ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว

ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว

last updateLast Updated : 2026-06-07
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลินเยวี่ย" ถูกบังคับแต่งงานกับฉีอ๋องจอมโหด แต่สวามีชิงหนีไปรบตั้งแต่คืนเข้าหอ นางจึงฉวยโอกาสใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ เป็นเศรษฐินีน้อยในจวนอย่างแฮปปี้ถึง 2 ปีเต็ม! ทว่าพอเขากลับมาเหตุใดถึง "กิน"เก่งปานนี้!!!

View More

Chapter 1

บทนำ

×คำเตือนนิยายคอมมิดี้ อาจใช้ศัพท์ยุคปัจจุบันบ้าง ตามสไตล์×

ม้วนราชโองการสีเหลืองทองถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทรงอักษรอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของ เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นโอรสสวรรค์

​"เสด็จพี่! นี่มันหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? สมรสพระราชทานกับบุตรสาวจวนราชครูหลิน? กระหม่อมบอกแล้วว่าไม่แต่ง!" เซียวจิ่นกัดฟันกรอด ข่าวลือเรื่องความงดงามของสตรีตระกูลหลินไม่เคยเข้าหูเขา สิ่งเดียวที่เขารู้คือจวนราชครูเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่พยายามจะยัดเยียดสายลับเข้ามาในจวนของเขา!

​ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยน ปิดหน้าหนังสือที่กำลังอ่าน ค่อยๆ ยกจิบชาอย่างใจเย็น "จิ่นเอ๋อร์ ปีนี้เจ้าอายุยี่สิบหกแล้ว เอาแต่ขลุกอยู่ในค่ายทหารจนตัวจะเหม็นสาบม้าอยู่แล้ว ข้าแค่อยากให้เจ้ามีสตรีดีๆ คอยดูแลเรือนหลัง"

​"ดูแลเรือนหลัง หรือจับตาดูความเคลื่อนไหวของกระหม่อมกันแน่?"

​"อย่าอคตินักเลย รับๆ นางไปเถอะ ถือเสียว่าทำเพื่อข้า" ฮ่องเต้แย้มสรวลกริ่ม "อ้อ ราชโองการประทับตราแล้ว งานแต่งจะมีขึ้นในอีกสามวัน เจ้าเตรียมตัวรับเจ้าสาวด้วยล่ะ"

​เซียวจิ่นกำหมัดแน่นเตรียมจะอาละวาดต่อ ทว่าจังหวะนั้นเอง ขันทีหน้าซีดเผือดก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน

​"ฝ่าบาท! ทูลเสด็จอ๋อง! ม้าเร็วจากชายแดนเหนือแจ้งว่า ชนเผ่าทุ่งหญ้าก่อกบฏ ปล้นสะดมหมู่บ้านพ่ะย่ะค่ะ!"

​ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ กลับเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขายืดอกขึ้นทันที รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก

​"กบฏงั้นรึ? ช่างบังอาจนัก! เสด็จพี่ กระหม่อมทนเห็นราษฎรเดือดร้อนไม่ได้ จะขอปราบกบฏด้วยตัวเองพ่ะย่ะค่ะ!"

​"เดี๋ยว! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ กบฏกลุ่มเล็กๆ ส่งแม่ทัพรองไปก็..." ฮ่องเต้อ้าปากค้าง

​"เรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้ จะละเลยได้อย่างไร กระหม่อมจะนำทัพออกเดินทาง... คืนวันแต่งงาน พ่ะย่ะค่ะ!"

​กล่าวจบ เซียวจิ่นก็สะบัดชายเสื้อเดินอาดๆ ออกจากห้องทรงอักษรไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ฮ่องเต้มองตามตาปริบๆ... เจ้าน้องทรพี! นี่เอ็งหาข้ออ้างหนีเมียชัดๆ!

