Masukเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากปลายโถงทันทีที่เสียงประตูลิฟต์เปิดออก ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคสีเข้ม และใบหน้าเคร่งขรึมของกันต์ปรากฏอยู่ตรงนั้น
เขาเดินตรงเข้ามาหาที่โต๊ะของขนม สายตาคมกริบใต้คิ้วเข้มตวัดมองขนมและบอสสลับกันเพียงชั่วครู่
“อ้าว พี่กันต์~ มาหาพี่วินเหรอคะ?” ขนมยิ้มหวาน แสร้างทำไม่รู้ไม่ชี้กับสีหน้าถมึงทึงของคนพี่ที่เพิ่งมาถึง
แต่กันต์ไม่ตอบ เขาทำเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองผู้ชายตรงหน้าเธอโดยไม่ปิดบังความไม่พอใจ
ดวงตาคมกริบไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อวัดระดับคู่แข่งเงียบ ๆ
“ทำอะไรกัน?”
เสียงทุ้มต่ำถามขึ้นเรียบ ๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นแฝงความกดดันที่สัมผัสได้ชัดเจน จนบอสเองยังต้องยืดหลังตรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ขนมมีสีหน้าเลิ่กลั่กเล็กน้อย แต่ยังรักษารอยยิ้มไว้
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่คุณบอสมาสอบถามเรื่องระบบ CRM เพิ่มเติมนิดหน่อยค่ะ”
กันต์หรี่ตามองที่มือถือของทั้งสองคน ก็รู้ทันทีว่าเพิ่งแอดเฟรนด์กันทางแอปเขียว
“แค่แอปของบริษัทไม่พอเหรอ?” น้ำเสียงเขายังคงเรียบนิ่งแต่ดวงตาคมเหมือนมีประกายไฟลุกโชนในนั้น
บอสเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงสุภาพ
“แค่เผื่อเอาไว้น่ะครับ”
“ถ้าแค่เรื่องงาน ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อกันข้างนอกนี่ครับ”
ขนมกะพริบตาปริบ ๆ และก่อนที่จะมีเกิดอะไรขึ้นมากกว่านั้น ประตูของห้องประธานก็เปิดออกมา ราวินก้าวออกมา พร้อมโบกแฟ้มในมือเล็กน้อย
“โห...เสียงทะลุกำแพงเลยนะครับ พ่อวิศวกร เย็นไว้เพื่อน เย็นไว้”
เขามองทั้งสามคนพลางหัวเราะออกมาขำ ๆ
“คุณบอสครับ ขอบคุณมากนะสำหรับไฟล์เมื่อกี้ เดี๋ยวที่เหลือผมจะให้เลขาช่วยดูต่อให้ ส่วนคุณกันต์…” ราวินหันไปตบไหล่เพื่อนรักเบา ๆ
“ใจเย็นหน่อยครับ คุณเพื่อน บ่ายนี้มีประชุมใหญ่ของ KTEG อย่าลืมว่า นายเป็นเมนนำประชุมนะ”
กันต์จ้องหน้าบอสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาบอกขนม
“เย็นนี้กลับพร้อมพี่นะ”
“อะ...ค่ะ” ขนมมีสีหน้างุนงง แต่ก็ยิ้มรับคำของเขา
จากนั้นกันต์ก็หันกลับไปมองราวิน แววตาที่ฉายแววขุ่นเคืองเมื่อครู่ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจังแบบมืออาชีพ
“วิน เรื่องแปลนของสมาร์ทเฮ้าส์ซิ่งเฟส 2 ที่ฝั่งตะวันตก…มีอะไรเปลี่ยนจากประชุมรอบที่แล้วมั้ย?”
เขาถามเสียงนิ่ง ขณะที่สายตายังคงเหลือบมองขนมที่กำลังหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ
ราวินพยักหน้า
“มีบางจุดที่ R&D ขออัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด พอดีบอสเป็นคนถือไฟล์เข้ามาส่งเมื่อกี้แหละ เดี๋ยวเข้าไปดูด้วยกันเลยมั้ย”
กันต์พยักหน้า ก่อนจะหันกลับมามองขนมอีกครั้ง
“…เสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่ออกมานะ” เสียงเขาทุ้มต่ำ แต่แฝงความอ่อนโยนบางอย่าง
ขนมแค่พยักหน้า ดวงตากลมใสสบตากับเขาโดยไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับตีกันยุ่งเหยิง
แค่ประโยคธรรมดา แต่ทำไมรู้สึกเหมือนถูกจองยังไงก็ไม่รู้...
