FAZER LOGIN“นางหนึ่ง นางหนึ่ง! แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
“จ้ะน้าดาว” หนึ่งธิดารีบพับเก็บจดหมายซ่อนเอาไว้ในทันที แล้วเดินมาเปิดประตูห้องพักให้มารดาเลี้ยง
“แกทำอะไรอยู่”
“เปล่าจ้ะน้า”
“ไม่ได้ทำอะไรงั้นรึ กล้ามากนะที่แกไม่ทำอะไร มามุดหัวอยู่ในห้องแบบนี้ งานการออกมากมายแกเห็นไหม ขี้เกียจสันหลังยาว เลี้ยงเสียข้าวสุก”
“เดี๋ยวหนึ่งจะไปทำเดี๋ยวนี้ละจ้ะน้า” หนึ่งธิดารีบรับคำทันที ในขณะที่ปานดาวตามมาจิกหัวด้วยความโมโห คนไม่เคยมีสิทธิ์มีเสียงหรืออยู่ในสายตาของคนในบ้านก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ ตามคำสั่ง แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้าก็ยังไม่แยแสเธอเลยแม้แต่น้อย
“เอาไปซักให้หมดด้วยนะพี่หนึ่ง หน้าที่สำคัญในบ้านอย่างนี้มันต้องเป็นหน้าที่ของพี่เพียงคนเดียวเท่านั้น” สุทธิดาเหยียดปากใส่พี่สาว ก่อนจะเขวี้ยงผ้าใส่หน้าอีกฝ่าย มีมารดาให้ท้าย สุทธิดาไม่เคยยำเกรงพี่สาว ไม่เคยคิดเสียด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นพี่สาวของตน
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
“อะไรที่บอกว่ามากเกินไปไม่ทราบ” คนถามเลิกคิ้วยียวนกวนประสาท
“เสื้อผ้าพวกนี้ก็ของเธอ ทำไมไม่หัดซักเองบ้าง” หนึ่งธิดาสุดจะทน เธออยากจะฮึดสู้ขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองบ้าง
“หน็อย ๆ ๆ เดี๋ยวนี้แกกล้าขึ้นเสียงเหรอไอ้พี่หนึ่ง” คนที่ไม่เคยมีปากมีเสียงหรือลุกขึ้นสู้รบตบมือมาก่อน ทำเอาสุทธิดาตาลุกวาบ ไม่อยากให้คนที่เคยอยู่ใต้อาณัติแข็งข้อหืออือต่อต้าน
“ฉันเป็นพี่ของเธอนะ อบรมสั่งสอนน้องมันผิดตรงไหน”
“ก็ผิดตรงที่แกไม่มีสิทธิ์ยังไงล่ะ” เสียงตวาดของปานดาวทำให้หนึ่งธิดาสะดุ้งสุดตัว
“แกกล้าขึ้นเสียงกับลูกของฉันอย่างนั้นเหรอ เงินที่จะเอาไปโรงเรียนอาทิตย์นี้ไม่ต้องเอานะ นังเด็กเหลือขอ” ปานดาวจิ้มหน้าผากลูกเลี้ยงอย่างรังเกียจ หนึ่งธิดาถูกผลักจนหน้าหงาย ล้มลงก้นกระแทกกับพื้น
“โอ๊ย!” เธอร้องเสียงหลง มองสองแม่ลูกอย่างเจ็บใจระคนน้อยเนื้อต่ำใจ อยากจะมีแรงกำลังมากกว่า มีอำนาจมากกว่า มีอะไรเหนือกว่าจะได้ไม่โดนรังแกแบบนี้
“สมน้ำหน้า อยากอวดดีกับฉันกับคุณแม่” สุทธิดาเหยียดปากใส่พี่สาวอย่างรังเกียจ สายตาเยาะเย้ยถากถางทำเอาหนึ่งธิดาเจ็บจุกในอก
“แกจะซักหรือไม่ซักนังหนึ่ง ถ้าแกไม่ซักวันนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว พ่อของแกไปประชุมต่างจังหวัดอีกหลายวันกว่าจะกลับ เวลานี้ฉันสามารถเฉดหัวแกไปเป็นหมาขี้เรื้อนข้างถนนก็ได้ หรือถ้าแกหิวข้าวมากๆ กินน้ำก๊อกแทนข้าวไปแล้วกันนะ” หนึ่งธิดาเม้มปากแน่น ก่อนจะโดนจิกผมจนหน้าหงาย
