Share

 พยายามเก็บข้อมูล 1.1

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-06 14:02:30

 พยายามเก็บข้อมูล

เมื่อเดินมาใกล้ถึงตลาดมืดแล้ว ซูเปียวเฉินก็พาซูหวานหว่านไปในที่ลับตาคน แล้วบอกให้เธอเอาอาหารออกมาจากมิติ

“หวานหว่านไปเอาของออกมานะ จะเอาอะไรออกมาบ้างให้น้องเลือกได้เลย แต่ไม่ต้องเอามาเยอะเพราะเราไม่รู้ว่าจะขายดีหรือเปล่า และจะได้ไม่ผิดสังเกตเกินไปด้วย”

ชายหนุ่มไม่บอกว่าให้เอาอะไรออกมาบ้าง เพราะรู้ดีว่าน้องสาวจัดการเองได้ ซึ่งของพวกนั้นก็จะเป็นพวกเนื้อหมู ผักและผลไม้ แต่เขาบอกเพียงว่าให้เอาออกมาในจำนวนไม่เยอะมาก เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาขายของ จึงยังไม่รู้ว่าที่ตลาดมืดแห่งนี้จะขายดีหรือเปล่า

“ค่ะพี่ชาย” ซูหวานหว่านรับคำและเรียกของที่จะขายออกมาเรื่อย ๆ จนเต็มตะกร้าทั้งสองใบ

“เอาล่ะแค่นี้ก่อน ไปเถอะ เราไปขายของกัน”

เมื่อได้ของที่ต้องการนำไปขายแล้ว ซูเปียวเฉินก็พูดขึ้นมาและกุมมือน้องสาวไว้แน่นอีกครั้งเพื่อก้าวเดินไปด้วยกัน โดยที่ตะกร้าทั้งสองนั้นชายหนุ่มเป็นคนสะพายไว้ทั้งด้านหลังและด้านหน้า นั่นเพราะเขากลัวว่าซูหวานหว่านจะต้องแบกหนักเกินไป

“หวานหว่านช่วยถือ” หญิงสาวพูดขึ้นมาเพราะอยากช่วย

“ไม่ต้องหรอก มันหนักเกินไปสำหรับหวานหว่านของพี่ ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แล้วจูงมือน้องสาวเดินต่อไป

ทั้งสองเดินเข้ามาในตลาดมืดแล้วมองหาพื้นที่ว่าง ไม่นานก็พบสถานที่เหมาะ ๆ  ทำให้คนเป็นพี่ชายรีบหยิบผ้าออกมาและปูลงกับพื้น จากนั้นจึงลงมือจัดเรียงของที่มีในตะกร้าทั้งสอง แต่ส่วนเนื้อหมูนั้น ชายหนุ่มกลับไม่เอาออกมา เขายังคงเก็บไว้ในตะกร้าเหมือนเดิมเพราะกลัวฝุ่นจะโดนเข้าจนเกิดความสกปรก

พอเห็นว่าพี่ชายจัดร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูหวานหว่านก็มองซ้ายขวา เห็นว่าร้านอื่นมีการตะโกนเรียกลูกค้า เธอจึงรีบทำตามบ้าง “มีเนื้อหมูขายค่ะ มีผัก มีผลไม้สด ๆ ด้วยนะ”

คนเดินผ่านไปผ่านมาเห็นเธอตะโกนเรียกลูกค้าด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม ก็พากันยิ้มตาม จนมีลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามราคา

“ของพวกนี้ขายราคาเท่าไร” ลูกค้าชี้ไปที่ผักต่าง ๆ

เพราะไม่เคยขายของมาก่อน ซูหวานหว่านจึงไม่รู้ราคาเลยหันมาถามพี่ชายด้วยใบหน้าที่ใสซื่อไร้เดียงสาว่า 

“พี่ชาย เราจะขายของพวกนี้ราคาเท่าไรดี หวานหว่านไม่รู้เลย” เธอถามด้วยความกังวลเล็กน้อย

ท่าทางของเธอทำให้ลูกค้ารายนี้รู้ว่า หญิงสาวนั้นน่าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร จึงหันไปสบตากับคนเป็นพี่ชายแทน นั่นทำให้ซูเปียวเฉินตอบลูกค้าคนนั้นไปอย่างสุภาพว่า

