สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ

สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-03
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
4 การให้คะแนน. 4 ความคิดเห็น
83บท
8.6Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

แรกพบหน้าบุรุษผู้นั้นชิงชังไม่เคยยอมรับนางเป็นภรรยาของเขาแต่เมื่อนางเรียกร้องใบหย่าเหตุใดจึงยากนักที่จะยอมเขียนให้ ไม่เคยรักกันก็เพียงปล่อยนางไปต่างคนต่างเริ่มต้นชีวิตใหม่เหตุใดเขาจึงไม่เข้าใจเล่า?!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

In a room dimly lit, a man in his late twenties, crossed his long legs and his head resting on the knuckles of his right hand, had a black shirt on and had a towel around his waist, looking like a Greek god waiting for its prey.

A young man in all black walked into the room, " Sir, she's here!" He man uttered

The man in his late twenties smiled as soon as he knew that what he was waiting for all night had finally come.

"Bring her in" he said with his voice sounding hoarse.

The young man in black quickly walked out of the room and returned with a young girl her early twenties.

The man his late twenties smirked devilishly and soon, the smirk vanished like it was never there.

"You can go" The man said to the young man in black.

The man in his late twenties stared at the little creature right before him. She had the most beautiful, long blue wavy hair,pitch black eyes and inviting pink lips. Her frame was so lean. Like she hadn't eaten for days. She had on a red off shoulder gown with a blue scarf covering her exposed shoulders. She looked corporate as she stood staring at the perfect being right before her.

The man in his late twenties stared at her from head to toe and said

"He told you why you are here right?"

Eva nodded quickly and looked away, this person was too perfect. He legs were smooth and the shirt was glued to his chest showing the outline of what was inside.

"Good" he said as he stood up from the chair he was presently sitting on. Now, his perfect body was in better view despite the fact the room was dimly lit. He was so tall that Eva's head was reaching his abdomen.

He was standing right in front of her now. Waiting for her to do something... She looked at him with a questioning gaze.

He sighed and said

"Strip!" He gaze was as serious as steel.

Her mouth dropped open for some seconds, then she shut it and slowly removed her scarf exposing her pearly white skin. She only came here because of her family, now she has to do what she signed up for.

The man's eyes roamed her exposed shoulders, soon, he took his shirt off showing his hard, smooth, and perfect chest. It was like God took extra time in creating him.

Eva stared at his body for more than two minutes before shaking her head slightly to regain her self.

"Only struck by what you see?" The man said..smirk...

"What then happens when we start?" He said and the girl remembered what she was actually here for. She had no other choice. She wasn't a person who will do this on a normal day, but her family needed it.

~~~~~

Eva Watson was walking slowly on the sidewalk, mid afternoon. She left from a job interview few hours ago, on getting home, her whole family  was in the sitting room waiting for her report on her job interview. But the moment they saw her devastated face, they all knew she didn't get the job.

The family of six including Eva, was living in a one bedroom apartment. Two girls(including Eva) and two boys, then their parents.

Eva was the second child that was given birth to. Her elder sister Eve was a girl you won't certainly put your hope on to be responsible and fend for the family so Eva was the next choice. Her father was diagnosed with an incurable disease and only had a few days from now to live. Eva's mum on the other hand Kelly Watson, did her best every single day to keep the family together.

"Eva I know you just came back from a job interview but please help me sell this Noddles and rice cakes on the street!" Kelly Watson said pointing to the arranged food on the little table.

That second, Eva felt her tummy grumble loudly before saying

"Sure thing mum. At least we can afford to cook these!" She smiled a sad smile before keeping the little purse and documents she was holding from the job interview on the table

As soon as she took the prepared food outside and ready to sell it, the demon in her head said

"Psss....Eva..you know you are hungry, a little bite off of these wouldn't hurt!" Eva's mum was a very good cook and Eva needed to eat her from her mum's cooking right now. But she had to sell these and get some money.

"No..I'll ignore my rumbling stomach!" Eva said out loud surprising the people passing by.

Unbeknownst to them she had an inner battle.

After few hours of standing on the streets, Eva managed to sell everything. Yes, that's how good her mothers cooking was.

Dusk finally came and Eva slept off on the cold floor out of tiredness, she woke up only to find a few cash at hand. She knew perfectly that the food wasn't that much but the money she kept with her was enough to feed her family that night and the next morning but now, only a few dollars she had in her hands.

"No no no....don't tell me someone stole from a helpless person like me!" Eva said as she slammed her forehead in anger and frustration. Life was truly cruel.

On her way home, she didn't notice she was going the wrong way. Her anger and frustration clouded her judgement and sight.

Eva was beyond tired and stressed, life had really shown her and her family what it's really made of.