“สรุปว่าแกจะไม่ซักใช่ไหมนังหนึ่ง” ปานดาวตวาดลั่น ไม่ชอบให้ใครมาแข็งข้อด้วย
“ซักค่ะ” น้ำเสียงอ่อนลงของลูกเลี้ยงทำให้ปานดาวเหยียดปาก ก่อนจะจิ้มหน้าผากลูกเลี้ยงอีกครั้ง
“พูดกันง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว” หนึ่งธิดาก้มหน้านิ่ง กัดฟันกรอด ไม่ได้อยากยอม แต่ก็จำต้องยอม
“งั้นก็ซักไปสิ แกอาศัยบ้านหลังนี้อยู่ ก็ต้องทำงานทุกอย่างที่ฉันกับลูกสั่ง อย่าคิดมาเผยอทำตัวเป็นนายสั่งใคร เพราะฐานะของแกต่ำที่สุดในบ้าน จำใส่กะลาหัวของแกเอาไว้นังหมาหัวเน่า!” สองแม่ลูกหัวเราะประสานกัน ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้หนึ่งธิดานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว
บอกตัวเองเสมอว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ก็ทำไม่ได้ เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลไปมากกว่านี้ แต่มันกลับยิ่งไหลอาบแก้มนวลหนักขึ้นไปอีก น้อยใจในวาสนาของตัวเองนัก มือน้อยค่อยๆ ขยี้ผ้าในกะละมังไปพร้อมๆ กับเสียงสะอื้น บางครั้งเธอก็นึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง หรือที่บิดาไม่รักเธอ เป็นเพราะเธออาจจะไม่ใช่ลูกของท่านหรือเปล่านะ คิดไปต่างๆ นาๆ ยามที่หัวใจเจ็บปวดสับสน
มือที่เคยนิ่มนั้นค่อยๆ หยาบกร้านตามกาลเวลา ตกเย็นอาหารประทังความหิวคือข้าวเปล่ากับไข่ต้มหรือน้ำปลา ในขณะที่สองแม่ลูกใจร้ายกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย สิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของเธอชุ่มชื่นขึ้นมาได้ก็คือการได้อ่านจดหมายของหาญ
แม้เธอจะไม่ใช่คนมีปากมีเสียงในบ้านหลังนี้ แต่ความเงียบหรือการก้มหน้ายอมรับก็ทำให้เธอได้สังเกตอะไรหลายอย่างจากสองแม่ลูก หนึ่งธิดาเก็บความสงสัยมากมายนั้นเอาไว้ ทั้งคนแปลกหน้าที่มาหาปานดาวเป็นระยะๆ และการเลี้ยงดูน้องสาวที่แปลกไปจากที่ควรจะเป็น ในขณะที่บิดาของเธอเอาแต่ทำงานและประเคนเงินให้สองแม่ลูก
สุทธิดาโตขึ้นยิ่งก้าวร้าว ปานดาวตามใจบุตรสาวของตัวเองทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ประเคนหาให้ แถมยังใช้เงินฟุ่มเฟือยซื้อของไร้ประโยชน์ หนึ่งธิดามองสองแม่ลูกใช้เงินแล้วใจหายแทนบิดา แต่ท่านให้อำนาจการใช้เงินกับมารดาเลี้ยง เธอเลยได้แต่สงบปากสงบคำเอาไว้เท่านั้น บางครั้งก็คิดไปว่าปานดาวเข้ามาเพื่อผลาญสมบัติของบิดามากกว่าจะมาช่วยกันเก็บรักษาหรือหาเงินเข้าบ้านอย่างเช่นภรรยาที่ดีควรจะทำ
ถึงน้องสองที่รักของพี่
