LOGINภูผาก้าวลงจากรถตู้ของบริษัทที่มาส่งถึงหน้าบ้านด้วยสีหน้านิ่งขรึม
แต่ในหัวของเขากลับไม่ยอมอยู่นิ่งตาม เพราะยังคงวนเวียนกับคำพูดของ ยัยเตี้ยตาโต ที่พูดใส่เขาเมื่อวันก่อน หลังจากจบการอัดรายการเพลงชื่อประหลาดนั่นไป
ตอนนั้นเขาโกรธมาก...โกรธจนแทบอยากเดินหนีออกจากสตูฯ ไปให้ไกลจากเสียงของเธอ
แต่พอเวลาผ่านไป เขากลับนั่งคิดซ้ำไปซ้ำมา...แล้วก็ค่อย ๆ ยอมรับอย่างพ่ายแพ้ในใจว่า ยัยนั่นพูดถูกทุกอย่าง
“ในเมื่อคุณรับงานแล้ว ก็ช่วยมีความรับผิดชอบหน่อยเถอะ ทำให้สุดความสามารถ ไม่ใช่มายืนเฉย ๆ แบบนี้ ถ้าคุณไม่ตั้งใจจริง ก็ลาออกไปซะ...”
เสียงใส ๆ ของเธอยังดังก้องอยู่ในหัว ไม่ว่าจะพยายามสลัดออกแค่ไหนก็ตาม
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก็แค่โดนเด็กผู้หญิงตัวเล็กว่ากลับไม่กี่คำ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนโดนตีแสกหน้าแบบนี้ก็ไม่รู้
สุดท้าย...เขาก็ต้องยอมจำนนต่อความจริง
ภูผาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพี่โชค ผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลเขามาตั้งแต่เข้าวงการ พี่ชายอีกคนที่รู้จักนิสัยเขาดีที่สุด
“พี่โชคครับ...ส่งสคริปต์เทปต่อไปมาให้ผมหน่อยนะครับ”
เสียงเขานิ่งแต่แน่วแน่กว่าทุกครั้ง
หลังจากวางสาย เขาเผลอยกมุมปากขึ้นนิด ๆ อย่างขัดใจตัวเอง
“หึ...ยัยเตี้ยตาโต ปากจัดขั้นเทพเลย...คราวนี้ฉันจะทำให้ดูเลยว่าฉันก็ทำได้เหมือนกัน และจะทำได้ดีกว่าเธอแน่นอน”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ในใจกลับมีบางอย่างแปลก ๆ เหมือนรู้สึกอยากเอาชนะก็จริง...แต่ก็แอบอยากเห็นเธอยิ้มชมเขาสักครั้งด้วยเหมือนกัน
...
และแล้ว...วันศุกร์แสนบันเทิง ก็มาถึง!
อันอันตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขัน มานั่งท่องบทพูดของรายการสดที่จะอัดในคืนนี้อย่างขะมักเขม้น ถึงขั้นท่องบทของตัวเอง แถมบทของตาซันซัน ไปด้วย กลัวเหลือเกินว่าคุณชายจะมานั่งทำตาปรือแล้วไม่ได้ท่องบทมาอีกเหมือนคราวก่อน
ไม่นานนัก เจ๊หวานก็ขับรถตู้คู่ใจมารับตามเวลานัดเหมือนทุกที
พอขึ้นรถได้ เจ๊ก็เปิดประเด็นทันที เสียงใสแจ๋วไม่แพ้ดีเจมืออาชีพ
“เมื่อกี้เจ๊เพิ่งคุยกับคุณโชค ผู้จัดการของน้องซันสุดหล่อมา เขาบอกว่างานคืนนี้ฉลุยแน่นอน! น้องซันท่องบทมาครบทุกคำ ไม่ต้องห่วงเลยนะน้องอันของพี่ วันนี้ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเทปที่แล้วแล้วจ้า~”
พูดจบ เจ๊ก็ส่งสายตาหวานฉ่ำพร้อมทำเสียงยานคางตอนพูดคำว่า “น้องซันสุดหล่อ”
อันอันได้แต่ลอบกลอกตามองบน
แหม~ ทีอย่างนี้ละเสียงอ่อนเสียงหวานเชียวนะเจ๊! ผู้ชายมาทีไร ฉันนี่ตกกระป๋องทุกทีสิน่า!
