LOGINเมื่อตอนที่อันอันมาถึงร้าน ป๊ากำลังหัวหมุนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ทั้งคิดเงินให้ลูกค้า ทั้งหันไปสั่งลูกจ้างเรื่องเสิร์ฟอาหาร เสียงเรียกลั่นร้านจนบรรยากาศเหมือนสนามรบขนาดย่อม
“อันอัน มาแล้วเหรอลูก! ดีเลย มาช่วยอยู่ที่เคาน์เตอร์หน่อย เดี๋ยวป๊าขอเข้าไปดูในครัวแป๊บหนึ่งนะ!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ป๊าก็วิ่งปรู๊ดเข้าไปในครัว ทิ้งให้อันอันยืนงงอยู่ท่ามกลางดงลูกค้าที่กำลังต่อคิวคิดเงินยาวเป็นงูเลื้อย
“สักครู่นะคะ คุณป้า เดี๋ยวอันรีบคิดเงินให้นะคะ!”
เธอรีบก้าวเข้าเคาน์เตอร์พร้อมยิ้มหวาน ก่อนรับบิลอาหารจากคุณป้าขาประจำที่มายืนรออยู่
“อันอัน~ เมื่อวานป้าดูรายการที่หนูไปออกมาด้วยนะ ชุดหนูน่ารักมากเลย นางฟ้าตัวจริงเสียงจริง! ป้าดูเพลินเชียว~ ส่วนไอ้หนุ่มที่ยืนข้าง ๆ นั่นก็หล่อไม่เบาเลยนะ ชุดเหมือนนกเพนกวินอย่างที่หนูแซวเลย ฮ่าฮ่า!”
คุณป้าพูดไปยิ้มไปอย่างเอ็นดู
อันอันหัวเราะเขิน ๆ “ขอบคุณค่ะป้า~ สนุกไหมคะ อย่าลืมดูต่อศุกร์หน้านะคะ รับรองมีให้ขำอีกแน่ ๆ”
“ได้เลยจ้ะ! ตอนนี้ป้าบังคับทั้งบ้านให้ดูรายการของหนูทุกศุกร์เลยนะ ไม่ให้พลาดซักตอน แล้วศุกร์หน้าหนูจะใส่ชุดอะไรอีกล่ะ?”
อันอันยิ้มตาเป็นประกาย ก่อนยกมือแตะปากทำท่าลับสุดยอด “อันขออุบไว้ก่อนค่ะป้า~ ไว้รอลุ้นกันวันศุกร์หน้าเลย รับรองว่าป้าต้องประทับใจแน่นอน!”
พูดจบเธอก็ส่งเงินทอนให้พร้อมรอยยิ้มหวานประจำตัว
“ขอบคุณนะคะป้า แล้วเจอกันใหม่ค่ะ นางฟ้าประจำร้านรอต้อนรับเสมอค่ะ”
คุณป้าหัวเราะเอ็นดูก่อนออกจากร้านไป
อันอันยิ้มแก้มแทบแตก ยืนรับบิลต่ออย่างคล่องแคล่ว เสียงหัวเราะของลูกค้ากับกลิ่นเกี๊ยวหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลทั่วร้านทำให้หัวใจเธอพองโตไปด้วยความสุข เธอยิ้มรับลูกค้าทุกคนอย่างร่าเริง ขยันขันแข็งราวกับพนักงานดีเด่นประจำเดือนของบ้านเกี๊ยวเลยทีเดียว
กว่าลูกค้าจะเริ่มซา จนอันอันมีโอกาสได้นั่งพักก็ล่วงเลยไปกว่าชั่วโมงเต็ม วันนี้เป็นวันเงินเดือนออก จึงมีลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศแวะมาทานกันเป็นกลุ่ม ๆ แน่นร้านตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย
ร้านเกี๊ยวของครอบครัวอันอันขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยกลมกล่อมจนกลายเป็นตำนานย่านนี้ไปแล้ว เมนูเกี๊ยวมีให้เลือกสารพัด ทั้งเกี๊ยวนึ่ง เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวทอด เกี๊ยวซุป เกี๊ยวซอสเปรี้ยวหวาน และเกี๊ยวต้มยำที่เป็นลูกรักของใครหลายคน เรียกได้ว่ากินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ
นอกจากเมนูเกี๊ยวแล้ว ทางร้านยังมีอาหารจานเดียวอย่างข้าวผัด เส้นหมี่ราดหน้าหลากสูตร และของทานเล่นที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง ขนมเปี๊ยะต้นหอมสูตรต้นตำรับจากจีน เสิร์ฟคู่กับ น้ำจิ้มซอสเปรี้ยวสูตรพิเศษ ที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง แถมยังปิดท้ายด้วย เกี๊ยวทอดสูตรดั้งเดิม เมนูยอดฮิตตลอดกาลที่ใครได้ลองก็ติดใจ
“สวัสดีค่า~ ลูกค้ามากี่ท่านคะ?”
