Masuk“…”
อันอันกับเจ๊หวานเงียบงัน ราวกับยังไม่ฟื้นจากการโดนน็อกด้วยคำว่า “ยังไม่ได้ท่องบท”
“อ่า…ได้ค่ะ ได้สิ!” เจ๊หวานรีบพูดเสียงสูงกลบเกลื่อน “อันอันพูดเยอะหน่อยก็แล้วกันนะ ไม่น่ามีปัญหาเนอะ?”
“เอ่อ…ค่ะ”
อันอันฝืนยิ้ม แต่ในใจเริ่มเดือดปุด ๆ เหมือนหม้อน้ำร้อนที่ใกล้ล้นเตา
พูดเยอะหน่อยเหรอเจ๊!? หมายถึงพูดทั้งรายการเลยใช่ไหมคะ!?
เธอเหลือบตาใส่เจ๊หวานที่ยังยิ้มละมุนละไมให้ชายหนุ่มร่างสูงราวกับเขาคือพระเอกซีรีส์เกาหลี ส่วนเธอ...น่าจะรับบทตัวประกอบถือไมค์อยู่มุมฉาก
โชคยกมือไหว้ขอโทษแทนศิลปินในความดูแลของตน “ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมรับรองว่าจะให้ซันซ้อมบทให้เรียบร้อยก่อนอัดเทปครั้งหน้าแน่นอนครับ”
ภูผา หรือซันซัน ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยังคงนิ่ง ยกมือขึ้นลูบคอเบา ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบว่า
“ก็พูดไปตามฟีลได้นี่ครับ ไม่น่ามีปัญหาอะไร”
อันอันหันขวับ ตาแทบลุกเป็นไฟ
“ตามฟีลเหรอคะ?” เธอเผลอพูดเสียงสูง “รายการนี้มัน ออกอากาศสดนะคะ ไม่ใช่คลิปติ๊กต็อกเด็กเล่นขายของ!”
เจ๊หวานรีบสะกิดแขนหญิงสาวเบา ๆ “ใจเย็น ๆ ยิ้มไว้ลูก ยิ้มไว้!”
อันอันสูดหายใจเข้าลึก แล้วส่งรอยยิ้มหวานละลายใจ (แต่ในใจอยากจะเอาไมค์เคาะหัวอีตาหน้าหล่อนี่ให้จำบทได้! เสียดาย...หมอนี่สูงชะมัด ถึงจะเขย่งสุดปลายเท้าก็ยังไม่ถึง)
“งั้น…เดี๋ยวอันอันช่วยพูดเยอะหน่อยก็ได้ค่ะ เพื่อความราบรื่นของรายการ”
ซันเหลือบตามามองเพียงแวบเดียว ก่อนตอบเสียงนิ่ง “ตามนั้นครับ ผมไม่ขัด”
“อื้ม…ก็ดีค่ะ!”
อันอันตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสที่สุดเท่าที่สตอระดับมาสเตอร์คลาสจะทำได้
เจ๊หวานตบมือเบา ๆ ด้วยความดีใจ “ดีมาก! คู่พิธีกรน่ารักแบบนี้ รายการต้องปังแน่!”
ปังปิ๊นาศน่ะซิเจ๊...!
อันอันยิ้มให้เจ๊หวาน ก่อนเหลือบตามองซันอีกที ชายหนุ่มกำลังจ้องโทรศัพท์อยู่เฉย ๆ เหมือนไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับพวกเธอ
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเฮือกในใจ
โอเค...อันอันจะอดทน ครั้งนี้ถือว่าช่วยเพื่อนร่วมงาน
แต่ถ้าเทปหน้าอีตานี่...ยังไม่ท่องบทมาอีกละก็
เตรียมเจอพิธีกรอันอัน เวอร์ชั่น “นางมารร้าย สไตล์ฟาดไฟลุก” ได้เลย!
...