เธอแอบเบ้ปากใส่กระจกบังลมรถ ก่อนตอบกลับเสียงงัวเงียปนประชดเล็กน้อย
“ก็ขอให้จริงเถอะเจ๊! นี่อันยังอุตส่าห์ท่องบทเผื่อเขามาด้วยนะ กลัวใจเหลือเกินว่าเจ้าชายใบ้จะไม่ท่องบทมาอีก”
เจ๊หวานหัวเราะเสียงดัง “ไม่ต้องห่วงจ้ะ คุณโชคเขายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะเลย งานนี้ไม่มีพลาดแน่นอน!”
เมื่อรถตู้มาถึงสตูดิโอ ทั้งคู่ก็รีบลงจากรถอย่างคนคุ้นเคยกับกลิ่นเครื่องสำอางและแสงไฟสตูดิโอ
อันอันยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นชุดที่ทีมงานเตรียมไว้ให้...ชุดนางฟ้าสีขาวระยิบระยับพร้อมปีกนางฟ้าข้างหลังสมใจอยาก!
“โอ๊ยยย ชุดนี้แหละที่ฉันรอคอย!” เธอพูดเสียงใสพลางหมุนตัวหน้ากระจกไปมา ราวกับตัวเองเป็นนางฟ้าที่กำลังจะบินขึ้นเวทีสวรรค์
ในหัวอันอันเริ่มจินตนาการภาพตัวเองในชุดนี้บนเวที เสียงเพลง เสียงกรี๊ด และแสงไฟที่ส่องต้องปีกสีขาวสะท้อนระยิบระยับ...
เธอยิ้มหวานกับเงาตัวเองในกระจกก่อนพูดพึมพำเบา ๆ
“คืนนี้... นางฟ้าอันอันพร้อมแล้วค่ะ!”
…
เสียงดนตรีเปิดรายการสดดังขึ้นพร้อมไฟเวทีสว่างวาบทั่วสตูดิโอ
กลางเวทีนั้น “อันอัน” ในชุดนางฟ้าสีขาวระยิบระยับยืนยิ้มสดใสอยู่ข้าง ๆ “ซันซัน” ชายหนุ่มในสูทดำหางยาวเรียบหรู หนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ดาวรุ่งที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในตอนนั้น
“สวัสดีค่า~ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ เพลงเพลินบันเทิงใจ! กับอันอัน~”
เธอกล่าวเสียงใส พร้อมโบกมือทักทายผู้ชม ยิ้มหวานกลบความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ในอก
ซันซันยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงแววขี้เล่น
“แล้วก็ผม...ซันซันครับ วันนี้นางฟ้าตัวน้อยของพวกเรา...”
เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกวาดสายตามองอันอันตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาแอบหยุดอยู่ที่ปีกสองอันด้านหลังนานกว่าปกติ แล้วเอ่ยต่อช้า ๆ พร้อมยิ้มมุมปากอย่างยียวน
“...ดูจะ สูงกว่าปกติ นะครับ”
เสียงหัวเราะจากผู้ชมระเบิดขึ้นทันที
อันอันชะงัก หันขวับไปมองเขาตาโตปานลูกแมวโดนแย่งอาหารไปต่อหน้า
อีตานี่! หาว่าฉันเตี้ยเหรอ!? 165 เซนฯ นี่ถือว่ามาตรฐานสาวไทยเลยนะยะ! จะให้สูง 185 เซนฯ เท่าเสาไฟฟ้าอย่างนายหรือไง!?
เธอแอบบ่นในใจอย่างเข่นเขี้ยว แต่บนใบหน้ายังประดับรอยยิ้มหวานสู้กล้องไว้เต็มพิกัด
ซันซันยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วนิด ๆ เหมือนจะยั่วต่ออีกหน่อย
อันอันเลยหันกลับมายิ้มกล้องพลางพูดเสียงหวานปนประชด
“วันนี้ คุณซันซันของเราก็น่ารักเหมือน...นกเพนกวิน เลยนะคะ~”
เสียงฮาและเสียงปรบมือดังสนั่นทั่วสตูดิโอ ผู้ชมต่างหัวเราะกันลั่นกับการโต้ตอบสดที่ดูเหมือนด้นสด แต่กลับเข้าขากันอย่างน่าประหลาด
ซันซันหน้าเหวอไปเสี้ยววินาทีก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ ส่วนอันอันก็พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มพอง ทั้งคู่ยืนเคียงกันกลางเวทีท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ...ภาพนั้นเหมือนถูกโชคชะตาขีดไว้ให้เป็น “โมเมนต์พิเศษ” ที่ใครได้เห็นก็ต้องยิ้มตาม
ระหว่างที่เสียงหัวเราะยังไม่จาง อันอันเหลือบมองซันซันอีกครั้ง...