จวนราชครูหลิน

​ณ จวนราชครูหลิน บรรยากาศมงคลก่อนวันแต่งงานถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องไห้ระงมของฮูหยินใหญ่และใบหน้าเขียวคล้ำของราชครูหลิน

​"หนีไปแล้ว? ลูกทรพี! กล้าหนีตามบัณฑิตยากจนไปก่อนวันแต่งงานเพียงสามวันได้อย่างไร! โทษหลอกลวงเบื้องสูงนี่มันประหารเจ็ดชั่วโคตรเชียวนะ!" ราชครูหลินทุบโต๊ะจนถ้วยชาสะเทือน

​ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ร่างบอบบางของสตรีนางหนึ่งถูกบ่าวไพร่ลากตัวเข้ามากลางโถง หลินเยวี่ย คุณหนูรองลูกอนุที่แทบไม่มีใครจำหน้าได้ กำลังยืนหาวหวอดด้วยความงัวเงีย เพราะเพิ่งถูกปลุกจากการนอนกลางวัน

​"เยวี่ยเอ๋อร์..." ราชครูหลินหันขวับมามองบุตรสาวคนรอง ราวกับเห็นขอนไม้ชิ้นสุดท้าย "เจ้า... เจ้าต้องแต่งเข้าจวนฉีอ๋องแทนพี่สาวเจ้า!"

​หลินเยวี่ยเลิกคิ้ว นางรู้กิตติศัพท์ของ 'ท่านอ๋องปีศาจ' ผู้นั้นดี ใครๆ ก็ลือว่าเขาหน้าตาดุร้าย มีแผลเป็นหน้าเกลียด และฆ่าคนเป็นผักปลา ทว่าแทนที่นางจะร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญเหมือนที่คนทั้งจวนคาดหวัง สมองของสตรีผู้รักสโลว์ไลฟ์กลับประมวลผลอย่างรวดเร็ว

​แต่งให้ฉีอ๋อง? จวนอ๋องรวยมาก อาหารน่าจะอร่อยกว่าเศษข้าวในจวนราชครู ส่วนเรื่องสามีหน้าผี... เขาเป็นถึงแม่ทัพ คงต้องไปออกรบชายแดนบ่อยๆ ไม่ได้อยู่จวนหรอกมั้ง... นี่มันทางหนีออกจากขุมนรกจวนราชครูชัดๆ!

​"ได้เจ้าค่ะ" หลินเยวี่ยรับคำสั้นๆ หน้าตาเฉย

​ราชครูหลินและฮูหยินใหญ่อึ้งกิมกี่... เหตุใดนางถึงยอมง่ายดายปานนี้? หรือว่านางโง่เขลาจนไม่รู้กิตติศัพท์ของฉีอ๋อง? ช่างเถอะ ขอแค่มีคนขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวก็พอ!

​[ฉากที่ 3: เรือนหอจวนฉีอ๋อง - จุดพลุฉลองในใจ]

​คืนวสันต์มีค่าดั่งทองคำ... ทว่าในห้องหอของจวนฉีอ๋องกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงเทียนมงคลที่แตกปะทุ

​หลินเยวี่ยในชุดเจ้าสาวสีแดงสด นั่งตัวตรงแหน่วอยู่บนเตียงจนคอแทบเคล็ด หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง แต่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ยังไม่มีใครมาเปิดเสียที

​จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นหน้าประตู พ่อบ้านสวี ชายชราผู้ดูแลจวนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขายืนนิ่งอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

​"พะ... พระชายาพ่ะย่ะค่ะ ทูลพระชายา... ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องควบม้าออกจากเมืองหลวง นำทัพไปปราบกบฏที่ชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

​พ่อบ้านสวีหลับตาปี๋ เตรียมใจรับฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญและเสียงปาข้าวของทำลายห้องหอของสตรีที่ถูกทิ้งในคืนแต่งงาน

​แต่... ทุกอย่างกลับเงียบกริบ

​พรึ่บ!

​มือเรียวขาวผ่องเอื้อมไปกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงออกด้วยตัวเอง เผยให้เห็นใบหน้างดงามสะคราญโฉมที่ไม่ได้มีคราบน้ำตาแม้แต่หยดเดียว กลับกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว

​"ไปชายแดนแล้ว? ไม่กลับมาแล้วใช่หรือไม่?" หลินเยวี่ยถามเสียงใส

​"พะ... พ่ะย่ะค่ะ การศึกยืดเยื้อ เกรงว่าคงอีกเป็นปี" พ่อบ้านสวีตอบตะกุกตะกัก

​"ยอดเยี่ยม!" หลินเยวี่ยตบมือฉาดใหญ่ นางลุกพรวดขึ้นจากเตียง ถอดรัดเกล้ามงคลหนักอึ้งโยนทิ้งไปข้างเตียง ก่อนจะพุ่งตรงไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารมงคลและขนมมงคล

​"พ่อบ้านสวี พรุ่งนี้สั่งคนให้มารื้อลานหน้าเรือนหลังทีนะ ข้าจะปลูกผัก! อ้อ แล้วสั่งห้องครัวด้วยว่าข้าอยากกินเป็ดย่างสองตัว! ไปชายแดนงั้นหรือ... ขอให้ไปนานๆ ไม่ต้องรีบกลับมาเลยยิ่งดี!"

​พ่อบ้านสวีอ้าปากค้าง มองพระชายาที่กำลังแทะขาเป็ดมงคลอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความงุนงง... จวนอ๋องของพวกเขา ได้ต้อนรับตัวประหลาดอันใดเข้ามากันเนี่ย!?

​[เรือนหลัง จวนฉีอ๋อง - อาณาจักรส่วนตัวของหลินเยวี่ย]

​กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงสองปีเต็ม ทว่าจวนฉีอ๋องกลับไม่เคยหลุดพ้นจากความเงียบเหงา... นั่นคือสิ่งที่คนภายนอกคิด!

​ความจริงแล้ว ภายใน ‘เรือนหลัง’ อันเป็นเขตหวงห้าม บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นอาณาจักรสวรรค์ของ หลินเยวี่ย ไปเสียแล้ว จากคุณหนูรองจวนราชครูผู้ถูกลืม นางใช้เวลาสองปีที่สามีไม่อยู่ งัดเอาสินเดิมและเบี้ยหวัดรายเดือนของพระชายา ไปลงทุนเปิดกิจการลับๆ ผ่านนายหน้า ทั้งหอสุรา โรงเตี๊ยม และร้านเครื่องประทินโฉม จนตอนนี้กลายเป็น ‘เศรษฐินีน้อย’ ที่มีตั๋วเงินปึกหนาซุกอยู่ใต้เตียงจนแทบนอนไม่ราบ

​“อืม... เดือนนี้กำไรหอสุราเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ดีจริงๆ”

​ร่างบอบบางในชุดกระโปรงผ้าไหมเนื้อนิ่ม (ที่สั่งทอพิเศษแบบไร้ลวดลายเพราะขี้เกียจดูแลรักษา) นอนเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม มือหนึ่งพลิกดูสมุดบัญชี อีกมือหนึ่งกำลังเกาพุงแมวอ้วนกลมสีส้มที่นอนหงายเงิบอยู่ข้างๆ

​ตลอดสองปีมานี้ นางไม่ได้อยู่เดียวดาย แต่มีบริวารผู้ซื่อสัตย์ถึง 5 ตัว!

​เสี่ยวหลงเปา: แมวขาวลายสลิด ตัวจ่าฝูงจอมหยิ่ง

​หมั่นโถว: แมวขาวล้วน ขี้เซาเป็นที่หนึ่ง

​ถังหูลู่: แมวสามสีจอมประจบ

​หมูสามชั้น: แมวส้มจอมตะกละ (ตัวที่กำลังโดนเกาพุง)

​ไข่พะโล้: แมวดำตาสีเหลืองอำพัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับหนู(และขโมยปลา)

​"ชิงชิง วันนี้อากาศดี คืนนี้ข้าจะไปแช่น้ำพุร้อนเสียหน่อย เตรียมเสื้อผ้าให้ด้วยนะ" หลินเยวี่ยหันไปสั่งสาวใช้คนสนิท

​"พระชายา! บ่อน้ำพุร้อนนั่นเป็นของหวงของท่านอ๋องนะเจ้าคะ ถ้ามีใครมาเห็นเข้า..." ชิงชิงหน้าซีด

​"โธ่เอ๊ย ท่านอ๋องของเจ้าป่านนี้คงกินทรายอยู่ชายแดนกระมัง จวนนี้ไม่มีใครกล้าขัดใจข้าหรอก บ่อน้ำพุร้อนดีๆ ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียของเปล่าๆ ข้ายึดเป็น 'สปาส่วนตัว' มาตั้งปีกว่าแล้ว จะมากลัวอะไรตอนนี้เล่า" หลินเยวี่ยโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะอุ้มเจ้าหมูสามชั้นขึ้นมา "ไปลูก ไปตกปลาหลีฮื้อหางทองที่สระหลังจวนมากินกันดีกว่า!"

