LOGINดวงตาของเขามืดดำและลึกล้ำ ผิดกับดวงตาของเธอที่กลับว่างเปล่าราวกับไม่มีชีวิต บรรยากาศในลานจอดรถกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ผู้หญิงคนนั้นไม่เพียงแต่เห็นพายน์แล้วไม่คิดจะเว้นระยะห่างจากโลแกน แต่กลับยิ่งได้ใจยกแขนโอบรอบคอเขา แล้วกระซิบอะไรบางอย่างใกล้หู
พายน์รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงเข้าสู่ดวงตาอย่างรุนแรง ก่อนจะรีบเบนสายตากลับไป ไม่พูดไม่จา เธอเดินขึ้นรถแล้วขับออกไปทันทีโดยไม่เหลียวมองกลับไปอีกแม้แต่นิดเดียว พอกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงรถของเขาดังขึ้นอีกครั้ง เธอยืนอยู่หน้าตู้กระจกในห้องแต่งตัว กำลังถอดสร้อยคอออก จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของโลแกนก็ปรากฏตัวตามมาติด ๆ กลิ่นอายของผู้ชายคนเดิมพายพุ่งเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาวางมือทั้งสองข้างยันตู้กระจกไว้ โน้มตัวเข้ามาจ้องหน้าเธอผ่านกระจกจากด้านหลัง “โกรธเหรอ?” พายน์ไม่แม้แต่จะมองเขา ค่อย ๆ วางสร้อยลงอย่างใจเย็น เสียงเรียบนิ่ง “โกรธจนอยากฆ่าคนได้เลยค่ะ คุณก็ระวังตัวไว้ด้วยล่ะ” โลแกนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “บ้านของอริยเวชอยากจะร่วมลงทุนกับเราเพื่อทำโปรเจกต์โพลาริส ตอนนี้ผมกำลังติดต่อกับอเล็กซ์พี่ชายของรายาอยู่ ส่วนรายาคือน้องสาวของเขา” “อ๋อ งั้นเหรอคะ... งั้นถ้าคุณไม่อยู่กับน้องสาวเขา พี่ชายเขาก็จะไม่ยอมเซ็นสัญญาใช่ไหม?” “พายน์... ผมกำลังอธิบายให้คุณฟังอยู่นะ อย่าเหน็บแนมกันสิ!” เขาขึ้นเสียงเล็กน้อย “ฉันไม่เห็นว่ามันจะต้องมาอธิบายเลยนะ” พายน์หันไปมองเขา ดวงตาคมกริบ “โลแกน ถ้าคุณเบื่อฉันแล้ว อยากให้ผู้หญิงคนอื่นมาอยู่บ้านนี้แทน ฉันก็ยกให้ได้นะ” สีหน้าของโลแกนเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ “พูดบ้าอะไรของคุณ?” พายน์ถอนหายใจก่อนจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “ฉันอยากจะบอกว่า เราหย่ากันเถอะ” เธอผลักเขาออกแล้วจะเดินหนี แต่กลับถูกดึงอย่างแรงจนเซถลา เขาบีบใบหน้าของเธอแน่น พูดด้วยเสียงต่ำพร่ากระซิบข้างหู “ความคิดแบบนั้น เธออย่าคิดแม้แต่จะฝันเลย” พายน์เงียบและไม่พูดอะไร... เธอไม่ได้แค่คิดว่าจะไม่ทำ เพราะตอนนี้เธอไม่ต้องการเขาอีกแล้วไงล่ะ วันนั้นโลแกนกลับบ้านดึก ก่อนจะถูกเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเรียกตัวออกไป พายน์จำได้อย่างชัดเจนว่าเสียงผู้หญิงที่พูดนั้นอ้อน ๆ ฟังเหมือนกำลังร้องไห้ เช้าวันต่อมา เพื่อนสนิทของเธอซึ่งเป็นทนายความที่จัดการเรื่องหย่า ส่งภาพที่แคปจากหน้าจอมาให้ เป็นโพสต์ล่าสุดของผู้หญิงคนนั้น ภาพมือสองข้างบนยอดเขาตอนตีสาม