Masukหากสามารถผ่านประตูเข้ามาได้อย่างราบรื่น ในฐานะชายาของหลี่หลงหลิน อนาคตวังหลังก็จะต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย สงบสุขไร้คลื่นลม ด้วยเหตุนี้เอง ฮองเฮาหลินจึงยอมก้าวออกมาขอร้องแทนต่อหน้าไทเฮา ไทเฮาได้ฟังแล้ว กำแพงสูงในพระทัยก็เริ่มสั่นสะเทือน ใช่แล้ว นางก็เป็นสตรีเช่นกัน ย่อมรู้ดีว่าคำครหานินทานั้น น่าสะพรึงกลัวต่อสตรีเพียงใด เพียงชั่วครู่ ก็อาจทำลายชีวิตของหญิงสาวผู้ยังมีลมหายใจอยู่ได้อย่างง่ายดาย! อาจก่อให้เกิดอคติร้ายแรงต่อสตรีผู้หนึ่ง โดยไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริง ไม่สืบ ไม่ถาม อาศัยเพียงถ้อยคำลมปากของผู้อื่นมาตัดสินสตรีคนหนึ่ง นั่นช่างน่าเศร้าสิ้นดี! สิ่งที่นางทำอยู่เวลานี้ หากไม่ใช่การซ้ำเติม ก็ไม่ต่างอะไรกับการช่วยเหลือผู้ร้ายให้โหดร้ายยิ่งขึ้น หลังการต่อสู้ทางความคิดอย่างหนัก กำแพงสูงในใจไทเฮาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง นางผ่อนลมหายใจยาว จ้องมองหลี่หลงหลินแล้วเอ่ยว่า “เจ้าเก้า ข้ายอมรับปากเจ้าแล้ว” “จะช่วยให้การสมรสครั้งนี้สำเร็จสมบูรณ์” พรวด! หลี่หลงหลินรีบประสานมือ คุกเข่าลงคำนับ “ขอบพระคุณไทเฮาที่ทรงเมตตา! กระหม่อมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเป็นอันขาด!
ฮองเฮาหลินรีบมาอย่างเร่งด่วน ก็เพื่อช่วยหลี่หลงหลินให้รอดพ้นจากสถานการณ์ลำบากใจ หลี่หลงหลินย่อมต้องไหลตามถ้อยคำของฮองเฮาหลิน ท้ายที่สุดแล้ว สตรีย่อมเข้าใจสตรีที่สุด และในที่นี้ มีเพียงคำของฮองเฮาหลินเท่านั้น ที่อาจเข้าถึงพระทัยไทเฮาได้โดยตรง สิ่งที่ไทเฮาใส่พระทัย มิใช่ชาติกำเนิดของลั่วอวี้จู๋และหลิ่วหรูเยียน แต่พระนางกำลังมองการณ์ไกลกว่านั้น ทายาทจะสามารถแตกกิ่งก้านสาขาได้หรือไม่? วังหลังของหลี่หลงหลินในภายหน้าจะสงบสุขหรือไม่? แต่สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการที่หลี่หลงหลินจะต้องสืบสกุลให้ยืนยาวต่อไป ฮองเฮาหลินจับประเด็นได้ตรงจุด จึงตรงเข้าสู่หัวข้อสำคัญโดยไม่อ้อมค้อม ไทเฮาจ้องมองหลี่หลงหลิน แล้วเอ่ยถามว่า “เจ้าเก้า เจ้าบอกความจริงกับข้าเถิด การที่เจ้าคิดรับชายาครานี้ แท้จริงแล้วก็เพื่อสืบสายพระราชวงศ์ใช่หรือไม่?” หลี่หลงหลินรีบพยักหน้ารับ “ไทเฮา ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “บัดนี้แดนเหนือได้ราบคาบแล้ว ดินแดนตงอิ๋งยังมิได้ก่อภัย นับเป็นเวลาที่ต้าเซี่ยควรเก็บงำกำลัง แอบซ่อนแสง เพื่อรอวันรุ่งเรือง” “ดังนั้น กระหม่อมจึงคิดจะฉวยโอกาสนี้ เพิ่มทายาทใหม่ใหม่ให้กับราชวงศ์ต
ยิ่งไปกว่านั้น อนาคตหลี่หลงหลินคือผู้ครองแผ่นดิน หากในเรื่องอภิเษกยังวุ่นวายเหลวไหลเยี่ยงนี้! แล้วเหล่าขุนนางในราชสำนักจะคิดเห็นอย่างไร? แล้วราษฎรทั่วหล้าจะคิดเห็นอย่างไร? แล้วคนรุ่นหลังจะประเมินเช่นไร? นี่อาจเป็นการก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว แต่ต้องเสียใจไปชั่วกาลนาน! คิ้วของไทเฮาขมวดแน่น สีหน้าเคร่งเครียดยิ่งนัก หากตนพยักหน้าตกลงในตอนนี้ เห็นชอบกับการสมรสครั้งนี้ ก็เท่ากับผลักหลี่หลงหลินลงสู่เหวเพลิงด้วยสองมือ!