​[เรือนหน้า จวนฉีอ๋อง - การกลับมาของจอมมาร]

​ในขณะที่เรือนหลังกำลังเตรียมตัวย่างปลา หน้าประตูจวนฉีอ๋องกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด

​กองทหารม้าเกราะเหล็กควบตะบึงฝ่าฝุ่นควันมาหยุดลงที่หน้าจวน บุรุษผู้สวมชุดเกราะสีนิลกระโดดลงจากหลังม้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของ เซียวจิ่น เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตาดุดันกลับเปล่งประกายอำนาจจนบ่าวไพร่ต้องคุกเข่าหมอบกราบ

​สองปีเต็มที่เขาปราบกบฏจนราบคาบ ในที่สุดก็ถึงเวลากลับมาพักผ่อนเสียที

​"ทูลท่านอ๋อง จะให้บ่าวไปแจ้งพระชายาที่เรือนหลังหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ว่าท่านอ๋องเสด็จกลับมาแล้ว" พ่อบ้านสวีรีบเข้ามารายงาน

​เซียวจิ่นขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'พระชายา' ภาพสตรีจืดชืด เจ้าน้ำตา และน่ารำคาญจากจวนราชครูผุดขึ้นมาในหัว

​"ไม่ต้อง! สั่งคนปัดกวาดห้องหนังสือ ข้าจะพักที่นั่น ห้ามใครจากเรือนหลังเข้ามารบกวนข้าเด็ดขาด หากนางมาร้องไห้คร่ำครวญหน้าเรือน ก็จับโยนกลับไปเสีย!"

​สั่งความเสร็จ แม่ทัพหนุ่มก็สะบัดชายเสื้อเดินหนีไปทางหลังจวนทันที เขาต้องการความเงียบสงบ และที่เดียวในจวนที่ร่มรื่นพอจะให้เขางีบหลับได้ก็คือ 'ศาลาริมสระบัว'

​เซียวจิ่นเอนกายพิงต้นหลิวใหญ่ริมสระบัว หลับตาลงหมายจะพักสายตา ทว่าจู่ๆ กลิ่นหอมฉุยของเนื้อปลาไหม้เกรียมผสมเครื่องเทศก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับเสียงแมวร้อง 'เมี้ยวๆ' ดังประสานกัน

​ชายหนุ่มลืมตาขึ้น คิ้วกระบี่ขมวดเข้าหากัน เมื่อมองลอดผ่านพุ่มไม้ไป เขาก็เห็นภาพที่ทำให้ต้องขยี้ตา

​สตรีนางหนึ่งสวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายไร้เครื่องประดับ (แต่เนื้อผ้าดูนุ่มสบายผิดปกติ) กำลังนั่งย่างปลาอยู่ริมสระ โดยมีแมวอ้วนห้าตัวนั่งล้อมวงส่งสายตาปิ๊งๆ รอคอยอาหาร นางฉีกเนื้อปลาชิ้นโตเข้าปากตัวเอง ก่อนจะโยนเศษที่เหลือให้พวกแมว

​‘ปลาหลีฮื้อหางทองที่ฮ่องเต้ประทานให้ข้า... นางเอามาย่างกินกับแมวรึ!?’

​เซียวจิ่นก้าวพรวดออกจากพุ่มไม้ทันที เสียงฝีเท้าของเขาทำให้หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว นางหันขวับมามองพร้อมกับเจ้าหมูสามชั้นที่พองขนฟู่

​หลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สแกนบุรุษตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า... รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาบาดใจ แต่สวมชุดสีพื้นเรียบๆ ดูไม่มีสง่าราศีของขุนนาง แถมยังมีรอยเปื้อนฝุ่นดินเหมือนคนเพิ่งเดินทางไกล

​‘องครักษ์ปลายแถวแน่ๆ สงสัยจะถูกเกณฑ์ไปรบเพิ่งกลับมาล่ะสิ น่าสงสารนัก หน้าตาก็ดี ไม่น่าเกิดมาต้อยต่ำเลย’ นางสรุปในใจ