แววตาเขาดูมีชีวิตชีวาเหมือนเด็กซนที่ได้แกล้งเพื่อนสำเร็จ แต่ในแวบนั้นเอง หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ใครจะคิด... ว่าการแซวเล่น ๆ บนเวทีวันนั้น จะกลายเป็นภาพจำที่ยังชัดเจนในหัวใจเธอ แม้จะผ่านไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม...
…
‘555 นางฟ้าตัวเตี้ยกับนกเพนกวิน ต่อไปฉันคงขำทุกครั้งที่เห็นสองคนนี้’
‘สองซันปะทะสองอัน! คู่พิธีกรที่กัดกันน่ารักที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย ฮ่า ๆ ๆ’
‘นางฟ้า vs เพนกวิน ศึกต่อไปใครจะชนะ รอเลยจ้า!’
‘โอ๊ย ขำไม่ไหว! เมื่อวานดูรายการตอนดูดน้ำ ทำเอาพุ่งเกือบเลอะโซฟา เค้าสองคนเป็นพิธีกรคู่ฮาใช่ไหมเนี่ย!’
ฯลฯ
อันอันไถมือถือดูคอมเมนต์ของผู้ชมที่พูดถึงรายการเมื่อคืนด้วยสีหน้ากึ่งฮากึ่งปวดใจ
“นางฟ้าตัวเตี้ยเหรอ!?”
เธอพึมพำเสียงเบา ตาค้างไปสามวินาที ก่อนจะเบะปากใส่หน้าจอ
ฉันเตี้ยที่ไหนกันยะ! 165 เซนฯ กำลังดีเลยต่างหาก!
ตาสองซันนั่นต่างหากที่สูงเกินมนุษย์ปกติ! จะให้ฉันไปต่อขาเหล็กสู้หรือไง!
หญิงสาวยังไม่ทันจะด่าในใจจบดี เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นมา พร้อมชื่อแชตที่เธอเห็นทีไรก็ต้องอมยิ้มทุกที
เจ๊หวานสุดสวยที่สุดในปฐพีชานมไข่มุก:
อันเอ๊ย~ อ่านคอมเมนต์ของรายการยัง? หูย คนเมนต์ล้นทะลักเลยลูก!
ผู้กำกับรายการเพิ่งทักมาบอกว่า อยากให้อันช่วยคิดคอนเซ็ปต์ชุดพิธีกรสัปดาห์หน้าแน่ะ!
เผื่อมีไอเดียดี ๆ แกจะหางบฯ เรื่องชุดให้ด้วยนะ เห็นว่าอันชอบแต่งตัว
อันอันสาวสวยที่สุดในปฐพีหลัวจีน:
จริงเหรอเจ๊!? เดี๋ยวอันจัดให้เลยค่ะ!
เรื่องชุดเนี่ย ของถนัดเลย ตอนนี้ไอเดียกระฉูดเหมือนชานมไข่มุกใส่น้ำตาลสิบช้อน!
เจ๊หวานสุดสวยที่สุดในปฐพีชานมไข่มุก:
ดีเลยลูก~ แล้วช่วงนี้เจ๊จะหยุดรับงานละครให้อันก่อนนะ
กลัวชนเวลาเรียน เห็นว่าจะเปิดเทอมเร็ว ๆ นี้ใช่มั้ย?
อันอันสาวสวยที่สุดในปฐพีหลัวจีน:
ใช่ค่ะเจ๊ อีกสองสัปดาห์ก็เปิดเทอมแล้วค่ะ
สัปดาห์หน้าลงทะเบียนเรียน เดี๋ยวอันส่งตารางให้เจ๊ดูนะ จะได้จัดคิวงานได้ง่าย ๆ
เจ๊หวานสุดสวยที่สุดในปฐพีชานมไข่มุก:
ได้เลยจ้า~ งั้นเดี๋ยวเจ๊ส่งสคริปต์เทปหน้าให้นะ จุ๊บ จุ๊บ 💋
อันอันสาวสวยที่สุดในปฐพีหลัวจีน:
ขอบคุณมากค่ะเจ๊ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ 💕
อันอันวางโทรศัพท์ลงพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะได้ยินเสียงแม่ตะโกนมาจากชั้นล่าง
“อันเอ๊ย~ รีบไปที่ร้านช่วยป๊าเก็บตังค์หน่อย ลูกค้าแน่นร้านแล้วลูก!”