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์เดินมาตามตัวพิธีกรทั้งสองให้เข้าสตูดิโอถ่ายทำ...เร็วกว่าที่อันอันตั้งตัวทันเสียอีก
กลิ่นสเปรย์หอมฟุ้งไปทั่วสตูดิโอ ผสมกับเสียงทีมงานที่วิ่งกันจ้าละหวั่นราวกับกำลังจัดงานปีใหม่กลางเดือนพฤษภาคม เสียงพูดคุยของผู้ชมบนสแตนด์ดังคลออยู่ไม่ขาดสาย ทั้งสตูดิโอเต็มไปด้วยพลังงานที่ชวนตื่นเต้นจนหัวใจอันอันเต้นแรง
“กล้องหนึ่งพร้อม! กล้องสองเตรียม! แสงโอเคแล้วนะ!”
เสียงผู้กำกับตะโกนขึ้นกลางความโกลาหลอย่างคุ้นเคย
อันอันสูดลมหายใจลึก แล้วส่งรอยยิ้มหวานให้กระจก
“ไฟท์ติ้ง อันอัน! เธอคือดาวแห่งรายการ เพลงเพลินบันเทิงใจ!”
เธอกระซิบให้กำลังใจตัวเอง พลางจัดผมหน้าม้าให้เข้าที่
(เพราะถ้าหน้าม้าพัง ความมั่นใจก็พังตามค่ะ!)
ข้าง ๆ กัน ซันยืนสงบ มองดูรอบสตูดิโออย่างใจเย็นราวกับมาทัศนศึกษา
อันอันเหลือบมองแล้วกัดฟันในใจ
อีตานี่ ยังยืนใจเย็นอยู่อีก!
“เอาล่ะ จะเริ่มถ่ายเทปแรกแล้วนะ…สาม สอง หนึ่ง แอ็กชั่น!”
ไฟจากสปอตไลต์สาดลงมา
อันอันส่งรอยยิ้มสดใสระดับ 300 ลูเมนเข้าสู้กล้องทันที
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ เพลงเพลินบันเทิงใจ! วันนี้เรามาพร้อมเสียงเพลงสุดไพเราะและศิลปินสุดฮอต!”
น้ำเสียงของเธอลื่นไหลเหมือนปลาไหลว่ายในน้ำใส ส่วนภูผา...ยืนยิ้มเฉยอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบราวกับเป็นผู้ชมเหตุการณ์จนทีมงานเริ่มมองหน้ากันด้วยความกังวล
“ดิฉัน อรอนงค์ หรืออันอัน พิธีกรหญิง และข้าง ๆ ดิฉันคือ...คุณภูผา หรือซัน พิธีกรชายค่ะ!”
เธอหันไปส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ แต่สิ่งที่ได้คือ...
“อืม...ใช่ครับ”
หนึ่งประโยคสั้น ๆ ปิดบรรยากาศราวกับมีใครดับไฟห้องแสดงสดทั้งห้อง
อันอันยิ้มค้างอยู่กลางอากาศ สายตาเหลือบไปเห็นเจ๊หวานที่ยืนหลังกล้องโบกมือทำท่ายิ้มใส่ “ยิ้มไว้ลูก ยิ้มไว้!”
เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนหันกลับมาทางกล้อง
“ค่ะ! คุณซันของเรานี่พูดน้อยแต่ยิ้มละมุนมากเลยนะคะ~ เห็นไหมคะท่านผู้ชม นิ่ง ๆ แบบนี้แต่มีเสน่ห์สุด ๆ เลยค่ะ!”
