แชร์

 พยายามเก็บข้อมูล 1.2

ผู้เขียน: sanvittayam
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-06 14:02:59

ซึ่งข้อมูลที่ได้ยินเหล่านี้ ซูหวานหว่านได้จดบันทึกไว้ในใจหมดแล้ว ‘คนที่มาขายข้าวสารและพวกแป้งมันที่นี่ คงเป็นพ่อค้าที่มีแหล่งซื้อเพื่อเอามาไว้กักตุนสินะ แต่หากขายในราคานั้นมันก็เกินไป’ เธอคิดอยู่ในใจ

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวตัดสินใจพูดเสียงดัง ๆ ออกมา “แพง แพงมาก แล้วสามสิบหยวน มันเยอะขนาดไหนคะพี่ชาย” ประโยคท้ายเธอหันไปถามพี่ชายด้วยแววตาใสซื่อ

ซูเปียวเฉินยิ้มเล็กน้อยกับคำถามของน้องสาว ส่วนคนอื่นก็พากันยิ้มอย่างเอ็นดูเธอ

“สามสิบหยวนก็ถือว่าเยอะพอสมควรเลยล่ะ พนักงานในโรงงานหนึ่งคนยังได้ค่าแรงแค่ยี่สิบห้าหยวนต่อเดือนเอง หวานหว่านคิดว่าเยอะไหมล่ะ” ชายหนุ่มตอบคำถามน้องสาวด้วยท่าทีอ่อนโยน

ซูหวานหว่านได้ยินก็ขมวดคิ้วและพยายามนับนิ้ว นี่จึงสร้างความเอ็นดูให้กับใครหลายคนที่เห็นไม่น้อย และเมื่อเธอนับนิ้วเสร็จแล้ว ก็พยักหน้ารัว ๆ ให้กับพี่ชาย พร้อมกับยกนิ้วมือขึ้นมาด้วย

“พี่ชาย หวานหว่านนับนิ้วไม่หมด สามสิบหยวนเยอะกว่านิ้วของหวานหว่าน” หญิงสาวมองนิ้วพร้อมกับย่นคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มให้พี่ชายด้วยความขวยเขิน

แต่แล้วเธอก็ทำหน้าตาตื่นขึ้นมา แล้วพูดขึ้นอีกว่า “คนที่มาขาย ต้องเป็นคนที่มีเงินมาก ๆ เลยใช่ไหมพี่ชาย แล้วเขาเป็นใครคะ”

ชาวบ้านที่พอจะรู้ข้อมูลในเรื่องนี้ ก็รีบป้องปากแล้วพูดออกมาเสียงดัง “ก็พวกเจ้าหน้าที่นั่นแหละ ชาวบ้านอย่างเรา ๆ ก็ทำงานในการเกษตรไปเถอะ ทำแทบตายแต่ส่วนแบ่งก็ได้น้อยเหลือเกิน ใครจะรู้กันล่ะว่าคนพวกนั้นจะไม่ยักยอกอาหารที่พวกเราทำออกมาขาย”

ได้ยินเพียงเท่านี้ซูหวานหว่านเข้าใจได้ทันทีว่า คงจะมีการกินนอกกินในเพื่อเอาอาหารออกมาขาย และคนที่เดือดร้อนที่สุดคงไม่พ้นชาวบ้านตาดำ ๆ

อย่างน้อยก็นับว่าเธอโชคดีที่มีมิติติดตัวมาด้วย ใจจริงก็อยากจะเอาของในมิติมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน แต่เธอก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ในเมื่อของนายมิติเอาออกมาขายได้ เธอก็อยากสร้างตัวเหมือนกัน 

‘เห็นทีต้องไปตรวจสอบดูเสียแล้ว ว่ามีการยักยอกจริงไหม ถ้าจริงฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว’ หญิงสาวได้แต่พูดกับตัวเองในใจ เพราะหากเป็นอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือกันจริง เธอก็คงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาคืนคนพวกนั้น