ชีวิตที่บ้านไร่ของพี่ค่อนข้างจะมีความสุขเพราะสิ่งที่คิดหวังเอาไว้เป็นไปตามหวัง พี่ลองทำแบบที่สองแนะนำ ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง พี่เลยตัดสินใจเลี้ยงกบก่อนเป็นอันดับแรก เพราะที่นี่อยู่ในป่าอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ พี่ใช้ไฟล่อแมลงเม่าให้บินมาเหนือสระเพื่อเป็นอาหารของพวกกบ พวกมันกินพวกไส้เดือน ผัก และปลา พี่ก็หามาให้มันกิน พอดีวันก่อนพี่ขับรถเข้าเมืองเจอพ่อค้าที่เขารับซื้อกบส่งขายให้ร้านอาหารดังๆ หลายร้าน พี่เลยสามารถนำกบที่เลี้ยงส่งขายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนซื้อ สองสบายดีไหมครับ พี่โทร. ไปหาที่บ้าน คนรับใช้บอกว่าสองออกไปข้างนอกไปเรียนอะไรตั้งหลายอย่างคงจะไม่ค่อยมีเวลา ขอแค่สองตอบจดหมายพี่แบบนี้ พี่ก็ดีใจมากแล้ว ครั้งหน้าพี่จะเลี้ยงหมูแล้วนะ ที่นี้มีกล้วยเถื่อนเยอะมาก เอามาหั่นตำกับรำจากโรงสีให้มันกิน ประหยัดมากๆ ไม่ต้องซื้ออาหารสำเร็จรูป พวกชาวบ้านละแวกใกล้ๆ มีงานเขาก็จะมารับซื้อ พวกไม้ยืนต้นที่จะปลูกขาย ตอนนี้พี่เริ่มเตรียมพื้นที่แล้วนะ ไม่นานคงได้ปลูกเสียที พี่เริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เกือบครบทุกบ้านแล้วนะ ในหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้กันแล้ว พี่ปลูกไม้ล้มลุกเกือบสามร้อยไร่ เป็นพืชหมุนเวียนขายส่งตลาด พวกหน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้หวาน มันเทศ มันสำปะหลัง พืชผักสวนครัวที่กินได้ด้วย โชคดีที่คุณตามีคนรู้จัก สอบถามกันไป หาตลาดกันไป ก็มีคนรับไปจนหมดเพราะปลอดสารพิษ พืชผักพวกนี้อายุสั้นเก็บขายได้เรื่อยๆ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในไร่ ตอนนี้พี่กำลังจะลงพวกมะพร้าว หมาก อินทผาลัม เสาวรสอีก 100 ไร่ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องขอบคุณคุณตาของพี่ ท่านเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินให้พี่ได้ลงทุน พี่ถ่ายรูปส่งมาให้สองดูด้วย บรรยากาศของไร่พี่ เอาไว้พี่จะเขียนจดหมายมาหาอีกนะ
พี่หาญ
หนึ่งธิดาเอาจดหมายของหาญมาแนบอก มองภาพวิวทิวทัศน์ของไร่ที่หาญส่งมาให้แล้วยิ้มกว้างในทันที เธอมั่นใจและเชื่อใจว่าเขาต้องทำได้ แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ อาจเพราะคุณตาของหาญสนับสนุนด้านการเงิน หาญมีความใฝ่รู้และมานะอดทน แค่เงินอย่างเดียวคงไม่ได้ช่วยอะไร หากหาญไม่มุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำมันอย่างจริงๆ จังๆ สิ่งที่หาญมักเขียนมาในจดหมายเสมอคือลูกน้องที่ดี เขาโชคดีที่ไปอยู่ในหมู่บ้านหนองบัวไผ่ คนที่นั่นขยันและมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยหรือกินแรงเพื่อนร่วมงานเลย
หนึ่งธิดาดีใจที่หาญมีความสุขกับชีวิตบ้านไร่ ก่อนจะรีบเขียนจดหมายตอบเขากลับไปในทันที