เธอพูดแก้สถานการณ์ด้วยพลังพิธีกรระดับมืออาชีพเต็มร้อย ขณะที่ภูผามองเธอนิดหนึ่งด้วยสายตานิ่ง ๆ ที่อ่านไม่ออกว่า ชมจริงหรือกัดเบา ๆ กันแน่
รายการดำเนินต่อไปอย่างคับขัน
ทุกบรรทัดที่ควรเป็นของภูผา กลับกลายเป็นของอันอันแทบทั้งหมด
ส่วนชายหนุ่มก็พูดได้แค่ “ท่านต่อไปเป็นใครครับ” หรือ “เชิญคุณอันอันแนะนำได้เลยครับ” วนไปวนมาเหมือนแผ่นเสียงเก่า
อันอันพูดรัวเกือบห้านาทีโดยไม่หยุดหายใจ เหงื่อเริ่มซึมที่ขมับ แต่รอยยิ้มยังเปล่งประกายเหมือนโฆษณายาสีฟันสมุนไพรชื่อดัง
จนกระทั่งช่วงท้ายสุดของรายการ...
“แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า กับดิฉัน อันอัน และคุณซันซัน ในรายการ เพลงเพลินบันเทิงใจ!”
เธอกล่าวปิดอย่างงดงามพร้อมยิ้มสู้กล้อง ก่อนเสียงผู้กำกับตะโกน “คัต!” ดังขึ้น
ทั้งทีมงานปรบมือให้เสียงดังพรืด
อันอันหอบหายใจนิด ๆ แล้วหันไปมองภูผาที่ก็ยังยืนหน้าตายเหมือนรูปปั้นพระเอกซีรีส์
“อืม...ทำได้ดีมาก” เขาพูดเรียบ ๆ พร้อมพยักหน้าน้อย ๆ “พูดแทนผมได้หมดเลย อันที่จริง คุณเป็นพิธีกรคนเดียวก็ได้นะ”
อันอันชะงัก หันมามองตาค้าง ทั้งเหนื่อย ทั้งขำ ทั้งอยากโยนไมค์ใส่หน้าเขา
เธอยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงเรียบแต่แฝงแววโกรธไว้เต็มที่
“ฉันก็อยากเป็นพิธีกรคนเดียวนะคะ เพราะคุณแทบไม่ได้ทำอะไรเลย”
สีหน้าของอันอันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม รอยยิ้มจางหายไป เหลือเพียงแววตาที่มุ่งมั่น
“ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมคุณถึงได้มาเป็นพิธีกรรายการนี้ แต่ในเมื่อคุณรับงานแล้ว ก็ช่วยมีความรับผิดชอบหน่อยเถอะ ทำให้สุดความสามารถ ไม่ใช่มายืนเฉย ๆ แบบนี้ ถ้าคุณไม่ตั้งใจจริง ก็ลาออกไปซะ จะได้เปิดโอกาสให้คนที่อยากทำจริง ๆ เข้ามาแทนคุณ”
คำพูดนั้นออกจากปากเธอชัดถ้อยชัดคำ ก่อนอันอันสะบัดหน้าหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่...
แต่ในแววตานั้น...มีบางอย่างที่สั่นไหวขึ้นมาอย่างเงียบงัน
…
หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว อันอันเดินขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ด้านหน้าอย่างคนหมดแรง สีหน้าบูดบึ้งราวกับโดนแย่งกินของโปรดไปต่อหน้า
“เก่งมากเลยจ้ะ อันอัน!”
เจ๊หวานพูดเสียงสดใส พลางยื่นแก้วชาผลไม้เย็นเฉียบรสโปรดของหญิงสาวให้
“วันนี้พูดได้เยี่ยมมาก ถึงขั้นผู้กำกับยังชมไม่หยุดปากแน่ะ!”
อันอันรับแก้วมา พลางถอนหายใจยาวเหยียด
“ถ้าอีตาซันนั่นยังไม่ยอมท่องบทมาอีก เทปหน้าอันได้ตายแน่ ๆ เลยค่ะเจ๊! วันนี้พูดจนคอแห้ง เสียงแหบเหมือนเป็ดโดนจับว่ายน้ำทั้งวันแล้วนะ!”
