LOGINพายน์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่บาดลึกเมื่อพบว่า โลแกน สามีของเธอกำลังนอกใจ หลักฐานทั้งหมดมันวางอยู่ตรงหน้า ภาพถ่ายคู่รักลับๆ ในลานจอดรถ และเอกสารหย่าที่เขาเซ็นไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น ความเชื่อใจที่เธอเคยมอบให้เขาพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี... แต่พอกาลเวลาผ่านไป เขากลับพยายามหาทางไถ่โทษและขอโอกาสกลับมา แต่สำหรับพายน์แล้ว สิ่งที่เขาทำมันมากเกินกว่าที่หัวใจจะแบกรับไหว เพราะทุกการกระทำของเขา ได้ตอกย้ำและฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเธอไปจนวันตาย...
View Moreพายน์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ร่างกายเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง ส้นสูงสีดำวาวแทบจะกลืนหายไปกับพื้นหินอ่อนลายหรูใต้ฝ่าเท้า
เธอใช้เวลาทำใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตู “เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายตอบกลับมาจากด้านใน พายน์กระชับแฟ้มงานในมือให้แน่นขึ้น แล้วจึงเอื้อมมือไปเปิดประตู ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอก็ฉาบรอยยิ้มบางเบาไว้บนใบหน้า พยายามเดินเข้าไปหาเขาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด “ยุ่งอยู่ไหมคะ ฉันมีเอกสารด่วนที่คุณต้องเซ็นหลายฉบับเลย” เธอพูดออกไปอย่างนั้น แม้ว่าแฟ้มเอกสารจะถูกวางลงตรงหน้าเขาอย่างเรียบร้อยแล้ว แถมยังเปิดหน้าเตรียมพร้อมให้เซ็นด้วยความใส่ใจอย่างไม่มีที่ติ โลแกนเพิ่งเดินทางกลับมาจากสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเช้านี้ และตรงมาที่ออฟฟิศทันทีเพื่อจัดการงาน ตอนนี้บนโต๊ะของเขามีเอกสารกองสุมเต็มไปหมด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูสุขุม บัดนี้มีแต่แววความเหนื่อยล้าปรากฏชัดเจน เขาจึงไม่แม้แต่จะมองเอกสารที่ส่งมา ตรงเข้าหยิบปากกาเซ็นมันไปจนหมดทุกแผ่น “ขอบคุณนะคะ” พายน์เก็บเอกสารที่เซ็นเรียบร้อยแล้วเข้าแฟ้ม ในท่าทีเรียบเฉย เธอกลั้นใจถามไปตามมารยาท “เย็นนี้คุณจะกลับบ้านไหมคะ? ฉันจะได้เตรียมอาหารไว้ให้” “มีธุระ ไม่ต้องรอ” เขาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเลย “โอเคค่ะ งั้นฉันขอตัวออกไปก่อน” เธอหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องพร้อมแฟ้มงานในมือ แต่ทันทีที่หันหลังให้เขา รอยยิ้มบนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยแสยะทันที ขณะเดินผ่านห้องพักด้านในที่เชื่อมต่อกับห้องทำงาน เธอได้ยินเสียงบางอย่างแผ่วเบา คล้ายลูกแมวหรือลูกหมาโดดลงจากเตียง หางตาของเธอเหลือบเห็น บริเวณโซฟามีถุงขนมวางกระจัดกระจาย ชาไข่มุกที่ถูกดื่มไปครึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะ และที่สำคัญ รองเท้าส้นสูงสีชมพูนู้ดคู่หนึ่งล้มพาดอยู่บนพื้น แค่เสี้ยววินาที... ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งแก่ใจเธอ หัวใจพลันเย็นชืดเหมือนเถ้าถ่าน พายน์กลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนร่างกายหมดแรงไปแล้วหนึ่งวันเต็ม ๆ เพียงแค่เดินมาถึงตรงนี้ เธอทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า แล้วหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาจากแฟ้ม “ใบหย่า...” พายน์เปิดไปที่หน้าสุดท้าย ใช้ปลายปากกาไล่ตามลายเซ็นของเขาอย่างเย้ยหยัน ภาพในความทรงจำก็แล่นเข้ามาในหัวทันที ในวันนั้นที่เขาขอเธอแต่งงาน... คำพูดเยาะเย้ยของแม่สามีที่ว่าผู้ชายทุกคนไม่มีทางรักแค่คนเดียวเสมอไป... และความมั่นใจของเธอในตอนนั้นที่เชื่อว่าสามีตัวเองแตกต่างจากคนอื่น “หึ ที่แท้ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย” เขาแอบมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น คิดว่าแค่นี้ก็จะปิดเรื่องได้มิดแล้วเหรอ ไม่พอยังไปต่างประเทศด้วยกัน แถมตอนกลับมาก็ยังพามาที่บริษัทอีก เธอลดปากกาลง ก่อนจะถ่ายภาพลายเซ็นบนใบหย่าส่งให้กับผู้เป็นแม่สามี หนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอได้ตกลงเรื่องเงื่อนไขทุกอย่างกับแม่สามี อีกฝ่ายต้องการให้เธอเป็นฝ่ายหย่า และเก็บเรื่องการแต่งงานนี้ไว้เป็นความลับ พายน์ขอแค่ค่าชดเชยห้าหมื่นล้านบาทเท่านั้น อีกหนึ่งเดือนนับจากนี้ โลแกนก็จะหายไปจากชีวิตเธออย่างสมบูรณ์ ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น “เข้ามา” พายน์วางใบหย่าลง ประตูเปิดออก ไคล์ ผู้ช่วยของโลแกนเดินเข้ามา “คุณพายน์ นี่คือของที่ท่านประธานฝากมาให้ครับ” เขาวางกล่องกำมะหยี่สีเข้มตรงหน้า พายน์เปิดมันออกอย่างไม่ใส่ใจ ข้างในคือชุดเครื่องเพชรราคาแพง และภาพแรกที่ผุดขึ้นในหัวเธอคือ ผู้หญิงผมสั้นในชุดคลุมอาบน้ำ ถือสร้อยเพชรเส้นหนึ่งยิ้มกรุ่มกริ่ม ด้านหลังคือเตียงที่ยุ่งเหยิง แสงไฟสลัว ๆ และรอยจูบบนเนินอกของผู้หญิงคนนั้นที่ช่างเด่นชัด ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง “ขอบคุณนะไคล์” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเย็นชาคมกริบราวกับใบมีด ไคล์ที่โดนจ้องมองจนขนลุก ต้องรีบพูดต่อทันที “ท่านประธานเลือกเองเลยนะครับ ชุดนี้ทั้งโลกมีแค่ชุดเดียว” แต่น่าเสียดายที่หัวใจของเขาไม่ได้มีแค่คนเดียวเหมือนเครื่องเพชรนี่น่ะสิ พายน์คิดในใจ ยิ่งคิดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกอยากได้มันมลายหายไป พายน์ยิ้มบาง ๆ “อ่า งั้นเหรอคะ ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ยุ่งขนาดนี้ยังมีเวลาไปซื้อของมาให้ฉันอีกนะเนี่ย” คำพูดของพายน์ทำให้ไคล์รู้สึกตะหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าเธอรู้เรื่องของโลแกนกับรายาเข้าให้แล้ว? ไคล์เริ่มเหงื่อตกก่อนจะรีบออกจากห้องทันที พายน์มองเครื่องเพชรบนโต๊ะด้วยแววตาขยะแขยงราวกับมันเป็นของสกปรก เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วส่งให้เจ้าของร้านขายของมือสอง “ช่วยขายชุดเครื่องเพชรนี้ให้ทีนะคะ ส่วนเงินเอาไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้า” ห้าโมงเย็น ณ ลานจอดรถ พายน์เดินมาถึงรถของตัวเองและกำลังจะเปิดประตูขึ้น แต่ดันหันไปเห็นรถอีกคันที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเครื่องยนต์ยังคงติดอยู่ เธอมองผ่านกระจก และเห็นโลแกนนั่งอยู่เบาะหลัง คนข้าง ๆ เขาคือผู้หญิงผมสั้นหน้าตาน่ารัก สดใสร่าเริง และจับแขนเขาไว้แน่น “ท่านประธาน!” ไคล์ร้องเสียงหลง และรีบเหยียบคันเร่งจมมิด พุ่งผ่านทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้น พายน์และโลแกนได้สบตากันตรง ๆพายน์ไม่ได้พูดอะไร โลแกนที่ดูเหมือนจะสงบไปแล้วกลับแสดงออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา มือถือของเขาก็ดังไม่หยุด ไม่ใช่สายโทรศัพท์ ก็เป็นวิดีโอคอล สุดท้ายก็กลายเป็นการส่งข้อความที่ไม่ยั้ง ทีละข้อความมาเรื่อย ๆบรรยากาศเริ่มตึงเครียด“ไม่รับเหรอคะ?” พายน์ถามด้วยเสียงเรียบเย็นโลแกนจึงยื่นมือไปหยิบมือถือขึ้นมา แต่ไม่ได้มองเลย กดปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว แล้วเอามาวางไว้ที่ข้างเตียง เขาเอื้อมมือไปลูบหน้าผากของเธอ“ยังร้อนอยู่หน่อย ไม่มีอะไรหรอก นอนเถอะ คืนนี้ผมจะอยู่ดูแลคุณเอง”พายน์พยักหน้า หลับตาลงไปหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เธอหายใจสม่ำเสมอดูเหมือนหลับไปแล้ว โลแกนหยิบมือถือที่วางไว้บนข้างเตียง เปิดเครื่องและเดินออกไปที่ระเบียง ดูข้อความสักพักก็โทรออกไป“ไม่เป็นไรใช่ไหม ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไปเดี๋ยวนี้”เขาพูดเสียงเบา ก่อนกลับเข้ามาในบ้าน หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป พายน์ที่นอนอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เธอไม่ได้หลับไปตั้งแต่แรก จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่รู้ว่ายังจะคาดหวังอะไรกับผู้ชายที่เหมือนผลไม้เน่าเปื่อยคนนี้อยู่กันแน่ ใช่ ผู้ชายที่นอกใจก็เหมือนของเน่าเสียที่กินไม่ได้นั่นแ
พายน์นั่งอยู่ในห้องปฐมพยาบาลกำลังทำแผล ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ชายหนุ่มหน้าตาคมคายคนหนึ่งเดินกราดเข้ามาด้วยท่าทางราวกับจะมาฆ่าใครเข้าให้ หมอที่กำลังทำแผลถึงกับสะดุ้ง ทำให้พายน์หันไปมองแวบหนึ่ง“ไม่เป็นไรค่ะ เขาเป็น... อืม... เจ้านายของฉันเอง”คำว่า สามี ที่ติดอยู่ริมฝีปากถูกเปลี่ยนเป็น เจ้านาย ทันที โลแกนเหมือนมีอะไรบางอย่างติดคอ เดินไปถามหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“แผลหนักไหม”“แค่ถลอก ไม่เป็นไรมากหรอกครับ”หมอไม่สนใจเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองนัก รีบทำแผลและจัดยาให้เสร็จ พายน์กล่าวขอบคุณเบา ๆ แล้วเดินออกจากห้อง โลแกนก็ตามออกมาติด ๆ เห็นเธอกำลังจะจ่ายเงินก็แย่งจ่ายให้ พอรับยาเสร็จก็เป็นคนหยิบให้เอง ราวกับเป็นสามีที่ใส่ใจไม่ขาดตกบกพร่องพายน์ไม่ได้ว่าอะไรให้เสียอารมณ์ ออกจากโรงพยาบาลเธอก้มหน้ากดโทรศัพท์เรียกรถ แต่โลแกนคว้ามือถือไปเสียก่อน โอบไหล่พาเธอเดินไปยังลานจอดรถ เปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วยัดเธอเข้าไป ก่อนที่ตัวเองจะอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับเสียงประตูรถกระแทกปิดลง เสียงภายนอกก็เงียบสนิท บรรยากาศในรถหนักอึ้ง“บล็อกเบอร์ผมยังไม่พอ คุณยังถึงขั้นขับรถประชดชีวิตเพื่อเรียกร้องควา