กันต์พูดจบ ก็พยักหน้าให้ราวิน แล้วทั้งสองคนก็เดินตรงเข้าไปในห้องประธาน โดยมีสายตาของขนมและบอสมองตามหลัง
“แฟนคุณขนมเหรอครับ?” บอสเอ่ยถามทำลายความเงียบ
ขนมหันมามองเขาอย่างแปลกใจ ก่อนหัวเราะเบา ๆ พลางโบกมือปฏิเสธ
“อ๋อ เปล่าค่ะ พี่กันต์เป็นแค่พี่ชายข้างบ้านน่ะค่ะ”
“งั้นแปลว่า...ผมยังมีสิทธิ์สินะครับ”
บอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลายื่นเข้ามาใกล้เล็กน้อย ริมฝีปากยิ้มกรุ้มกริ่ม
ขนมชะงัก ดวงตากลมเบิกกว้างเล็กน้อย ใบหน้าร้อนผ่าว
“เอ่อ...”
ติ๊ด
เสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะดังขึ้นพอดี
“คุณขนม...เข้ามาหาผมหน่อย”
เสียงราวินดังผ่านลำโพง ทำให้ขนมสะดุ้งเล็กน้อย รีบหันไปตอบรับ
“ค่ะ! เดี๋ยวเข้าไปค่ะ”
เธอลุกขึ้น หอบแฟ้มงานติดมือ ก่อนจะหันมายิ้มบาง ๆ ให้บอส
“ขอตัวก่อนนะคะ”
แล้วเธอก็เดินตรงไปยังห้องของประธาน ปล่อยให้บอสมองตามหลังด้วยสายตาที่สนใจอย่างไม่ปิดบัง
ภายในห้องประธาน
กันต์ยืนอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องของราวิน เฟรมหนึ่งแสดงให้เห็นภาพบอสเอนตัวเข้ามาใกล้ขนมมากเกินจำเป็น และมีรอยยิ้มที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย
“หึงเหรอ?”
ราวินถามเสียงเรียบ แววตามีประกายขบขัน ในขณะที่มือกดเปิดเอกสารบนแท็บเล็ตไปด้วย
กันต์ไม่ได้ตอบในทันที เขาแค่ยืนกอดอก สายตายังไม่ละจากหน้าจอ
“หวง”
เขาตอบในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบ
“แต่น้องเค้ายังไม่ใช่ของนายนะ” ราวินกลั้วหัวเราะในลำคอ
“ตอนนี้ยัง ต่อไปไม่แน่” กันต์ตอบทันควัน
“เข้ามาสิขนม” ราวินผายมือเชิญ
กันต์เดินไปยืนที่มุมห้อง ทำทีเป็นเปิดแฟ้มเอกสาร แต่หางตายังไม่ละไปจากเธอแม้แต่น้อย
ขนมเดินเข้ามาในห้องประธานด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่หัวใจกลับเต้นถี่เล็กน้อย เมื่อสายตาเธอเผลอประสานเข้ากับดวงตาคมจัดของคนที่ยืนอยู่มุมห้อง แม้เขาจะทำเป็นก้มหน้าอ่านแฟ้มงานอยู่ก็ตาม
“เรียกขนมหรือคะ?” เธอถามพลางยิ้มบาง ๆ ให้ราวิน
“ใช่ครับ พี่อยากคุยเรื่องงานหน่อยน่ะ”
ราวินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ก่อนพิงหลังกับพนักเก้าอี้แล้วยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย
“โปรเจกต์ ‘วิสดอม เพลส’ ที่เราจะเปิดเฟสใหม่ในเมืองต้นแบบ พี่กันต์จะเข้ามารับตำแหน่งเมนโปรเจกต์นะครับ”
ขนมขมวดคิ้วนิด ๆ หันไปมองกันต์ที่ยังคงเงียบ
“ค่ะ แล้วขนมเกี่ยวอะไรด้วยเหรอคะ?”
“ก็…”
ราวินลากเสียงนิดหนึ่งแล้วหันไปมองกันต์อย่างมีเลศนัย ก่อนจะพูดต่อ
“เรากำลังหาผู้ช่วยประสานงานโปรเจกต์ฝั่งผู้บริหาร...ซึ่งพี่อยากให้ขนมมาช่วยดูหน่อย”
“หือ?” ขนมชะงัก เงยหน้าขึ้นอย่างตกใจนิด ๆ
“ขนมเหรอคะ?”