​ส่วนเซียวจิ่นเมื่อเห็นใบหน้ากระจ่างใสที่ไร้เครื่องสำอาง ทว่ากลับงดงามจนแทบสะกดลมหายใจ เขาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะมองเสื้อผ้าเรียบๆ และกิริยาแทะปลาอย่างไม่ห่วงสวยของนาง

​‘แต่งตัวซอมซ่อ แอบขโมยปลากิน... คงเป็นญาติผู้น้อยสายรองของจวนราชครู ที่พระชายาพามาเป็นสาวใช้กระมัง’

​"เจ้าเป็นใคร? เหตุใดมาทำลับๆ ล่อๆ แถวนี้?" เซียวจิ่นตีหน้าขรึม ถามเสียงดุ

​หลินเยวี่ยไม่สะทกสะท้าน นางยักไหล่แล้วยื่นปลาย่างอีกไม้ไปตรงหน้าเขา "ข้าเป็นญาติห่างๆ ของพระชายาน่ะ อาศัยใบบุญอยู่ที่เรือนหลัง เจ้าล่ะ? ดูทรงแล้วน่าจะเป็นองครักษ์ที่เพิ่งกลับจากชายแดนใช่หรือไม่? มาๆ มากินปลาด้วยกันเถอะ ข้าเลี้ยงเอง ถือเสียว่าเป็นค่าปิดปากเรื่องข้าตกปลา"

​เซียวจิ่นมุมปากกระตุก... นางกล้าเอาปลาของเขา มาติดสินบนเขา!

​แต่ด้วยความหิวที่สะสมมาจากการเดินทาง ชายหนุ่มจึงทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม รับปลามาถือไว้ ท่ามกลางสายตาอาฆาตของแมวทั้งห้า

​"เจ้า... ไม่กลัวท่านอ๋องลงโทษหรือ? สระบัวนี้เป็นเขตหวงห้าม" เซียวจิ่นแสร้งถาม ลอบสังเกตกิริยาของนาง

​"โอ๊ย ท่านอ๋องปีศาจนั่นน่ะหรือ?" หลินเยวี่ยหัวเราะคิกคัก กลอกตามองบน "ป่านนี้คงบ้าอำนาจไล่ฟันคนอยู่ชายแดนกระมัง ข้าล่ะภาวนาให้เขาอยู่ที่นั่นไปตลอดกาล จวนนี้จะได้สงบสุข! เจ้าก็คิดเหมือนกันใช่หรือไม่ล่ะ บุรุษหน้าตาดุร้าย แถมยังบ้าสงครามพรรค์นั้น สตรีที่ไหนจะอยากอยู่ใกล้!"

​เซียวจิ่นคิ้วกระตุกกึกๆ... เขากำลังโดนสตรีแปลกหน้าด่าทอฉอดๆ ต่อหน้าต่อตา!

​"เจ้าเป็นแค่ญาติผู้น้อย ระวังปากไว้บ้าง!" เขาเถียงเสียงแข็ง "ท่านอ๋องออกจะเก่งกาจ รูปงาม... ผิดกับพระชายาของเจ้าต่างหาก! ข้าได้ยินมาว่านางทั้งจืดชืด น่าเบื่อ แถมยังเอาแต่ใจ ใครแต่งด้วยถือว่าสวรรค์ลงโทษชัดๆ!"

​"นี่เจ้า!" หลินเยวี่ยถลึงตาใส่ กำไม้เสียบปลาแน่น "เจ้าองครักษ์ตาถั่ว! พระชายาน่ะทั้งงดงาม ฉลาดเฉลียว จิตใจดีงามราวกับพระโพธิสัตว์! เจ้าอย่ามาใส่ความนางนะ!"