อันอันส่งเสียงทักอย่างร่าเริงพลางยิ้มต้อนรับชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา หนึ่งในนั้นสวมแว่นกันแดดกับหน้ากากอนามัยมิดชิด ส่วนอีกคนรูปร่างท้วมดูท่าทางคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก
“เอ๊ะ...พี่โชค!?” อันอันร้องอย่างตกใจ เมื่อจำได้ว่าชายร่างท้วมนั่นคือ พี่โชค ผู้จัดการส่วนตัวของภูผา!
“อ้าว คุณอันอัน! บังเอิญจังเลยครับ ทำงานอยู่ที่นี่เหรอ?”
โชคทักกลับด้วยน้ำเสียงแปลกใจปนดีใจ
อันอันยิ้มแห้งนิด ๆ ก่อนตอบเสียงสดใส “ใช่ค่ะ ร้านนี้เป็นร้านของป๊าอันเอง~ วันนี้แม่ติดธุระ ก็เลยให้อันมาช่วยเก็บตังค์กับรับออเดอร์นิดหน่อยค่ะ”
“อ๋อ~ แบบนี้นี่เอง ถึงว่า...ปกติพวกเรามาบ่อยนะครับ แต่ไม่เคยเจอคุณอันเลย”
พี่โชคหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสริม “ร้านนี้เป็นร้านโปรดของซันเลยนะครับ วันนี้งานเสร็จนิดหน่อยเลยมาช่วงนี้ ปกติจะมาช่วงสาย ๆ แล้วจะเจอคุณลุงใจดีเจ้าของร้านทุกครั้ง”
“อ๋อ~ ส่งสัยเป็นป๊าอันน่ะค่ะ ท่านจะมาดูร้านตั้งแต่เปิดเลย ปกติแม่ก็จะมาช่วยด้วย แต่วันนี้แม่ติดธุระเลยให้อันมาแทนค่ะ”
เธอพูดพลางยิ้มสดใสตามสไตล์ “โชคดีจังเลยนะคะที่ได้เจอกัน! เชิญนั่งเลยค่ะ เลือกโต๊ะตามสบายเลย~”
พูดจบ อันอันก็ผายมือเชิญทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ก่อนถือเมนูเดินตามไปอย่างคล่องแคล่วเพื่อรับออเดอร์
ทั้งสองเลือกนั่งที่โต๊ะประจำ มุมในสุดของร้าน...โต๊ะที่ค่อนข้างเงียบและเป็นมุมที่ลูกค้าขาประจำชอบนั่งกัน
ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินนำหน้าไปก่อนนั่งลง และค่อย ๆ ถอดหน้ากากอนามัยกับแว่นกันแดดออก...
ภูผา
อันอันชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นตาที่เธอเจอสัปดาห์ละครั้ง เธอแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง แต่ก็พยายามยิ้มตามมารยาทของลูกสาวเจ้าของร้านที่ดี (แม้ในใจจะร้อง “โลกมันกลมเกินไปแล้ววว!” ก็ตาม)
ภูผาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอแว่บหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่ติดนุ่ม
“ขนมเปี๊ยะต้นหอม เกี๊ยวทอดซอสเห็ดทรัฟเฟิล แล้วก็บะหมี่แห้งราดซอสเสฉวนครับ”
พูดจบก็เงียบไป ไม่ได้เปิดเมนูด้วยซ้ำ ราวกับจำได้ขึ้นใจว่าร้านนี้ขายอะไรอร่อยบ้าง
ส่วนพี่โชคที่นั่งข้าง ๆ ก็ยิ้มพลางเปิดเมนูสั่งเสริม “งั้นผมเอาเกี๊ยวนึ่งกับข้าวผัดหมูทอดครับ”
อันอันรีบจดออเดอร์พร้อมทวนเสียงสดใส
“สรุปว่ามีขนมเปี๊ยะต้นหอม เกี๊ยวทอดซอสเห็ดทรัฟเฟิล บะหมี่แห้งราดซอสเสฉวน เกี๊ยวนึ่ง แล้วก็ข้าวผัดหมูทอดนะคะ ส่วนเครื่องดื่มมีชามะลิยูซุกับชาอู่หลงลิ้นจี่นะคะ เดี๋ยวอันรีบให้ทางครัวจัดให้ด่วนเลยค่ะ!”