“ได้ค่า! อันจะไปเดี๋ยวนี้เลย!” เธอตะโกนตอบ แล้วรีบส่องกระจกดูเสื้อผ้าหน้าผมให้แน่ใจว่ายังดูดีอยู่ ก่อนวิ่งออกจากบ้านไปร้านอาหารของครอบครัว
...
ป๊าของอันอันมีเชื้อสายจีน 100% ทั้งอากงอาม่าอพยพมาจากเมืองจีนตั้งรกรากในไทยจนมีป๊า ส่วนแม่เป็นสาวใต้ใจดีเสียงดัง (มาก) ที่มักพูดคำเดียวแล้วคนทั้งซอยได้ยิน ก็ไม่แปลกที่อันอันจะเรียกพ่อว่า “ป๊า” และเรียกแม่ว่า “แม่” แบบผสมสองวัฒนธรรมลงตัว
เธอเป็นน้องสาวคนสุดท้อง มีพี่ชายอยู่สามคนที่หวงเธอยิ่งกว่าแม่ฮิปโป โจนา หวงเจ้าหมูเด้งซะอีก
ผู้ชายคนไหนที่คิดจะเข้าใกล้หรือจีบเธอ...มักจะต้องผ่าน “บททดสอบแห่งสามพี่ชาย” ที่ใครเจอก็รีบร้องขอชีวิต
กลับมาเรื่องร้านอาหารของครอบครัวกันบ้าง
เดิมทีอากงกับอาม่าเคยเปิดร้านขายเกี๊ยวอยู่ที่เมืองจีน พอมาอยู่เมืองไทยก็สานต่อความอร่อยไม่ให้ขาดตอน เปิดร้านเกี๊ยวเจ้าเด็ดประจำย่านจนโด่งดัง ป๊าของอันอันก็เลยได้รับมรดกความอร่อยนี้มาเต็ม ๆ
ตอนนี้กิจการของบ้านเปิดมาแล้วกว่าหกสิบปีแล้ว! จากร้านเล็ก ๆ สาขาเดียว กลายเป็นร้านชื่อดังมีถึงห้าสาขา กระจายอยู่ทั่วกรุง แต่ละที่ต้องมีที่จอดรถพร้อมบริการลูกค้าอย่างดี (เพราะแม่บอกว่า “ลูกค้าต้องสะดวก ป๊าจะได้รวย!”)
ส่วนสาขาดั้งเดิมนั้นอยู่ใกล้บ้านสุด เดินแค่ห้านาทีก็ถึง ทำให้ป๊า แม่ และอันอันสามารถช่วยกันดูแลร้านได้สะดวก ส่วนอีกสี่สาขาที่เหลือก็อยู่ภายใต้การคุมเข้มของอาลักษณ์ พี่ชายคนโต กับ อารยะ พี่ชายคนรอง ส่วนพี่ชายคนที่สาม อาชวิน ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ มีกำหนดจบในอีกสองปีข้างหน้า
ช่วงนี้อันอันเลยต้องคอยช่วยป๊ากับแม่ดูแลร้านสาขาแรกอย่างขยันขันแข็ง...เพราะอะไรน่ะเหรอ?
ก็เพราะค่าขนมพิเศษสุดลับที่ป๊าแอบให้ทุกครั้งหลังเลิกงานน่ะสิ!
แหม~ ใครบอกว่าการเป็นนางฟ้าเหนื่อยกว่าเป็นลูกสาวร้านขายเกี๊ยว...ไม่จริงเลยค่ะ!