 เรื่องที่ชาวบ้านคนนี้พูดออกมา ซูเปียวเฉินพอจะรู้อยู่แล้ว แต่เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดา จึงไม่สามารถไปเรียกร้องอะไรได้ หรือหากไปร้องเรียนจริง ๆ มีแต่จะหาเรื่องเข้าตัวเองเสียมากกว่า คนที่รู้เรื่องนี้จึงทำได้เพียงสงบปากสงบคำเท่านั้น

เพราะคนที่จะเอาสินค้าจากการเกษตรมาขายได้ ย่อมต้องมีอิทธิพลมากพอสมควร และยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะหากพูดมากไป คงจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้เหมือนกัน  

“เอาล่ะ หวานหว่านไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องนั้นคนที่ซื้อก็ต้องมีเงินอยู่แล้ว เราอย่าไปยุ่งเลยนะ เราแค่ขายของที่เรามีก็พอ” ชายหนุ่มพูดตัดบทขึ้นมา เพราะไม่อยากให้น้องสาวรับรู้อะไรมากแล้วคิดอะไรเกินตัว เพราะเขากลัวว่าเธอจะมีปัญหาเรื่องด้านสมองจนปวดหัวอีก หากต้องคิดอะไรเยอะ ๆ

“แต่หวานหว่านก็มีข้าวสารอย่างดีด้วยนะ แป้งขาว ๆ ก็มี” เธอป้องปากแล้วกระซิบให้พี่ชายได้ยินเพียงคนเดียว

ซูเปียวเฉินแม้จะรู้สึกตกใจที่น้องสาวมีอาหารมากมายขนาดนี้ แต่เขาก็ยังคงแสดงท่าทางนิ่งเฉย เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นได้รับรู้จนเกิดอันตรายกับเธอ

“เดี๋ยวเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านนะ” ชายหนุ่มกระซิบบอกน้องสาวเบา ๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.2

    เวลาผ่านสามเดือนตอนนี้ซูหวานหว่านแต่งงานเข้าตระกูลหมิงมาได้สามเดือนแล้ว และตอนนี้ซูเปียวเฉินก็มีกิจการของตัวเองแล้ว โดยใช้เส้นสายของน้องเขยอย่างหมิงมู่หยางเพื่อขอใบอนุญาต ส่วนตัวของหญิงสาวก็ได้เข้าไปช่วยสามีดูกิจการและบัญชีของตระกูลหมิง ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยหรือต้องทำงานหนัก เพราะทุกคืนที่เธอและซูเปียวเฉินออกไปแจกจ่ายเสบียงให้คนยากไร้ตามหมู่บ้าน เขาก็มองว่าเธอลำบากมากพอแล้วแต่กลับถูกภรรยารักร้องขออยากจะทำงาน เพราะเธอไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่อยากให้คนมองว่าเธอเป็นนกน้อยในกรงทอง พอเธอยกข้ออ้างนี้ขึ้นมา ทำให้เขาไม่ปฏิเสธอีก เพราะไม่อยากให้คนมองภรรยาในทางไม่ดีแต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับบอกเขาว่าเบื่อที่จะทำงานและอยากจะนอนอย่างเดียว จึงสร้างความแปลกใจให้กับสามีและพี่ชายของเธออย่างมาก“หวานหว่านไปหาหมอหน่อยไหม” ซูเปียวเฉินไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยบอกอย่างเป็นห่วง“นั่นสิ เดี๋ยวพี่พาไปเอง” หมิงมู่หยางพูดอย่างเห็นด้วยกับพี่ภรรยา เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยเป็นห่วงเธอมาก ไม่ต่างจากซูเปียวเฉิน“ฉันแค่อยากนอนและไม่อยากทำอะไรเท่า