พูดจบเธอรีบหมุนตัวเข้าไปในครัว ยื่นใบออเดอร์ให้ลูกจ้าง พร้อมตะโกนเสียงใส
“โต๊ะในสุดค่า ด่วนเลยนะ!”
จากนั้นก็เทชาจีนเย็นใส่ถ้วยเซรามิกสองแก้ว แล้วรีบยกไปเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่ว
“ระหว่างรออาหาร จิบชาจีนไปก่อนนะคะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่ม เรียกอันได้เลยค่ะ~”
เธอยิ้มหวานส่งให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว
ภูผายกแก้วชาขึ้นจิบเบา ๆ กลิ่นหอมของชาจีนแตะจมูกอย่างคุ้นเคย เขาเหลือบตามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินไปประจำที่เคาน์เตอร์
ไม่อยากจะเชื่อเลย...ร้านโปรดที่เขาแวะมากินบ่อย ๆ จะเป็นร้านของครอบครัวยัยเตี้ยตาโตนี่เอง
เขายิ้มบาง ๆ กับตัวเองอย่างห้ามไม่อยู่
“วันนี้ไม่ได้แต่งหน้า...แต่ก็ดูสดใสดีนี่นา”
สายตาเขายังคงมองตามเธอไปเรื่อย ๆ
แปลกจริง... เมื่อวานยังเถียงกันในรายการจนคนดูแทบปวดกราม แต่พอมาเจอกันอีกทีในร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงรู้สึกเหมือนเจอคนคุ้นเคยที่คิดถึงก็ไม่รู้
หัวใจเขากลับรู้สึก...อุ่นอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย โชคก็ลุกขึ้นเดินมาที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระค่าอาหาร ส่วนภูผายังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ค่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดกลับอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างเงียบ ๆ (แต่ดูเท่จนลูกค้าสาวโต๊ะข้าง ๆ เหลียวตามกันเป็นแถว)
“แล้วเจอกันวันศุกร์หน้านะครับ น้องอัน~”
โชคพูดพร้อมรอยยิ้มสดใส “ซันเขาได้รับสคริปต์เทปหน้าแล้ว พี่กำชับให้ท่องจนขึ้นใจเลย รับรองไม่มีเหตุการณ์ประหลาดใจอีกแน่นอนครับ!”
อันอันยกมือไหว้พลางยิ้มหวาน “แล้วพบกันค่ะ พี่โชค~ แต่…”
เธอทำตาเป็นประกาย ก่อนหัวเราะคิก “อันว่าน่าจะมีเหตุการณ์ประหลาดใจแน่ ๆ ค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า~”
เสียงหัวเราะใส ๆ ของเธอดังตามหลังพี่โชคที่กำลังเดินออกจากร้านไป
และถ้าภูผาได้ยิน…เขาคงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแน่ ๆ เพราะคำว่า “เหตุการณ์ประหลาดใจ” จากปากของยัยเตี้ยตาโตนั่น มักจะหมายถึงอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยคาดเดาได้เลยจริง ๆ
...
ศุกร์หรรษา (สำหรับอันอัน) ก็เวียนกลับมาอีกครั้ง!
แสงไฟบนเวทีค่อย ๆ สว่างขึ้น เสียงดนตรีประกอบแนวเทพนิยายดังคลอเบา ๆ ทั่วสตูดิโอ
กล้องแพนไปยังหญิงสาวในชุดฟูฟ่องระยิบระยับราวเจ้าหญิงในนิทาน
“สวัสดีค่า~ ท่านผู้ชม ดิฉัน...ซินเดอเรลล่าอันอันค่ะ!”
เธอกล่าวเสียงใส พลางหมุนตัวช้า ๆ ให้กระโปรงพองลอยอย่างน่ารัก พร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำให้เสียงปรบมือดังสนั่นทั่วสตูฯ
“และ...เจ้าชายขี่ม้าขาวของเรา...คุณซันซันค่า!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นแทบจะทันทีที่ภูผาเดินออกมาจากหลังเวที เพราะ “เจ้าชายภูผา” ของเรา มีม้ากระดาษครอบช่วงเอวไว้ทั้งตัว!