มือใหญ่กับมือเล็กทำรูปหัวใจ ข้อความใต้ภาพเขียนว่า ‘ในความละมุนของพระอาทิตย์ขึ้น รับรู้ถึงจังหวะหัวใจของกันและกัน’ แค่เห็นมือใหญ่ก็รู้ทันทีว่าเป็นโลแกน พายน์นั่งนิ่งถือแก้วน้ำมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตอนวางแก้วลง เสียงแก้วกระทบโต๊ะดังอย่างชัดเจน เหมือนมีบางอย่างในใจหลุดลอกออกไปอีกชิ้นหนึ่ง หลายวันหลังจากนั้นโลแกนก็ยังไม่กลับบ้าน ทั้งสองพบกันแค่ในห้องประชุมที่บริษัทเท่านั้น เขานั่งหัวโต๊ะ เธอนั่งข้างฝ่ายบริหารคนอื่น ไม่มีแม้แต่การสบตากัน และพายน์ก็ไม่เคยขึ้นไปหาเขาที่ห้องเลย ในเวลาว่าง เธอเอาแต่หาบ้านใหม่ ดูบ้าน และจัดการข้าวของที่เขาเคยให้ ของขวัญครบรอบ วันเกิด วาเลนไทน์ วันแต่งงาน แม้แต่นิ้วนางข้างซ้ายเธอก็ได้ถอดแหวนแต่งงานไปขายเรียบร้อยแล้ว ในเมื่อเธอไม่ต้องการคน สิ่งของพวกนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บมันไว้ ในคืนนั้น ธีร์ เจ้าของกิจการมงคลศิริ ชวนพายน์ไปเที่ยวที่คลับ แม้มันใกล้จะห้าทุ่มแล้วเธอก็ไม่อยากออกไปไหน แต่พอนึกถึงว่าในอนาคตจะต้องออกจากกลุ่มบริษัทธันญารัตน์แล้วสร้างธุรกิจเอง เธอก็ต้องเริ่มสร้างคอนเนกชั่นใหม่ ๆ บ้าง ทันทีที่เดินเข้าไป เธอก็เห็นธีร์ “พี่ธีร์ ไม่ต้องลงมารับก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปเองได้” ธีร์ยิ้มแล้วคล้องแขนเธอเข้าลิฟต์ “ก็กลัวเธอหลงไง ทางนี้เธอก็ไม่เคยมาใช่ไหมล่ะ” ก็จริงอย่างที่เขาว่า เธอไม่เคยมาเลย พอเดินขึ้นไปถึง ธีร์พาเธอเข้าไปในห้องวีไอพีขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง ตรงกลางมีฉากกั้นอยู่ ฝั่งหนึ่งมีเสียงคนพูดคุยกันเยอะ ส่วนธีร์พาเธอมานั่งอีกฝั่งที่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ พายน์จำหน้าได้ลาง ๆ เหมือนจะเป็นแฟนของเพื่อนโลแกน อีกฝ่ายเองก็ดูจะจำเธอได้ สีหน้าดูแปลก แต่ก็ยังยิ้มส่งมาให้ พายน์ถอดเสื้อคลุมออกแล้วนั่งลง ไม่นานธีร์ก็ออกจากห้องไป เธอยกแก้วที่พนักงานส่งมาให้ดื่ม เสียงพูดคุยฝั่งตรงข้ามก็เริ่มดังลอดฉากกั้นมาเรื่อย ๆ “ว่าแต่ช่วงนี้ โลแกนออกมาสังสรรค์ก็ไม่เคยพาเมียมาด้วยเลยนะ” “จะพามาทำไมล่ะ ก็รายานั่นทั้งเด็กและน่ารัก เขาไปไหนก็พาไปหมด แทบจะเป็นเมียหลวงอยู่แล้ว” “โลแกนเปลี่ยนรสนิยมสักทีเถอะ” “พายน์จะสวยแค่ไหน นอนด้วยกันมานานขนาดนั้นก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดา” “ผู้หญิงก็โง่เนอะ อยู่กับเขามาตั้งหลายปี สุดท้ายก็เป็นแค่ของเล่น ถ้าเขาไม่เอาแล้วฉันเอาเองก็ได้ หุ่นเธอนั่นฉันอยากฟัดมานานล่ะ” ดวงตาคมของพายน์เย็นเฉียบ เธอจำเสียงของสองคนในนั้นได้ เพื่อนของโลแกนที่ตอนเจอหน้ากันเคยเรียกเธอว่าพี่สะใภ้อย่างอ่อนหวาน ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเธอทำหน้าไม่ถูก แถมยังไม่กล้าสบตา เห็นพายน์ลุกขึ้น นึกว่าจะเดินหนี แต่เปล่าเลย เธอลุกขึ้นยกแก้วในมือ เดินอ้อมฉากไปอีกฝั่ง พิงฉากอย่างสง่างาม แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “ทุกคนพูดกันแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ ตอนโลแกนยังเป็นหนุ่มซิง ฉันก็ได้เขามาก่อนใครเหมือนกัน งั้นแบบนี้ก็ถือว่าฉันได้เขาฟรีมาตั้งแปดปีเลยน่ะสิ?” ทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนที่นั่งอยู่มองเธออย่างตะลึง ในขณะนั้นเอง ผู้ชายสองคนสูงโปร่งก็เดินเข้ามาพอดี ทุกสายตาหันมามองเธอ แล้วมองเลยไปด้านหลังของเธอ... ความเงียบเข้าปกคลุมจนเหมือนโลกใบนี้ได้หยุดหมุนไปแล้วหนึ่งสัปดาห์หลังจากการตอบโต้ทางกฎหมายที่เฉียบขาดจนทำให้ คุณไกรสร ต้องยอมถอนตัว พายน์ และ ราเชนทร์ จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่ห้องอาหารผู้บริหารเพื่อฉลองชัยชนะและขอบคุณ มิ้นท์ และ คุณทศพายน์ยกแก้วแชมเปญขึ้น “มิ้นท์” พายน์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ “ไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะอธิบายความรู้สึกขอบคุณของพวกเราได้หมด การมองเห็นอย่างรอบด้านและที่ไม่เป็นไปตามตำราของเธอ... ช่วยรักษาบริษัทของเราไว้ได้จริง ๆ เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ที่หาตัวจับยากที่สุดในโลก”ราเชนทร์เสริม “และคุณทศ คุณคือสุดยอดนักกฎหมายที่สามารถทำงานภายใต้ความวุ่นวายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีใครสามารถคว้าแท็บเล็ตที่กำลังจะตก... พร้อมกับร่างข้อกำหนดทางกฎหมายที่ซับซ้อนได้พร้อมกันเท่าคุณอีกแล้วครับ”คุณทศยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเอามือไปกุมมือมิ้นท์ไว้แน่น “ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ... และผมเชื่อในวิธีการค้นหาที่ไม่เป็นเส้นตรงของภรรยาผม”พายน์พยักหน้าให้ราเชนทร์ ราเชนทร์หยิบซองเอกสารปิดผนึกขนาดใหญ่ยื่นให้มิ้นท์“รางวัลสำหรับคุณมิ้นท์ไม่ได้มีแค่โบนัสตอบแทนที่มากมายเท่านั้น” ราเชนทร์กล่าว “แต่ยังมีรางวัลที่เราออกแบบมาเพื่อสนับสนุน
หลายเดือนหลังจากการย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน คุณทศ ตระหนักว่า ความสุขของเขาอยู่ที่การได้จัดการกับความวุ่นวายของมิ้นท์ทุกวัน เขาจึงเริ่มวางแผนที่จะเปลี่ยน ‘สัญญาการใช้ชีวิตร่วม’ ให้กลายเป็น ‘สัญญาผูกมัดตลอดชีวิต’การขอแต่งงานต้องไม่มีความเสี่ยงคุณทศใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการเลือกสถานที่: ไม่ใช่ร้านอาหารหรู... ไม่ใช่ที่สูง... แต่เป็นห้องนั่งเล่นที่คอนโดของพวกเขาเอง