ไม่ได้!ต่อให้หลี่หลงหลินจะเคืองแค้นตนชั่วครู่ ก็ยังดีกว่าให้หลี่หลงหลินต้องถูกผู้คนชี้หลังไปชั่วชีวิต! ไทเฮาจ้องมองหลี่หลงหลิน เอ่ยด้วยดวงเตาแน่วแน่ “มิได้! ข้าไม่เห็นด้วยกับการสมรสครั้งนี้!” ฮ่องเต้หวู่ตกตะลึง “เสด็จแม่...” ไทเฮาตรัสเสียงเย็นเยียบ “ฮ่องเต้ เจ้าอย่าพูดอีกเลย! ข้าตัดสินใจแล้ว เรื่องนี้ไม่อาจเป็นไปได้ก็ย่อมไม่อาจเป็นไปได้!” “ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้!” แววหม่นหมองฉายขึ้นบนพระพักตร์ฮ่องเต้หวู่ นี่คือสิ่งเดียวที่พระองค์สามารถทำเพื่อหลี่หลงหลินได้แล้ว เดิมทีคิดว่าเมื่อหยิบยกความชอบในศึกมาอ้าง ไทเฮาจะยอมผ่อนปรนลงบ้
ไทเฮาชะงักไปครู่หนึ่ง “เรื่องอภิเษกขององค์รัชทายาทหรือ?” “รัชทายาทมิใช่ว่าได้เข้าพิธีสมรสกับชายารัชทายาทไปแล้วหรอกหรือ เหตุใดจึงยังมีเรื่องให้ข้องใจ หรือว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองมิราบรื่น มีช่องว่างในใจอยู่หรือ?” ฮ่องเต้กดเสียงต่ำ “สิ่งที่ลูกเอ่ยถึง มิใช่เรื่องของเจ้าเก้ากับชายารัชทายาท...” คิ้วเรียวงามของไทเฮาขมวดมุ่นขึ้น พระนางมีลางสังหรณ์ไม่สู้ดีอยู่บ้าง ท้ายที่สุด เรื่องราวเกี่ยวกับความรักของหลี่หลงหลิน นางก็เคยได้ยินมาอยู่แล้ว ฮ่องเต้หวู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ครานี้เจ้าเก้าได้สร้างคุณความชอบอันยิ่งใหญ่ เพื่อต้าเซี่ยปราบแดนเหนือ กำราบหมานอี๋ ถือเป็นผลงานใหญ่หลวงนัก” “ด้วยความชอบเช่นนี้ เราแทบไม่รู้ว่าจะพระราชทานรางวัลสิ่งใดให้เหมาะสม” “จึงคิดว่าจะตอบแทนด้วยการช่วยให้สำเร็จสมปรารถนาในสิ่งหนึ่ง” “ดังนั้น...” สีหน้าของไทเฮาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ดังนั้นเจ้าจึงคิดจะพระราชทานสมรสให้เขารึ?” ฮ่องเต้รีบอธิบาย “ลูกหาได้ตัดสินใจเอาเองไม่ แต่ตั้งใจมาเพื่อหารือกับเสด็จแม่ต่างหาก” ถึงแม้จะอยากตัดสินใจเอง ฮ่องเต้ก็ไม่กล้าพอ เพราะเรื่องฝ่ายใน ล้วนเป็นสิทธิ์ข
หลี่หลงหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ฮ่องเต้หวู่พูดได้มีเหตุผลนัก แม้ฮ่องเต้หวู่ทรงเป็นโอรสแห่งสวรรค์ ผู้ครองบัลลังก์แห่งต้าเซี่ย ทว่าเรื่องที่เขาจะอภิเษกกับลั่วอวี้จู๋และหลิ่วหรูเยียนนั้น หาใช่ราชกิจบ้านเมือง แต่เป็นเรื่องของฝ่ายใน ซึ่งบัดนี้ เรื่องราวของฝ่ายในล้วนอยู่ในการตัดสินใจของไทเฮา หลี่หลงหลินประสานมือคำนับ พลางเอ่ยว่า “เสด็จพ่อ ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “หากเรื่องนี้ทำให้เสด็จพ่อทรงลำบากพระทัย เช่นนั้นลูกจะเลื่อนไปก่อน เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่ต้องรีบร้อนนัก” “ในเมื่อข้างกายลูกยังมีเฟิ่งหลิงอยู่ ทั้งยังมีราชกิจสำคัญติดพัน” ฮ่องเต้หวู่ส่ายพระพักตร์ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“เจ้าเก้า สิ่งที่เราพูดมิใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการสมรสของเจ้าครั้งนี้” “ท้ายที่สุดแล้ว ลั่วอวี้จู๋กับหลิ่วหรูเยียนนั้น ล้วนเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” “หากสามารถอภิเษกสมรสอย่างเปิดเผยตามธรรมเนียมได้ นางทั้งสองจะได้อยู่เคียงข้างเจ้า ช่วยเหลือดูแลกิจการฝ่ายในในภายหน้า เราก็จักวางใจ” “ความหมายของเราก็คือ เรื่องนี้จำต้องหารือกับไทเฮา” “เราสามารถพาเจ้าไปพบไทเฮาได้ แต่ไทเฮาจะทรงเห็นชอบหรือไม่ นางจะว่าอย่างไรนั้น เ
