Beranda / วัยรุ่น / อาถรรพ์ลานเกียร์ / EP.9 : เปื้อนฝุ่นก็อุ่นเหมือนกัน

Share

EP.9 : เปื้อนฝุ่นก็อุ่นเหมือนกัน

last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 01:09:37

วันต่อมา…

[เดือนหนาว]

“แกไปรอฉันที่ห้องสมุดเลยก็ได้ จองที่ไว้เดี๋ยวฉันตามไป” ฉันบอกยัยโฟร์ที่กำลังเก็บกระเป๋าหลังจากที่สิ้นสุดชั่วโมงเรียนวิชาสุดท้ายของวันนี้

“แกจะไปไหนอะ”

“ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวจะรีบตามไป”

“เค ๆ งั้นฉันรีบไปจองที่ไว้นะ ชั่วโมงนี้หลายคณะเลยอะที่ไม่มีเรียน โต๊ะเต็มแน่ ๆ” ยัยโฟร์ว่าก่อนจะเดินออกไป ส่วนฉันก็รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของอาคาร ปวดฉี่ตั้งแต่อาจารย์สอนแล้วแต่ไม่กล้าลุกสักที

วันนี้เป็นอีกวันที่ยัยก้อยไม่ได้มาเรียนเพราะแม่นางอาการยังไม่ดีขึ้น ทำให้ฉันกับยัยโฟร์ต้องมานั่งฟังรายละเอียดโปร์เจ็คจบแล้วก็หาข้อมูลรอนาง

ครื้นน!

ซ่าา!

‘เหี้ยฝนตก!’

‘กรี๊ดด!’

เสียงนักศึกษาหลายคนที่เดินออกจากตึกพร้อมฉันร้องโวยวาย จู่ ๆ ฟ้าที่มืดครึ้มเป็นเวลานานก็รั่ว ฝนเม็ดใหญ่เทลงมาเป็นสายโดยไม่เกริ่นนำก่อน

“บ้าเอ้ย อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงห้องสมุดแล้วแท้” ฉันบ่นกับตัวเองขณะรีบวิ่งตรงไปยังตึกหอสมุดตรงหน้า มือสองข้างกอดกระเป๋าไว้แน่น พอเข้ามาในตึกได้ก็รีบตรงไปยังห้องน้ำทันที เพราะปวดฉี่จะแย่ แถมยังตัวเปียกไปหมด

“อ้าวหนาว เธอก็เปียกเหมือนกันเหรอ” เพื่อนคนหนึ่งที่เรียนด้วยกันกับฉันทักขึ้นทันทีที่ฉันวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ

“อ้าวริน” ฉันทักเธอกลับ “อยู่ ๆ ก็เทลงมา กางร่มไม่ทันเลย” เราสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อเห็นสภาพของกันและกัน

“งั้นเราไปก่อนนะ ไว้เจอกันในคลาส”

“อื้ม”

คนตรงหน้าส่งยิ้มมาให้ก่อนจะหยิบร่มในกระเป๋าออกมาแล้วเดินออกไป รินเองก็คงกางร่มไม่ทันเหมือนฉันนี่แหละ ตัวถึงได้เปียกแบบนั้น

“ว่าแต่ฝนตกแบบนี้ยัยโฟร์จองโต๊ะทันไหมเนี่ย ไม่ใช่เข้าไปหลบฝนในนั้นกันหมดแล้วโต๊ะเต็มหรอกนะ” ฉันพึมพำก่อนจะรีบเข้าไปจัดการธุระส่วนตัว ไม่นานก็ขึ้นไปชั้นบนของหอสมุด

@หอสมุด

“ยัยหนาว ๆ ทางนี้” เสียงยัยโฟร์เรียกฉันอยู่ไกล ๆ พร้อมโบกมือให้ แต่กลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันก็ทำให้ฉันต้องเลิกคิ้วมอง

“อ้าว? ข้างนอกฝนตกเหรอ ทำไมเปียกมาแบบนั้น” ทิวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยัยโฟร์ถามขึ้นทันทีที่ฉันเดินเข้าไป

“ใช่ อยู่ ๆ ก็เทลงมา เราเปียกหมดเลย” ฉันยิ้มให้ทิวก่อนจะหันไปยิ้มให้แทนและไวน์เพื่อเป็นการทักทายโดยที่ยังกอดกระเป๋าไว้แนบอกอยู่ เพราะตอนนี้เสื้อนักศึกษาของฉันก็น่าจะเปียกด้วย

“ว่าแต่ทำไมมานั่งด้วยกันได้ล่ะ” ฉันถามยัยโฟร์ก่อนจะนั่งลงที่ว่างข้างนาง

“โต๊ะเต็มน่ะสิแก ทิวเจอฉันพอดีก็เลยชวนมานั่งด้วย” เพื่อนรักหันมาตอบฉันก่อนจะช่วยฉันหยิบแล็ปท็อป ออกจากกระเป๋า

“ขอบใจพวกนายมากนะที่ให้พวกเรานั่งด้วย” ฉันยิ้มให้สามหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามเมื่อเห็นว่าทุกคนเอาแต่นั่งเงียบกันทั้งที่ไม่มีใครอ่านหนังสือหรือทำอะไรเลย

“ไม่เป็นไรคนกันเอง” ทิวตอบ

“พวกนายสองคนไม่คิดจะคุยกันเลยหรือไงเนี่ย ไวน์ แทน” ยัยโฟร์ที่เปิดแล็ปท็อปเงยหน้าไปมองสองหนุ่มฝั่งตรงข้ามที่นั่งเงียบเป็นป่าช้าตั้งแต่ฉันเดินเข้ามา

“ไอ้แทนมันเป็นแบบนั้นแหละโฟร์ วัน ๆ สนใจแต่เกม ส่วนไอ้ไวน์วัน ๆ ก็เอาแต่นั่งยิ้มเหมือนคนบ้า มันเป็นผู้ฟังที่ดีน่ะ ใครพูดอะไรมันก็นั่งฟังแล้วก็ยิ้ม” ทิวหันไปว่าเพื่อน

“ห้องสมุดเราแอร์เย็นมากเลยแก โคตรหนาว” ฉันหันไปกระซิบกับเพื่อนรักขณะนั่งกอดอกเอาไว้

“แอร์ไม่เย็นหรอกย่ะ แต่แกตัวเปียกมากกว่า”ยัยโฟร์ว่าพลางเปิดหนังสือตรงหน้าออก ตาก็มองจอแล็ปท็อปไปด้วย สงสัยนางจะหาข้อมูลรอฉันก่อนแล้ว

“งั้นเดี๋ยวฉันไปหาหนังสือที่เราจะใช้นะ ส่วนแกก็คีย์ข้อมูลรอแล้วกัน” ฉันบอกเพื่อนรักก่อนจะลุกขึ้น ในใจคือไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้เท่าไหร่ เพราะเสื้อฉันมันเปียกและเห็นเนื้อหนังจนหมด อย่าลืมสิที่นั่งฝั่งตรงข้ามอะผู้ชายทั้งนั้น

“หนาว เอาช็อปเราไปใส่ก่อนไหม” แต่แล้วไวน์ก็ทำให้ฉันต้องเลิกคิ้วมองเขา คนตรงหน้าลุกขึ้นถอดเสื้อช็อปตัวที่สวมทับเสื้อยืดออกพร้อมยื่นมาให้ฉัน

“เอ่อ…จะดีเหรอ มันจะเปียกนะ” ฉันถาม แต่ก็อยากได้แหละ หนาวขนาดนี้ใครจะปฏิเสธน้ำใจล่ะ แถมเสื้อฉันก็บางด้วย

“ไม่เป็นไร เธอใส่เถอะ” ไวน์ตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมานิดหนึ่งแล้วคลุมเสื้อให้ฉันที่ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา

“…ขอบคุณนะ” ฉันส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ทั้งในใจก็สั่นไหวแปลก ๆ แถมใบหน้ายังรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งที่เนื้อตัวรู้สึกหนาว

“แต่มันอาจจะเปื้อนฝุ่นนิดหน่อยนะ เราไปมุดห้องเก็บของมา” ไวน์ว่ายิ้ม ๆ คำพูดของเขาทำให้ฉันอมยิ้มตาม

“อื้ม ไม่เป็นไร เปื้อนฝุ่นก็อุ่นเหมือนกันแหละ” แล้วทำไมฉันต้องยิ้มตลอดเวลาที่คุยกับไวน์ด้วยเนี่ย!

“โอ๊ย…จะจีบกันทั้งทีก็ช่วยดูด้วยครับว่าเพื่อนนั่งอยู่เต็มโต๊ะ” ทิวที่นั่งข้างไวน์แซวขึ้นทำเอาฉันกับไวน์รีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“เออใช่ เมื่อวานสวมเกียร์ให้กัน วันนี้สวมช็อปให้กัน งั้นพรุ่งนี้ก็ปิดจ๊อบเป็นแฟนกันไปเลยสิ” แทนที่นั่งเงียบพูดขึ้นทำเอาฉันอึ้งจนพูดอะไรออก ทั้งก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็เต้นรัวขึ้นจนกลัวว่ามันจะกระดอนออกมา

จีบเหรอ…ไม่หรอกน่า

“ฉันเขินอ่าแก ฟิน ~” ยัยโฟร์เพ้อพลางยกมือสองข้างกุมหน้าตัวเองเอาไว้ ราวกับเจอฉากสวีทในซีรีย์แล้วทนดูไม่ได้เพราะเขินอาย

“เงียบไปเลยยัยโฟร์ ทำงานของแกได้แล้วน่า” ฉันจิ๊ปากใส่เพื่อนรักที่เอาแต่แซวฉันอยู่ได้

“เขินก็บอกเขินสิ” นางกระซิบพร้อมขยิบตาใส่ฉัน

“ฉันไม่คุยกับแกแล้ว” ฉันว่าก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้น

“อ๋อ ไม่คุยกับฉันแต่จะคุยกับไวน์ว่างั้น” เพื่อนรักพูดขึ้นตามหลัง “ตามไปเลยไวน์ ตามไป ๆ” นางบอกใครบางคนที่เอาแต่อมยิ้มอยู่ ซึ่งคนคนนั้นก็บ้าจี้เดินตามฉันมา

“ฮิ้วว” เสียงโห่ไม่ดังแต่ก็ไม่เบามากดังตามหลังฉัน ทำให้ฉันต้องรีบก้าวขายาว ๆ ไปหลบมุมตามชั้นหนังสือ “ยัยเพื่อนบ้า แทนที่จะหวงฉัน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.71 : วันที่รอคอย

    [ไวน์]ในที่สุดวันที่ผมเรียนจบก็มาถึง ทุกคนที่บ้านมาเซอร์ไพรส์ผมหน้ามหาวิทยาลัย ทุกคนรับผมกลับบ้านด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับผมที่สนามบินอย่างที่เราเคยนัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน“ไม่ได้มาแค่บ้านเรานะ” แม่ที่ผละออกจากอ้อมแขนผมเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปยังสนามหญ้า “บ้านนั้นก็มาด้วย” ผมหันไปมองก็เห็นลุงหมอกับป้าฟา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเดือนหนาว แฟนสาวของผม“ลุงหมอสวัสดีครับ ป้าฟาสวัสดีครับ” ผมทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยรอยยิ้ม เดินไปกอดป้าฟา กอดลุงหมอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครบางคนที่เดินตามหลังลุงกับป้ามา“คิดถึงจัง” เราสองคนพูดขึ้นพร้อมกันขณะยืนยิ้มให้กันในระยะห่างที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปเราสองคนส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าในใจอยากกระโดดกอดแน่น ๆ หอมแก้มหลาย ๆ ฟอดแล้วลากไปฟัดในห้องให้หายคิดถึง แต่เพราะผู้ปกครองของเราที่อยู่กันแบบครบครัน ทำให้ผมได้แต่ยืนมองดวงหน้าหวาน ๆ และอมยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นเราสองคนโตแล้ว เรื่องที่ลึกซึ้งกว่านี้ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อนคงรู้นั่นแหละ ผมกับหนาวเข้าออกห้องกันบ่อยจะตาย คอนโดที่เราอยู่เป็นของครอบครัวหนาว ทำไมพวกท่านจะไม่รู้