ซึ่งเป็น ‘โซนสีขาว’ ที่ปลอดภัยที่สุดในคืนวันขอแต่งงาน... คุณทศได้จัดเตรียมห้องให้เป็นศูนย์ความเสี่ยงคือถอดพรมออมเพื่อป้องกันการสะดุดเก็บแจกันทั้งหมดเพื่อป้องกันการแตกปิดสวิตช์ไฟหลักเพื่แเหลือไว้แค่โคมไฟตั้งพื้นแบบหนาและมั่นคงเก็บแก้วน้ำทั้งหมดเพื่อแทนที่ด้วยขวดน้ำแบบมีฝาปิดคุณทศแต่งตัวเนี้ยบ และซ่อน กล่องแหวน ไว้ในกระเป๋าสูทด้านในที่ล็อคอย่างแน่นหนา พร้อมโซ่คล้องเล็ก ๆ ป้องกันการหล่นหายมิ้นท์กลับมาถึงคอนโดฯ หลังจากเลิกงาน เธอเห็นห้องนั่งเล่นที่ดูโล่งผิดปกติ“ทศคะ! ทำไมห้องเราโล่งจังเลยล่ะ? เหมือนคุณกำลังจะหนีไปไหนเลย!” มิ้นท์ถามด้วยความประหลาดใจคุณทศยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเดินเข้าไปหามิ้นท์และจูงมือเธอให้มานั่งบน
หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิ้นท์ และ คุณทศ คบหาดูใจกันอย่างเปิดเผย มิ้นท์ยังคงเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของพายน์ และยังคงซุ่มซ่ามเหมือนเดิม ส่วนคุณทศก็เป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจและเป็นแฟนที่เยือกเย็นเย็นวันหนึ่ง มิ้นท์มาค้างคืนที่คอนโดมิเนียมของทศ คอนโดของเขาเป็นดินแดนที่สมบูรณ์แบบ พื้นที่ว่างเปล่า สะอาดไม่มีข้าวของที่ไม่จำเป็น และทุกอย่างถูกจัดเรียงตามลำดับความสำคัญมิ้นท์ตัดสินใจทำอาหารเย็นให้คุณทศ เธอพยายามพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้มีดีแค่ในห้องประชุมและทำลายเก้าอี้คุณทศ กำลังทำงานที่ห้องทำงานของเขา มิ้นท์ เปิดตู้เย็นเพื่อค้นหาส่วนผสม และสิ่งที่เธอเห็นคือตู้เย็นที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบ มีฉลากติดทุกอย่าง... แม้แต่ผักกาดหอมก็มีป้าย ‘ผักสลัด 25/5’มิ้นท์พยายามจะหยิบพริกไทย แต่ความรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่าขวดน้ำมันมะกอกวางอยู่บนหิ้งที่ยื่นออกมาเล็กน้อย!ตึง!ขวดน้ำมันมะกอกไม่ได้ล้ม... แต่ฝาขวดกระเด็นเปิดออก!น้ำมันมะกอกหยดลงไปบนผักกาดหอม และ บนกล่องใสบรรจุชีสเรียงรายอย่างสวยงาม!มิ้นท์ตกใจจนหน้าซีด เธอรีบคว้าผ้าเช็ดมือมาเช็ดด้วยความตื่นตระหนก... แต่กลับทำให้รอยน้ำมันขยายวงกว้า
เย็นวันนั้น มิ้นท์และคุณทศมานั่งทานอาหารค่ำและทบทวนเอกสารที่ห้องอาหารเล็ก ๆ ของโรงแรมที่พักใกล้กับสถานที่ก่อสร้าง บรรยากาศเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แตกต่างออกไป ความตึงเครียดของคนที่เริ่มสนใจกัน“สรุปแล้ว ตามการตรวจสอบเบื้องต้นของผม” คุณทศกล่าวขณะปิดแฟ้มเอกสาร “ปัญหาทางด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินถูกจัดการโดยทีมของคุณมิ้นท์ได้เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว งานของคุณพายน์และคุณราเชนทร์จะไม่สะดุดแน่นอน”มิ้นท์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ขอบคุณค่ะคุณทศ! ฉันใช้เวลาหลายเดือนในการไล่ตามเอกสารชุดนี้เลยนะคะ”คุณทศเงยหน้ามองมิ้นท์ สายตาของเขาแสดงความชื่นชมอย่างเปิดเผย “คุณมีความสามารถสูงมากครับคุณมิ้นท์... ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณพายน์ถึงไว้วางใจคุณขนาดนี้”“แล้วคุณทศล่ะคะ?” มิ้นท์ถามอย่างกล้าหาญ “คุณเคยใช้เวลาหลายปีในลอนดอน ที่นั่นคงจะแตกต่างจากที่นี่มากเลยใช่ไหมคะ”คุณทศถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ลอนดอนเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบครับ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แต่บางครั้ง... ผมก็รู้สึกเบื่อหน่ายความสมบูรณ์แบบนั้น”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วมองมิ้นท์อย่างตรงไปตรงมา “ในห้องทำงานของเราทุกคนเดินอ
เช้าวันจันทร์ที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด มิ้นท์ สวมชุดสูทที่เนี้ยบที่สุด และนั่งอยู่หน้าโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า ไม่ใช่เพราะการนำเสนอข้อมูล แต่เพราะเธอรู้ว่านี่คือแผนจัดหาคู่ของพายน์และราเชนทร์ในห้องนี้มีเพียงราเชนทร์ พายน์ และ คุณทศ ภิรมย์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงภูมิฐาน เขาคือหัวหน้าทีมกฎหมาย ที่มีชื่อเสียงเรื่องความเยือกเย็นและความละเอียดรอบคอบคุณทศอยู่ในชุดสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่สายตาที่มองมาที่มิ้นท์นั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจในการวิเคราะห์ข้อมูลพายน์ยิ้มให้มิ้นท์อย่างให้กำลังใจ “เอาล่ะมิ้นท์ คุณทศ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ มิ้นท์จะนำเสนอรายละเอียดเชิงกลยุทธ์ของดีล A-Star”มิ้นท์พยายามควบคุมเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุด เธอเปิดไฟล์พรีเซนเตชันด้วยความมั่นใจ นี่คือโอกาสที่เธอจะได้โชว์ความเฉียบคมทางธุรกิจที่แท้จริง“เรียนคุณราเชนทร์... คุณพายน์ และคุณทศนะคะ” มิ้นท์เริ่มต้นน้ำเสียงของเธอชัดเจนและหนักแน่น “ตามการวิเคราะห์ของเรา ดีล A-Star มีความเสี่ยงด้านการเงินต่ำกว่า 5%...”การนำเสนอผ่านไปได้ด้วยดี มิ้นท์กำลังพูดถึงข