ฮ่องเต้หวู่ทอดพระเนตรไปยังหลี่หลงหลินด้วยความสนพระทัยยิ่ง “เจ้าเก้า ครั้งนี้ที่ต้าเซี่ยสามารถยึดดินแดนทางเหนือกลับคืนมาได้ เจ้าคือผู้ที่มีคุณงามความดีสูงสุด” “เจ้าคือวีรบุรุษของต้าเซี่ย!”“หากข้าไม่มอบรางวัลให้เจ้า มีหวังต้องกลายเป็นที่ครหา ให้คนนำไปนินทาลับหลังได้”“กระทั่งในหน้าประวัติศาสตร์อาจจะจารึกว่าข้าเป็นฮ่องเต้ที่ขี้เหนียวที่สุด”“ดังนั้น เพื่อรักษาหน้าของข้า เจ้าลองคิดดูให้ดีว่ามีเรื่องใดที่อยากจะทำหรือไม่”“ให้ข้าได้ช่วยเติมเต็มความปรารถนาของเจ้าสักเรื่องหนึ่ง”“อย่าให้ข้าต้องติดค้างในใจเลย”ฮ่องเต้หวู่ทรงทราบดีว่าหลี่หลงหลินไม่ได้ขาดแคลนสิ่งใดเพียงแค่คุณค่าที่เกิดจากสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ของเขาก็ประเมินค่าไม่ได้แล้วต่อให้จะกล่าวว่าหลี่หลงหลินร่ำรวยเทียบเท่าแผ่นดินก็ไม่นับว่าเกินจริงยิ่งไปกว่านั้น ตนเองก็อายุมากแล้วคงจะประทับอยู่บนบัลลังก์ฮ่องเต้ได้อีกไม่นานเมื่อถึงเวลานั้นหลี่หลงหลินก็จะขึ้นมานั่งบนบัลลังก์มังกรนี้แทนพระองค์เขาจะกลายเป็นโอรสสวรรค์ที่ทำได้ทุกสิ่งในใต้หล้าแต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ฮ่องเต้หวู่ก็ยิ่งไม่ต้องการติดค้างสิ่งใดกับหลี่หลงหลินหลี่หลง
ยิ่งไปกว่านั้นเหตุใดเผ่าหมานจึงบุกเข้าคุกหลวงและจับตัวองค์ชายหกไป?ภายในนี้มีจุดน่าสงสัยมากเกินไปแล้ว!ฮ่องเต้หวู่ไม่มีวันหลงเชื่ออย่างง่ายดาย!หลี่เฟิงอวิ๋นเอ่ยปาก “เสด็จพ่อ ลูกนำศพของเผ่าหมานกลับมาด้วย! บัดนี้อยู่ที่ภายนอกพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้หวู่ขมวดคิ้วแน่น “ไป! ตามเราออกไปดู!”เหล่าขุนนางเองก็แปลกใจมา
ถูกหลี่หลงหลินกดดันมานานมากเพียงนี้คืนนี้จะต้องคิดบัญชีหลี่หลงหลินทั้งต้นและดอก ให้เขาชดใช้อย่างสาสม!ซูเฟิ่งหลิงโมโหมาก คิ้วเรียวดุจกิ่งหลิวเหยียดตรง “ท่าน...”หลี่หลงหลินจับมือหยกของซูเฟิ่งหลิง ยิ้มเย็นพลางพูด “อย่าโวยวาย! คืนนี้ใครเสียหน้า พวกเรายังรอดูต่อไปเถอะ!”งานเลี้ยงวันคล้ายวันพระราชสมภพของไท
“ท่านพูดว่าองครักษ์เสื้อแพรปกปักใต้หล้ามิใช่หรอกหรือ ฟังดูแล้วน่าเกรงขามมาก!”หลี่หลงหลินถอนหายใจ “มองภายนอกองครักษ์เสื้อแพรน่าเกรงขาม แท้จริงแล้วก็คือสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้! งานสกปรกอะไร ล้วนให้องครักษ์เสื้อแพรไปทำทั้งหมด! ยกตัวอย่างเช่นฝ่าบาทให้เจ้าไปลอบสังหารขุนนางมือสะอาดซื่อสัตย์ภักดีคนหนึ่ง เจ้า
ซูเฟิ่งหลิงรู้สึกว่าตนเองถูกหักหลัง จึงบ่นพึมพำ “แต่ท่านก็บอกอยู่ว่า จะต้องสร้างกองทัพตระกูลซูขึ้นมาใหม่ ทำไมถึงกลายเป็นจะก่อตั้งโรงเรียนทหารไปได้ล่ะ!”หลี่หลงหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “โรงเรียนทหารกับกองทัพใหม่ จะสร้างไปด้วยกันไม่ได้หรือ! นอกจากนี้ ข้าก็เกณฑ์ชาวบ้านอพยพมาหนึ่งพันคนแล้วไม่ใช่หรือ บวกกับท