กันต์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานในมือพอดี สบตากับเธอเต็ม ๆ
“เพราะเรารู้จักกันดีอยู่แล้ว พี่เลยคิดว่าไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวเยอะ”
เขาตอบเรียบ ๆ แต่น้ำเสียงแฝงอะไรบางอย่างที่ทำให้ขนมรู้สึกวูบวาบแปลก ๆ
“แล้ว…งานของพี่วินล่ะคะ?” เธอหันไปถามราวินแทบจะทันที
“พี่ให้คุณแพรวมาทำงานแทนขนมชั่วคราวแล้วล่ะ” ราวินยิ้มขำ
“ขนมเก่งเรื่องประสานงานอยู่แล้ว พี่ว่าเหมาะเลยนะ”
ขนมเงียบไปครู่หนึ่ง มองหน้าของทั้งสองคนสลับกันไปมา
แล้วพี่กันต์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง เสียงต่ำทุ้ม
“อย่าห่วงเลย พี่ไม่ใช้งานหนักหรอกน่ะ”
ดวงตาของเขามองลึกเข้ามาเหมือนกำลังสื่ออะไรบางอย่างที่มากกว่างาน ใบหน้าของขนมเริ่มร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว
“ก็ได้ค่ะ…ถ้าไม่ลำบากมาก ขนมยินดีช่วย”
“ไม่ลำบากเลย” เขาตอบทันควัน ราวกับรอคำตอบนั้นมานาน
“งั้นเริ่มพรุ่งนี้นะ” ราวินสรุป ก่อนจะหันไปคว้าแฟ้มงานอื่นขึ้นมาดูต่อ
ขนมโค้งศีรษะให้ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
เมื่อประตูปิดลง ราวินก็ถอนหายใจเบา ๆ
“เอาเถอะ...ขอให้แผนมึงสำเร็จนะ ไอ้กันต์”
กันต์ไม่ตอบอะไร นอกจากยิ้มมุมปาก มือสอดกระเป๋ากางเกงไว้หลวม ๆ ขณะที่ดวงตาคมยังคงมองไปยังประตูห้องที่เธอเพิ่งเดินออกไป
‘ถ้าจะทำให้เธอชอบพี่อีกครั้ง...’
‘พี่ก็พร้อมจะทำทุกทาง...ขนม’
คืนนั้น หลังจากกลับถึงห้องพักฟื้นส่วนตัว ชั้น 8 ของโรงพยาบาลเอกชนที่เงียบสงบแสงไฟสลัวสีเหลืองนวลจากโคมข้างเตียงสาดลงมาอย่างอ่อนโยน ปกคลุมร่างเล็กของขนมที่นอนหลับสนิทบนเตียงผู้ป่วยข้างกายเธอ คาแนล…ขนมหวานตัวน้อย…นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนแม่ แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากจิ๋วขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันดีขนมหายใจแผ่วสม่ำเสมอ ผมยุ่งเหยิงแต่ยังสวยงามในสายตาเขากันต์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือใหญ่ประสานกันวางบนตัก เขาไม่ได้หลับตาแม้แต่นิดเดียวสายตาคมกริบที่เคยมองแผนผังอาคารสูงระฟ้า มองงบประมาณโครงการพันล้าน คืนนี้กลับดูอ่อนโยนจนไม่เหมือนซีอีโอที่ดูเย็นชาและแข็งกระด้างแม้แต่นิดเดียวเขามองภาพตรงหน้า เมียกับลูกนิ่ง และนาน ราวกับกลัวว่า ถ้าเผลอกะพริบตา ภาพงดงามที่สุดในชีวิตจะหายไปแล้วเขาก็กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“พี่เคยสร้างบ้านมาหลายหลัง… คฤหาสน์ริมน้ำ โครงการหรูใจกลางเมือง คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม”“แต่ไม่มีหลังไหนเลย…ที่ทำให้พี่รู้สึกถึงความอบอุ่น ความรัก และความสุขได้เท่ากับหลังที่มีภรรยากับลูกของพี่อยู่เลย”เขายกมือขึ้น ลูบผมเปียกเหงื่อของขนมเบา ๆ นิ้วโป้งไล้ลงมาตามแนวโหนกแก้มที่ยังแดงระเรื