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่คฤหาสน์ของราเชนทร์และพายน์ มิ้นท์ได้รับเชิญมาทานอาหารเย็นแบบเป็นกันเอง มิ้นท์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเสมอน้องไทม์วิ่งเล่นอยู่รอบห้องรับประทานอาหาร พายน์ ดูสง่างามในชุดลำลอง แต่ก็ยังคงดูแลทุกอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นผู้จัดการอีเวนต์ ส่วนราเชนทร์ก็กำลังทำหน้าที่ปิ้งบาร์บีคิวอยู่กลางสวน“มิ้นท์! มาช่วยฉันยกน้ำผลไม้แก้วนี้ไปให้ราเชนทร์หน่อยสิ” พายน์ขอร้องมิ้นท์ตอบรับอย่างกระตือรือร้น เธออยากพิสูจน์ให้เพื่อนรักเห็นว่าเธอเป็นคนทำงานบ้านได้ดี“ได้เลย สบายมาก!”พายน์ยื่นถาดเล็ก ๆ ที่มีเพียงน้ำผลไม้แก้วเดียว และ ผ้าเช็ดปาก ให้มิ้นท์ แก้วน้ำไม่ได้หนักเลยแต่ความคาดหวังของมิ้นท์เองที่หนักอึ้งมิ้นท์จ้องมองถาดอย่างตั้งใจ เธอก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ช้ากว่าการเดินปกติถึงสามเท่า พายน์ยิ้มเล็กน้อย รู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นขณะที่มิ้นท์พยายามเลี้ยวผ่านมุมโต๊ะกาแฟ เท้าของเธอก็เตะเข้ากับขาเก้าอี้ที่ว่างอยู่เบา ๆ!ตุบ!แม้จะเป็นเพียงแรงสะกิดเบาๆ แต่เพราะความพยายามในการทรงตัวที่มากเกินไป น้ำหนักของมิ้นท์จึงถูกถ่ายเทไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว!น้ำผลไม้ในแก้วกระฉอกออกมาเล็กน
เจ็ดวันต่อมา ศัตรูทั้งสี่คนของพายน์และราเชนทร์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายราเชนทร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่เขาใช้หลักฐานการทุจริตที่พายน์ค้นพบ ยกระดับคดีเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ของบริษัทโลแกนและคุณหญิงมณี ถูกทนายของราเชนทร์ดำเนินการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดใน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ราเชนทร์ไม่ได้อยู่ค้างคืนตามความคาดหมายของทุกคน เขาให้เกียรติขอบเขตของพายน์อย่างสมบูรณ์พายน์กำลังยืนส่งเขาที่หน้าประตูบ้าน บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยความเข้าใจ“ผมดีใจที่คุณให้เกียรติผมนะพายน์” ราเชนทร์กล่าว ดวงตาของเขาสะท้อนความจริงจังที่มาพร้อมกับความเสน่หา “ผมให้คำมั่
“ฉันไม่แน่ใจหรอกว่าคนอย่างเขาจะมาสนใจอะไรกับคนอย่างฉัน” พายน์พูดเบา ๆ แต่ปลายเสียงนั้นสั่นจนมิ้นท์ต้องหยีตา“ไม่แน่นะ... บางทีผีอาจผลัก...” พอพูดจบก็หันไปหาเพื่อนตัวเองที่กำลังอึ้งอยู่ “ฉันล้อเล่นน่า เอาเถอะเราอุตส่าห์มาเที่ยวกันเลยนะ ทริปนี้จนกว่าจะจบก็คงอีกอาทิตย์กว่า เลิกคุยเรื่องที่ทำให้ปวดหัวแ
สองวันถัดมาหลังจากการเปิดโปง กรุงเทพกลายเป็นศูนย์กลางของมรสุ่มข่าว ธันญารัตน์กรุ๊ปต้องระงับการซื้อขายหุ้นชั่วคราวเพื่อรับมือกับแรงเทขายอย่างบ้าคลั่ง สองวันนั้นโลแกนไม่ได้นอนเขาต้องเผชิญหน้ากับบอร์ดบริหารที่ฉุนเฉียวและคุณหญิงมณีที่เกือบจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลา ในปารีส พายน์กำลังเพลิดเพลินกับการนั่งจิบช