“แต่ยายสองกับน้าดาวก็หนีไปได้” เธอถอนใจหนักๆ กับเรื่องนี้“ตอนนี้ให้ตำรวจจัดการทุกอย่างเถอะ เราไปหาพ่อของหนึ่งกันดีกว่า”“ค่ะ พี่หาญ” ทั้งสองเดินทางมาหากวินที่บ้าน อีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น สดชื่นขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าใครมา กวินก็ยิ้มกว้างทันที“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อขอโทษ” ประโยคแรกที่กวินพูดขึ้นทำให้หนึ่งธิดาชะงัก ก่อนที่เธอจะยิ้มบางๆ ให้บิดา“หนูไม่เคยคิดโกรธอะไรคุณพ่อเลยนะคะ”“จริงๆ แล้วพ่อมีเรื่องจะสารภาพ” กวินเงยหน้ามองหาญ เขามองพ่อตาด้วยสายตาเรียบเฉย“เรื่องอะไรเหรอคะ” เธอหันไปมองสบตากับสามี เขานิ่ง ไม่ได้ตอบ แต่มันทำให้เธอสงสัยว่าเขากับบิดาน่าจะมีอะไรปิดบังเธออยู่กวินเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง หนึ่งธิดารู้สึกช็อกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่หนหลัง บิดาที่เธอเข้าใจว่าท่านคือผู้ให้กำเนิดกลับไม่ใช่ เธอเคยคิดสงสัยมาตลอดว่าทำไมท่านถึงไม่ค่อยรักเธอ มันเป็นแบบนี้นี่เอง พอกลับถึงบ้านหนึ่งธิดาถึงกับซึมและเงียบไปเลย หาญเข้าไปกอดรัดภรรยาสาวเบาๆ ดึงเธอมานั่งลงใกล้ๆเรื่องราวที่ได้รับรู้ทำให้เธอสะท้อนใจไม่น้อย คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้า แท้ที่จริงคือเพื่อนของบิดาแท้ๆ ที่
“แต่ยายสองกับน้าดาวก็หนีไปได้” เธอถอนใจหนักๆ กับเรื่องนี้“ตอนนี้ให้ตำรวจจัดการทุกอย่างเถอะ เราไปหาพ่อของหนึ่งกันดีกว่า”“ค่ะ พี่หาญ” ทั้งสองเดินทางมาหากวินที่บ้าน อีกฝ่ายมีสีหน้าดีขึ้น สดชื่นขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าใครมา กวินก็ยิ้มกว้างทันที“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”“พ่อขอโทษ” ประโยคแรกที่กวินพูดขึ้นทำให้หนึ่งธิดาชะงัก ก่อนที่เธอจะยิ้มบางๆ ให้บิดา“หนูไม่เคยคิดโกรธอะไรคุณพ่อเลยนะคะ”“จริงๆ แล้วพ่อมีเรื่องจะสารภาพ” กวินเงยหน้ามองหาญ เขามองพ่อตาด้วยสายตาเรียบเฉย“เรื่องอะไรเหรอคะ” เธอหันไปมองสบตากับสามี เขานิ่ง ไม่ได้ตอบ แต่มันทำให้เธอสงสัยว่าเขากับบิดาน่าจะมีอะไรปิดบังเธออยู่กวินเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง หนึ่งธิดารู้สึกช็อกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่หนหลัง บิดาที่เธอเข้าใจว่าท่านคือผู้ให้กำเนิดกลับไม่ใช่ เธอเคยคิดสงสัยมาตลอดว่าทำไมท่านถึงไม่ค่อยรักเธอ มันเป็นแบบนี้นี่เอง พอกลับถึงบ้านหนึ่งธิดาถึงกับซึมและเงียบไปเลย หาญเข้าไปกอดรัดภรรยาสาวเบาๆ ดึงเธอมานั่งลงใกล้ๆเรื่องราวที่ได้รับรู้ทำให้เธอสะท้อนใจไม่น้อย คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้า แท้ที่จริงคือเพื่อนของบิดาแท้ๆ ที่