“ขอโทษด้วยนะครับ คือว่าน้องสาวผมมีปัญหาด้านการสื่อสารเล็กน้อย แต่เธอไม่เป็นอันตรายกับใครหรอกครับ”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลย ฉันกำลังจะชมน้องสาวเธอน่ารักดีนะ รู้จักค้าขายด้วย หวังว่าสักวันเธอจะหายดี ถ้าอย่างนั้นฉันเอาผักกาด และผลไม้พวกนี้ก็แล้วกัน จริงสิ ร้านเธอมีเนื้อหมูด้วยใช่ไหม เอามาให้ฉันสักห้าจินสิ วันนี้ที่บ้านฉันมีงานเลี้ยงเล็กน้อยน่ะ” ลูกค้ารายนี้ตอบกลับมาอย่างมีไมตรี และสั่งซื้อของหลายอย่างโดยไม่ถามแม้แต่ราคาอีกแล้ว เธอชี้ไปที่สิ่งของต่าง ๆ ที่ต้องการเท่านั้น

“มีครับ เดี๋ยวผมห่อเนื้อหมูให้นะครับ” ชายหนุ่มยิ้มให้ลูกค้าพร้อมกับตอบกลับไป

จากนั้นก็หยิบเนื้อหมูในตะกร้าออกมา แล้วชั่งด้วยตาชั่งที่พกติดมาด้วย เมื่อได้ตามจำนวนน้ำหนักที่ลูกค้าต้องการ ซูเปียวเฉินก็รีบห่อใส่กระดาษให้ทันที รวมถึงผลไม้และผักที่ลูกค้ารายนี้ชี้บอกเขาก็จัดการห่ออย่างดี

“เนื้อหมูจินละสี่หยวนนะครับ แต่รับรองเนื้อดีมีคุณภาพ”

ซูเปียวเฉินเลือกที่จะขายเนื้อหมูในราคาเดียวกับร้านค้าของรัฐที่เขาเคยไปซื้อ ถึงแม้ว่าในตลาดมืดนี้ไม่ต้องจ่ายด้วยคูปองก็ตาม แต่เขาก็ไม่อยากขายแพงเกินไป เพราะรู้ดีว่าเนื้อหมูพวกนี้เป็นอาหารที่ขาดแคลน และยังมีชาวบ้านบางคนที่หาอาหารป่ามาขาย เลยไม่อยากที่จะขายทับเส้นกัน

“ได้สิ ฉันไม่มีปัญหาเรื่องราคาอยู่แล้ว เพราะนับวันอาหารก็เริ่มขาดแคลน เธอเชื่อไหมว่าตอนนี้บ้านฉันข้าวสารแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว ฉันล่ะกลุ้มใจเหลือเกิน” สีหน้าของลูกค้าคนนี้ในตอนที่พูดออกมา บ่งบอกอย่างเห็นได้ชัดว่าเธอมีปัญหาเรื่องอาหารจริง ๆ จนซูหวานหว่านก็สบสายตากับพี่ชาย

“ใช่แล้วล่ะ บ้านฉันก็ขาดแคลนข้าวสารเหมือนกัน และถึงแม้ว่าในตลาดมืดแห่งนี้จะมีข้าวสารมาขายนะ แต่ราคามหาโหดมากเลยล่ะ ปกติฉันเคยซื้อจินละแปดหยวน แต่ที่นี่ขายถึงสามสิบหยวนเลยทีเดียว และต่อให้รวยแค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาซื้อกันหรอก เพราะมีมาขายจำนวนน้อยมาก” ลูกค้าที่ต่อคิวอีกคนก็พูดคล้ายกับระบายความรู้สึกออกมาเหมือนกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.2

