LOGINสุทธิดานั้นสั่งคนรับใช้ที่บ้านเอาไว้ว่าถ้าหาญโทร. มาหา ก็ให้บอกไปว่าไม่อยู่ ออกไปข้างนอก ทั้งๆ ที่บางครั้งก็อยู่ แต่พักหลังมานี้ สุทธิดาออกไปเรียนพิเศษข้างนอกบ่อย เพราะมารดาอยากให้เข้าสังคม จึงอยู่ไม่ติดบ้าน ในขณะที่หนึ่งธิดาโดนใช้งานงกๆ อยู่ก้นครัว ยิ่งนับวันความห่างเหินของหนึ่งธิดากับบิดายิ่งมากขึ้นจนแทบไม่ได้คุยกันเลย
หนึ่งธิดาทำใจได้แล้วในระดับหนึ่ง เธอยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มองว่าหากโลกนี้ไม่มีใครช่วยเหลือเธอได้ เธอก็ต้องเอาตัวรอดด้วยตนเอง และหาญคือคนเดียวที่ทำให้หัวใจเธอชุ่มชื่น เพราะจดหมายของเขาในแต่ละฉบับ บ่งบอกถึงความมุมานะ อุสาหะและความตั้งใจพยายามของเขา เธอก็อยากทำให้ได้แบบเขาบ้าง จึงตั้งใจเรียน แม้มารดาเลี้ยงจะไม่ให้เงินไปเรียน แต่เธอก็หางานพิเศษอย่างอื่นทำได้ ด้วยว่าครูอาจารย์มักเมตตาเอ็นดูเธออยู่เสมอ กอปรกับเธอเป็นคนขยันจึงมีงานให้ทำอยู่ตลอดไม่เคยขาด
ถึงพี่หาญที่รัก
น้องดีใจที่พี่หาญทำสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว และต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ ดีใจที่พี่หาญเขียนจดหมายมาหาไม่เคยขาด แม้ไม่ได้ยินเสียงแค่เห็นลายมือของพี่น้องก็ดีใจจนน้ำตาไหลแล้ว ยามเหงา เศร้าและเหว่ว้า แค่เอาจดหมายของพี่มาอ่าน ก็มีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกไม่กี่ปีน้องก็จะเรียนจบแล้วนะคะ อยากไปเที่ยวไร่ของพี่หาญเหลือเกินค่ะ
รักพี่หาญเสมอ
หนึ่งธิดาน้ำตาซึมจริงๆ เพราะการเขียนจดหมายถึงหาญเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอมีความสุข อยากจะเล่าเรื่องอะไรๆ ให้เขาฟังมากมาย แต่เธออยู่ในฐานะที่ไม่สามารถเล่าอะไรให้เขาฟังได้ เนื่องด้วยชีวิตของน้องสาวนั้นดิบดีเหลือเกิน มันไม่ได้ทนทุกข์ทรมานเหมือนกับชีวิตของเธอ แล้วการที่จะเล่าชีวิตความเป็นอยู่ของน้องสาวให้เขาฟังมันก็เหมือนกับเป็นการโกหก จึงได้แต่ส่งกำลังใจให้เขาเท่านั้น
เธอเก็บจดหมายของเขาเอาไว้ทุกฉบับ หาญเขียนมาเล่าให้ฟังในฉบับต่อไปว่าเขาเริ่มเลี้ยงจระเข้ เธอประหลาดใจที่เขาบอกว่าจะเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ กลายเป็นเลี้ยงจระเข้ไปเสียแล้ว แต่เขาบอกว่าเจอผู้ใหญ่ใจดีช่วยแนะนำ คงถูกชะตากันเนื่องจากคุณตาเองก็เป็นคนพื้นเพที่นั่น หาญเลยตัดสินใจทำฟาร์มจระเข้เพราะเขามองเห็นรายได้ที่งดงาม เขายังปลูกยูคาลิปตัสอีกร้อยไร่ วันเวลาผ่านไป หาญยิ่งได้คนงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนฝูงของภูผาและคนงานในไร่ชักชวนกันมาทำงานเพราะหาญดูแลครอบครัวของลูกน้องอย่างดี