกรี้ยวจ้องอิงอรตาเขม็งก่อนจะโดนตำรวจพาออกไปจากห้องรับแขก ลูก ๆ ของอาณี อาน้อง อานุร้องไห้ระงมเดินเข้ามาใกล้พงศกร คุกเข่ายกมือไหว้ขอร้องไม่ให้เอาเรื่องพ่อแม่ทั้งน้ำตา พงศกรขอบตาร้อนผ่าวสงสารน้อง ๆ จับใจมือหนากำแน่นพยายามไม่ใจอ่อน“พี่ไม่ใช่คนตัดสิน หลังจากนี้ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการของศาล....”พงศกรหน้าเครียดค่อย ๆ ถอยหลังเดินหนีน้อง ๆ ที่ร้องไห้อ้อนวอนเสียงดัง แม่พิมเหลือบมองหลาน ๆ แล้วกระตุกยิ้มแสร้งทำสะอึกสะอื้นกลั้นน้ำตาเดินตามลูกชายออกไป
ญาติ ๆ มองหน้ากันเหลอหลาไม่คิดว่าพี่ชายยอมคุกเข่าอ้อนวอนอดีตเมียเพื่อรั้งให้ลูกอยู่ด้วย พงศกรตัวชาวาบนิ่งอึ้งน้ำตาไหลขาแกร่งแทบไร้เรี่ยวแรงจะยืนอิงอรเข้าไปประคองเขาอย่างเห็นใจ“ผมเลือกแม่เพราะเห็นแม่โดนพ่อทำร้ายใจด้วยการมีผู้หญิงอื่น ผมสงสารเลยเลือกอยู่กับแม่....”เสียงทุ้มสั่นเครือปวดหัวใจที่เขาเคยคิดมาตลอดว่าพ่อไม่เคยรักนั่นไม่ใช่เลย“โถกร..........ลูกรัก แม่ไม่ได้รักพ่อแก แม่รักเงิน ตอนแบ่งสินสมรสแม่ได้มาเยอะและนั้นความสุขของแม่ คนที่น่าสงสารน่ะคือพ่อแกที่ตายไปโน่น......”แม่พิมยกยิ้มเยาะสีหน้ายียวนสะใจ“แกมันอีงูพิษ ชั่วเสมอต้นเสมอปลาย”อาณีฉุนจัดตะโกนต่อว่าทางด้านหลัง ญาติ ๆ จ้องมองแม่พิมอย่างเอาเรื่องแต่แม่พิมไม่สนเธอนวยนาดเชิดหน้าเย้ยอาณี“ฉันชั่วแบบเปิดเผย ดีกว่าพวกแกชั่วระยำลับหลัง!”แม่พิมจ้องหน้าท้าทายแล้วยิ้มเหยียด ลุงทรร้อนตัวรีบกระชากข้อมือแม่พิมกระชากออก“หุบปาก!”ลุงทรเสียงแข็งจ้องหน้าราวจะกินเลือดกินเนื้อ แม่พิมหน้าตาขึงขังเบะปากแสดงออกชัดว่ารังเกียจ
พงศกรอุ้มหญิงสาวมาหยุดที่ห้องนอนใหญ่ของท่านอำนาจ อิงอรบอกว่าไม่ใช่ห้องนี้ห้องของเธออยู่ถัดไปอีกสองห้อง ชายหนุ่มขมวดคิ้วอุ้มพาอิงอรไปส่งที่ห้องนอน“ทำไมไม่นอนห้องคุณพ่อ”“บางคืนท่านจะเรียกเมียอื่นขึ้นมา”“จดทะเบียนกันแล้วผมคิดว่าคุณพ่อจะมีแค่คุณ........”เขาเหลือบมองหญิงสาวในอ้อมกอดเธอหลุบตาลงต่ำไ
หลังสวดศพแขกที่มาร่วมงานต่างแยกย้ายกันกลับ พงศกรเดินลิ่วไปที่รถเพื่อกลับไปพักที่โรงแรม ระหว่างทางเดินเขาเห็นอิงอรนั่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้ศาลาโน้มลงก้มดูข้อเท้ามีผู้ชายคนหนึ่งนั่งยอง ๆ จับที่ข้อเท้าของหญิงสาว พงศกรจ้องมองด้วยความขุ่นเคืองออกอาการหงุดหงิด ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้เลยเดิ
ร่างหนาสะท้านแม้เพียงมองหน้าสวยที่มองตอบไม่หลบสายตา กายหนาร้อนรุ่มแม้ยังไม่ได้สัมผัสเสน่ห์เย้ายวนตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจห้ามใจ มือหนาค่อย ๆ เปิดหน้าต่างกระจกบานพับที่ช้า ๆ เดินย่างกรายเข้ามาใกล้ริมขอบสระสายตายังไม่ละจากหญิงสาว หน้าสวยเชิดขึ้นยันตัวลุกขึ้นยืนสภาพเปลือยเปล่าเผยส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนข
“ยังพอจำเด็กขี้มูกเยิ้มเปื้อนหน้าได้ไหมคะ เด็กที่คุณกรจับมาล้างหน้าทาแป้งให้บ่อย ๆ ”เสียงหวานสั่นเครือลุ้นให้เขาจำเด็กน้อยสามขวบที่เขาเคยช่วยเหลือ พงศกรนิ่วหน้าครุ่นคิดก่อนจะเงยมองหน้าเธออีกครั้ง“ยายขี้มูกเหรอ”“ใช่ค่ะ อรคือยายขี้มูก..........”รอยยิ้มหวานผุดขึ้นดวงหน้าสวยดีใจที่เขาจำได้ ส่วนเขานั้