Mag-log inโลแกนยืนนิ่งอยู่ด้านหลังของเธอ ใบหน้าของเขาเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
พายน์รู้สึกถึงสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา จึงหันกลับไปมองเพียงเล็กน้อย เฮอะ เขาอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย เธอหันไปมองรายา ที่นั่งขาพาดกันอยู่บนโซฟา สาวผมสั้นที่เมื่อครู่ยังแสดงท่าทางเย่อหยิ่งอยู่ท่ามกลางคนอื่น แต่ตอนนี้รอยยิ้มได้หายไปจากใบหน้าแล้ว มีแต่ความเครียดและแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากจะฆ่าเธอ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนน่าจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน และคงไม่ได้มาแค่ครั้งเดียวด้วย โลแกนเดินเข้ามาในกลุ่ม ทันใดนั้นคนรอบข้างก็เริ่มขยับตัวเหมือนได้รับสัญญาณ “เอ่อ พี่พายน์ ผมขอโทษนะครับ พวกเราแค่พูดเล่น ๆ ไปเอง พูดโดยไม่ทันคิดน่ะครับ” “ใช่พี่สะใภ้ โลแกนไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณรายานะครับ” “พี่สะใภ้อย่าคิดมากนะ อย่าคิดมากไปเลย” โลแกนจับข้อมือของพายน์และเตรียมจะดึงเธอออกไปข้างนอก พายน์หันกลับไปแล้วสาดเครื่องดื่มที่อยู่ในมือใส่หน้าเขาทันที ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงัด ทุกคนมองอย่างตกตะลึง ไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ เธอพูดด้วยรอยยิ้มที่นิ่งเฉยเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก “เชิญคุณเล่นกับคนของคุณต่อเถอะค่ะ ฉันไม่รบกวนความเพลิดเพลินของคุณแล้ว” พูดจบเธอก็บิดข้อมือเขาออกอย่างรวดเร็ว โลแกนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาไม่รอช้าแล้วอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าเดินออกไปทันที ทุกคนในงานมองตามด้วยความตกใจ ในทางเดิน พายน์พยายามดิ้นรนจากบ่าของเขา ขณะเดียวกันลิฟต์ก็มาถึง เขาพาก้าวเข้าไปและหันหลังกลับ เธอเห็นรองเท้าหนังสีดำกับกางเกงสูทสีดำที่โอบเอวของเธอไว้ ขาที่ยาวตรงและแขนขาวเรียวยาวของเธอทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและเงียบงัน เมื่อออกจากลิฟต์ พายน์มองขึ้นไปและสบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาและลึกล้ำของเขา เธอรีบหันหน้าลงทำทีเป็นหลีกเลี่ยง ด้านนอกคลับ โลแกนโยนพายน์ลงไปที่เบาะหลังของรถ แล้วตามขึ้นไป พายน์รู้สึกมึนหัวจากการถูกโยนและกระแทกในรถ รู้สึกเหมือนจะเกิดอาการกระทบกระเทือนทางสมอง โลแกนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาทำความสะอาดใบหน้าของเขา เธอมองไปยังกล่องทิชชู่ แล้วเห็นสิ่งที่ดูคล้ายถุงยางอนามัยวางอยู่ จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเขาถามอย่างเย็นชา “เธอมาที่นี่ทำไม? จะจับผิดฉันเหรอ?” เธอเปิดประตูและพยายามจะลงจากรถ “รถมันสกปรกเกินไป” “พายน์!” โลแกนดึงเธอกลับมาด้วยความโมโห “จะไปไหนอีก แค่นี้ยังวุ่นวายไม่พออีกเหรอ!” พายน์ถอนหายใจหนักและบีบมือแน่น “ฉันจะกลับบ้าน” โลแกนเรียกไคล์ให้มาขับรถแทน ตลอดทางทั้งคู่ไม่พูดกัน พายน์นั่งห่างจากเขา ใบหน้าขาวซีด เหมือนจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงบ้าน เธอรีบลงจากรถเข้าไปในครัว ดื่มน้ำเย็นจนรู้สึกดีขึ้น