แถมม้ากระดาษตัวนั้นยังขยับตามจังหวะขาได้จริง ๆ หูม้าเด้ง ๆ หางสะบัดเป็นประกายกลิตเตอร์วิบวับสะท้อนแสงไฟจนตาพร่า
อันอันเห็นภาพนั้นก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ “วันนี้...คุณภูผาพาม้าคู่ใจมาออกเวทีด้วยนะคะ~”
ภูผาเหลือบมองเธอเล็กน้อยก่อนหันหน้ากลับไปข้างหน้า สายตานิ่งเรียบ เสียงขรึมเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“คุณอันอัน...อยู่ไหนครับ?”
เขาหันมองไปรอบเวทีอย่างตั้งใจ ทำท่าเหมือนมองไม่เห็นหญิงสาวข้างตัวอย่างจงใจสุด ๆ
อันอันทำตาโต ปากงอนนิด ๆ “อันอันอยู่ตรงนี้ค่ะ เจ้าชาย~”
เธอเขย่งตัวขึ้นพร้อมโบกมือให้ชายหนุ่มเห็นอย่างเอิกเกริก
ภูผาทำสีหน้าเหมือนเพิ่งเห็นเป้าหมายและก้มหน้าลงก่อนจะเอ่ยว่า “อ้อ...อยู่ตรงนี้เอง สวัสดีครับ คุณอันอัน~”
อันอันอ้าปากค้าง ตาโตอย่างตกตะลึงกับคำพูดนั้น
ในหัวเธอแทบจะมีเปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นมาในทันที
อีตานี่! หาว่าฉันเตี้ยอีกแล้วใช่ไหม!?
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังยิ้มหวานกลบเกลื่อนต่อหน้ากล้อง มือกำแน่นข้างลำตัวอย่างหมั่นเขี้ยวสุดฤทธิ์
รอดูเถอะคุณเจ้าชายขี่ม้ากระดาษ...เดี๋ยวซินเดอเรลล่าคนนี้จะหาทางเอาคืนให้สาสม!
เสียงหัวเราะของผู้ชมระเบิดขึ้นทันที ทีมงานหลังกล้องก็แอบขำกันคิกคัก
หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ผลัดกันแซวกันไปมาตลอดรายการไม่เว้นจังหวะ
ทุกครั้งที่ภูผาขยับ เสียงกรอบแกรบ ๆ ของม้ากระดาษก็ดังขึ้นเป็นจังหวะประกอบ ทำเอาคนดูขำกลิ้งกันทั้งสตูฯ
อันอันพยายามพูดต่อทั้งที่ไหล่สั่นจากการกลั้นหัวเราะ ส่วนภูผาก็ทำหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ยกเว้นหูที่เริ่มแดงเรื่อจนกล้องซูมจับได้พอดี
บรรยากาศบนเวทีเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทั้งสองคน
จนเมื่อเทปจบลง ทั้งอันอันและภูผาก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
เหมือนจะรู้กันโดยไม่ต้องพูดว่า...