พายน์เก็บหมากที่เหลืออีกสองเม็ดกลับเข้ากล่อง หมากล้อมแบบนี้ใครถึงห้าเม็ดก่อนก็ชนะ แต่สำหรับรายานั้น เธอไม่อยากแพ้ ยิ่งเป็นกับผู้หญิงตรงหน้ายิ่งแล้วใหญ่ มันแพ้ไม่ได้เด็ดขาด รายาเล่นตุกติกด้วยการพูดเสียงดังลั่น“ก็เธอชนะก่อนแล้วยังไง ตะ แต่ฉันก็ได้ห้าเม็ดเหมือนกัน ฉันก็ชนะเหมือนกันนั่นแหละ!” พูดจบเธอก็เอาหมากอีกเม็ดวางลงบนช่องที่มีอยู่สี่เม็ดจนกลายเป็นห้าเม็ดแบบหน้าตาเฉย“...” พายน์มองอีกฝ่ายเหมือนกำลังดูคนสติเพี้ยน“งั้นฉันก็วางต่อได้เหมือนกันสินะ”พูดเสร็จเธอก็เอาหมากอีกเม็ดลงบนกระดานครบห้าอีกครั้งแบบง่าย ๆ ในเวลาต่อจากนั้นไม่ถึงนาที หมากในกระดานแทบจะหมดไปอยู่ในมือของพายน์ รายาถูกปิดทางจนไม่มีเหลือจะเดินหน้าของรายาเขียวสลับแดง ก่อนจะโวยวายว่าอยากจะเล่นใหม่ เกมที่สองผ่านไปจนถึงเกมที่สี่ พายน์บางครั้งก็แกล้งปล่อยให้รายาได้ใจ ก่อนจะค่อย ๆ เล่นกลับจนพ่ายแบบหมดทางสู้ บางครั้งก็เดินแค่ไม่กี่ตาก็ปิดเกมอย่างรวดเร็ว เอาเธอมาเล่นสนุกเหมือนเป็นแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งสุดท้ายรายาก็ร้องไห้ออกมาเพราะความโกรธ“พอได้แล้ว!”โลแกนเอื้อมมือคว้ากล่องหมากจากพายน์ สีหน้าเย็นชาจนชวนให้ขนลุกรายาเห็นโ
พายน์ไปถึงบ้านของคุณหญิงมณีประมาณสิบเอ็ดโมงสี่สิบนาที คุณลุงคนดูแลบ้าน เห็นเธอเข้ามาก็ตกใจไม่น้อย เขารู้ว่ามีแขกจะมาอีกคน แต่ไม่คิดว่าจะเป็น "คุณผู้หญิง" ของบ้านนี่สิ ยิ่งตอนนี้ คุณชายใหญ่ ก็กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับคุณรายาอีกต่างหาก เขาเลยเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก ๆ เรื่องที่โลแกนแต่งงานกับพายน์มีแค่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่รู้ นอกนั้นก็มีไคล์กับคนสนิทไม่กี่คน รวมถึงลุงคนดูแลบ้านนี่แหละ“ตามผมมาครับ” ลุงจำต้องทำตามคำสั่งของคุณผู้หญิงใหญ่ เดินนำไปทั้งที่ใจหวิว ๆยังไม่ทันถึงประตูห้องนั่งเล่น เสียงหวานหยดย้อยก็ดังลอดออกมา“หนูชนะอีกแล้ว พี่โลแกนแกล้งยอมให้หนูใช่ไหมเนี่ย”เสียงนั้นทำให้พายน์หยุดเดิน ในหัวเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ ก่อนจะเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว“หึ” เธอหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปวันนี้เธอแต่งตัวสบาย ๆ ไม่ได้แต่งหน้า เพราะตั้งใจจะแวะมาเอาหนังสือ เสื้อเชิ้ตขาวตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์เรียบ ๆ ผมยาวถูกมัดหลวม ๆ ด้วยผ้าโพกหัว แต่ถึงอย่างนั้น ผิวขาวเนียนราวหิมะ ริมฝีปากแดงดั่งเชอร์รี กับผมที่ปรกหน้าบางเบา ก็ยิ่งทำให้เธอดูงดงามจนทุกคนไม่อาจละสายตาท