Mag-log inอุบัติเหตุพรากความทรงจำของเขาไป แต่ไม่อาจพรากสายใยที่ผูกเธอไว้กับหัวใจ เมื่อเธอกลับมาพร้อมลูกชาย เขายื่นทะเบียนสมรสเป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อรั้งเธอไว้ข้างกาย เป็นของหวงของเขาตลอดไป...
view moreภายในห้องนอนสุดหรูที่ตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟสีอำพันส่องสลัวสร้างบรรยากาศอบอุ่น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
สองร่างที่เคยนั่งใกล้ชิดกันบนเตียงกำลังคลอเคลียกันอย่างดุเดือดทว่าจู่ๆ ชายหนุ่มกลับชะงักราวกับได้สติขึ้นมา เขาผลักหญิงสาวออกห่างอย่างไม่แรงนัก แต่ชัดเจนพอให้เธอรับรู้ถึงการปฏิเสธ
“อ๊ะ! คุณชอว์นผลักเชอรี่ทำไมคะ” หญิงสาวขยับตัวถอยออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ต้องปั้นหน้ายิ้มสู้
“ออกไป” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของเขาดังขึ้น ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที
“เชอรี่ทำอะไรไม่ถูกใจคุณหรือเปล่าคะ” เชอรี่ชะงัก มองใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้อารมณ์ของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบในทันที เขาลุกจากเตียงก่อนเดินไปยังระเบียงห้อง เปิดประตูกระจกออกให้สายลมยามค่ำคืนพัดเข้ามา จากนั้นจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดอย่างเงียบงัน
“เงินส่วนที่เหลือ ลูกน้องของฉันจะจัดการให้”
คำพูดเรียบเฉยนั้นเหมือนมีดคมที่กรีดลงบนความหวังของหญิงสาว เชอรี่เม้มริมฝีปากแน่น แม้จะมีคำถามมากมายอยู่ในใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ควรเซ้าซี้คนอย่างเขา
หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนคว้ากระเป๋าถือขึ้นมา ถึงแม้จะเสียดายคนตรงหน้า แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอเอ่ยเบาๆ
เขายังคงยืนหันหลังให้ มองแสงไฟของเมืองยามค่ำคืนเบื้องล่าง ราวกับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอเมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าครอบงำอีกครั้ง
ชายหนุ่มปล่อยควันบุหรี่ออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังเส้นขอบฟ้า เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงที่เขาโหยหาคนนั้นเป็นใคร
ชนะศึก กิตติวัฒนานนท์ ชายหนุ่มวัย 34 ปี เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตากลมโตชวนมอง ด้วยเชื้อสายไทยผสมไต้หวันยิ่งเสริมให้เขามีเสน่ห์โดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไป
นอกจากรูปลักษณ์ที่สะดุดตาแล้ว เขายังเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมอาณาจักรส่งออกชั้นนำของประเทศ มีทั้งอำนาจ เงินทอง และความสามารถที่ใครหลายคนต่างยอมรับ
“ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ” นทีลูกน้องคนสนิทเอ่ยรายงานทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง
“ตามหาคนเจอไหม” น้ำเสียงทุ้มเรียบนิ่ง แต่แฝงความคาดหวังเอาไว้
“ยังไม่เจอครับ ไอ้คมเดชมันซ่อนลูกสาวไว้ดีจริงๆ”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที เกือบสี่ปีแล้วที่พวกเขาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง แต่กลับไร้ร่องรอยราวกับเธอหายไปจากโลกใบนี้
ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีใครรู้ได้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาได้แค่มองหญิงสาวผ่านรูปถ่าย
“แค่ผู้หญิงคนเดียว ยังหาไม่เจออีกเหรอ”