ปกติสุทธิดาไม่ได้คนที่เก่งเรื่องการต่อสู้หรือยิงปืนแม่นอะไร เด็กสาวคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ในยามนี้ความโกรธทำให้คนเราทำอะไรก็ได้ ประสิทธิชัยเองก็รู้สึกผิดเพราะบิดาของสุทธิดาคือเพื่อนของเขาที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา แต่เขาจำต้องทำเพราะต้องเอาชีวิตรอด ไหนจะลูกเมียของเขาอีก เหตุนี้เขาจึงยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้สุทธิดาฟังแบบไม่ปิดบังสุทธิดาเดินทางไปหาชุมชัยที่บ้าน วันนี้เธอจะฆ่าให้ตายคามือ มันคือตัวการฆ่าบิดาของเธอ เธอหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเอกลิขิตอยู่ตั้งนาน แต่สุดท้ายคนใกล้ตัวคือคนที่ร้ายกาจมากที่สุด“อ้าว... ธิดามาหาฉันมีอะไรเหรอ” ชุมชัยเรียกสุทธิดาว่าธิดาตั้งแต่เด็ก เขาดีใจเมื่อเห็นเด็กสาวมาเยี่ยมเยียนถึงที่ และคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆ อาจเป็นเรื่องดีเกี่ยวกับธุรกิจที่ทำอยู่ เพราะสุทธิดาและปานดาวคือคนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสีดำมืดของเขาขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี“แกฆ่าพ่อฉัน” โดยไม่ทันตั้งตัว สุทธิดาก็ควักปืนออกมาเล็งไปยังชุมชัย หลังจากอีกฝ่ายยิ้มร่าต้อนรับเป็นอย่างดีเธอไม่ได้ยิงปืนแม่น และไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่วันนี้ถ้าต้องตายก็ต้องฆ่าชุมชัยให้ได้ ความทรงจำวัยเด็ก
“แล้วเธอล่ะ ไม่คิดจะไปเยี่ยมสามีของเธอบ้างเหรอ”“พี่หนึ่งก็เห็นว่ามันทำอะไรกับสอง สองจะไปเยี่ยมมันทำไม” คนพูดน้ำเสียงดุดันขึ้นมาในทันที“ก็จริงนะ”“ส่วนพี่หนึ่ง สองแนะนำให้หาผัวใหม่ดีกว่านะ” คนที่เอาแต่ใจ พูดพล่ามไม่หยุดปาก หนึ่งธิดาเหลือบตามองน้องสาวที่นั่งยกขาขึ้นวางบนโต๊ะ แล้วก็กินขนมแสนอร่อยอย่างระอา ท่าทางและกิริยาเดิมๆ เหมือนตอนที่อยู่บ้านกลับมาอีกครั้ง มีคนเคยบอกว่าสันดอนขุดได้แต่สันดานขุดไม่ได้ มันจริงที่สุด นิสัยเก่าแก่ดั่งเดิมของสุทธิดาออกมาแล้ว ในสังคมวางตัวอีกอย่าง แต่พออยู่บ้านวางตัวอีกอย่าง มันคือหน้ากากที่สวมเอาไว้เท่านั้นหนึ่งธิดาทำอาหารด้วยความโมโหหน่อยๆ เธอเททุกอย่างที่คิดว่าคนกินจะสำลักเข้าไปในอาหาร“แคก ๆ ๆ” สุทธิดาสำลักอย่างหนัก พ่นอาหารออกมาจากปากยกน้ำขึ้นดื่มแทบไม่ทัน ในขณะที่คนทำอาหารเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวนกวนประสาทบ้าง ทำไมเธอต้องทำกับข้าวดีๆ ให้น้องสาวที่นรกส่งมาเกิดอย่างสุทธิดาด้วยเล่า ที่นี่มันเป็นบ้านของเธอกับสามี จะให้คนอื่นมาวางอำนาจบาตรใหญ่ได้ยังไงกันแล้วตัวการที่ทำให้สามีโดนตำรวจจับก็สุทธิดานี่แหละ ทำไมเธอต้องทำดีเอาใจนางน้องสาวนรกแต