หลังงานคอนเสิร์ต กระแสของเพลง “อันอันฉันรักเธอ” ยังคงแรงต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงให้ปล่อยเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดังขึ้นแทบทุกช่องทาง ทว่า ภูผากลับตัดสินใจไม่ปล่อยเพลงอย่างเป็นทางการ เขาเลือกให้ทีมงานตัดคลิปการแสดงจากคอนเสิร์ตและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของบริษัทเท่านั้น เพื่อเก็บความหมายของเพลงนี้ไว้ในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวขณะเดียวกัน ภูผายังคงมุ่งมั่นกับการทำงานเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เขาทำร่วมกับวง หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนจะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง บางคนตัดสินใจอยู่ทำงานเบื้องหลังกับบริษัทของภูผาต่อ บางคนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หรือนักแสดงทางฝั่งอันอันเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน หญิงสาวทุ่มเวลาให้กับการเปิดสาขาใหม่ของร้านน้ำชา ทำให้ต้องลดบทบาทในการดูแลร้านอาหารที่เปิดไว้ในห้าง พี่ ๆ ของอันอันจึงตัดสินใจยกระดับการบริหาร ด้วยการจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแต่ละสาขา รวมถึงสาขาในห้าง เพื่อให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดภาระของทุกคนลงสองเดือนหลังจบคอนเสิร์ตของภูผา เจ๊หวานก็ให้กำเนิดลูกชาย ทำให้โชคมีโอกาสได้ใช้เ
หลังจากงานแฟนมีตติ้งผ่านไปไม่นาน แฟนคลับของอันอันที่ได้ไปร่วมงานต่างพากันโพสต์ภาพของที่ระลึกจากงานลงบนโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ส่งผลให้แฟนคลับที่พลาดโอกาสไม่ได้ไปร่วมงานต่างพากันอิจฉาและบ่นเสียดายกันระงม หลายคนถึงกับออกปากว่าอยากได้ของที่ระลึกเหล่านั้นบ้าง แม้จะต้องซื้อก็ตามของที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือพวงกุญแจตุ๊กตาผ้าสองตัว...นางฟ้ามีปีกและนกเพนกวิน...ซึ่งถูกพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยส่งข้อความไปยังบริษัทของภูผาและอันอัน แสดงความต้องการให้ผลิตตุ๊กตาเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแน่นอนว่าเจ๊หวานไม่พลาดโอกาสดีเช่นนี้ นอกจากจะมองเห็นศักยภาพทางการตลาดแล้ว เธอยังเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวเขาที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยอีกด้วย เจ๊หวานจึงปรึกษากับอันอันและแม่ของอันอันว่า น่าจะลองผลิตพวงกุญแจเหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แฟนคลับที่สนใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านน้ำชาของอันอัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแฟน ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้นแม่ของอันอันเห็นด้วยทันที และอาสารับหน้าที่เป็นแม่งาน ดูแลทั้งเรื่องการสั่งผลิตและการออกแบบ เมื่อได้
โพสต์ของภูผาและอันอันบนบัญชีโซเชียลสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนคลับอย่างล้นหลาม ทั้งคู่เลือกใช้ถ้อยคำเรียบง่าย งดงาม และถ่อมตน เขียนขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลและเคียงข้างกันอย่างดีที่สุดยิ่งเมื่อมีคำประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับให้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับความรักของศิลปินทั้งสอง กระแสตอบรับก็ยิ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มครอบครัวของอันอันเองก็ได้เห็นถึงความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความเอาใจใส่ที่ภูผามีต่อเธอมาโดยตลอด จึงไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ต่อการคบหาครั้งนี้ ตรงกันข้าม กลับยอมรับชายหนุ่มเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วทางฝั่งครอบครัวของภูผาก็ไม่ต่างกัน พ่อแม่ของเขาเอ็นดูอันอันราวกับลูกสาวแท้ ๆ จนบางครั้งภูผาอดแซวไม่ได้ว่า ดูเหมือนพ่อแม่จะรักอันอันมากกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีก คำพูดนั้นทำเอาคุณแม่ของภูผาต้องหยิกแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของทุกคนสำหรับภูผาและอันอัน ทั้งสองต่างให้คำมั่นกับหัวใจของตัวเองว่าจะทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม พวกเขาสัญญาว่าจะใส่ใจ ดู