​"ถ้าจิตใจดีจริง เหตุใดถึงปล่อยให้ญาติผู้น้อยเช่นเจ้าต้องมานั่งขโมยปลากินคลุกฝุ่นเช่นนี้เล่า? รังแกคนชัดๆ!" เซียวจิ่นโต้กลับอย่างไม่ลดละ

​"เจ้า...!" หลินเยวี่ยโมโหจนหน้าแดง นางสูดหายใจลึก พยายามหาข้ออ้างมาข่มองครักษ์ปากแจ๋วตรงหน้า "เจ้าไม่รู้อะไร! พระชายาน่ะใจดีที่สุด นางถึงขั้นอนุญาตให้ข้าไปแช่ 'บ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวของท่านอ๋อง' ทุกคืนเลยด้วยซ้ำ! สบายตัวจะตายไป ท่านอ๋องของเจ้ามีปัญญาให้สิทธิพิเศษแบบนี้กับเจ้าหรือไม่เล่า!"

​ปึ้ด!

​เสียงเส้นความอดทนของแม่ทัพหนุ่มขาดผึง เซียวจิ่นเบิกตากว้าง จ้องมองสตรีตรงหน้าราวกับเห็นผี

​"เจ้า... เจ้าลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนของ... ของท่านอ๋องงั้นรึ!?" น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า ไม่ใช่เพราะโกรธ... แต่เพราะจินตนาการบ้าๆ บางอย่างมันดันแทรกเข้ามาในหัวกะทันหัน!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทพิเศษ
​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์แผ่รังสีอำมหิตใส่กองฎีกาและแม่ทัพรองที่เรือนหน้า เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองและลูกน้องว่า ‘ข้าแค่ไปตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีวิปลาสผู้นั้นจะเผาจวนของข้า’ ทว่าในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังที่ต้องต่อแถวซื้อยาวเหยียดติดมาด้วยเสมอ ​ส่วนหลินเยวี่ย พอเห็นหน้าองครักษ์หนุ่ม นางก็มักจะเปิดฉากจิกกัดเรื่องที่เขาเป็นลูกน้องผู้โง่งม สวามิภักดิ์ต่อ ‘ท่านอ๋องปีศาจไร้หัวใจ’ ก่อนจะจบลงด้วยการแบ่งปลาย่างหรือมันเผาให้เขาครึ่งหนึ่ง แล้วนั่งแคร่ปรับทุกข์ (ซึ่งก็คือนินทาเจ้านาย) กันอย่างออกรสออกชาติ นานวันเข้า ความผูกพันก็เริ่มก่อตัวลึกซึ้ง บุรุษและสตรีที่เข้าขากันได้ดีประดุจปี่กับขลุ่ย กลับต้องเก็บซ่อนความรู้สึกกระวนกระวายใจไว้ลึกสุดหน้าอก ​จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในปลายฤดูสารท... ​อากาศเริ่มเย็นลง แสงจันทร์กระจ่างสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำ คืนนี้หลินเยวี่ยแอบนำ ‘สุราดอกท้อ’ รสเลิศที่ขโมยมาจากห้องเก็บเสบียงเรือนหลังมานั่งจิบที่ศาลาริมน้ำ แน่นอนว่าองครักษ์คู่บุญของนางก็มาร่วมวงด้วย ​"นี่ ดื่มสิ! ส
last updateLast Updated : 2026-06-05
Read more
บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต
​หลังจากวันแรกที่ปะทะฝีปากกันริมสระบัว ความสัมพันธ์ของ ‘องครักษ์ปลายแถว’ และ ‘ญาติผู้น้อยจวนราชครู’ ก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด (และประหลาดล้ำ) ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์ใส่กองฎีกาที่เรือนหน้า เริ่มหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองว่า ‘ข้าแค่มาตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีผู้นั้นจะเผาจวน’ แต่ในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังติดมาด้วยเสมอ ​ส่วนหลินเยวี่ย พอเห็นหน้าเขา นางก็มักจะเปิดฉากจิกกัดเรื่องที่เขาเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของท่านอ๋องปีศาจ ก่อนจะจบลงด้วยการแบ่งของกินให้ และนั่งปรับทุกข์ (นินทาเจ้านาย) กันอย่างออกรสออกชาติ นานวันเข้า ความผูกพันก็เริ่มก่อตัวลึกซึ้ง บุรุษและสตรีที่เข้าขากันได้ดีประดุจปี่กับขลุ่ย กลับต้องเก็บซ่อนความรู้สึกกระวนกระวายใจไว้ลึกสุดหน้าอก ​เซียวจิ่นอยากจะคว้าสตรีตรงหน้ามากอดจูบให้รู้แล้วรู้รอด แต่คำว่า ‘ข้ามีพระชายาอยู่แล้ว’ ก็ค้ำคอจนแทบกระอักเลือด ส่วนหลินเยวี่ยก็แอบปวดใจที่ตัวเองดันไปหลงรักองครักษ์หนุ่ม ทั้งที่ยังมีป้าย ‘สตรีมีสวามี’ แขวนแปะหน้าผาก ​ ​[ณ บ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวของท่านอ๋อง] ​ไอน้ำสีขาวขุ่นลอยม้วน
last updateLast Updated : 2026-06-05
Read more
บทที่2 คือเข้าหอ
​ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ​"อื้อ..."​หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทว่าเมื่อผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสกันภายใต้ผิวน้ำที่ร้อนผ่าว เรี่ยวแรงของนางกลับเหือดหายไปเสียดื้อๆ กลายเป็นว่านางกำลังวางมือทาบทับอยู่บนอกแกร่งที่หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงไม่แพ้กัน​เมื่อเห็นว่าลูกแมวในอ้อมแขนเริ่มหมดลมหายใจ แม่ทัพหนุ่มจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย นัยน์ตาหงส์ที่เคยเยือกเย็น บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนสระน้ำมรกตแทบเดือดพล่าน​"ท่านอ๋อง... อ๊ะ... ปล่อยข้านะ..." นางเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบจมูกโด่งที่ซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของนางราวกับสุนัขป่าดมกลิ่นเหยื่อ​"ปล่อย? สตรีปากดีที่ด่าทอข้าทุกวันว่าแก่ อัปลักษณ์ และไร้น้ำยา บัดนี้มาเปลื้องผ้าแช่น้ำอยู่ในบ่อของข้า... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ หรือ ฮูหยิน?"​เสียงทุ้มพร่ากระ
last updateLast Updated : 2026-06-05
Read more
ตอนที่ 3 สวามีหน้าหนา
​แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างฉลุลายเข้ามาในห้องนอนเรือนหลัง ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเตากลับไม่อาจซึมซับความสดใสของเช้าวันใหม่ได้เลยแม้แต่น้อย ​หลินเยวี่ยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีโสตประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั้งร่าง ราวกับถูกรถม้าศึกของจวนอ๋องบดขยี้ทับไปทับมาสักสิบรอบ โดยเฉพาะช่วงเอวที่ราวกับจะหักออกจากกัน ​‘เมื่อคืน... ข้าเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบมาหรืออย่างไร...’ ​นางพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็ก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน ​ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของใครบางคน กำลังรัดเอวนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านของเขากำลังกอบกุมหน้าอกอวบอิ่มของนางเอาไว้เต็มไม้เต็มมือ แถมยังบีบเคล้นเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกราวกับมันเป็นของเล่นชิ้นโปรด! ​ความทรงจำอันบ้าคลั่งเมื่อคืนวานไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... บ่อน้ำพุร้อน... การเปิดเผยตัวตน... และการ ‘เข้าหอย้อนหลัง
last updateLast Updated : 2026-06-05
Read more
บทที่4 ฉีอ๋องคลั่งรัก
​บรรยากาศหน้าห้องทรงอักษรเช้านี้เงียบสงบผิดปกติ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทว่าลอบมองผู้ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาด้วยความประหลาดใจจนแทบจะถลนลูกตาออกมานอกเบ้า​เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ผู้มักจะสวมหน้ากากยมทูตและแผ่รังสีอำมหิตจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง บัดนี้กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่าเผย ทว่าแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของฤดูวสันต์ที่บานสะพรั่ง มุมปากที่มักจะเหยียดตึงอยู่เสมอ บัดนี้กลับยกยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ชนิดที่หาที่สุดมิได้!​เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยนที่กำลังเงยหน้าจากกองฎีกาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของโอรสสวรรค์จะทอประกายขบขัน พระองค์วางพู่กันลง แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรพระทนต์ แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นตบเข่าฉาดใหญ่!​"เป็นไงน้องรัก! สายข่าวข้ารายงานว่า ภรรยาเจ้ากับเจ้าเข้ากันดีเชียว!"​หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่นคงชักสีหน้าและตวาดลั่นโถงว่าผู้ใดบังอาจมาสอดแนมเรื่องในจวนของเขา ทว่ายามนี้ แม่ทัพหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดเขินหรือเดือดดาลแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมด้วยท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย (ผลจากการออกกำลังก