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.1

    บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ)หมิงมู่หยางจับมือเจ้าสาวแน่น เขาไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาเพราะกำลังตื่นเต้นดีใจ เขาทำเพียงตบหลังมือเธอเบา ๆ และกระชับมือให้แน่นกว่าเดิม เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับเธอตลอดไปซูหวานหว่านเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก เธอจึงได้เอามืออีกข้างมาวางทับมือของเขาไว้“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ดีเอา” ซูเปียวเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่ได้จะไล่ แต่กลัวขบวนเจ้าบ่าวจะเสียเวลามากกว่าดังนั้นชายหนุ่มจึงจูงมือเจ้าสาวเดินมาที่รถ โดยที่ยังไม่เปิดผ้าปิดหน้าออก เพราะเขาจะเปิดตอนพาเธอส่งเข้าห้องหอแล้วเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวออกไป ซูเปียวเฉินและคนบ้านกุลพร้อมกับคนบ้านจาง ก็ได้เดินทางตามไปที่ตระกูลหมิงในฐานะญาติของเจ้าสาว ส่วนแขกในงานที่นี่ ก็ให้คนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ ช่วยดูแลต่อ ส่วนชาวบ้านคนไหนจะตามไปที่ตระกูลหมิงด้วย ก็ไม่มีใครห้ามเหมือนกันและเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหมิง ทั้งสองก็รีบเข้ามาที่ห้องโถง ที่ตอนนี้ซินแสได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ภายในนั้นมีผู้เฒ่าหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหมิงมู่หยาง ได้มาเป็นผู้ใหญ่ให้กับฝ่ายเจ

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.2

    ภายในห้องเจ้าสาวซูหวานหว่านมือเย็นเฉียบประกอบกับสั่นเล็กน้อย เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งสองคนมาบอกว่าขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว“ขบวนเจ้าบ่าวมาอย่างยิ่งใหญ่มาก ของหมั้นไม่มีสิ่งไหนที่ขาดเลยสักอย่างเดียว สิ่งที่พี่สะใจมาก นั่นก็คือคนบ้านใหญ่ซูได้แต่แอบมองตาปริบ ๆ เพราะไม่ได้คำเชิญให้มาร่วมงาน” หยวนฟางภรรยาของจางเทียนเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น และเธอรู้สึกสะใจที่คนบ้านใหญ่ได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อเห็นว่าซูหวานหว่านหายบ้าแล้ว แถมยังได้แต่งงานกับคนที่มีอิทธิพลติดอันดับในเมืองนี้อีก หากบ้านนั้นไม่อิจฉาคงผิดปกติ“นั่นสิ เมื่อครู่นี้ฉันเห็นย่าซูมองตาละห้อยเลยล่ะ สงสัยเสียดายสินสอด นี่ขนาดยังไม่รู้นะว่า นายท่านหมิงมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่มีให้กับหวานหว่านทั้งหมด หากพวกนั้นรู้เรื่องนี้ ด้วยคงอกแตกตาย ไม่ต่างจากซูเยว่ซินที่มองเข้ามาอย่างเสียดาย สงสัยคงอยากได้นายท่านหมิงเป็นสามีของตัวเอง” สะใภ้บ้านกุ้ยเองก็พูดมาบ้าง เธอสาแก่ใจไม่ต่างจากสะใภ้บ้านจาง ยิ่งนึกถึงเรื่องในอดีต ก็ยิ่งอยากจะสมน้ำหน้าคนบ้านใหญ่เหลือเกินซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าบ้านใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าเมื