ร้านน้ำชาของอันอันเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ อันอันไม่ต้องการแย่งความโดดเด่นใด ๆ จากร้านเสื้อของภูผาที่อยู่ติดกัน เธอเชื่อว่าการเปิดควบคู่กันเช่นนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่อยากแวะพัก นั่งพูดคุย หรือพบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศเรียบง่าย และมีพื้นที่ให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจประกอบกับเครื่องดื่มและของว่างของร้านที่รสชาติดีเกินคาด ทำให้ในเวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้าแถวต่อคิวยาวออกไปนอกร้าน อันอันจึงตัดสินใจนำระบบจองคิวหน้าร้านมาใช้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและของว่างล่วงหน้า รวมถึงชำระเงินล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อออเดอร์เสร็จเรียบร้อย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน ลดความแออัดหน้าร้าน และยังช่วยป้องกันปัญหาการหากินกับการจองคิว ซึ่งมักทำให้ลูกค้าตัวจริงเสียโอกาสไปโดยไม่จำเป็นป๊าและแม่ของอันอันมักจะแวะมาที่ร้านน้ำชาแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง และอันอันก็มักจะจัดเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ให้ท่านทั้งสองเสมอ พ่อแม่ของเธอบอกว่าการได้มานั่งที่ร้านทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เพราะได้เห็นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ
ภูผานั่งคุยกับอันอันต่อ หลังจากที่เจ๊หวานกับโชคขอตัวไปทำธุระส่วนตัวด้วยกันก่อน“พี่ซันรู้นานแล้วใช่ไหมคะ เรื่องเจ๊หวานกับพี่โชค”อันอันเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยปนอยากรู้“พี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานเท่าไหร่ครับ” ภูผายิ้มบาง ๆ“แค่พี่โชคเป็นคนสังเกตง่าย พี่เลยพอจะรู้แบบอ้อม ๆ แล้ววันนั้นที่ไปเลี้ยงส่งท้ายปีที่บ้านอัน ทั้งพี่โชคกับเจ๊หวานก็มีท่าทีแปลก ๆ พี่เลยเริ่มจับตาดู”“ยังไงเหรอคะ”“ปกติเจ๊หวานจะคุยเก่งมาก แต่วันนั้นเงียบผิดปกติ ส่วนพี่โชคก็ชอบนั่งข้างเจ๊หวานตลอด แต่วันนั้นกลับขอให้พี่นั่งคั่นกลาง”“จริงด้วยค่ะ” อันอันพยักหน้า“วันนั้นอันก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีอะไรไม่ปกติแน่ ๆ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ“จริง ๆ พี่โชคชอบเจ๊หวานมานานแล้วล่ะครับ ที่บ้านคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวตั้งหลายรอบก็ไม่ยอมไป พอมีคนจะช่วยแนะนำสาวให้รู้จัก ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน พี่โชคก็บอกว่าไม่ใช่สเปค”“อันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ” อันอันหัวเราะตาม“แต่เจ๊หวานเอาใจใส่พี่โชคมากจริง ๆ นะคะ มีอะไรก็โทรหาพี่โชคก่อนเสมอ จะซื้อของกินหรือของใช้อะไร ก็เผื่อพี่โชคตลอด”เธอส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง“อันซื่อบื้อเองที่ไม่ทันสังเกต แต่พี่ซันดูออกไวจริง ๆ”“ก
อันอันนั่งคุยวิดีโอคอลกับภูผาไปด้วย พร้อมกับก้มหน้าตรวจบัญชีร้านไปพลาง สายตาไล่ดูตัวเลขอย่างตั้งใจแต่สีหน้ากลับงอนนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“ดูสิคะ” เธอบ่นเสียงอ่อน“ตอนนี้คลิปตอนพี่ซันกับอันจัดรายการเพลงเมื่อหลายปีก่อนขึ้นเต็มฟีดไปหมดเลยค่ะ ทั้งป๊าทั้งแม่ก็เปิดดู แถมเจ๊หวานยังหัวเราะใส่อันทุกครั้งที่มีคลิปใหม่โผล่มาอีก”อันอันทำหน้าเหมือนถูกจับได้“บอกกันใหญ่ว่าตอนนั้นอันตัวเตี้ย แถมแก้มเยอะ แล้วก็ชอบแกล้งพี่ซันอีกต่างหาก”“ตอนนั้นพวกเราก็แสบกันทั้งคู่นั่นแหละ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ ผ่านหน้าจอ“อันแกล้งพี่ก่อน พี่ก็เลยต้องตั้งรับ แล้วก็แกล้งกลับบ้างสิ”“มันคือการฝึกสกิลต่างหากค่ะ”อันอันรีบเถียง ทำเสียงจริงจังปนขำ“ตอนนั้นพี่ซันทำหน้าเครียดใส่อันตลอดเลย อันก็แค่คิดว่า…จะทำยังไงให้พี่ซันยิ้มบ้าง”เธอเงยหน้าขึ้นมองจอ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ“ดูสิคะ สุดท้ายกลายเป็นอันโดนแกล้งกลับซะเอง”เสียงหัวเราะเบา ๆ ของภูผาดังผ่านลำโพง“ตอนนั้นพี่กำลังเครียดหลายเรื่องจริง ๆ ครับ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ต้องขอบใจอันมากนะ ที่ช่วยดึงพี่ออกมาจากอารมณ์พวกนั้น คำพูดของอันทำให้พี่ได้คิดอะไรหลายอย่างเลย พี่ต้องขอบใจอันจ