last updateLast Updated : 2026-06-07
Read more
ตอนพิเศษ สมาคมนินทาเจ้านาย และสหายปิ้งปลาย่าง
​ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ความลับจะแตกกลางบ่อน้ำพุร้อน...​ณ มุมลับตาคนหลังกำแพงเรือนร้างของจวนฉีอ๋อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อาเยวี่ย’ (ญาติผู้น้อยจวนราชครูผู้ถูกลืม) และ ‘อาจิ่น’ (องครักษ์ปลายแถวผู้แสนยากจน) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด... และประหลาดล้ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'สหายร่วมสาบาน'​ควันไฟสายเล็กๆ ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาถ่านชั่วคราวที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน บนนั้นมีไม้เสียบ ‘ปลาคาร์ปหยก’ ลายจุดสีทองราคาตัวละร้อยตำลึง (ที่แอบตกมาจากสระหน้าเรือนท่านอ๋อง) กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุย​หลินเยวี่ยในชุดสาวใช้สีมอซอ นั่งยองๆ พลิกไม้ปลาปิ้งอย่างทะมัดทะแมง โดยมีเซียวจิ่นในชุดองครักษ์สีดำสนิท นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ มือแกร่งถือไหสุราเหมาไถที่เพิ่งไปลอบ ‘ขอยืม’ มาจากห้องเก็บเสบียงของพ่อบ้านสวี​"นี่อาจิ่น... ท่านว่าป่านนี้ท่านอ๋องจอมโหดของท่าน จะโดนข้าศึกฟันคอขาดไปหรือยัง?" หลินเยวี่ยฉีกเนื้อปลาหอมกรุ่นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเปิดฉากนินทาสวามี (ตัวจริง) อย่างออกรส​เซียวจิ่นรับปลาอีกครึ่งตัวมาจากมือสตรีข้างกาย กัดกินอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ หันมาผสมโรงนินทาเจ้านาย (ซึ่งก็คือตัวเอง) อย่า
last updateLast Updated : 2026-06-07
Read more
บทที่ 5 ข้าอยากไป
​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเ
last updateLast Updated : 2026-06-07
Read more
ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน
​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั
last updateLast Updated : 2026-06-07
Read more
ตอนที่ 7 ไอ้หน้าหนา 18+
ม่านมุ้งสีปะการังทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ทว่าสงครามรักบนเตียงนอนกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบที่แปลกประหลาดออกไป​หลินเยวี่ยเพิ่งจะถูกจับถอดชุดนอนผ้าแพรออกจนเนื้อตัวเปล่าเปลือย นางรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายมิดชิดจนถึงคอ หวังจะหลีกลี้หนีภัยจาก 'หมาป่าตะกละ' ทว่าเซียวจิ่นกลับไวกว่า เขารวบผ้าห่มโยนทิ้งไปปลายเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโถมกายทาบทับลงมา กักขังนางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง​"ท่านบอกจะหวีผมให้ข้า แล้วไหงมาจับข้าแก้ผ้าเล่า ไอ้คนปลิ้นปล้อน!" นางแหวเข้าให้ สองมือเล็กดันแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขาไว้​"ข้ากำลังจะทำอย่างอื่นให้เจ้าแทนอย่างไรเล่า" เซียวจิ่นยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ​แทนที่เขาจะจู่โจมอย่างหนักหน่วงดุดันดั่งเช่นทุกครา คืนนี้แม่ทัพหนุ่มกลับนึกสนุก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะใช้หนวดเคราสากๆ ที่เพิ่งขึ้นไรๆ ถูไถไปตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหงของนางอย่างจงใจ​"อ๊ะ... ฮ่าๆๆ! สวามี! ยะ... อย่าทำแบบนี้ ข้าจั๊กจี้!"​หลินเยวี่ยสะดุ้งเฮือก หดคอหนีสัมผัสสากระคายนั้นพลางหัวเราะเสียงหลง นางดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างใหญ่โต ทว่ายิ่งดิ้น เ
last updateLast Updated : 2026-06-07
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status