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.70 : แค่เพื่อน

    [ไวน์]วันนี้ผมกับนิมาซื้อของใช้ด้วยกัน เหตุผลที่มากันสองคนก็เพราะเราเป็นคนไทยสองคนที่อยู่ในทีมเดียวกันแล้วเราก็สนิทกันพอสมควร ส่วนเพื่อนในทีมคนอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นต่างชาติและเป็นรุ่นพี่เรา เขาจะไม่ค่อยสุงสิงกับเราเท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือเขาคุยกับเราแหละ แต่แค่ตอนเรียนแล้วก็ตอนทำงานน่ะ ส่วนนอกเวลาพวกเขาก็จะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับใคร“ไวน์จะซื้ออะไรอีกไหม ของนิครบแล้ว” คนข้าง ๆ หันมาถาม“ไม่ล่ะ ของครบแล้ว”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับดีไหม นิหิวแล้วอะ” คนข้าง ๆ ทำหน้าอ้อนใส่ ผู้หญิงอะเนอะ เดินผ่านร้านของกินที่ตกแต่งสวย ๆ ก็คงอยากเข้าไปนั่งกินแหละ พอเห็นนิแล้วก็คิดถึงหนาวขึ้นมา“อื้มไปสิ นิอยากกินอะไรล่ะ”“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ” คนข้าง ๆ ไม่ได้ตอบ แต่หันมาถามผมขณะเดินเข้าไปในโซนร้านอาหารพร้อมกัน“เรากินอะไรก็ได้ นิเอาที่นิอยากกินเลย”“ตามใจนิเหรอ ดีจังเลย” คนข้าง ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ผมได้แต่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาผู้หญิงพอมีคนตามใจคงหน้าบานกันทุกคนเลยนะ หนาวก็ชอบเวลาที่ผมให้เธอเป็นฝ่ายเลือกของกิน ผู้ชายน่ะกินง่ายอยู่แล้ว เธอเข้าร้านไหน เราก็แค่เลือกเมนูที่เรากินได้แค่นั้น ส่วน

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.69 : ระยะห่าง

    [เดือนหนาว]เดือนหนาว : ทำไรอยู่Y eiei : กำลังออกไปข้างนอก วันนี้ไปดูงานนอกสถานที่เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ หนาวเอาใจช่วยY eiei : คิดถึงจังเดือนหนาว : คิดถึงเหมือนกันY eiei : แค่นี้ก่อนนะ ไวน์ต้องไปแล้วเดือนหนาว : อื้มหลายเดือนแล้วที่ฉันกับไวน์คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เราโทรหากัน วีดีโอคอลหากันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ไวน์กับฉันเวลาของเราเริ่มไม่ตรงกัน และเวลาว่างของไวน์ก็เหลือน้อยลงทุกวันเดือนหนาว : ทำไรอยู่เดือนหนาว : ไปเรียนยัง…เดือนหนาว : ตอนนี้หนาวกำลังเข้านอน ไวน์เรียนอยู่หรือเปล่า....เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ คิดถึง....“ทำไมไม่ตอบนะ หรือว่าเรียนอยู่” หลายวันมาแล้วที่ไวน์เงียบหายไป นอกจากไม่ตอบข้อความของฉันแล้ว ไวน์ก็ไม่ได้อ่านด้วย แล้วก้ไม่ติดต่อมาฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้วี่แววการตอบกลับนานนับชั่วโมง คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับเหมือนเคย พอห่างกันแบบนี้แล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้แฮะบางครั้งฉันก็กลัวว่าไวน์จะมีคนใหม่ เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีส่งข้อความไปวันนี้ กว่าไวน์จะตอบกลับก็สามวัน ไม่งั้นก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่ลุงอัคคีบอกว่าไวน์เ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.68 : ก่อนจะจากกัน

    [เดือนหนาว]“ไวน์ไม่ไปทันไหมอะ ไวน์คิดถึงหนาว” เสียงคนที่นอนหนุนตักฉันอยู่พูดขึ้น พรุ่งนี้เช้าไวน์จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ส่วนฉันก็คงช่วยงานแม่ที่นี่และเรียนต่อที่นี่ ไม่ได้ไปไหน“จะบ้าเหรอไวน์ แค่ปีสองปีเองนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”“ก็ได้ ๆ งั้นคืนนี้เรารีบนอนกันเถอะ ไวน์อยากกอดหนาวนาน ๆ” คนหนุนตักอยู่รีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันเข้าไปในห้องนอน วันนี้ไวน์มาค้างกับฉันที่คอนโด และคงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนกอดกัน“ไหนบอกอยากกอดหนาวนาน ๆ ไง ถอดเสื้อผ้าทำไม” ฉันหรี่ตามองคนที่วางฉันลงบนเตียงแล้วก็รีบถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยความเร่งรีบ“ไวน์ร้อน” คนเจ้าเล่ห์ตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม“ห้องหนาวมีแอร์นะ”“โธ่ หนาวอะ ก็รู้อยู่ว่าไวน์หมายถึงอะไร ทำไมชอบแกล้ง”“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไวน์ต้องตื่นเช้า”“ขอบอกรักก่อนแล้วจะนอน อยากได้ยินหนาวบอกรักก่อนนอน”“ก็ได้ ๆ” ฉันว่าพลางโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้ เราสองคนแลกรสจูบหวานล้ำแก่กัน ผลักกันซุกไว้ซอกคอ พลิกตัวกันไปมายามที่สลับกันตักตวงความหวานจากดอกบัวงามสองข้าง ก่อนจะบดเบียดสองกายเข้าหากันด้วยความเสน่หา ปล่อยอารมณ์และความต้องการใ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.67 : (ตอนคั่น) ทิว 3/3 END