“คู่กัดประจำรายการ” ของวันนี้ ได้กลายเป็น “คู่ขวัญขวัญใจคนดู” ไปโดยสมบูรณ์แล้ว
หลังงานคอนเสิร์ต กระแสของเพลง “อันอันฉันรักเธอ” ยังคงแรงต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงให้ปล่อยเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดังขึ้นแทบทุกช่องทาง ทว่า ภูผากลับตัดสินใจไม่ปล่อยเพลงอย่างเป็นทางการ เขาเลือกให้ทีมงานตัดคลิปการแสดงจากคอนเสิร์ตและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของบริษัทเท่านั้น เพื่อเก็บความหมายของเพลงนี้ไว้ในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวขณะเดียวกัน ภูผายังคงมุ่งมั่นกับการทำงานเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เขาทำร่วมกับวง หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนจะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง บางคนตัดสินใจอยู่ทำงานเบื้องหลังกับบริษัทของภูผาต่อ บางคนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หรือนักแสดงทางฝั่งอันอันเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน หญิงสาวทุ่มเวลาให้กับการเปิดสาขาใหม่ของร้านน้ำชา ทำให้ต้องลดบทบาทในการดูแลร้านอาหารที่เปิดไว้ในห้าง พี่ ๆ ของอันอันจึงตัดสินใจยกระดับการบริหาร ด้วยการจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแต่ละสาขา รวมถึงสาขาในห้าง เพื่อให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดภาระของทุกคนลงสองเดือนหลังจบคอนเสิร์ตของภูผา เจ๊หวานก็ให้กำเนิดลูกชาย ทำให้โชคมีโอกาสได้ใช้เ
หลังจากงานแฟนมีตติ้งผ่านไปไม่นาน แฟนคลับของอันอันที่ได้ไปร่วมงานต่างพากันโพสต์ภาพของที่ระลึกจากงานลงบนโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ส่งผลให้แฟนคลับที่พลาดโอกาสไม่ได้ไปร่วมงานต่างพากันอิจฉาและบ่นเสียดายกันระงม หลายคนถึงกับออกปากว่าอยากได้ของที่ระลึกเหล่านั้นบ้าง แม้จะต้องซื้อก็ตามของที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือพวงกุญแจตุ๊กตาผ้าสองตัว...นางฟ้ามีปีกและนกเพนกวิน...ซึ่งถูกพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยส่งข้อความไปยังบริษัทของภูผาและอันอัน แสดงความต้องการให้ผลิตตุ๊กตาเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแน่นอนว่าเจ๊หวานไม่พลาดโอกาสดีเช่นนี้ นอกจากจะมองเห็นศักยภาพทางการตลาดแล้ว เธอยังเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวเขาที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยอีกด้วย เจ๊หวานจึงปรึกษากับอันอันและแม่ของอันอันว่า น่าจะลองผลิตพวงกุญแจเหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แฟนคลับที่สนใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านน้ำชาของอันอัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแฟน ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้นแม่ของอันอันเห็นด้วยทันที และอาสารับหน้าที่เป็นแม่งาน ดูแลทั้งเรื่องการสั่งผลิตและการออกแบบ เมื่อได้
โพสต์ของภูผาและอันอันบนบัญชีโซเชียลสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนคลับอย่างล้นหลาม ทั้งคู่เลือกใช้ถ้อยคำเรียบง่าย งดงาม และถ่อมตน เขียนขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลและเคียงข้างกันอย่างดีที่สุดยิ่งเมื่อมีคำประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับให้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับความรักของศิลปินทั้งสอง กระแสตอบรับก็ยิ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มครอบครัวของอันอันเองก็ได้เห็นถึงความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความเอาใจใส่ที่ภูผามีต่อเธอมาโดยตลอด จึงไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ต่อการคบหาครั้งนี้ ตรงกันข้าม กลับยอมรับชายหนุ่มเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วทางฝั่งครอบครัวของภูผาก็ไม่ต่างกัน พ่อแม่ของเขาเอ็นดูอันอันราวกับลูกสาวแท้ ๆ จนบางครั้งภูผาอดแซวไม่ได้ว่า ดูเหมือนพ่อแม่จะรักอันอันมากกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีก คำพูดนั้นทำเอาคุณแม่ของภูผาต้องหยิกแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของทุกคนสำหรับภูผาและอันอัน ทั้งสองต่างให้คำมั่นกับหัวใจของตัวเองว่าจะทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม พวกเขาสัญญาว่าจะใส่ใจ ดู