🌸 วันคลอด – ห้องผ่าตัดคลอด ชั้น 7 โรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯห้องคลอดสว่างจ้าด้วยแสงไฟ LED สีขาวเย็น แสงนั้นสะท้อนบนเครื่องมือแพทย์ที่วางเรียงราย เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ด ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงหายใจหอบถี่ของขนมที่ดังขึ้นทุกครั้งที่เจ็บท้องเธอบีบมือกันต์แน่น แม้เขาจะเจ็บแต่ก็อดทนเพื่อเมียได้เสมอ“พี่กันต์…หนูเจ็บมากกกก ฮืออออ…”เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผาก ผมเปียกชุ่มติดกับแก้ม ขนมกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวกันต์ยืนข้างเตียง ไม่ขยับไปไหนแม้แต่นิ้วเดียว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเย็นชา ตอนนี้ซีดเผือดกว่าคนคลอดเสียอีก ปากแห้งผาก แต่สายตายังคงมองที่เธอ ไม่เคยละสายตา“เก่งที่สุดเลยครับคนดี…อีกนิดเดียวแล้ว พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”เขาก้มลงจูบหลังมือที่เธอบีบแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากร้อนสั่นเล็กน้อย แต่เสียงเขาพยายามนิ่ง พยายามเข้มแข็งเพื่อเธอ“หายใจเข้าลึก ๆ นะครับ…ตามที่หมอบอก เก่งมาก เก่งที่สุดในโลกเลย”และแล้ว…หลังจากการเบ่งครั้งสุดท้ายที่เหมือนจะใช้พลังทั้งหมดของชีวิต เสียงร้องแหลมเล็กใสกังวานก็ดังขึ้นก้องห้องแว้! แว้! แว้!โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนชั่ว
หลังจากรู้ว่ามีอีกหนึ่งหัวใจเต้นอยู่ในร่างเล็กของเธอ ชีวิตของขนมก็เปลี่ยนไปทันทีไม่ใช่เพราะอาการแพ้ท้องที่เริ่มมาเป็นระลอก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เพราะสามีของเธอคนนี้…เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง“วางไว้ครับ พี่ทำเอง”“เดี๋ยวพี่ถือให้”“เดินช้า ๆ นะครับ พื้นมันลื่น”แม้แต่แก้วน้ำหนึ่งใบ เขายังรีบลุกไปหยิบให้ก่อนที่เธอจะทันลุกจากโซฟา มือใหญ่ประคองหลังเธอทุกครั้งเวลาลุกขึ้น ราวกับกลัวแรงสั่นสะเทือนเพียงนิดเดียวจะกระทบถึงเจ้าตัวเล็กในท้องขนมหัวเราะเบาๆ ทั้งเอ็นดูทั้งเขินหน้าแดง“พี่คะ…หนูยังเดินเองได้นะคะ”กันต์หันขวับมามองเธอ ขมวดคิ้วทันที“เดินได้กับควรเดิน มันคนละเรื่องครับคุณแม่”น้ำเสียงนิ่ง สุขุม เรียบเฉยเหมือนกำลังอธิบายงาน แต่แววตาจริงจังจนขนมเถียงไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วนั่งลงตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวคืนหนึ่งเธอแค่เอื้อมมือจะหยิบรีโมต“พี่หยิบให้”“พี่คะ รีโมตอยู่ข้างตัวหนู…”“ก็พี่อยู่ใกล้กว่า”ทั้งที่จริงเขานั่งอยู่อีกฝั่งโซฟา ห่างจากรีโมตไปไกลกว่าตัวเธอเสียอีกขนมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินอ้อมโต๊ะมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะยื่นรีโมตให้ด้วยท่าทีเหมือนก
หลังแต่งงาน ชีวิตของกันต์กับขนมไม่ได้หวือหวาเหมือนในข่าวที่เป็นกระแสในโซเชียล มีแต่ความเรียบง่ายที่ค่อย ๆ ซึมลึกเหมือนน้ำผึ้ง…หวานช้า ๆ แต่มั่นคงทุกเช้า กลิ่นกาแฟดำเข้มลอยคลุ้งจากแก้วของเขา ตัดกับกลิ่นโกโก้อุ่นรสหวานนุ่มในมือเธอ แสงแดดอ่อนส่องผ่านผ้าม่านบาง กระทบเส้นผมของขนมเป็นประกายสีน้ำตาลอ่อนกันต์มักเดินเข้ามาจากด้านหลัง โอบกอดเธอหลวม ๆ เอาคางเกยไหล่เล็ก“ตื่นเช้าทุกวันไม่เหนื่อยเหรอครับคุณเมีย”“ไม่เหนื่อยค่ะ…มีคนชงโกโก้ให้ทุกวันนี่นา”เสียงหัวเราะเบา ๆ คลอไปกับเสียงช้อนกระทบกัน และอ้อมกอดจากด้านหลังที่เขาไม่เคยลืมให้เธอเลยแม้แต่วันเดียวแต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างเธอกินเก่งขึ้น ง่วงนอนง่ายกว่าปกติ บางวันอารมณ์แปรปรวนเร็วจนน่าเอ็นดูจนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขนมนั่งพิงโซฟา มือบางแตะหน้าผากเบา ๆ สีหน้าซีดกว่าปกติเล็กน้อย“พี่…ช่วงนี้หนูเวียนหัวบ่อยจังเลยค่ะ”กันต์ที่กำลังอ่านเอกสารชะงักทันที หน้าเอกสารเปิดค้างไว้แบบนั้น ดวงตาคมหันมามองเธอทันที“เวียนหัวแบบไหนครับ หน้ามืดมั้ย ปวดหัวหรือเปล่า เหนื่อย หรือหายใจลำบากมั้ย หัวใจเต้นแรงหรือเปล่า?”