    [ชีต้าร์]“อื้อพี่ทิว” ฉันร้องท้วงเจ้าของตักเมื่อมือใหญ่รูดเกาะอกฉันลงมาถึงเอวคอดด้วยความเร่งรีบ บั้นท้ายของฉันทับกับบางอย่างที่แข็งขันอยู่เบื้องล่าง ความรุ่มร้อนทำให้ฉันมีอาการแปลก ๆ“พี่ไม่มีถุงยาง แต่พี่สะอาดพอ ไม่เคยสดกับใคร” เสียงแหบพร่าบอกขณะซุกใบหน้าลงกลางเนินอกฉัน ใจหนึ่งอยากผลักเขาออกเพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่อีกใจกลับโหยหาเพียงลิ้นอุ่นชื้นสัมผัสกับยอดดอกบัวน้อยตรงหน้า “เราล่ะ” เขาถามฉันกลับ“ตะ ต้าร์…สะอาดค่ะ” ฉันตอบไม่ไม่มองหน้า แต่ก็ต้องเชิดหน้าขึ้นจนได้เมื่อพี่เขาดูดดึงยอดดอกบัวน้อยรุนแรง “พี่ทิว อ๊า”เจ้าของตักกว้างวุ่นวายอยู่กับดอกบัวงามสองข้างเนิ่นนาน มือหนาสากลูบไล้แผ่นหลังฉันทั่ว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายรุนแรงพี่ทิวยกฉันให้ลุกขึ้นครู่หนึ่ง จัดการปลดเข็มขัดและรูดซิบกางเกงของตัวเองลง ควักอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าออกมา เขาชักรูดมันสองสามครั้งก่อนจะกดบั้นท้ายฉันลงบนตักเขา“อ๊ะ พี่ทิวอื้ออ”“อ๊า ต้าร์นั่งลงเลย” เสียงกระเส่าของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อฉันค่อย ๆ กดบั้นท้ายลงบนตักกว้าง ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเนื้อหนังฉีกขาดก็ทำให้ฉันชะงัก ไม่ยอมทิ้งตั

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.66 : (ตอนคั่น) ทิว 2/3

    [ทิว]พอรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ก็สอบถามความได้ว่าชีต้าร์มาดื่มกับเพื่อนแล้วถูกฉุดมา แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร รถของผมที่ขับมาเรื่อย ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านของกระถินพอดี“เอาไว้ค่อยคุยกันนะต้าร์ เดี๋ยวถินจะโทรหา” กระถินหันไปบอกคนรุ่นเดียวกันกับเธอ ก่อนจะหันมาบอกผมให้หยุดรถ “จอดตรงนี้แหละลุง เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านถินแล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่เลย มืดแบบนี้อันตราย” ผมบอกคนที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออก“รถลุงเข้าไม่ได้หรอก มันเป็นซอยเล็ก ๆ เข้าได้แต่มอไซค์ ตอนลุงไวน์ขับบิกไบค์มาส่งยังไปลำบากเลย”“อ้าวเหรอ งั้นกลับดี ๆ ล่ะ คืนนี้รับสายพี่ด้วยนะ เดี๋ยวไปถึงโรงพักแล้วจะโทรหา”“โอเคค่ะลุง ขอบคุณมากนะที่มาส่งถิน”“เค ๆ ไว้เจอกันที่ร้านวันพี่ไปดื่มนะ”ตอนนี้เบาะหลังของผมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดตัวเองด้วยท่าทีสั่นเทา ผมกับกระถินเคยเจอชีต้าร์ครั้งหนึ่งในงานแต่งงานญาติของเดือนหนาว ซึ่งตอนนั้นผม ไอ้แทน กระถิน แล้วก็เพื่อนของเดือนหนาว ไปงานในฐานะทีมเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว ที่จริงก็ไปช่วยงานนั่นแหละ ส่วนชีต้าร์เป็นทีมของเพื่อนเจ้าสาว แต่วันนั้นไอ้ไวน์มันไม่ได้ไปด้วย เพราะมันไปกินข้าวกับครอบครัวก่อนไปเรียนต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status