~~~~~~

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Sirinkan Thapsomlorb
Sirinkan Thapsomlorb
เสียน้ำตาตอนท้ายเลยติดแค่ดำเนินเรื่อง งงๆ แต่โดยรวมก็ได้อยู่ ชอบค่ะไม่ยาวจนมีแต่น้ำ
2026-10-02 22:43:16
0
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
แรกๆเหมือนจะงงๆ ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้มากขึ้น ลุ้นตอนจบมากนึกว่าจะไม่แฮปปี้ซะล่ะ ขอบคุณคะ
2026-06-13 14:45:18
0
0
Daongok Namwann
Daongok Namwann
สนุกมากๆ สนุกที่สุกเรื่องนึงเลย ไม่ได้อ่านนิยายดีๆแบบนี้มานาน เรื่องนี้เกือบทำให้เสียน้ำตาอยู่นะ เรื่องดี จบดี อย่าพลาดเรื่องนี้นะคะ สนุกจริงๆ
2026-02-23 20:29:49
1
0
Wilaiporn Dangbuddee
Wilaiporn Dangbuddee
มาต่อให้จบนะคะ เรื่องนี้สนุก
2025-11-08 02:28:38
2
0
83
บทที่1
บทที่ 1แม่นมจางผู้เคร่งครัดและดุดันที่หลายวันมานี้ถิงเฟยหวาดกลัวยิ่งนัก พลันกลับต้องพ่ายแพ้ถอยทัพกลับไปหาเฝิงกุ้ยเฟยผู้เป็นนายเพียงถูกซู่จิ้งอ๋องกล่าวเพียงสี่คำเพียงเท่านั้น บุรุษนามจ้าวเหลียงอี้ช่างน่ากลัวจริงๆ แต่ถึงจะหวาดกลัวเพียงใด เด็กสาวกลับยังยืนหยัดไม่ทิ้งผู้เป็นนายหญิงของนางไปที่ใด“เจ้าเองก็ออกไปด้านนอกก่อนสักครู่ เปิ่นหวางมี ‘ธุระ’ จะคุยกับพระชายาของเปิ่นหวางสักครู่เท่านั้น” แน่นอนว่าคราวนี้ถิงเฟยไม่รอให้จ้าวเหลียงอี้พูดซ้ำ นางเร่งออกไปทันทีเมื่อเขาจบประโยคเหล่านั้น เนื่องจากนางคิดว่าการออกไปจะเป็นผลดีกับผู้เป็นนายของตนเองมากกว่าที่นางจะดื้อดึงอยู่ต่อไปนั่นเอง ฝ่ายของหานซางจื่อนั้นทำเพียงนั่งเก็บมือและเท้าอย่างสงบ มิได้หวั่นไหวอันใดกับทุกฝีเท้าที่จ้าวเหลียงอี้สืบเข้ามาใกล้ตนเองเลยแม้แต่น้อย“พอดีว่าเมื่อครู่มู่สือเพิ่งมาแจ้งกับเปิ่นหวางว่า ม้าพันธุ์เหงื่อโลหิตของเปิ่นหวางมันเจ็บท้อง คาดว่าคงใกล้จะคลอดเต็มทน ดังนั้นราตรีนี้ห้องหอเจ้าก็ครอบครองไปแต่เพียงผู้เดียวเถิด เปิ่นหวางไม่สะดวกจะนอนเป็นเพื่อนเจ้าหรอกพระชายาหาน” ถึงจะเตรียมใจมาแล้วเป็นอย่างดี แต่หานซางจื่อก็มิคาดว่า ‘
อ่านเพิ่มเติม
บทที่2
บทที่ 2หานซางจื่อนั้นปล่อยใจให้นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของนางไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยคิดว่าเมื่ออายุครบสิบเก้าหนาว หากนางยังไม่แต่งงานออกเรือนไปกับคุณชายสกุลใดก็จะสามารถออกไปทำการค้าเป็นของตนเองได้แล้วไม่จำเป็นต้องอาศัยและพึ่งพาบารมีของบิดาอีก แต่ใครจะคาดวันนั้นจะทำลายความฝันของนางไปจนสิ้นยากจะหวนคืนกลับมาได้อีกต่อไป“หากเจ้ารับปากแต่งงานกับซู่จิ้งอ๋อง