Masuk"เพราะความผิดพลาดในคืนนั้น... นำมาซึ่งพันธะที่เธอต้องแบกรับเพียงลำพัง" พุดพิชชา หญิงสาวที่เชื่อมั่นในความรัก กลับต้องเผชิญกับความจริงอันเจ็บปวด เมื่อชายที่เธอรักอย่าง รัญภาคย์ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับผู้หญิงที่คู่ควร ทิ้งให้เธอต้องเดินจากมาพร้อมกับ 'ความลับ' ในครรภ์ที่เขาไม่มีวันได้รับรู้ ห้าปีผ่านไป... โชคชะตานำพาให้เขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ในฐานะเจ้านายและชายหนุ่มที่ยังคงโหยหาอดีต แต่สำหรับพุดพิชชา เขาคือคนแปลกหน้าที่พรากความเชื่อใจของเธอไปจนหมดสิ้น ทว่าสายใยบางๆ อย่าง 'ต้นน้ำ' ลูกชายตัวน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ กลับกลายเป็นโซ่ทองคล้องใจที่ทำให้เขาและเธอไม่อาจตัดขาดจากกันได้ เมื่อความลับถูกเปิดเผย และความรักที่เคยขาดหายเริ่มถูกเติมเต็ม รัญภาคย์จะทำอย่างไรเพื่อพิสูจน์ตัวเองและทวงคืนหัวใจของแม่ลูกคู่นี้กลับมา? และพุดพิชชาจะกล้าเปิดใจยอมรับผู้ชายที่เคยทำให้เธอเสียน้ำตาได้อีกครั้งหรือไม่? ร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักที่ต้องใช้เวลาและการให้อภัยเป็นเครื่องพิสูจน์ ใน "ตามรักเติมเต็ม"
Lihat lebih banyakเงาตะคุ่มๆ ภายในร้านกาแฟกรุกระจกสูงจากพื้นถึงเพดานที่ตกแต่งอย่างสวยงามเวลาเที่ยงคืนดูจะไม่ปกติเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่มีใครมาสนใจเพราะเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่จะเข้านอนกันหมดแล้ว
หญิงสาวคนหนึ่งเปิดขวดโหลบรรจุเมล็ดกาแฟสีเข้มสามโหลที่มีชื่อชนิดกาแฟต่างกันตามสายพันธ์จากนั้นเททั้งหมดลงในกะละมังใบใหญ่แล้วใช้พายพลาสติกผสมเมล็ดทั้งสามชนิดให้เข้ากัน
ก่อนจะตักเมล็ดกาแฟทั้งหมดลงไปในขวดโหลทั้งสามอีกครั้ง แล้ววางให้เข้าที่อย่างเดิมจากนั้นเธอเปิดขวดโหลบรรจุน้ำตาลสีขาวแล้วเทผงสีขาวเล็กๆ ลงไปเพียงเล็กน้อย ต่อด้วยการเขย่าผงสีขาวให้กลืนไปกับน้ำตาล
หญิงสาวร่างสูงระหงคนเดิมเดินไปถอดปลั๊กไฟที่เสียบอยู่กับตู้เย็นและตู้แช่เค้กที่มีเค้กอยู่เต็มตู้ออกอย่างไม่กลัวว่าของที่แช่อยู่ข้างในจะเสีย ใครจะสนกันล่ะในเมื่อพรุ่งนี้คนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เธออีกต่อไป
แฟ้มใส่สูตรชงเครื่องดื่มและสูตรเบเกอรี่รวมถึงสมุดโน้ตปกแข็งสีน้ำตาลที่มีรอยเปื้อนเต็มไปหมดถูกยัดใส่เป้สีดำอย่างทะนุถนอม
จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบออลอินวันถูกวางคว่ำให้ด้านจอสัมผัสกับพื้น