เจ๊หวานกลั้นหัวเราะ ก่อนตบไหล่เบา ๆ “ใจเย็นลูก เดี๋ยวเทปหน้าก็เข้าขากันมากขึ้นเอง”
อันอันเบ้ปาก “เข้าขาเหรอคะ? ตอนนี้เข้าขาไม่ได้หรอกค่ะเจ๊ เข้ากันได้แค่ ‘ขัดหูขัดตา’ กันมากกว่า!”
เธอพูดจบก็ซดชาผลไม้รวดเดียวหมดแก้ว แล้วเอนหัวพิงเบาะ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่าย
แต่ถึงอย่างนั้น แววตาของเธอก็ยังซ่อนรอยขบขันเล็ก ๆ เอาไว้...เหมือนจะรู้ตัวว่า ถึงจะหงุดหงิดยังไง...ใจเจ้ากรรมก็ยังเผลอสนใจชายหนุ่มนิ่งเฉยคนนั้นอยู่ดี
...
“ฮัลโหล...เจ๊ ว่าไงคะ”
อันอันรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงงัวเงียสุดชีวิต เพราะสายจากเจ๊หวานโทรเข้ามาตอนแปดโมงเช้า ซึ่งสำหรับเธอ มันคือเวลา ตีห้าของคนธรรมดา!
“อันอันนน! เมื่อกี้เจ๊เพิ่งวางสายจากผู้กำกับรายการเมื่อคืนนี้ แกชมใหญ่เลยว่าอันอันเก่งมากกกก~ เข้าขากับน้องซันซันสุด ๆ!”
เสียงเจ๊หวานดังลั่นจนแทบทะลุลำโพง “แฟนคลับรายการก็ชมกันพรึ่บเลยนะ เข้าไปดูคอมเมนต์สิ เดี๋ยวเจ๊ส่งลิงก์ให้ แหม~ เจ๊อ่านแล้วปลื้มแทนเลย!”
อันอันกระพริบตาปริบ ๆ พยายามประมวลผลคำว่า “เข้าขากันสุด ๆ”
“หะ...ว่าไงนะคะเจ๊ เข้าขากันได้ดีเหรอ? ผู้กำกับเขาใช้ตาที่สามมองเหรอคะ?”
“จะตาไหนก็ไม่สำคัญหรอก!” เจ๊หวานหัวเราะเสียงดัง “ฟีดแบ็คดีคือดี! เอาเป็นว่า...ทีมงานส่งสคริปต์เทปหน้ามาแล้วนะ เดี๋ยวเจ๊พิมพ์ส่งให้อันอ่านก่อนเลย เผื่อคราวนี้ต้องท่องบทของน้องซันซันเพิ่ม ฮ่าฮ่าฮ่า~”
เสียงหัวเราะของเจ๊หวานดังลากยาว ก่อนวางสายไปแบบไม่เปิดโอกาสให้อันอันโต้ตอบ
อันอันถือโทรศัพท์แนบหูอยู่อย่างนั้น เงียบไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“เข้าขากันได้ดี... โอ๊ย!”
หญิงสาวกุมขมับเหมือนจะปวดหัวตื๊บ ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างแรงจนที่นอนยวบ
“ถ้าแบบนั้นเรียกว่าเข้าขาได้ดีล่ะก็...” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง “สงสัยรายการนี้คงต้องชื่อ เพลงเพลินปวดใจ แทนแล้วละมั้ง!”
เธอกลิ้งตัวไปมาบนเตียงอย่างหงุดหงิด ก่อนคว้าหมอนมากอดแน่น แล้วตะโกนใส่เบา ๆ
“อีตาบ้า!!! หัดจำบทบ้างสิยะ!!!”
“ติ๊ง!”