เปิ่นกงรับรองว่าพี่ชายคนรองของเจ้าจะได้แยกจวน และมีตำแหน่งในกองทัพมั่นคง และไม่น้อยหน้าคุณชายใหญ่หานแน่นอน” วันนั้นนางถูกซ่งฮองเฮาผู้มีศักดิ์เป็น ‘เสด็จป้า’ เรียกตัวมาเข้าเฝ้าตั้งแต่ท้องฟ้าของ ‘มหานครจิ้งหยาง’ ยังไม่กระจ่าง แต่สาวน้อยไม่คิดเลยจริงๆ ว่าการเข้าเฝ้าในวันนั้นจะเป็นการบีบคั้นให้นางแต่งงานกับบุรุษที่มีสตรีอื่นในดวงใจอยู่แล้วจนได้แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือข้อแลกเปลี่ยนอันเย้ายวนใจที่ซ่งฮองเฮาเสนอให้ขณะนั้นต่างหากที่ทำให้หานซางจื่อนั้นหนักใจ เด็กสาวอยากจะเห็นแก่ตัว อยากจะปฏิเสธออกไปใจแทบขาด แต่ความลำบากใจของผู้เป็นพี่ชายและมารดานั้นมันก็รบกวนจิตใจของสาวน้อยอยู่มากโขทีเดียว การเป็นคุณชายรองที่เก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
บทที่ 3ซึ่งที่หานซางจื่อคาดเดานั้นไม่ผิดเลย นับตั้งแต่จ้าวเหลียงอี้ก้าวเท้าพ้นประตูห้องหอไปไม่ถึงหนึ่งเค่อเฝิงกุ้ยเฟยก็รับทราบทุกสิ่งจากคนของนางแล้ว ใบหน้าของสตรีวัยสี่สิบหกหนาวแย้มยิ้มสมใจยิ่งนักที่บุตรชายของตนช่างได้ดังใจไปทุกสิ่ง“หึ! พรุ่งนี้เถิด นังเด็กแซ่หานผู้นั้นมันจะต้องซาบซึ้งเชียวละว่า การที่มันคิดใฝ่สูงเป็นคางคกกลับคิดจะกินเนื้อหงส์นั้นผลตอบแทนมันจะเป็นอย่างไร!” เพราะแต่เดิมเฝิงกุ้ยเฟยนั้นหมายตาคุณหนูใหญ่ของสกุลถานที่มีพรรคพวกอยู่เกือบกึ่งหนึ่งในราชสำนักของเทียนสุ่ย ถึงสกุลถานขุนนางบู๊มีลูกหลานเป็นทหารและผู้นำตระกูลยังเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าอำนาจนั้นไม่น้อยไปกว่าทางฝ่ายสกุลซ่งของซ่งฮองเฮาเลย ซึ่งหากได้รวมกับฝ่ายสกุลเฝิงของนางก็ไม่แน่ว่ารากฐานอันมั่นคงขององค์ไท่จื่ออาจมีสั่นคลอน ทว่านางยังไม่ทันลงมือซ่งฮองเฮากลับชิงตัดหน้าขอสมรสพระราชทานให้แก่ไท่จื่อกับถานจีเซียงคุณหนูใหญ่ของสกุลถานไปเสียก่อนเพียงเท่านั้นก็แล้วไปเถิด นางยังมองคุณหนูรองของอัครมหาเสนาบดี ‘เว่ย’ เว่ยชิงกุ่ยมาทดแทนพอให้ได้ฝ่ายสนับสนุนให้บุตรชายของตนได้มีรากฐานมั่นคงอยู่ในราชสำนัก แต่ซ่งฮองเฮากล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