คำถามรัวเร็วจนเ
“หิวสิครับ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ...ทั้งที่น้ำเสียงพร่าปนกับลมหายใจฟืดฟาดที่ดังขึ้นราวกับกำลังกลั้นอะไรบางอย่างเอาไว้แววตาคมเข้มของกันต์วูบไหวเล็กน้อย สะท้อนแสงไฟจากเมืองด้านนอกที่ทะลุผ่านกระจกเข้ามา“พี่หิวมาก อยากกินขนม...”ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาแนบลงข้างลำคอขาวเนียนเบาๆ ก่อนจะลากไล้ต่ำลงช้าๆ อย่างจงใจ ประทับรอยจูบแผ่วเบาที่ทำให้ขนมต้องหลับตาปี๋ รู้สึกเสียวซ่านวูบวาบไปทั้งตัวผิวขาวอมชมพูของเธอขึ้นรอยแดงจางๆ จากการสัมผัสนั้น กันต์สูดกลิ่นกายหอมหวานของเธอเข้าปอดลึกๆ ราวกับไม่เคยพอ หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา“วันนี้...แต่งตัวสวยขนาดนี้ ใครอนุญาตครับ?”เสียงทุ้มของเขาลดต่ำลงอีกขณะที่มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบาง ปลายนิ้วกดลงเบาๆ ที่จุดอ่อนไหวตรงกลางหลัง ทำให้ขนมต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางที่เกือบหลุดออกมา“ก็...ก็แค่งานสัมมนา...นี่คะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตาหวานหลุบต่ำลงมองพื้นกระจกสะท้อนแสง แต่กลับถูกมืออีกข้างของเขาเชยคางขึ้นให้สบตากันตรงๆ แววตาของกันต์ตอนนี้เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่คุกรุ่น ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงไฟนีออนจากเมืองด้านล่าง“งั้นคืนนี้พี่จะ
ทันใดนั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมเสียงแซวแหบ ๆ ที่ทำให้ขนมสะดุ้งรีบผละออกจากอ้อมอกของกันต์แทบไม่ทัน“โอ๊ยยย พ่อขาาาาา แม่จ๋าาาาา~ พอแล้วค่ะลูกกกกก!”เสียงของมิวดังมาก่อนตัว เจ้าตัววิ่งมาอย่างรวดเร็วพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ข้าง ๆ กันนั้นราวินเดินตามมาพร้อมใบหน้าขึงขัง แต่มีแววขำกลิ้งซ่อนอยู่ในดวงตา“ไอ้คุณเพื่อนครับ ถ้ามึงยังไม่กลับไปเซ็นสัญญา สปอนเซอร์จะหายหมดแล้วนะครับคุณมึง”กันต์ถอนหายใจยาวอย่างคนที่ถูกขัดใจ ขณะที่ขนมก้มหน้าซบไหล่เขาแน่น แก้มแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดมิวแกล้งเบะปากอย่างสุดฤทธิ์“หนูเข้าใจนะว่ารักกัน แต่อย่างน้อย...เลือกที่หน่อยเถอะโว้ยคุณพี่ คนเขาเดินผ่านกันจะทั้งตึกแล้วเนี่ย!”กันต์ยกมือขึ้นลูบหัวขนมเบา ๆ ก่อนหันกลับไปพยักหน้าให้ราวิน“โอเค กลับไปเคลียร์งานก่อนก็ได้...แต่คืนนี้ ห้ามปวดหัว ห้ามหลับก่อนพี่เด็ดขาด เข้าใจมั้ยครับเมีย”“พี่กันต์!”ขนมร้องเสียงหลง หน้าแดงจัดจนมิวถึงกับยกแฟ้มขึ้นปิดหน้า หัวเราะคิก“ดูท่าคืนนี้...คงมีใครงอแงไม่ได้นอนอีกแล้วแน่ ๆ”มิวแอบกระซิบกับราวิน จนทั้งคู่หลุดขำออกมา ก่อนที่ราวินจะพูดต่ออย่างมีเลศนัย“อย่าเพิ่งไปแซวคนอื่นค