เสียงแจ้งเตือนจากไลน์ดังขึ้น พร้อมชื่อ “เจ๊หวาน” ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
อันอันรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู ทั้งที่ยังนอนแผ่บนเตียง
ในข้อความมีลิงก์แนบมาพร้อมอีโมจิรูปหัวใจและข้อความจากเจ๊ว่า
“นี่จ้ะ ลิงก์แฟนเพจรายการเมื่อคืน! เขาชมใหญ่เลย อันลองอ่านดูสิ~”
หญิงสาวกดเข้าไปทันที ก่อนเลื่อนอ่านคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว
‘555 พิธีกรคู่ขวัญหรือคู่ขวาน (วิ่งไล่เอาขวานจาม) กันแน่เนี่ย ต้องตามดูทุกสัปดาห์ซะแล้ว!’
‘2ซัน2อัน พิธีกรคู่กัด ฮ่าฮ่าฮ่า’
‘โอ๊ย ขำจนน้ำตาไหล ซันซันโดนอันอันพูดกลบหมดเลยมั้ง’
‘อันอันพูดเก่งมาก ส่วนซันซันก็หล่อมาก พูดน้อย...ถนอมเสียงไว้ใช้ตอนสำคัญแน่ ๆ 😂’
อันอันอ่านไปก็กลอกตาไป “พูดน้อยถนอมเสียงเหรอ...โถ~ น่าจะเรียกว่า ถนอมคำพูดจนจะหมดอายุแล้ว!”
เธอหัวเราะในลำคอปนหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ อย่างน้อยบทบาทพิธีกรที่เธออุตส่าห์ซ้อมมานาน ก็เริ่มเปล่งประกายให้เห็นบ้างแล้ว
“ต่อให้พูดจนเสียงแหบเหมือนเป็ดเป็นหวัด แต่ถ้าแฟนคลับชอบ...ก็คุ้มละกัน!”
หลังงานคอนเสิร์ต กระแสของเพลง “อันอันฉันรักเธอ” ยังคงแรงต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงให้ปล่อยเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดังขึ้นแทบทุกช่องทาง ทว่า ภูผากลับตัดสินใจไม่ปล่อยเพลงอย่างเป็นทางการ เขาเลือกให้ทีมงานตัดคลิปการแสดงจากคอนเสิร์ตและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของบริษัทเท่านั้น เพื่อเก็บความหมายของเพลงนี้ไว้ในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวขณะเดียวกัน ภูผายังคงมุ่งมั่นกับการทำงานเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เขาทำร่วมกับวง หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนจะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง บางคนตัดสินใจอยู่ทำงานเบื้องหลังกับบริษัทของภูผาต่อ บางคนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หรือนักแสดงทางฝั่งอันอันเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน หญิงสาวทุ่มเวลาให้กับการเปิดสาขาใหม่ของร้านน้ำชา ทำให้ต้องลดบทบาทในการดูแลร้านอาหารที่เปิดไว้ในห้าง พี่ ๆ ของอันอันจึงตัดสินใจยกระดับการบริหาร ด้วยการจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแต่ละสาขา รวมถึงสาขาในห้าง เพื่อให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดภาระของทุกคนลงสองเดือนหลังจบคอนเสิร์ตของภูผา เจ๊หวานก็ให้กำเนิดลูกชาย ทำให้โชคมีโอกาสได้ใช้เ
หลังจากงานแฟนมีตติ้งผ่านไปไม่นาน แฟนคลับของอันอันที่ได้ไปร่วมงานต่างพากันโพสต์ภาพของที่ระลึกจากงานลงบนโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ส่งผลให้แฟนคลับที่พลาดโอกาสไม่ได้ไปร่วมงานต่างพากันอิจฉาและบ่นเสียดายกันระงม หลายคนถึงกับออกปากว่าอยากได้ของที่ระลึกเหล่านั้นบ้าง แม้จะต้องซื้อก็ตามของที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือพวงกุญแจตุ๊กตาผ้าสองตัว...นางฟ้ามีปีกและนกเพนกวิน...