บทที่ 4ในขณะที่หานซางจื่อเร่งฝีเท้าตรงไปยังตำหนักหนิงอู่ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยในยามที่เฝิงกุ้ยเฟยมาอยู่ที่ตำหนักซู่จิ้งอ๋องอยู่นั้น หลินเปียวที่คอยสังเกตการณ์ตามคำสั่งของจ้าวเหลียงอี้ก็ตรงไปรายงานความคืบหน้าให้กับผู้เป็นนายของตนทราบทันที“เช่นนั้นเปิ่นหวางก็ต้องกลับไป ‘ช่วยเหลือ’ พระชายาหานสักหน่อยจึงเหมาะสมสินะ หาไม่ก็จะกลายเป็นสวามีผู้อำมหิตเกินไป ที่ปล่อยให้นางถูกเสด็จแม่รังแก”หลินเปียวและถงมู่สือต่างก็เหลือบสายตามองหน้ากัน แต่ก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกไปแม้เพียงครึ่งคำ มีเพียงก้าวตามหลังของบุรุษวัยยี่สิบสามหนาวเช่นจ้าวเหลียงอี้ไปอย่างสงบเท่านั้น ทั้งหมดตรงไปยังตำหนักหนิงอู่โดยไม่รีบร้อนเท่าใดนัก เนื่องจากซู่จิ้งอ๋องของพวกตนไม่รีบ แล้วพวกเขาที่เป็นเพียงบ่าวรับใช้จะรีบร้อนไปไวตลอดเส้นทางที่หานซางจื่อเดินตามซูผิงไปยังตำหนักหนิงอู่ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับตำหนักส่วนตัวของจ้าวเหลียงอี้อย่างสงบ แต่สองตาของนางก็แอบลอบสังเกตทุกคนภายในตำหนักไปด้วย หานซางจื่อเห็นทั้งเหล่านางกำนัลและขันที ที่เพียงแค่เห็นนางจากที่ไกลๆ หากหลบหลีกได้ก็รีบหลบในส่วนที่หลบไม่ทันก็ต่างก้มหน้าก้มตาเสแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นกันอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
บทที่ 5แต่เจ้าขันทีเฒ่ามากราคะผู้นั้นเขาไปดื่มดีหมีเลือดพยัคฆ์มาหรือไรจึงบังอาจมองพระชายาของซู่จิ้งอ๋องราวกับจะจับนางกลืนกินลงท้องเช่นนั้น เห็นทีตาเฒ่าเหลิ่งคงไม่อยากหายใจแล้วเป็นแน่“เอ่อ…อะแฮ่ม!เป็นเฝิงกุ้ยเฟยที่มีรับสั่งเอาไว้ว่า ห้ามไม่ให้พระชายาหานก้าวเข้าไปภายในตำหนักแม้เพียงครึ่งก้าวพ่ะย่ะค่ะ”“!!?” ซูผิงนั้นบังเกิดความสงสัย แต่ไม่กล้าเปิดปากสอบถามออกไป“!!?”ถิงเฟยเองก็เช่นกัน สาวใช้ตัวน้อยล้วนไม่แจ้งแก่ใจว่า เฝิงกุ้ยเฟยนั้นต้องการอย่างไรกันแน่ ให้คนสนิทผู้หนึ่งไปเร่งให้คุณหนูสามของตนเองมาเข้าเฝ้าโดยเร่งด่วน แต่พอมาแล้วกลับให้คนสนิทอีกคนมาขวางเอาไว้ ทำเช่นนี้เด็กสาวไม่กระจ่างใจเลยสักเพียงนิดเดียวฝ่ายของหานซางจื่อกลับไม่แสดงกิริยาอาการใดออกไปสักนิด นอกจากยังคงยิ้มอ่อนเต็มใบหน้าเท่านั้น แต่ภายในใจของนางกลับรู้แจ้งไปแล้วทั้งหมดถึงจุดประสงค์ของผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ท่านแม่สามี’“พระชายาหานจะไม่ถามหรือพ่ะย่ะค่ะว่า เหตุใดเฝิงกุ้ยเฟยจึงมีคำสั่งเช่นนี้”อดไม่ได้เหลิ่งกงกงจึงต้องถามออกไปเสียเอง หากแต่เด็กสาวตรงหน้าของขันทีเฒ่ากลับไร้กิริยากังขาแม้แต่น้อยดูไม่ออกสักนิดว่าหานซางจื่อนั้นคิ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