“ยายสอง!” สุทธิดาเดินลอยหน้าลอยตาจากไปอย่างสบายอารมณ์ หนึ่งธิดามองตามร่างน้องสาวไปจนสุดตาร่างของภูผาผวาขึ้นสุดตัว ก่อนที่เขาจะร้องด้วยความเจ็บ“เป็นยังไงบ้างคะคุณภู” เสียงคุ้นเคยที่เอ่ยถามทำให้ภูผาหันขวับไปมอง เขาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นว่าเป็นเจ้านายสาว“คุณหนึ่ง”“ไม่ต้องขยับหรอกค่ะ คุณภูบาดเจ็บอยู่”“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” จำได้ว่ามาดูไร่ให้เจ้านายและโดนกลุ่มคนร้ายไล่ยิงจนพลัดจากน้ำตก และจำอะไรไม่ได้อีกเลย“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ มีคนงานช่วยคุณภูเอาไว้ วันนั้นพี่หาญบอกให้หนึ่งไปดูไร่ใหม่ของเราด้วยน่ะค่ะว่าชอบไหมก็เลยตามคุณภูไป” จริงๆ เธอกับหาญไม่ได้ทะเลาะกัน เขาเป็นคนบอกให้เธอชวนทะเลาะเอง เธอก็งงๆ เขาเลยบอกเหตุผล หญิงสาวนึกย้อนไปถึงวันที่สุทธิดาทำร้ายตัวเองวันนั้น“พี่หาญนี่มันเรื่องอะไรกันคะ” น้ำเสียงจริงจังของคนเป็นเมียที่ตามเข้ามาถึงในไร่ทำให้หาญรวบร่างน้อยมาโอบกอด กดให้เธอนั่งบนตักด้วยรอยยิ้ม“อย่ามาทำหน้ามึนนะ ปล่อยหนึ่งเลย พี่หาญทำอะไรลงไป ทำร้ายยายสองทำไม มีความลับอะไรกัน สรุปพี่ข่มเหงยายสองจริงๆ แล้วมาโกหกหนึ่งใช่ไหมคะ”“จะให้พี่ตอบคำถามไหนก่อนดี” คนหน้าม
“กรี๊ด!” ที่ร้ายไปกว่านั้นเธอตบตีตัวเอง วิ่งไปเอาแก้วที่เคาน์เตอร์ปาลงพื้น ก่อนจะเหยียบเศษแก้วนั้นโดยการขยี้แรงๆ จนเลือดไหลนอง ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกรีดร้องเหมือนคนบ้า“พี่หาญมีอะไรคะ หนึ่งได้ยินเสียงกรี๊ด ตายแล้ว!” หนึ่งธิดาเอ่ยถามสามี พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสภาพของน้องสาว เธอผวาเข้าไปหาในทันที“พี่หนึ่ง ช่วยสองด้วย สองกลัว ฮือ ๆ ๆ”“ตายแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นนี่สอง” หนึ่งธิดาตกใจในสภาพของน้องสาวไม่น้อย“พี่หาญจะฆ่าสอง ฮือ ๆ ๆ สองกลัว กลัวจริงๆ นะ” สุทธิดากอดรัดพี่สาว ร้องไห้อย่างหนัก ซบที่อกของหนึ่งธิดาแนบแน่น หาญมองภาพที่สุทธิดาสั่งน้ำตาให้ไหลได้เหมือนก๊อกน้ำ เขาก็ต้องสบถในใจ ยกมือเท้าสะเอวมองด้วยสายตาดุดัน“นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครก็ได้บอกหนึ่งที” หนึ่งธิดาใจคอไม่ค่อยดี เห็นเลือดที่ไหลไปตามฝ่าเท้าและเนื้อตัวเขียวช้ำของน้องสาว แก้มก็มีร่องรอยการถูกทำร้ายเลยตกใจไม่น้อย“พี่หาญทำร้ายสอง” สุทธิดาพูดไปร้องไห้ไป“พี่หาญทำร้ายสองทำไม” หนึ่งธิดาเอ่ยถาม หาญยังไม่ทันจะได้พูดอะไร คนที่ปั้นน้ำเป็นตัวหน้าเศร้าเล่าความเท็จในทันที หนึ่งธิดายิ่งงุนงงว่าทำไมหาญต้องทำร้ายน้องสาวของเธอด้วย“มั