แล้วเธอก็เธอใช้ไขควงเล็กหมุนน็อตออกจากฝาด้านหลังแล้วใช้ปิ๊กกีตาร์ที่เตรียมมาค่อยๆ แทรกเข้าไปที่ฝาด้านหลัง
พอฝาเปิดออกเธอก็ใช้ไขควงอีกอันหมุนเอาฮาร์ดดิสก์ออกไปโดยไม่ลืมที่จะครอบฝาหลังไว้อย่างเดิม
นับเป็นโชคดีที่เธอเป็นคนเอาคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไปซ่อมครั้งที่แล้ว เธอจึงรู้ว่าช่างแกะฮาร์ดดิสก์ออกยังไง และเครื่องที่เคยแกะออกมาซ่อมแล้วครั้งหนึ่งจึงแกะออกอย่างง่ายๆ เวลาเพียงไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยเธอไม่ใช่ขโมย
ทุกอย่างที่เธอทำเป็นสิทธิ์ของเธอโดยชอบธรรมเพียงแต่หญิงสาวไม่คิดว่าวันที่เธอทวงสิทธิ์จะมาถึงเร็วกว่าที่เธอคิดไว้
แจ๊สสีเหลืองสดวิ่งด้วยความเร็วเพียง 60 กิโมเมตรต่อชั่วโมงไปบนถนนพหลโยธินรถทุกคันต่างพากันขับแซงไปคันแล้วคันเล่าแต่คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยก็ไม่สนใจเลยสักนิดเพราะเมื่อกะระยะเวลาแล้วน่าจะถึงจุดหมายตามเวลาที่ต้องการ
พอรถออกจากเขตจังหวัดอยุธยามาได้สักพักหญิงสาวเจ้าของรถก็แวะลงไปเดินยืดเส้นยืดสายที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง
แม้ว่าเวลาจะล่วงเข้าวันใหม่แล้วแต่ผู้คนก็ยังเดินกันขวักไขว่เพราะถนนสายนี้เป็นเส้นหลักที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือของประเทศเธอเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกความสดชื่น จากนั้นออกมาซื้อกาแฟยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ภายในปั้ม หญิงสาวไม่ลืมที่จะหยิบขนมขบเคี้ยวสองห่อกับน้ำเปล่าอีกขวด ก่อนจะขับรถไปอย่างช้าๆ เช่นเดิม
เธอขับต่อไปอีกราวๆ สองชั่วโมงแสงตะวันก็เริ่มจับขอบฟ้า
หญิงสาวมองป้ายข้างทางตอนนี้ถึงเขตจังหวัดนครสวรรค์ เธอแวะปั๊มขนาดใหญ่อีกครั้งหลังจากเติมน้ำมันเต็มถัง
เธอก็ขับไปจอดบริเวณหน้าห้องน้ำ มือเรียวเล็กบีบยาสีฟันลงไปในแปรงอย่างเชื่องช้า จากนั้นคล้องผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่คอเพื่อลงไปยังห้องน้ำ เวลาเช้าอย่างนี้ยังไม่ค่อยมีใครมาใช้บริการสักเท่าไหร่เธอแปลงฟันล้างหน้าอย่างใจเย็น
จากนั้นสูดอากาศเข้าเต็มปอดอีกครั้ง ร้านอาหารภายในปั๊มยังไม่เปิดให้บริการ ร้านสะดวกซื้อจึงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับเธอในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้
เธอเลือกเอสเปรสโซ่ร้อนหนึ่งแก้วกับแซนวิชอบร้อนรองท้อง เมื่อทานเสร็จก็เดินกลับเข้าไปบ้วนปากอีกครั้งก่อนขับแจ๊สเหลืองคู่ใจมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางซึ่งที่นั่นเธอหวังว่าจะได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ
สองชั่วโมงจากนั้นเธอก็มาถึงวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่ตั้งอยู่ซ้ายมือเธอขับรถเข้าไปจอดโดยไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถเลยสักนิด เวลาเช้าๆ อย่างนี้ผู้คนบางตาเธอตรงไปหยิบดอกบัวและธูปเทียนจากนั้นหย่อนเงินจำนวนหนึ่งลงตู้บริจาค ก่อนจะจุดธูปเทียนนำไปวางบนแท่นวางเทียน จากนั้นนั่งสวดบทบูชาพระพุทธชินราชที่ทางวัดเขียนไว้ที่ป้ายหินอ่อน จากนั้นนำดอกไม้ไปวางที่พาน นำธูปไปปักที่กระถาง และไม่ลืมที่จะเข้าชื่นชมความงามและอธิษฐานขอพรอีกครั้งภายในวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สวยที่สุดในประเทศไทย
รัญภาคย์ไม่ได้หัวเราะอย่างที่บอกกับขวัญพิชชาแต่เขาน้ำตาซึมเมื่อเห็นรูปของขวัญพิชชาตั้งแต่วันแรกที่เธอท้อง หญิงสาวถ่ายรูปไว้ทุกๆ วัน ในเดือนแรกๆ เขาแทบมองไม่ออกเลยว่าเธอกำลังท้องและรูปแรกก็เป็นรูปที่เธอถ่ายจากในห้องนอนที่บ้านหลังเล็กของเขา แต่พอภาพท้ายๆ ก็เป็นภาพที่มีทิวทัศน์มากขึ้นเบื้องหลังมักเป็นภูเขา เขาเดาว่าคงจะเป็นบ้านของรชตพัฒน์ เขาไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณรชตพัฒน์และพาขวัญยังไงถึงจะเพียงพอกับที่ทั้งสองคนนั้นช่วยเหลือภรรยาของเขา“ขอบคุณนะครับที่ยังเก็บรูปไว้ให้พี่ดู”“ตอนแรกก็คิดว่าเอาไว้ดูคนเดียวค่ะ แต่พี่รัญทำตัวน่ารักกับขวัญและลูกมาตลอด ขวัญเลยคิดว่าพี่รัญควรได้ดูรูปพวกนี้”“ขวัญถ่ายเองเหรอครับ”“แรกๆ ขวัญก็ถ่ายเองค่ะ แต่ภาพหลังๆ พี่ภีมถ่ายให้เพราะพี่ภีมบอกว่าอยากให้ภาพดูสดใส”“ขวัญโชคดีที่ได้เจอคุณภีม”“ค่ะ ขวัญก็คิดอย่างนั้นค่ะ พี่ภีมและพี่พาทำให้ขวัญผ่านช่วงนั้นมาได้”“ครับ พี่เองก็เป็นหนี้บุญคุณสองคนนั้น”“ขวัญดีใจที่พี่ไม่ได้คิดว่าขวัญกับพี่ภีมมีอะไรเกินเลยมากกว่าพี่สาวน้องสาว”“ก็ตอนนั้นพี่ไม่รู้นี่ครับ ตอนนี้รู้แล้วเลยคิดว่ารอหนูชมพู่โตจะให้หนูชมพู่มาเป็นลูกสะใภ้” เขาบอกที
“นี่ค่ะ ภาพก่อนหน้าที่ฉันพูดถึง ฉันไม่ได้มีแต่ภาพนะคะ ยังมีเป็นไฟล์วีดีโอด้วยนะคะถ้าใครอยากดูก็ได้ค่ะ” ขวัญพิชชาส่งภาพหลายๆ ภาพที่เธอเอามาจากกล้องวงจรปิดให้กับพนักงานคนอื่นๆ ดูเป็นภาพที่ธัญชนกกับลลิตากำลังช่วยกันถอดเสื้อของรัญภาคย์และภาพที่ธัญชนกนอนลงไปข้างๆ ชายหนุ่ม พอเห็นภาพที่เธอยื่นให้แล้วทุกคนก็หันมาสนใจภาพจากโทรศัพท์มือถือของขวัญพิชชาและส่งให้กันดูจนครบ พอทุกคนได้ดูภาพกันจนครบก็เข้ามาขอโทษรัญภาคย์ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคนที่เขากลัวว่าจะโกรธคือขวัญพิชชาคนเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว“คุณมินนี่จะดูด้วยไหมคะ รู้สึกว่าจะมีลิลลี่เพื่อนของคุณอีกคนอยู่ในนั้นนะคะ”ธัญชนกรู้สึกหน้าชาเพราะเธอไม่คิดว่าหลักฐานทั้งหมดนั้นจะออกมาในรูปแบบนี้เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหญิงสาวหยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไหจากบริษัททันที“หวังว่าทุกคนคงเข้าใจตรงกันแล้วนะคะว่าเรื่องทุกอย่างเป็นแบบไหน” ขวัญพิชชาบอกกับพนักงานจากนั้นเธอก็เดินตามรัญภาคย์เข้าห้องทำงานของเขา“พี่ไม่คิดเลยว่าขวัญจะรอบคอบและมีสติขนาดนี้”“ก็เพราะว่าตอนนี้ขวัญไม่ใช่คนเดิมแล้วนี่คะ วันเวลาที่ผ่านมาสอน
มินิคูเปอร์สีเหลืองคาดดำแล่นด้วยความเร็วสูงไปบนถนนมิตรภาพ หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมีใบหน้าเครียด จุดหมายปลายทางครั้งนี้อยู่ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งในตัวเมือง ที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องขับรถออกมาจากบ้านครั้งนี้เธอไม่ได้หนีปัญหาอย่างเคย แต่เธอกำลังมาหาข้อเท็จจริงแล้วจะกลับไปจัดการเรื่องทุกอย่าง ถ้าเรื่องที่เธอได้รับรู้ก่อนมาที่นี่เป็นเรื่องจริงเธอก็จะไม่หนี แต่เธอจะคุยกับเขาด้วยเหตุผลเพราะเธอไม่ใช้ตัวคนเดียว เธอมีลูกชายที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกเธอแวะที่ร้านจำหน่ายกล้องวงจรปิดจากนั้นก็ให้ช่างจากร้านตามเธอไปที่คอนโดฯ แล้วดึงภาพของคืนที่รัญภาคย์มานอนที่คอนโดฯ ใส่เฟลชไดร์ฟให้เธอ ขวัญพิชชาจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้กับช่างแล้วเธอก็เอาโน้ตบุ๊กที่อยู่ในรถขึ้นมานั่งดูภาพทั้งหมดไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ที่รัญภาคย์กลับเข้ามาที่คอนโดฯ ในคืนที่เขาบอกว่าทานยาแล้วรีบนอนเธอนั่งมองภาพไปเรื่อยๆ ในใจก็ภาวนาว่าขออย่าให้เธอได้เห็นภาพอะไรแบบที่ธัญชนกบอกกับเธอเลย หญิงสาวเห็นรัญภาคย์เดินเข้ามาในห้องในมือกำลังถือโทรศัพท์เธอมองเวลาที่ปรากกอยู่บนจอภาพแล้วคิดว่าตอนนั้นเขาคงกำลังคุยกับเธอ จากนั้นก็เป็นภ