บทที่ 6แล้วก็เป็นเช่นที่หานซางจื่อคาดการณ์เอาไว้ทั้งหมด เพราะยังไม่ทันขยับไปทางใด เสียงขันทีหวัง 'หวังเฉาชุ่น' ผู้ดูแลทั้งตำหนักซู่จิ้งอ๋องแห่งนี้ก็รีบร้อนวิ่งเข้ามากระซิบกระซาบกับจ้าวเหลียงอี้ว่า..."คนของซ่งฮองเฮาส่งข่าวออกไปแล้ว คนของเรามิอาจสกัดเอาไว้ได้ทันพ่ะย่ะค่ะ!"มือแกร่งของจ้าวเหลียงอี้พลันกำแน่น ฝ่ายหานซางจื่อนั้นยังคงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา ทำเป็นไม่รู้ความอันใดทั้งสิ้นใบหน้างามดูบอบช้ำราวกับดอกสาลี่ถูกน้ำฝนจนเปียกปอน ยิ่งมองยิ่งไร้เดียงสาและน่าสงสาร แต่ซู่จิ้งอ๋องกลับกัดฟันจนบังเกิดเสียง เพื่อข่มอารมณ์พ่ายแพ้ของตนเองที่กำลังปะทุเดือดราวกับลาวาของภูเขาไฟอยู่ภายในอกเต็มกำลัง“พวกเจ้าสองคนพาพระชายาหานไปพักผ่อนเถิด”ผ่านไปครู่หนึ่งจึงควบคุมอารมณ์ของตนเองลงได้ เลยรีบออกปากคลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้าลงไปก่อน แต่ดูเหมือนเฝิงกุ้ยเฟยจะไม่ทราบถึงความหวังดีของบุตรชายจึงบังเกิดอาการดวงตาแวววาวเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นคิดไปว่าจ้าวเหลียงอี้นั้นเข้าข้างหานซางจื่อ เร่งตรงเข้ามากระชากแขนเรียวของเด็กสาวออกไปเสียจากอ้อมกอดของบุตรชาย จากนั้นก็ออกแรงผลักเต็มแรง เรือนร่างบอบบางจึงปลิวไปตามแรงผลักล้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
บทที่ 7ทางด้านตำหนักซู่จิ้งอ๋องนั้นหลังจากหมอหลวงจากไปก็พอดีกับที่คนจากวังหลวงเร่งร้อนมารับตัวเฝิงกุ้ยเฟยกลับวังตามบัญชาของฮ่องเต้ จ้าวเหลียงอี้จึงต้องไปส่งมารดาของเขา ส่วนหานซางจื่อนั้นเพราะข้อมือบาดเจ็บจึงได้รับการยกเว้น ไม่ต้องออกไปส่งมารดาของสวามีตามกฎเกณฑ์ของราชวงศ์ นั่นจึงทำให้สาวน้อยค่อยหายใจหายคอโล่งไม่น้อยเนื่องจากสามชั่วยามที่ผ่านมาจ้าวเหลียงอี้จับตามองไม่ห่าง จะทำสิ่งใดก็ยากไปหมดนี่ก็เลยจากที่นางมีนัดสำคัญคาดว่าคนผู้นั้นคงร้อนใจไม่น้อยแล้ว หานซางจื่อเรียกหาเพียงถิงเฟยโดยอ้างกับซูผิงและหงเจี๋ยว่า ตนเองรู้สึกเหมือนจะมีไข้จึงอยากพักผ่อน ยามนี้เลยไปจนถึงกลางคืนอาจจะนอนหลับยาวห้ามรบกวน“หากมีเหตุฉุกเฉินก็แก้ไขไปตามสถานการณ์เช่นที่ข้าเคยสั่งสอนก็พอ”กำชับถิงเฟยที่ปลอมตัวเป็นนางเช่นทุกครั้งแล้วหานซางจื่อที่แต่งกายจนรัดกุมก็ซ่อนเร้นหลบหลีกเหล่าองครักษ์มากมายภายในตำหนักซู่จิ้งอ๋องออกไปตามนัดทันที กิริยาบอบบางราวกับดอกสาลี่เปียกฝนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ข้อมือที่เคลื่อนถูกขยับไม่กี่ครั้งก็กลับมาใช้การได้ปกติแล้ว แต่ยุ่งยากอยู่บ้างกว่าจะออกจากตำหนักได้ก็ใกล้ค่ำพอดีนับว่าเลยเวลานัดหมา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8.1