สวัสดิการต่างๆ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย ซึ่งในไร่มีพื้นที่กว้างมาก การปลูกบ้านหลังเล็กๆ ให้คนงานไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะช่วยกันสร้างแป๊บเดียวก็เสร็จ บ้านหลังหนึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย หาญมีหัวก้าวหน้า เขาหาโรงเรียนดีๆ ส่งลูกหลานคนงานเข้าไปเรียนในเมือง จัดรถรับส่งให้อย่างดี คิดว่าในอนาคต เด็กๆ พวกนี้จะเป็นอนาคตที่ดีที่จะกลับมาช่วยกันพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
นอกจากที่หาญจะปลูกพืชแล้ว ยังเลี้ยงสัตว์อีกด้วย เขาต้องการ สัตวแพทย์ ต้องการคนที่เรียนจบด้านการเกษตรมาช่วยงานอีกหลายอย่าง ส่วนคนงานก็มีความสุขที่จะเห็นลูกๆ มีการศึกษาที่ดีและเป็นที่พึ่งของครอบครัว
หาญอ่านจดหมายของของคู่หมั้นสาวแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน ในจดหมายมันแฝงไปด้วยความเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อ เขามัวแต่ทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่เคยแวะเวียนไปหาสุทธิดาตามที่สัญญากันเอาไว้เลย ในยามนี้เขาจึงคิดว่าอยากจะไปหาเธอสักครั้ง แต่การจะเขียนจดหมายไปบอกกล่าวกันก่อนเธอคงไม่เซอร์ไพร้ส์ เขาอยากเซอร์ไพร้ส์เธอ จึงคิดว่าจะแอบไปหาแบบเงียบๆ
“คุณหาญจะเข้ากรุงเทพฯ เหรอครับ” ภูผาเอ่ยถามผู้เป็นนาย เมื่อได้ยินว่าเจ้านายบอกให้เตรียมตัว
“ใช่...” หาญรับคำเสียงเรียบ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“ครับ” ภูผารับคำ คิดว่าเจ้านายไปทำงานเหมือนทุกครั้ง ตลอดระยะเวลาหลายปี เขาเห็นเจ้านายมุ่งมั่นกับการทำงาน เรียกว่า ทำงานหามรุ่งหามค่ำและขยันเขียนจดหมาย อ่านจดหมาย แล้วก็ทำงาน แต่ไม่เคยเห็นไปมาหาสู่คนเป็นคู่หมั้นที่คอยตอบจดหมายเลยสักครั้งเดียว
“ผมถามหน่อยสิครับ”
“ถามว่า...” หาญเลิกคิ้วขึ้นเหลือบสายตามองลูกน้องคนสนิทที่กำลังขับรถออกจากไร่
“ผมเห็นคุณหาญทำงานหนักมาหลายปีแล้ว ไม่คิดจะไปหาคุณสุทธิดาบ้างเลยเหรอครับ”
“ก็จะไปนี่ไง”
“จริงเหรอครับ ดีจังเลยครับ ผมเองก็อยากเห็นหน้าคู่หมั้นคุณหาญเหมือนกัน”
“เดี๋ยวก็ได้เห็น” คนพูดอมยิ้ม แต่เสียงแตรรถที่ดังไล่หลังมาทำให้หาญต้องสั่งให้ภูผาหยุดรถ
“หยุดรถก่อนภู คนที่ไร่ขับรถตามมา” หาญพูดแค่นั้นเมื่อรถจอดสนิท เขาก็ลงจากรถในทันที คนงานในไร่เปิดประตูรถลงมา หน้าตาตื่น พูดลิ้นพันกันขณะวิ่งมาถึงตัว
“คุณหาญครับ คุณตาเสียแล้วครับ” หาญช็อกกับประโยคของคนงาน เขาหมุนกายกลับขึ้นรถ รีบให้ภูผาขับรถกลับในทันที พอถึงบ้าน มารดาก็กำลังนั่งร้องไห้อยู่ใกล้ศพของภัทรพล
“คุณตาเสียแล้วลูก”
“คุณตา...” หาญเข้าไปหาคุณตา ท่านจากไปอย่างสงบด้วยโรคชรา เรียกว่าหมดอายุขัยแล้วนอนหลับไปเฉยๆ