ก่อนจะออกจากครัวมาเห็นโลแกนอยู่ในห้องนั่งเล่น เธอจึงเดินไปนั่งข้างเขา บรรยากาศเงียบจนโลแกนเป็นฝ่ายพูดก่อน “ฉันไปคุยธุรกิจที่คลับ แล้วเธอไปทำเรื่องแบบนี้มันทำให้ฉันเสียหน้า เธอไม่รู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองดูโง่เลยเหรอ? ทำตัวเหมือนผู้หญิงไร้ค่า!” “แค่นี้เหรอคะ มีอะไรจะพูดอีกไหม?” เธอตอบเสียงเรียบนิ่ง “ถ้าเธออยากจะอยู่กับฉันไปนาน ๆ ก็ควรหยุดความสงสัยเหล่านี้ไปซะ ฉันไม่มีเวลามาดูแลอารมณ์ของเธอหรอกนะ” “ดีค่ะ แล้วมีอะไรอีกป่ะคะ?” “....” โลแกนขมวดคิ้ว “พายน์เธอรู้ไหมว่าตอนนี้ทำให้คนรอบข้างรำคาญมากขนาดไหน!?” พายน์ลุกขึ้นแล้วยิ้มให้กับเขา 'เร็ว ๆ นี้เขาจะไม่รู้สึกแบบนี้อีกแล้วแหละ' เธอคิดแบบนั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป โลแกนรู้สึกหงุดหงิดมากจากรอยยิ้มของเธอ นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นสักพักแล้วขึ้นไปห้องนอน ก็พบว่าเธอนั้นหลับไปแล้ว เขาอาบน้ำและลงนอนข้าง ๆ เธอ ในความมืดมิด พายน์นอนหันหลังให้กับเขา พยายามขยับตัวหนีไม่ให้สัมผัสกันได้ โลแกนลุกขึ้นจากเตียงแล้วดึงเธอเข้ามากอด ร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่งของเขากอดเธอจนเธอไม่สามารถขยับได้ เธอขดตัวนิ่ง ๆ ตลอดทั้งคืน ในเช้าวันถัดมา พายน์ทำอาหารกินเอง โลแกนเดินลงมาจากข้างบน เห็นเธอกำลังนั่งกินขนมปังอยู่คนเดียว ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่ห้องอาหารแล้วโน้มตัวไปที่หูของเธอ พร้อมพูดเสียงนุ่มเหมือนจะปลอบใจ “สุดสัปดาห์นี้เราจะไปเที่ยวทะเลสองวันนะ มีแค่เราสองคน” พายน์ดื่มนมก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ไม่แปลกใจเลยเมื่อถึงวันสุดสัปดาห์เขากลับยกเลิกนัดหมายบอกว่าจะต้องบินไปฮ่องกง พายน์ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว หรือบางทีเขาคงยังไม่รู้ตัวว่าพวกเขาไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว หรือเวลาที่เขาไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอ เขาเตือนเธอไม่ให้คิดถึงการหย่าร้าง แต่เขาเองกลับทำเหมือนเธอเป็นอากาศ ถ้าวันหนึ่งเธอหายไป เขาก็คงจะไม่แคร์อะไร ในวันเสาร์นั้น เธอหยิบหนังสือของตัวเองจากชั้น แล้วเก็บใส่กระเป๋าเดินทางไปที่บ้านหลังใหม่ ในขณะที่กำลังจัดหนังสือ โทรศัพท์จากแม่สามีที่ไม่ค่อยติดต่อเข้ามาก็ดังขึ้น “คะคุณแม่” คุณหญิงมณี ตอบกลับอย่างเย็นชา “กลับบ้านมาหน่อยสิ จะขอคุยเรื่องสัญญาที่เราคุยกันไว้หน่อย” “จำเป็นเหรอคะ?” “ก็ได้ค่ะ ฉันจะไปตอนบ่าย” “กลางวันนะ” “ได้ค่ะ” พายน์คิดว่าตัวเองก็ไม่มีอะไรให้ทำ จึงตกลงไป ในขณะนั้น คุณหญิงมณีมองออกไปจากหน้าต่างชั้นสองอย่างพอใจ ขณะเดียวกัน รายาก็เดินเคียงข้างกับโลแกนในสวนตอนนี้ เพราะเธอต้องการให้พายน์ได้เห็นว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่แท้จริงของลูกชายเธอหนึ่งสัปดาห์หลังจากการตอบโต้ทางกฎหมายที่เฉียบขาดจนทำให้ คุณไกรสร ต้องยอมถอนตัว พายน์ และ ราเชนทร์ จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่ห้องอาหารผู้บริหารเพื่อฉลองชัยชนะและขอบคุณ มิ้นท์ และ คุณทศพายน์ยกแก้วแชมเปญขึ้น “มิ้นท์” พายน์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ “ไม่มีคำพูดใด ๆ ที่จะอธิบายความรู้สึกขอบคุณของพวกเราได้หมด การมองเห็นอย่างรอบด้านและที่ไม่เป็นไปตามตำราของเธอ... ช่วยรักษาบริษัทของเราไว้ได้จริง ๆ เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ที่หาตัวจับยากที่สุดในโลก”ราเชนทร์เสริม “และคุณทศ คุณคือสุดยอดนักกฎหมายที่สามารถทำงานภายใต้ความวุ่นวายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีใครสามารถคว้าแท็บเล็ตที่กำลังจะตก... พร้อมกับร่างข้อกำหนดทางกฎหมายที่ซับซ้อนได้พร้อมกันเท่าคุณอีกแล้วครับ”คุณทศยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเอามือไปกุมมือมิ้นท์ไว้แน่น “ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ... และผมเชื่อในวิธีการค้นหาที่ไม่เป็นเส้นตรงของภรรยาผม”พายน์พยักหน้าให้ราเชนทร์ ราเชนทร์หยิบซองเอกสารปิดผนึกขนาดใหญ่ยื่นให้มิ้นท์“รางวัลสำหรับคุณมิ้นท์ไม่ได้มีแค่โบนัสตอบแทนที่มากมายเท่านั้น” ราเชนทร์กล่าว “แต่ยังมีรางวัลที่เราออกแบบมาเพื่อสนับสนุน
หลายเดือนหลังจากการย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน คุณทศ ตระหนักว่า ความสุขของเขาอยู่ที่การได้จัดการกับความวุ่นวายของมิ้นท์ทุกวัน เขาจึงเริ่มวางแผนที่จะเปลี่ยน ‘สัญญาการใช้ชีวิตร่วม’ ให้กลายเป็น ‘สัญญาผูกมัดตลอดชีวิต’การขอแต่งงานต้องไม่มีความเสี่ยงคุณทศใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการเลือกสถานที่: ไม่ใช่ร้านอาหารหรู... ไม่ใช่ที่สูง... แต่เป็นห้องนั่งเล่นที่คอนโดของพวกเขาเอง ซึ่งเป็น ‘โซนสีขาว’ ที่ปลอดภัยที่สุดในคืนวันขอแต่งงาน... คุณทศได้จัดเตรียมห้องให้เป็นศูนย์ความเสี่ยงคือถอดพรมออมเพื่อป้องกันการสะดุดเก็บแจกันทั้งหมดเพื่อป้องกันการแตกปิดสวิตช์ไฟหลักเพื่แเหลือไว้แค่โคมไฟตั้งพื้นแบบหนาและมั่นคงเก็บแก้วน้ำทั้งหมดเพื่อแทนที่ด้วยขวดน้ำแบบมีฝาปิดคุณทศแต่งตัวเนี้ยบ และซ่อน กล่องแหวน ไว้ในกระเป๋าสูทด้านในที่ล็อคอย่างแน่นหนา พร้อมโซ่คล้องเล็ก ๆ ป้องกันการหล่นหายมิ้นท์กลับมาถึงคอนโดฯ หลังจากเลิกงาน เธอเห็นห้องนั่งเล่นที่ดูโล่งผิดปกติ“ทศคะ! ทำไมห้องเราโล่งจังเลยล่ะ? เหมือนคุณกำลังจะหนีไปไหนเลย!” มิ้นท์ถามด้วยความประหลาดใจคุณทศยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเดินเข้าไปหามิ้นท์และจูงมือเธอให้มานั่งบน
หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิ้นท์ และ คุณทศ คบหาดูใจกันอย่างเปิดเผย มิ้นท์ยังคงเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของพายน์ และยังคงซุ่มซ่ามเหมือนเดิม ส่วนคุณทศก็เป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจและเป็นแฟนที่เยือกเย็นเย็นวันหนึ่ง มิ้นท์มาค้างคืนที่คอนโดมิเนียมของทศ คอนโดของเขาเป็นดินแดนที่สมบูรณ์แบบ พื้นที่ว่างเปล่า สะอาดไม่มีข้าวของที่ไม่จำเป็น และทุกอย่างถูกจัดเรียงตามลำดับความสำคัญมิ้นท์ตัดสินใจทำอาหารเย็นให้คุณทศ เธอพยายามพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้มีดีแค่ในห้องประชุมและทำลายเก้าอี้คุณทศ กำลังทำงานที่ห้องทำงานของเขา มิ้นท์ เปิดตู้เย็นเพื่อค้นหาส่วนผสม และสิ่งที่เธอเห็นคือตู้เย็นที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบ มีฉลากติดทุกอย่าง... แม้แต่ผักกาดหอมก็มีป้าย ‘ผักสลัด 25/5’มิ้นท์พยายามจะหยิบพริกไทย แต่ความรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่าขวดน้ำมันมะกอกวางอยู่บนหิ้งที่ยื่นออกมาเล็กน้อย!