บทที่ 8แต่ภาพบนเตียงกลับทำเอาจ้าวเหลียงอี้รู้สึกละอายใจขึ้นมาไม่น้อย ใบหน้างดงามของหานซางจื่อดูชอกช้ำเช่นดอกสาลี่ถูกลมฝนสาดซัดมาอย่างหนักจนบอบช้ำชวนใจหายอย่างยิ่ง เท้าแกร่งของจ้าวเหลียงอี้พลันหยุดนิ่งคล้ายดังว่าตัดสินใจไม่ถูกเลือกไม่ได้ว่าตนจะเข้าไปหรือถอยหลังกลับดี“ซู่จิ้งอ๋อง…”ร่างบอบบางค่อยๆ ขยับเท้าก้าวลงจากเตียงลงมาโค้งกายทำความเคารพผู้เป็นพระสวามีด้วยกิริยามารยาทงดงาม จนจ้าวเหลียงอี้ถึงกับวางสีหน้าไม่ถูกไปอีกครู่ใหญ่“ซางจื่อขอบพระทัยซู่จิ้งอ๋องยิ่งนักที่ดึกดื่นถึงเพียงนี้ยังมากน้ำใจมาเยี่ยมดูอาการด้วยตนเองเช่นนี้ ขอบพระทัยเพคะ”หญิงสาวกล่าววาจาที่กินความหมายลึกซึ้งที่หากฟังให้กระจ่างย่อมรู้แจ้งว่านางกำลังแดกดันบุรุษนามจ้าวเหลียงอี้ทุกคำแล้วจึงย่อกายคารวะอีกครั้ง ทุกท่วงท่านั้นอ่อนช้อย แต่ก็ดูพอดี ไม่ดูเสแสร้งจนเกินงาม ดังนั้นต่อให้เขาไม่ชื่นชอบสตรีตัวน้อยตรงหน้ามากเพียงใด จ้าวเหลียงอี้กลับอาละวาดฟาดอารมณ์ใส่นางไม่ลง ยิ่งสภาพของผู้เป็นพระชายาของตนยังดูย่ำแย่ ใบหน้าซีดเผือด แก้มมีรอยช้ำ มุมปากยังเห็นรอยแตก ข้อมือที่มีผ้าพันเอาไว้นั้นบวมจนผิดรูป ทั้งสิ้นเป็นมารดาของเขาที่ลงมือ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8.2
“ซู่จิ้งอ๋อง...”ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ บุรุษที่นางตั้งใจออกมารอก็ปรากฏตัวออกมาราวกับเขาเองก็รอให้นางออกมาจากหอนอนเช่นกัน วันนี้บทบาทสตรีอ่อนแอและบอบบางหานซางจื่อยังครอบครองมันได้อย่างดี จ้าวเหลียงอี้จึงทำเพียงดึงหน้าตึงใส่กัน แล้วก้าวเท้าออกไปขึ้นรถม้าคันโตโดยไม่รั้งรอสตรีบอบบางตัวเล็กแถมยังขาสั้นที่ต้องเดินสำรวมกิริยานับทุกก้าวที่ออกเดินแม้แต่น้อยทว่าหานซางจื่อหรือจะใส่ใจ ก็นางที่มีฐานะเป็นดังฝ่ายปรปักษ์ เป็นญาติของซ่งฮองเฮา และแน่นอนนางยังเป็นเปี่ยวเม่ยของไท่จื่ออีกด้วย แถมยังแทรกกลางแต่งงานเข้ามาเป็นพระชายาเอกก่อนสตรีที่อีกฝ่ายรัก เขาไม่ชิงชังนางน่ะสิแปลก ซึ่งหากเป็นสตรีทั่วไปคงเอาแต่ฟูมฟายเสียใจแทบเจียนคลั่งแล้วเป็นแน่ หากแต่นางนั้นมันต่างออกไปเวลาของนางมีแค่ไม่เกินสามหนาว จบสิ้นภารกิจก็ทางใครทางมัน ดังนั้นในสายตาของนาง จ้าวเหลียงอี้หาใช่สวามี เขาเป็นเพียง ‘นายท่าน’ ที่ตนเองมีหน้าที่คุ้มครองปกป้องชีวิตให้ปลอดภัยเท่านั้น...ก็เพียงงานหนึ่งชิ้นมิใช่หรือไร...ดังนั้นทุกลมหายใจขณะที่นั่งรถม้าร่วมกันเป็นเวลาถึงสองชั่วยามระหว่างนางและจ้าวเหลียงอี้จึงไร้คำพูดใดจะคุยกัน นาง
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status