“คุณตาไปดีแล้วครับคุณแม่” หาญปลอบมารดา บีบมือของท่านเบาๆ ชายหนุ่มก้มลงกราบแทบเท้าผู้มีพระคุณยิ่งใหญ่ในชีวิต เขาน้ำตาไหล คุณตาเป็นคนที่มอบชีวิตใหม่ให้เขาและมารดา คอยสนับสนุนเขามาตลอด แถมยังมีคำพูดดีๆ คอยให้กำลังใจเขาเรื่อยมา หากไม่มีท่านก็คงไม่มีเขาที่ได้ดิบได้ดีจนถึงทุกวันนี้ ตลอดระยะเวลาหลายปี เขาทำทุกอย่างให้ท่านมีความสุขที่สุดในบั้นปลายชีวิต ตอบแทนพระคุณที่ท่านชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
แผนการที่จะไปหาสุทธิดาจึงพับเก็บลงไป เพราะต้องอยู่จัดงานศพให้ผู้มีพระคุณ หลังงานศพของคุณตา เพื่อนของมารดาที่ชอบปฏิบัติธรรมก็มาหาที่ไร่ ท่านเปิดร้านดอกไม้อยู่หลายสาขา อากาศที่ไร่ของเขาดีและยังมีที่ดินเหลืออยู่อีกหลายร้อยไร่ พอได้พูดคุยกันหาญก็ผุดไอเดียคิดโปรเจ็กต์ใหม่ขึ้นมาอีกครั้งคือปลูกดอกไม้ขายอีกสองร้อยไร่ ดอกไม้ยอดนิยมที่ขายดิบขายดีคือดอกดาวเรือง กล้วยไม้ เบญจมาศ และดอกไม้เศรษฐกิจอีกหลายชนิด การบุกเบิกไร่ดอกไม้อีกสองร้อยไร่ ทำให้หาญต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจอีกครั้ง ความตั้งใจที่จะไปหาสุทธิดาจึงต้องพับเก็บไปอีกครั้ง การทำไร่ดอกไม้เป็นงานใหม่ นั่นทำให้หาญมุ่งมั่นกับการทำงานในไร่จนลืมวันลืมคืน
วันเวลาเปลี่ยนผันจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี หนึ่งธิดาเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เธอเกือบจะไม่ได้เรียนหนังสือ หากไม่เพราะว่าได้ทุนเรียนต่อ ยิ่งนานวันชีวิตในบ้านคือผู้อาศัยอย่างแท้จริง ต้องทำงานแลกข้าว แลกน้ำ เมื่อได้ทุนการศึกษา มารดาเลี้ยงก็ยุแยงบิดาว่าไม่จำเป็นต้องส่งเสียให้เล่าเรียนอีก ให้ส่งเสียสุทธิดาจะดีกว่า แล้วบิดาก็เชื่อตามนั้น ทำให้หนึ่งธิดาต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และต้องอยู่ในบ้านของบิดาให้ได้จนกว่าจะเรียนจบ เธอเคยคิดว่าจะออกไปอยู่ข้างนอก แต่มีค่าเช่าหอ ค่าอาหารการกิน สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปอีกหลายอย่าง ชีวิตในช่วงวัยสาวที่ขลุกตัวอยู่ก้นครัวและทำงานบ้านจึงเป็นความเคยชินของเด็กสาวไปโดยปริยาย
เด็กสาวบอกตัวเองว่าต้องอดทน ความหวังของเธอมาจากหาญ การได้อ่านจดหมายของเขาทำให้เธอมีกำลังใจในการใช้ชีวิต หาญเป็นคนใจสู้และขยัน ตอนนี้ฐานะของเขามั่นคง ทำฟาร์มจระเข้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ
“แต่ยายสองกับน้าดาวก็หนีไปได้” เธอถอนใจหนักๆ กับเรื่องนี้“ตอนนี้ให้ตำรวจจัดการทุกอย่างเถอะ เราไปหาพ่อของหนึ่งกันดีกว่า”“ค่ะ พี่หาญ” ทั้งสองเดินทางมาหากวินที่บ้าน อีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น สดชื่นขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าใครมา กวินก็ยิ้มกว้างทันที“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อขอโทษ” ประโยคแรกที่กวินพูดขึ้นทำให้หนึ่งธิดาชะงัก ก่อนที่เธอจะยิ้มบางๆ ให้บิดา“หนูไม่เคยคิดโกรธอะไรคุณพ่อเลยนะคะ”“จริงๆ แล้วพ่อมีเรื่องจะสารภาพ” กวินเงยหน้ามองหาญ เขามองพ่อตาด้วยสายตาเรียบเฉย“เรื่องอะไรเหรอคะ” เธอหันไปมองสบตากับสามี เขานิ่ง ไม่ได้ตอบ แต่มันทำให้เธอสงสัยว่าเขากับบิดาน่าจะมีอะไรปิดบังเธออยู่กวินเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง หนึ่งธิดารู้สึกช็อกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่หนหลัง บิดาที่เธอเข้าใจว่าท่านคือผู้ให้กำเนิดกลับไม่ใช่ เธอเคยคิดสงสัยมาตลอดว่าทำไมท่านถึงไม่ค่อยรักเธอ มันเป็นแบบนี้นี่เอง พอกลับถึงบ้านหนึ่งธิดาถึงกับซึมและเงียบไปเลย หาญเข้าไปกอดรัดภรรยาสาวเบาๆ ดึงเธอมานั่งลงใกล้ๆเรื่องราวที่ได้รับรู้ทำให้เธอสะท้อนใจไม่น้อย คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้า แท้ที่จริงคือเพื่อนของบิดาแท้ๆ ที่
“แต่ยายสองกับน้าดาวก็หนีไปได้” เธอถอนใจหนักๆ กับเรื่องนี้“ตอนนี้ให้ตำรวจจัดการทุกอย่างเถอะ เราไปหาพ่อของหนึ่งกันดีกว่า”“ค่ะ พี่หาญ” ทั้งสองเดินทางมาหากวินที่บ้าน อีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น สดชื่นขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าใครมา กวินก็ยิ้มกว้างทันที“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อขอโทษ” ประโยคแรกที่กวินพูดขึ้นทำให้หนึ่งธิดาชะงัก ก่อนที่เธอจะยิ้มบางๆ ให้บิดา“หนูไม่เคยคิดโกรธอะไรคุณพ่อเลยนะคะ”“จริงๆ แล้วพ่อมีเรื่องจะสารภาพ” กวินเงยหน้ามองหาญ เขามองพ่อตาด้วยสายตาเรียบเฉย“เรื่องอะไรเหรอคะ” เธอหันไปมองสบตากับสามี เขานิ่ง ไม่ได้ตอบ แต่มันทำให้เธอสงสัยว่าเขากับบิดาน่าจะมีอะไรปิดบังเธออยู่กวินเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง หนึ่งธิดารู้สึกช็อกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่หนหลัง บิดาที่เธอเข้าใจว่าท่านคือผู้ให้กำเนิดกลับไม่ใช่ เธอเคยคิดสงสัยมาตลอดว่าทำไมท่านถึงไม่ค่อยรักเธอ มันเป็นแบบนี้นี่เอง พอกลับถึงบ้านหนึ่งธิดาถึงกับซึมและเงียบไปเลย หาญเข้าไปกอดรัดภรรยาสาวเบาๆ ดึงเธอมานั่งลงใกล้ๆเรื่องราวที่ได้รับรู้ทำให้เธอสะท้อนใจไม่น้อย คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้า แท้ที่จริงคือเพื่อนของบิดาแท้ๆ ที่