ร้านน้ำชาของอันอันเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ อันอันไม่ต้องการแย่งความโดดเด่นใด ๆ จากร้านเสื้อของภูผาที่อยู่ติดกัน เธอเชื่อว่าการเปิดควบคู่กันเช่นนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่อยากแวะพัก นั่งพูดคุย หรือพบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศเรียบง่าย และมีพื้นที่ให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจประกอบกับเครื่องดื่มและของว่างของร้านที่รสชาติดีเกินคาด ทำให้ในเวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้าแถวต่อคิวยาวออกไปนอกร้าน อันอันจึงตัดสินใจนำระบบจองคิวหน้าร้านมาใช้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและของว่างล่วงหน้า รวมถึงชำระเงินล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อออเดอร์เสร็จเรียบร้อย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน ลดความแออัดหน้าร้าน และยังช่วยป้องกันปัญหาการหากินกับการจองคิว ซึ่งมักทำให้ลูกค้าตัวจริงเสียโอกาสไปโดยไม่จำเป็นป๊าและแม่ของอันอันมักจะแวะมาที่ร้านน้ำชาแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง และอันอันก็มักจะจัดเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ให้ท่านทั้งสองเสมอ พ่อแม่ของเธอบอกว่าการได้มานั่งที่ร้านทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เพราะได้เห็นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ
ภูผานั่งคุยกับอันอันต่อ หลังจากที่เจ๊หวานกับโชคขอตัวไปทำธุระส่วนตัวด้วยกันก่อน“พี่ซันรู้นานแล้วใช่ไหมคะ เรื่องเจ๊หวานกับพี่โชค”อันอันเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยปนอยากรู้“พี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานเท่าไหร่ครับ” ภูผายิ้มบาง ๆ“แค่พี่โชคเป็นคนสังเกตง่าย พี่เลยพอจะรู้แบบอ้อม ๆ แล้ววันนั้นที่ไปเลี้ยงส่งท้ายปีที่บ้านอัน ทั้งพี่โชคกับเจ๊หวานก็มีท่าทีแปลก ๆ พี่เลยเริ่มจับตาดู”“ยังไงเหรอคะ”“ปกติเจ๊หวานจะคุยเก่งมาก แต่วันนั้นเงียบผิดปกติ ส่วนพี่โชคก็ชอบนั่งข้างเจ๊หวานตลอด แต่วันนั้นกลับขอให้พี่นั่งคั่นกลาง”“จริงด้วยค่ะ” อันอันพยักหน้า“วันนั้นอันก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีอะไรไม่ปกติแน่ ๆ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ“จริง ๆ พี่โชคชอบเจ๊หวานมานานแล้วล่ะครับ ที่บ้านคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวตั้งหลายรอบก็ไม่ยอมไป พอมีคนจะช่วยแนะนำสาวให้รู้จัก ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน พี่โชคก็บอกว่าไม่ใช่สเปค”“อันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ” อันอันหัวเราะตาม“แต่เจ๊หวานเอาใจใส่พี่โชคมากจริง ๆ นะคะ มีอะไรก็โทรหาพี่โชคก่อนเสมอ จะซื้อของกินหรือของใช้อะไร ก็เผื่อพี่โชคตลอด”เธอส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง“อันซื่อบื้อเองที่ไม่ทันสังเกต แต่พี่ซันดูออกไวจริง ๆ”“ก
อันอันนั่งคุยวิดีโอคอลกับภูผาไปด้วย พร้อมกับก้มหน้าตรวจบัญชีร้านไปพลาง สายตาไล่ดูตัวเลขอย่างตั้งใจแต่สีหน้ากลับงอนนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“ดูสิคะ” เธอบ่นเสียงอ่อน“ตอนนี้คลิปตอนพี่ซันกับอันจัดรายการเพลงเมื่อหลายปีก่อนขึ้นเต็มฟีดไปหมดเลยค่ะ ทั้งป๊าทั้งแม่ก็เปิดดู แถมเจ๊หวานยังหัวเราะใส่อันทุกครั้งที่มีคลิปใหม่โผล่มาอีก”อันอันทำหน้าเหมือนถูกจับได้“บอกกันใหญ่ว่าตอนนั้นอันตัวเตี้ย แถมแก้มเยอะ แล้วก็ชอบแกล้งพี่ซันอีกต่างหาก”“ตอนนั้นพวกเราก็แสบกันทั้งคู่นั่นแหละ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ ผ่านหน้าจอ“อันแกล้งพี่ก่อน พี่ก็เลยต้องตั้งรับ แล้วก็แกล้งกลับบ้างสิ”“มันคือการฝึกสกิลต่างหากค่ะ”อันอันรีบเถียง ทำเสียงจริงจังปนขำ“ตอนนั้นพี่ซันทำหน้าเครียดใส่อันตลอดเลย อันก็แค่คิดว่า…จะทำยังไงให้พี่ซันยิ้มบ้าง”เธอเงยหน้าขึ้นมองจอ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ“ดูสิคะ สุดท้ายกลายเป็นอันโดนแกล้งกลับซะเอง”เสียงหัวเราะเบา ๆ ของภูผาดังผ่านลำโพง“ตอนนั้นพี่กำลังเครียดหลายเรื่องจริง ๆ ครับ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ต้องขอบใจอันมากนะ ที่ช่วยดึงพี่ออกมาจากอารมณ์พวกนั้น คำพูดของอันทำให้พี่ได้คิดอะไรหลายอย่างเลย พี่ต้องขอบใจอันจ