พอพาต้นน้ำเข้านอนแล้วขวัญพิชชาก็มาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับตัวเองและลูกชายเพื่อพรุ่งนี้จะได้พากันออกเดินทางแต่เช้า จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความที่รัญภาคย์ส่งมาเธอก็รู้สึกเป็นห่วงเพราะเขาอยู่คนเดียวแล้วเธอก็ไม่รู้ว่ายาที่ธัญชนกซื้อมาให้นั้นเป็นยาอะไรทำไมสามีเธอถึงได้บอกว่าง่วง เธอรู้สึกเป็นห่วงเขาจนนอนไม่หลับครั้นจะโทรศัพท์ไปหาก็คิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว ขวัญพิชชาได้แต่ภาวนาให้เขาไม่เป็นอะไรมาก เธอเปิดลิ้นชักเตรียมกุญแจตามที่เขาบอกแล้วก็พบใบเสร็จค่ากล้องวงจรปิดของคอนโดฯ ขวัญพิชชายิ้มกว้างอย่างโล่งใจเพราะเธอจะได้เห็นว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดที่คอนโดฯ แล้วเธอก็เห็นว่าตอนนี้ชายหนุ่มหลับไปแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ปิดไฟ ‘คงจะเหนื่อยมากจริงๆ’ เธอคิดในใจรุ่งเช้าขวัญพิชชาก็ขับรถพาต้นน้ำไปหารัญภาคย์ที่คอนโดฯ ตามที่ได้นัดกันไว้ พอไปถึงก็ตรงขึ้นไปบนห้องของเขา เธอไขกุญแจเข้าไปทันทีเพราะเห็นจากกล้องวงจรปิดแล้วว่าเขายังนอนอยู่ที่เดิม“พ่อคร้าบ ต้นน้ำมาแล้ว” เด็กชายกฤษฎิ์หิรัญกระโดดขึ้นไปบนเตียงที่รัญภาคย์นอนอยู่รัญภาคย์ได้ยินเสียงเหมือ
แม้จะมีงานที่ร้านกาแฟเพิ่มเข้ามาอีกแต่ขวัญพิชชาก็ยังทำหน้าที่อื่นๆ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารให้กับทุกคนเช่นเดิม จากนั้นก็ใช้เวลาอยู่กับต้นน้ำจนกระทั่งเด็กชายนอนหลับในตอนบ่ายเธอก็จะเข้าไปที่ร้านกาแฟเพียง 2 ชั่วโมงแล้วก็ไปช่วยรัญภาคย์ทำงานต่อ เธอมีความสุขที่ได้ทำงานทุกอย่า
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วร้านที่ดูรกร้างถูกปรับปรุงและตกแต่งเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ขวัญพิชชาเพิ่มมุมสำหรับเด็กไว้ในร้านด้วย เพราะอยากให้ลูกค้าที่มีลูกเล็กๆ ได้มีโอกาสออกมาดื่มกาแฟนอกบ้านโดยพาเด็กมาด้วย เธอแยกบริเวณไว้อย่างชัดเจนเพราะบางครั้งลูกค้าที่ไม่เคยมีลูกก็ต้องการความเป็นส่วนตัว ขนมและเ
เช้าวันต่อมาต้นน้ำก็ออกไปเที่ยวกับแตงกวาโดยมีเบญจวรรณและรชตพัฒน์อาสาเป็นคนดูแล รัญภาคย์ไว้ใจเขามากขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับขวัญพิชชาในเชิงชู้สาวเลยสักนิด“พี่ถามได้ไหมว่าทำไมขวัญหนีไปอยู่กับคุณภีม” เมื่อได้เปิดใจคุยกันแล้วเขาก็อยากรู้ทุกเรื่องของเธอหลังจากหนีไปจากเขา“ขวัญไม่ได้ตั้งใจหนีไป
ต้นน้ำมีสุขภาพที่แข็งแรงแม้ว่าแรกเกิดจะน้ำหนักตัวน้อยและต้องเข้ารับการผ่าตัด รัญภาคย์และขวัญพิชชาพาเขาไปตรวจตามนัดและครั้งล่าสุดหมอก็บอกว่าต้นน้ำหายเป็นปกติแล้ว ตอนนี้ต้นน้ำในวัน 11 เดือนกำลังเริ่มจะเดินเตาะแตะนั่นทำให้ทั้งรัญภาคย์และขวัญพิชชาทั้งรักทั้งหลงลูกชายคนนี้มาก ต้นน้ำเป็นเหมือนส่วนที่เติม