ปกติสุทธิดาไม่ได้คนที่เก่งเรื่องการต่อสู้หรือยิงปืนแม่นอะไร เด็กสาวคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ในยามนี้ความโกรธทำให้คนเราทำอะไรก็ได้ ประสิทธิชัยเองก็รู้สึกผิดเพราะบิดาของสุทธิดาคือเพื่อนของเขาที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา แต่เขาจำต้องทำเพราะต้องเอาชีวิตรอด ไหนจะลูกเมียของเขาอีก เหตุนี้เขาจึงยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้สุทธิดาฟังแบบไม่ปิดบังสุทธิดาเดินทางไปหาชุมชัยที่บ้าน วันนี้เธอจะฆ่าให้ตายคามือ มันคือตัวการฆ่าบิดาของเธอ เธอหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเอกลิขิตอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายคนใกล้ตัวคือคนที่ร้ายกาจมากที่สุด“อ้าว... ธิดามาหาฉันมีอะไรเหรอ” ชุมชัยเรียกสุทธิดาว่าธิดาตั้งแต่เด็ก เขาดีใจเมื่อเห็นเด็กสาวมาเยี่ยมเยียนถึงที่ และคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆ อาจเป็นเรื่องดีเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำอยู่ เพราะสุทธิดาและปานดาวคือคนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสีดำมืดของเขาขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี“แกฆ่าพ่อฉัน” โดยไม่ทันตั้งตัว สุทธิดาก็ควักปืนออกมาเล็งไปยังชุมชัย หลังจากอีกฝ่ายยิ้มร่าต้อนรับเป็นอย่างดีเธอไม่ได้ยิงปืนแม่น และไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่วันนี้ถ้าต้องตายก็ต้องฆ่าชุมชัยให้ได้ ความทรงจำวัยเด็ก
“แล้วเธอล่ะ ไม่คิดจะไปเยี่ยมสามีของเธอบ้างเหรอ”“พี่หนึ่งก็เห็นว่ามันทำอะไรกับสอง สองจะไปเยี่ยมมันทำไม” คนพูดน้ำเสียงดุดันขึ้นมาในทันที“ก็จริงนะ”“ส่วนพี่หนึ่ง สองแนะนำให้หาผัวใหม่ดีกว่านะ” คนที่เอาแต่ใจ พูดพล่ามไม่หยุดปาก หนึ่งธิดาเหลือบตามองน้องสาวที่นั่งยกขาขึ้นวางบนโต๊ะ แล้วก็กินขนมแสนอร่อยอย่างระอา ท่าทางและกิริยาเดิมๆ เหมือนตอนที่อยู่บ้านกลับมาอีกครั้ง มีคนเคยบอกว่าสันดอนขุดได้แต่สันดานขุดไม่ได้ มันจริงที่สุด นิสัยเก่าแก่ดั่งเดิมของสุทธิดาออกมาแล้ว ในสังคมวางตัวอีกอย่าง แต่พออยู่บ้านวางตัวอีกอย่าง มันคือหน้ากากที่สวมเอาไว้เท่านั้นหนึ่งธิดาทำอาหารด้วยความโมโหหน่อยๆ เธอเททุกอย่างที่คิดว่าคนกินจะสำลักเข้าไปในอาหาร“แคก ๆ ๆ” สุทธิดาสำลักอย่างหนัก พ่นอาหารออกมาจากปากยกน้ำขึ้นดื่มแทบไม่ทัน ในขณะที่คนทำอาหารเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวนกวนประสาทบ้าง ทำไมเธอต้องทำกับข้าวดีๆ ให้น้องสาวที่นรกส่งมาเกิดอย่างสุทธิดาด้วยเล่า ที่นี่มันเป็นบ้านของเธอกับสามี จะให้คนอื่นมาวางอำนาจบาตรใหญ่ได้ยังไงกันแล้วตัวการที่ทำให้สามีโดนตำรวจจับก็สุทธิดานี่แหละ ทำไมเธอต้องทำดีเอาใจนางน้องสาวนรกแต