ตึง!ขวดน้ำมันมะกอกไม่ได้ล้ม... แต่ฝาขวดกระเด็นเปิดออก!น้ำมันมะกอกหยดลงไปบนผักกาดหอม และ บนกล่องใสบรรจุชีสเรียงรายอย่างสวยงาม!มิ้นท์ตกใจจนหน้าซีด เธอรีบคว้าผ้าเช็ดมือมาเช็ดด้วยความตื่นตระหนก... แต่กลับทำให้รอยน้ำมันขยายวงกว้า
เย็นวันนั้น มิ้นท์และคุณทศมานั่งทานอาหารค่ำและทบทวนเอกสารที่ห้องอาหารเล็ก ๆ ของโรงแรมที่พักใกล้กับสถานที่ก่อสร้าง บรรยากาศเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แตกต่างออกไป ความตึงเครียดของคนที่เริ่มสนใจกัน“สรุปแล้ว ตามการตรวจสอบเบื้องต้นของผม” คุณทศกล่าวขณะปิดแฟ้มเอกสาร “ปัญหาทางด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินถูกจัดการโดยทีมของคุณมิ้นท์ได้เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว งานของคุณพายน์และคุณราเชนทร์จะไม่สะดุดแน่นอน”มิ้นท์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ขอบคุณค่ะคุณทศ! ฉันใช้เวลาหลายเดือนในการไล่ตามเอกสารชุดนี้เลยนะคะ”คุณทศเงยหน้ามองมิ้นท์ สายตาของเขาแสดงความชื่นชมอย่างเปิดเผย “คุณมีความสามารถสูงมากครับคุณมิ้นท์... ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณพายน์ถึงไว้วางใจคุณขนาดนี้”“แล้วคุณทศล่ะคะ?” มิ้นท์ถามอย่างกล้าหาญ “คุณเคยใช้เวลาหลายปีในลอนดอน ที่นั่นคงจะแตกต่างจากที่นี่มากเลยใช่ไหมคะ”คุณทศถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ลอนดอนเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบครับ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แต่บางครั้ง... ผมก็รู้สึกเบื่อหน่ายความสมบูรณ์แบบนั้น”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วมองมิ้นท์อย่างตรงไปตรงมา “ในห้องทำงานของเราทุกคนเดินอ
เช้าวันจันทร์ที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด มิ้นท์ สวมชุดสูทที่เนี้ยบที่สุด และนั่งอยู่หน้าโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ เธอรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า ไม่ใช่เพราะการนำเสนอข้อมูล แต่เพราะเธอรู้ว่านี่คือแผนจัดหาคู่ของพายน์และราเชนทร์ในห้องนี้มีเพียงราเชนทร์ พายน์ และ คุณทศ ภิรมย์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงภูมิฐาน เขาคือหัวหน้าทีมกฎหมาย ที่มีชื่อเสียงเรื่องความเยือกเย็นและความละเอียดรอบคอบคุณทศอยู่ในชุดสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่สายตาที่มองมาที่มิ้นท์นั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจในการวิเคราะห์ข้อมูลพายน์ยิ้มให้มิ้นท์อย่างให้กำลังใจ “เอาล่ะมิ้นท์ คุณทศ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ มิ้นท์จะนำเสนอรายละเอียดเชิงกลยุทธ์ของดีล A-Star”มิ้นท์พยายามควบคุมเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุด เธอเปิดไฟล์พรีเซนเตชันด้วยความมั่นใจ นี่คือโอกาสที่เธอจะได้โชว์ความเฉียบคมทางธุรกิจที่แท้จริง“เรียนคุณราเชนทร์... คุณพายน์ และคุณทศนะคะ” มิ้นท์เริ่มต้นน้ำเสียงของเธอชัดเจนและหนักแน่น “ตามการวิเคราะห์ของเรา ดีล A-Star มีความเสี่ยงด้านการเงินต่ำกว่า 5%...”การนำเสนอผ่านไปได้ด้วยดี มิ้นท์กำลังพูดถึงข