    เวลาผ่านสามเดือนตอนนี้ซูหวานหว่านแต่งงานเข้าตระกูลหมิงมาได้สามเดือนแล้ว และตอนนี้ซูเปียวเฉินก็มีกิจการของตัวเองแล้ว โดยใช้เส้นสายของน้องเขยอย่างหมิงมู่หยางเพื่อขอใบอนุญาต ส่วนตัวของหญิงสาวก็ได้เข้าไปช่วยสามีดูกิจการและบัญชีของตระกูลหมิง ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยหรือต้องทำงานหนัก เพราะทุกคืนที่เธอและซูเปียวเฉินออกไปแจกจ่ายเสบียงให้คนยากไร้ตามหมู่บ้าน เขาก็มองว่าเธอลำบากมากพอแล้วแต่กลับถูกภรรยารักร้องขออยากจะทำงาน เพราะเธอไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่อยากให้คนมองว่าเธอเป็นนกน้อยในกรงทอง พอเธอยกข้ออ้างนี้ขึ้นมา ทำให้เขาไม่ปฏิเสธอีก เพราะไม่อยากให้คนมองภรรยาในทางไม่ดีแต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับบอกเขาว่าเบื่อที่จะทำงานและอยากจะนอนอย่างเดียว จึงสร้างความแปลกใจให้กับสามีและพี่ชายของเธออย่างมาก“หวานหว่านไปหาหมอหน่อยไหม” ซูเปียวเฉินไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยบอกอย่างเป็นห่วง“นั่นสิ เดี๋ยวพี่พาไปเอง” หมิงมู่หยางพูดอย่างเห็นด้วยกับพี่ภรรยา เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยเป็นห่วงเธอมาก ไม่ต่างจากซูเปียวเฉิน“ฉันแค่อยากนอนและไม่อยากทำอะไรเท่า

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.1

    บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ)หมิงมู่หยางจับมือเจ้าสาวแน่น เขาไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาเพราะกำลังตื่นเต้นดีใจ เขาทำเพียงตบหลังมือเธอเบา ๆ และกระชับมือให้แน่นกว่าเดิม เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับเธอตลอดไปซูหวานหว่านเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก เธอจึงได้เอามืออีกข้างมาวางทับมือของเขาไว้“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ดีเอา” ซูเปียวเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่ได้จะไล่ แต่กลัวขบวนเจ้าบ่าวจะเสียเวลามากกว่าดังนั้นชายหนุ่มจึงจูงมือเจ้าสาวเดินมาที่รถ โดยที่ยังไม่เปิดผ้าปิดหน้าออก เพราะเขาจะเปิดตอนพาเธอส่งเข้าห้องหอแล้วเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวออกไป ซูเปียวเฉินและคนบ้านกุลพร้อมกับคนบ้านจาง ก็ได้เดินทางตามไปที่ตระกูลหมิงในฐานะญาติของเจ้าสาว ส่วนแขกในงานที่นี่ ก็ให้คนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ ช่วยดูแลต่อ ส่วนชาวบ้านคนไหนจะตามไปที่ตระกูลหมิงด้วย ก็ไม่มีใครห้ามเหมือนกันและเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหมิง ทั้งสองก็รีบเข้ามาที่ห้องโถง ที่ตอนนี้ซินแสได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ภายในนั้นมีผู้เฒ่าหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหมิงมู่หยาง ได้มาเป็นผู้ใหญ่ให้กับฝ่ายเจ

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.2

    ภายในห้องเจ้าสาวซูหวานหว่านมือเย็นเฉียบประกอบกับสั่นเล็กน้อย เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งสองคนมาบอกว่าขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว“ขบวนเจ้าบ่าวมาอย่างยิ่งใหญ่มาก ของหมั้นไม่มีสิ่งไหนที่ขาดเลยสักอย่างเดียว สิ่งที่พี่สะใจมาก นั่นก็คือคนบ้านใหญ่ซูได้แต่แอบมองตาปริบ ๆ เพราะไม่ได้คำเชิญให้มาร่วมงาน” หยวนฟางภรรยาของจางเทียนเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น และเธอรู้สึกสะใจที่คนบ้านใหญ่ได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อเห็นว่าซูหวานหว่านหายบ้าแล้ว แถมยังได้แต่งงานกับคนที่มีอิทธิพลติดอันดับในเมืองนี้อีก หากบ้านนั้นไม่อิจฉาคงผิดปกติ“นั่นสิ เมื่อครู่นี้ฉันเห็นย่าซูมองตาละห้อยเลยล่ะ สงสัยเสียดายสินสอด นี่ขนาดยังไม่รู้นะว่า นายท่านหมิงมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่มีให้กับหวานหว่านทั้งหมด หากพวกนั้นรู้เรื่องนี้ ด้วยคงอกแตกตาย ไม่ต่างจากซูเยว่ซินที่มองเข้ามาอย่างเสียดาย สงสัยคงอยากได้นายท่านหมิงเป็นสามีของตัวเอง” สะใภ้บ้านกุ้ยเองก็พูดมาบ้าง เธอสาแก่ใจไม่ต่างจากสะใภ้บ้านจาง ยิ่งนึกถึงเรื่องในอดีต ก็ยิ่งอยากจะสมน้ำหน้าคนบ้านใหญ่เหลือเกินซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าบ้านใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าเมื