“ยายสอง!” สุทธิดาเดินลอยหน้าลอยตาจากไปอย่างสบายอารมณ์ หนึ่งธิดามองตามร่างน้องสาวไปจนสุดตาร่างของภูผาผวาขึ้นสุดตัว ก่อนที่เขาจะร้องด้วยความเจ็บ“เป็นยังไงบ้างคะคุณภู” เสียงคุ้นเคยที่เอ่ยถามทำให้ภูผาหันขวับไปมอง เขาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้านายสาว“คุณหนึ่ง”“ไม่ต้องขยับหรอกค่ะ คุณภูบาดเจ็บอยู่”“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” จำได้ว่ามาดูไร่ให้เจ้านายและโดนกลุ่มคนร้ายไล่ยิงจนพลัดจากน้ำตก และจำอะไรไม่ได้อีกเลย“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ มีคนงานช่วยคุณภูเอาไว้ วันนั้นพี่หาญบอกให้หนึ่งไปดูไร่ใหม่ของเราด้วยน่ะค่ะว่าชอบไหมก็เลยตามคุณภูไป” จริงๆ เธอกับหาญไม่ได้ทะเลาะกัน เขาเป็นคนบอกให้เธอชวนทะเลาะเอง เธอก็งงๆ เขาเลยบอกเหตุผล หญิงสาวนึกย้อนไปถึงวันที่สุทธิดาทำร้ายตัวเองวันนั้น“พี่หาญนี่มันเรื่องอะไรกันคะ” น้ำเสียงจริงจังของคนเป็นเมียที่ตามเข้ามาถึงในไร่ทำให้หาญรวบร่างน้อยมาโอบกอด กดให้เธอนั่งบนตักด้วยรอยยิ้ม“อย่ามาทำหน้ามึนนะ ปล่อยหนึ่งเลย พี่หาญทำอะไรลงไป ทำร้ายยายสองทำไม มีความลับอะไรกัน สรุปพี่ข่มเหงยายสองจริงๆ แล้วมาโกหกหนึ่งใช่ไหมคะ”“จะให้พี่ตอบคำถามไหนก่อนดี” คนหน้าม
“กรี๊ด!” ที่ร้ายไปกว่านั้นเธอตบตีตัวเอง วิ่งไปเอาแก้วที่เคาน์เตอร์ปาลงพื้น ก่อนจะเหยียบเศษแก้วนั้นโดยการขยี้แรงๆ จนเลือดไหลนอง ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกรีดร้องเหมือนคนบ้า“พี่หาญมีอะไรคะ หนึ่งได้ยินเสียงกรี๊ด ตายแล้ว!” หนึ่งธิดาเอ่ยถามสามี พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสภาพของน้องสาว เธอผวาเข้าไปหาในทันที“พี่หนึ่ง ช่วยสองด้วย สองกลัว ฮือ ๆ ๆ”“ตายแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นนี่สอง” หนึ่งธิดาตกใจในสภาพของน้องสาวไม่น้อย“พี่หาญจะฆ่าสอง ฮือ ๆ ๆ สองกลัว กลัวจริงๆ นะ” สุทธิดากอดรัดพี่สาว ร้องไห้อย่างหนัก ซบที่อกของหนึ่งธิดาแนบแน่น หาญมองภาพที่สุทธิดาสั่งน้ำตาให้ไหลได้เหมือนก๊อกน้ำ เขาก็ต้องสบถในใจ ยกมือเท้าสะเอวมองด้วยสายตาดุดัน“นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครก็ได้บอกหนึ่งที” หนึ่งธิดาใจคอไม่ค่อยดี เห็นเลือดที่ไหลไปตามฝ่าเท้าและเนื้อตัวเขียวช้ำของน้องสาว แก้มก็มีร่องรอยการถูกทำร้ายเลยตกใจไม่น้อย“พี่หาญทำร้ายสอง” สุทธิดาพูดไปร้องไห้ไป“พี่หาญทำร้ายสองทำไม” หนึ่งธิดาเอ่ยถาม หาญยังไม่ทันจะได้พูดอะไร คนที่ปั้นน้ำเป็นตัวหน้าเศร้าเล่าความเท็จในทันที หนึ่งธิดายิ่งงุนงงว่าทำไมหาญต้องทำร้ายน้องสาวของเธอด้วย“มั