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่คฤหาสน์ของราเชนทร์และพายน์ มิ้นท์ได้รับเชิญมาทานอาหารเย็นแบบเป็นกันเอง มิ้นท์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเสมอน้องไทม์วิ่งเล่นอยู่รอบห้องรับประทานอาหาร พายน์ ดูสง่างามในชุดลำลอง แต่ก็ยังคงดูแลทุกอย่างเรียบร้อยราวกับเป็นผู้จัดการอีเวนต์ ส่วนราเชนทร์ก็กำลังทำหน้าที่ปิ้งบาร์บีคิวอยู่กลางสวน“มิ้นท์! มาช่วยฉันยกน้ำผลไม้แก้วนี้ไปให้ราเชนทร์หน่อยสิ” พายน์ขอร้องมิ้นท์ตอบรับอย่างกระตือรือร้น เธออยากพิสูจน์ให้เพื่อนรักเห็นว่าเธอเป็นคนทำงานบ้านได้ดี“ได้เลย สบายมาก!”พายน์ยื่นถาดเล็ก ๆ ที่มีเพียงน้ำผลไม้แก้วเดียว และ ผ้าเช็ดปาก ให้มิ้นท์ แก้วน้ำไม่ได้หนักเลยแต่ความคาดหวังของมิ้นท์เองที่หนักอึ้งมิ้นท์จ้องมองถาดอย่างตั้งใจ เธอก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ช้ากว่าการเดินปกติถึงสามเท่า พายน์ยิ้มเล็กน้อย รู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นขณะที่มิ้นท์พยายามเลี้ยวผ่านมุมโต๊ะกาแฟ เท้าของเธอก็เตะเข้ากับขาเก้าอี้ที่ว่างอยู่เบา ๆ!ตุบ!แม้จะเป็นเพียงแรงสะกิดเบาๆ แต่เพราะความพยายามในการทรงตัวที่มากเกินไป น้ำหนักของมิ้นท์จึงถูกถ่ายเทไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว!น้ำผลไม้ในแก้วกระฉอกออกมาเล็กน
เจ็ดวันต่อมา ศัตรูทั้งสี่คนของพายน์และราเชนทร์ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายราเชนทร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่เขาใช้หลักฐานการทุจริตที่พายน์ค้นพบ ยกระดับคดีเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ของบริษัทโลแกนและคุณหญิงมณี ถูกทนายของราเชนทร์ดำเนินการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดใน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ราเชนทร์ไม่ได้อยู่ค้างคืนตามความคาดหมายของทุกคน เขาให้เกียรติขอบเขตของพายน์อย่างสมบูรณ์พายน์กำลังยืนส่งเขาที่หน้าประตูบ้าน บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยความเข้าใจ“ผมดีใจที่คุณให้เกียรติผมนะพายน์” ราเชนทร์กล่าว ดวงตาของเขาสะท้อนความจริงจังที่มาพร้อมกับความเสน่หา “ผมให้คำมั่
ราเชนทร์ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าพายน์ สายตาที่เต็มไปด้วยคำเชื้อเชิญและอำนาจทำให้บรรยากาศในห้องทนายความหนาวเย็นลงหลายองศาพายน์จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความร้ายกาจของราเชนทร์ เธอรู้ว่าการตอบรับคำเชื้อเชิญนี้หมายถึงการก้าวเข้าสู่เกมที่ใหญ่กว่าและอันตรายกว่าการแก้แค้นโลแกนหลายเท่า“ฉั
อเล็กซ์จ้องมองราเชนทร์อย่างตื่นตะลึงนี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่เป็นการต่อรองกับปีศาจโดยแท้จริง!“มึง... บ้าไปแล้วราเชนทร์!” อเล็กซ์พูดเสียงแผ่ว “ทำลายโลแกนเนี่ยนะ มึงกับมันเป็นคู่แข่งกันก็จริง แต่มึงจะทำลายทุกอย่างที่ตัวมึงเองก็จะได้ประโยชน์ด้วยน่ะเหรอ?”ราเชนทร์หัวเราะในลำคอ “ทำลายเหรอ? กูเรีย