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.1

    งานแต่งที่เฝ้ารอหลังจากวันเปิดโรงทาน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของซูหวานหว่านและหมิงมู่หยางวันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ภายในบ้านรองซูมีแต่เสียงพูดคุยอย่างคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี นั่นก็เพราะมีชาวบ้านหลายคนต่างก็มาช่วยกันจัดงาน และทำอาหารเลี้ยงแขกในบ้านเจ้าสาว เพราะถ้ามีเพียงคนบ้านกุ้ยและบ้านจาง คาดว่าน่าจะไม่ทำไม่ทันเวลา เนื่องจากซูเปียวเฉินแทบจะชวนคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงคนนอกหมู่บ้านที่รู้จัก ให้มากินเลี้ยงและส่งตัวเจ้าสาวด้วยกัน อีกทั้งวันนี้สองพี่น้องบ้านรองซู ยังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหมิงด้วยกันบ้านรองซูเวลานี้ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั่วทั้งบ้าน บางจุดก็มีกระดาษสีแดงติดตามบานประตู หน้าต่าง เสา และคานก็ถูกผูกด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมคนบ้านกุ้ยและบ้านจางเริ่มลงมือทำอาหาร ทำให้บรรยากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นขนม ที่ต้องใช้เลี้ยงแขกภายในงานส่วนเจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเข้มแยกชิ้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแน่นเข้ากับกระโปรงยาวพลิ้ว เธอนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ผมดำยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายลงตามแผ่นห

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.2

    “ได้ครับ นายหญิง” หมิงมู่หยางก็แกล้งตอบรับด้วยท่าทางจริงจัง และเรียกหญิงสาวอย่างให้เกียรติ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอบยิ้มที่ยากจะมีคนเคยเห็นนี่จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย หลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ กันมาหนัก พอสมควรข่าวเรื่องที่นายท่านหมิงจะแต่งงานดังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก มีทั้งคนที่แสดงความดีใจ และมีทั้งคนอยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าสาวของนายท่านคนนี้วันนี้หมิงมู่หยางและสองพี่น้องบ้านรองซู ตัดสินใจเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารและแจกจ่ายเสื้อผ้า รวมถึงผ้าห่มและเสื้อกันหนาวให้กับคนยากไร้ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว โดยหมิงมู่หยางพาว่าที่เจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน มายืนคู่กันเพื่อแจกของด้วยกันอย่างเปิดเผย“นั่นใช่คนรักของนายท่านหมิงหรือเปล่า เธอดูสวยน่ารักไม่น้อยเลยนะ แต่ยืนเทียบกันแล้วดูจะยังอายุน้อยอยู่”“นั่นสิ ฉันคิดว่าทั้งสองน่าจะอายุห่างกันพอสมควร แบบนี้นายท่านหมิงก็โชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์กว่าหลายปี”เสียงซุบซิบและพูดคุยของชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อรับอาหาร และข้าวของที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน ดังขึ้นมา และเสียงเหล่านี้ก็

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.1

    ยินดียกให้ทุกอย่างหลังจากนั้นไม่กี่วัน หมิงมู่หยางสืบได้ว่าที่เถ้าแก่ฉีมาสนใจเรื่องของสองพี่น้องเพราะได้รับคำสั่งมา แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ชายหนุ่มก็ส่งคนเล่นงานเสียก่อน นั่นคือการแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยักยอกเสบียงของรัฐ และส่งหลักฐานให้รู้ว่าโรงสีข้าวของเถ้าแก่ฉีมีความผิดปกติและเพียงไม่กี่วันต่อมา โรงสีข้าวของตระกูลฉีก็ถูกตรวจสอบและสั่งปิด แล้วยังมีคนเห็นด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋และตระกูลเจียง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดในใจว่าเรื่องวุ่นวายพวกนี้คงจบสักทีส่วนซูหวานหว่านเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอขอแค่จัดการคนพวกนั้นได้ก็พอแล้ว“หวานหว่าน คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้วนะ ต่อไปนี้เมืองของเราคงสงบและเจริญขึ้นเสียที” หมิงมู่หยางเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมาหาคนรักและพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้แล้วเหมือนกัน“ฉันพอจะได้ข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันพอสมควร เมื่อก่อนอาจจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวก็จบลงแล้ว นี่คงเป็นบทเรียนให้กับคนมีอิทธิพลที่คิดจะยั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status