ซึ่งถูกพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยส่งข้อความไปยังบริษัทของภูผาและอันอัน แสดงความต้องการให้ผลิตตุ๊กตาเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแน่นอนว่าเจ๊หวานไม่พลาดโอกาสดีเช่นนี้ นอกจากจะมองเห็นศักยภาพทางการตลาดแล้ว เธอยังเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวเขาที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยอีกด้วย เจ๊หวานจึงปรึกษากับอันอันและแม่ของอันอันว่า น่าจะลองผลิตพวงกุญแจเหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แฟนคลับที่สนใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านน้ำชาของอันอัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแฟน ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้นแม่ของอันอันเห็นด้วยทันที และอาสารับหน้าที่เป็นแม่งาน ดูแลทั้งเรื่องการสั่งผลิตและการออกแบบ เมื่อได้
โพสต์ของภูผาและอันอันบนบัญชีโซเชียลสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนคลับอย่างล้นหลาม ทั้งคู่เลือกใช้ถ้อยคำเรียบง่าย งดงาม และถ่อมตน เขียนขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลและเคียงข้างกันอย่างดีที่สุดยิ่งเมื่อมีคำประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับให้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับความรักของศิลปินทั้งสอง กระแสตอบรับก็ยิ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มครอบครัวของอันอันเองก็ได้เห็นถึงความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความเอาใจใส่ที่ภูผามีต่อเธอมาโดยตลอด จึงไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ต่อการคบหาครั้งนี้ ตรงกันข้าม กลับยอมรับชายหนุ่มเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วทางฝั่งครอบครัวของภูผาก็ไม่ต่างกัน พ่อแม่ของเขาเอ็นดูอันอันราวกับลูกสาวแท้ ๆ จนบางครั้งภูผาอดแซวไม่ได้ว่า ดูเหมือนพ่อแม่จะรักอันอันมากกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีก คำพูดนั้นทำเอาคุณแม่ของภูผาต้องหยิกแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของทุกคนสำหรับภูผาและอันอัน ทั้งสองต่างให้คำมั่นกับหัวใจของตัวเองว่าจะทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม พวกเขาสัญญาว่าจะใส่ใจ ดู
ร้านน้ำชาของอันอันเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ อันอันไม่ต้องการแย่งความโดดเด่นใด ๆ จากร้านเสื้อของภูผาที่อยู่ติดกัน เธอเชื่อว่าการเปิดควบคู่กันเช่นนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่อยากแวะพัก นั่งพูดคุย หรือพบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศเรียบง่าย และมีพื้นที่ให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจประกอบกับเครื่องดื่มและของว่างของร้านที่รสชาติดีเกินคาด ทำให้ในเวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้าแถวต่อคิวยาวออกไปนอกร้าน อันอันจึงตัดสินใจนำระบบจองคิวหน้าร้านมาใช้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและของว่างล่วงหน้า รวมถึงชำระเงินล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อออเดอร์เสร็จเรียบร้อย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน ลดความแออัดหน้าร้าน และยังช่วยป้องกันปัญหาการหากินกับการจองคิว ซึ่งมักทำให้ลูกค้าตัวจริงเสียโอกาสไปโดยไม่จำเป็นป๊าและแม่ของอันอันมักจะแวะมาที่ร้านน้ำชาแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง และอันอันก็มักจะจัดเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ให้ท่านทั้งสองเสมอ พ่อแม่ของเธอบอกว่าการได้มานั่งที่ร้านทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เพราะได้เห็นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ
ภูผานั่งคุยกับอันอันต่อ หลังจากที่เจ๊หวานกับโชคขอตัวไปทำธุระส่วนตัวด้วยกันก่อน“พี่ซันรู้นานแล้วใช่ไหมคะ เรื่องเจ๊หวานกับพี่โชค”อันอันเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยปนอยากรู้“พี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานเท่าไหร่ครับ” ภูผายิ้มบาง ๆ“แค่พี่โชคเป็นคนสังเกตง่าย พี่เลยพอจะรู้แบบอ้อม ๆ แล้ววันนั้นที่ไปเลี้ยงส่งท้ายปีที่บ้านอัน ทั้งพี่โชคกับเจ๊หวานก็มีท่าทีแปลก ๆ พี่เลยเริ่มจับตาดู”“ยังไงเหรอคะ”“ปกติเจ๊หวานจะคุยเก่งมาก แต่วันนั้นเงียบผิดปกติ ส่วนพี่โชคก็ชอบนั่งข้างเจ๊หวานตลอด แต่วันนั้นกลับขอให้พี่นั่งคั่นกลาง”“จริงด้วยค่ะ” อันอันพยักหน้า“วันนั้นอันก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีอะไรไม่ปกติแน่ ๆ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ“จริง ๆ พี่โชคชอบเจ๊หวานมานานแล้วล่ะครับ ที่บ้านคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวตั้งหลายรอบก็ไม่ยอมไป พอมีคนจะช่วยแนะนำสาวให้รู้จัก ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน พี่โชคก็บอกว่าไม่ใช่สเปค”“อันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ” อันอันหัวเราะตาม“แต่เจ๊หวานเอาใจใส่พี่โชคมากจริง ๆ นะคะ มีอะไรก็โทรหาพี่โชคก่อนเสมอ จะซื้อของกินหรือของใช้อะไร ก็เผื่อพี่โชคตลอด”เธอส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง“อันซื่อบื้อเองที่ไม่ทันสังเกต แต่พี่ซันดูออกไวจริง ๆ”“ก
อันอันนั่งคุยวิดีโอคอลกับภูผาไปด้วย พร้อมกับก้มหน้าตรวจบัญชีร้านไปพลาง สายตาไล่ดูตัวเลขอย่างตั้งใจแต่สีหน้ากลับงอนนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“ดูสิคะ” เธอบ่นเสียงอ่อน“ตอนนี้คลิปตอนพี่ซันกับอันจัดรายการเพลงเมื่อหลายปีก่อนขึ้นเต็มฟีดไปหมดเลยค่ะ ทั้งป๊าทั้งแม่ก็เปิดดู แถมเจ๊หวานยังหัวเราะใส่อันทุกครั้งที่มีคลิปใหม่โผล่มาอีก”อันอันทำหน้าเหมือนถูกจับได้“บอกกันใหญ่ว่าตอนนั้นอันตัวเตี้ย แถมแก้มเยอะ แล้วก็ชอบแกล้งพี่ซันอีกต่างหาก”“ตอนนั้นพวกเราก็แสบกันทั้งคู่นั่นแหละ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ ผ่านหน้าจอ“อันแกล้งพี่ก่อน พี่ก็เลยต้องตั้งรับ แล้วก็แกล้งกลับบ้างสิ”“มันคือการฝึกสกิลต่างหากค่ะ”อันอันรีบเถียง ทำเสียงจริงจังปนขำ“ตอนนั้นพี่ซันทำหน้าเครียดใส่อันตลอดเลย อันก็แค่คิดว่า…จะทำยังไงให้พี่ซันยิ้มบ้าง”เธอเงยหน้าขึ้นมองจอ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ“ดูสิคะ สุดท้ายกลายเป็นอันโดนแกล้งกลับซะเอง”เสียงหัวเราะเบา ๆ ของภูผาดังผ่านลำโพง“ตอนนั้นพี่กำลังเครียดหลายเรื่องจริง ๆ ครับ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ต้องขอบใจอันมากนะ ที่ช่วยดึงพี่ออกมาจากอารมณ์พวกนั้น คำพูดของอันทำให้พี่ได้คิดอะไรหลายอย่างเลย พี่ต้องขอบใจอันจ