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.1

    งานแต่งที่เฝ้ารอหลังจากวันเปิดโรงทาน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของซูหวานหว่านและหมิงมู่หยางวันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ภายในบ้านรองซูมีแต่เสียงพูดคุยอย่างคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี นั่นก็เพราะมีชาวบ้านหลายคนต่างก็มาช่วยกันจัดงาน และทำอาหารเลี้ยงแขกในบ้านเจ้าสาว เพราะถ้ามีเพียงคนบ้านกุ้ยและบ้านจาง คาดว่าน่าจะไม่ทำไม่ทันเวลา เนื่องจากซูเปียวเฉินแทบจะชวนคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงคนนอกหมู่บ้านที่รู้จัก ให้มากินเลี้ยงและส่งตัวเจ้าสาวด้วยกัน อีกทั้งวันนี้สองพี่น้องบ้านรองซู ยังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหมิงด้วยกันบ้านรองซูเวลานี้ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั่วทั้งบ้าน บางจุดก็มีกระดาษสีแดงติดตามบานประตู หน้าต่าง เสา และคานก็ถูกผูกด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมคนบ้านกุ้ยและบ้านจางเริ่มลงมือทำอาหาร ทำให้บรรยากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นขนม ที่ต้องใช้เลี้ยงแขกภายในงานส่วนเจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเข้มแยกชิ้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแน่นเข้ากับกระโปรงยาวพลิ้ว เธอนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ผมดำยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายลงตามแผ่นห

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.2

    “ได้ครับ นายหญิง” หมิงมู่หยางก็แกล้งตอบรับด้วยท่าทางจริงจัง และเรียกหญิงสาวอย่างให้เกียรติ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอบยิ้มที่ยากจะมีคนเคยเห็นนี่จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย หลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ กันมาหนัก พอสมควรข่าวเรื่องที่นายท่านหมิงจะแต่งงานดังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก มีทั้งคนที่แสดงความดีใจ และมีทั้งคนอยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าสาวของนายท่านคนนี้วันนี้หมิงมู่หยางและสองพี่น้องบ้านรองซู ตัดสินใจเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารและแจกจ่ายเสื้อผ้า รวมถึงผ้าห่มและเสื้อกันหนาวให้กับคนยากไร้ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว โดยหมิงมู่หยางพาว่าที่เจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน มายืนคู่กันเพื่อแจกของด้วยกันอย่างเปิดเผย“นั่นใช่คนรักของนายท่านหมิงหรือเปล่า เธอดูสวยน่ารักไม่น้อยเลยนะ แต่ยืนเทียบกันแล้วดูจะยังอายุน้อยอยู่”“นั่นสิ ฉันคิดว่าทั้งสองน่าจะอายุห่างกันพอสมควร แบบนี้นายท่านหมิงก็โชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์กว่าหลายปี”เสียงซุบซิบและพูดคุยของชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อรับอาหาร และข้าวของที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน ดังขึ้นมา และเสียงเหล่านี้ก็

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.1

    ยินดียกให้ทุกอย่างหลังจากนั้นไม่กี่วัน หมิงมู่หยางสืบได้ว่าที่เถ้าแก่ฉีมาสนใจเรื่องของสองพี่น้องเพราะได้รับคำสั่งมา แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ชายหนุ่มก็ส่งคนเล่นงานเสียก่อน นั่นคือการแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยักยอกเสบียงของรัฐ และส่งหลักฐานให้รู้ว่าโรงสีข้าวของเถ้าแก่ฉีมีความผิดปกติและเพียงไม่กี่วันต่อมา โรงสีข้าวของตระกูลฉีก็ถูกตรวจสอบและสั่งปิด แล้วยังมีคนเห็นด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋และตระกูลเจียง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดในใจว่าเรื่องวุ่นวายพวกนี้คงจบสักทีส่วนซูหวานหว่านเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอขอแค่จัดการคนพวกนั้นได้ก็พอแล้ว“หวานหว่าน คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้วนะ ต่อไปนี้เมืองของเราคงสงบและเจริญขึ้นเสียที” หมิงมู่หยางเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมาหาคนรักและพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้แล้วเหมือนกัน“ฉันพอจะได้ข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันพอสมควร เมื่อก่อนอาจจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวก็จบลงแล้ว นี่คงเป็นบทเรียนให้กับคนมีอิทธิพลที่คิดจะยั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status