แม้จะเป็นคำตำหนิ แต่เขากลับพูดออกมาอย่างเหนื่อยล้าเสียมากกว่า ความจริงแล้วเขาจำผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทว่ามีบางอย่างในใจที่คอยรบกวนเขามาตลอดหลายปี ราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ถูกลืมเลือนไป และยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้สึกว้าวุ่นนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“พวกผมจะลองตามหากันอีกครั้งครับ พรุ่งนี้คุณหมอนัดนะครับ”
“เลื่อนออกไป” ชนะศึกขมวดคิ้วทันที เขาตอบโดยแทบไม่ต้องคิด
นทีถอนหายใจเบาๆ เจ้านายเขาเล่นไม่ยอมไปตามนัด เหมือนไม่คิดจะสนใจอะไรอีกต่อไป ถึงแม้จะลืมบางอย่างไป แต่กลับให้พวกเขาออกตามหาผู้หญิงคนนั้น
“แต่คุณเลื่อนมาหลายครั้งแล้วนะครับ”
“แค่บางเรื่องที่จำไม่ได้ มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง”
เรื่องบางเรื่องเขาจำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร แค่เขาไม่ลืมตัวตนของตัวเองก็พอ แต่สองพ่อลูกนั่นต้องได้รับในสิ่งที่ทำลงไป
“ชาตินี้ตามไอ้คมเดชให้เจอ”
“ครับ”
ในอดีตคมเดชเคยเป็นทั้งลูกน้องคนสนิทและคนที่ชนะศึกให้ความไว้วางใจมากที่สุด เขาเลื่อนตำแหน่งอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยตัวเอง คอยสนับสนุนจนมีทุกอย่างอย่างในวันนี้
แต่สุดท้ายความภักดีกลับพ่ายแพ้ให้กับความโลภ คมเดชเลือกเงินและผลประโยชน์เหนือความสัมพันธ์ที่มีมานานหลายปี
เขาทรยศคนที่เคยให้โอกาสและเชื่อใจอย่างหมดใจ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่หักหลังชนะศึกเท่านั้น แต่ยังต้องการกำจัดเขาให้พ้นทางอีกด้วย
หากวันนั้นชนะศึกไม่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น วันนี้คงไม่มีนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขายืนอยู่ตรงนี้แล้ว
พิธีมงคลสมรสของชนะศึกและพลอยรัมภาถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ตามความตั้งใจของฝ่ายหญิง เนื่องจากพลอยรัมภากำลังมีอาการแพ้ท้องเล็กน้อย ชนะศึกจึงไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับพิธีการที่ยืดเยื้อ และยินดีทำทุกอย่างตามความต้องการของเธอนักรบเดินเข้ามาหาออสติน พลางมองหาพ่อกับแม่ไปรอบๆ ทำไมต้องมีพิธีเข้าหอด้วย เขาถูกทิ้งไว้กับบอดี้การ์ดตัวโตของพ่อแทน“คุณลุงนักรบคิดถึงแม่” เด็กน้อยทำแก้มป่องอย่างน้อยใจ“เราอย่าเพิ่งไปขัดคุณพ่อกับคุณแม่เลยครับ” ออสตินย่อตัวลงลูบศีรษะเขาเบาๆ“แต่งงานแล้วไม่สนใจลูกเลย” นักรบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เด็กน้อยบ่นเสียงเบา ทำเอาออสตินหลุดหัวเราะออกมาสี่ปีผ่านไปเด็กหญิงพิมพ์ลดาเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อกับแม่ จนกลายเป็นเด็กน้อยแก้มป่อง น่ารัก และร่าเริง“น้องพิมพ์ มากินขนมสิ” นักรบหันไปเรียกน้องสาววัยสี่ขวบที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกล“ไม่เอา” พิมพ์ลดาส่ายหน้าทันทีเหตุผลไม่ใช่เพราะไม่อยากกินขนม แต่เป็นเพราะข้างๆ พี่ชายมีซันเดย์ เด็กชายที่ชอบแกล้งเธอเป็นประจำ จนเด็กน้อยไม่ค่อยชอบ“คนอะไรตัวอ้วนกลม” ซันเดย์ยกยิ้มกวนๆ ก่อนเดินเข้ามา เขาแกล้งจิ้มแก้มเด็กหญิงเบาๆ“อย่ามาว
นักรบเดินเตาะแตะเข้ามาหาแม่ พร้อมช่อดอกไม้ช่อโตที่แทบจะบังตัวทั้งตัว พลอยรัมภาหันไปมอง ก่อนหลุดยิ้มเมื่อเห็นลูกชายพยายามอุ้มช่อดอกไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเล“พ่อให้นักรบเอามาให้ครับ พ่อบอกว่าเจ็บแผลมากเลย” เด็กน้อยยื่นช่อดอกไม้ให้แม่อย่างตั้งใจ“เจ้าเล่ห์” เธอรับช่อดอกไม้ไว้ พลางส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ เธอบ่นพึมพำเบาๆ ช่อดอกไม้ใหญ่เสียจนเกือบสูงกว่าตัวนักรบ“แม่หายงอนพ่อนะครับ” เด็กน้อยพูดตามที่จำมาได้ไม่มีผิด“พ่อให้มาพูดแบบนี้เหรอ” หญิงสาวเลิกคิ้ว ก่อนย่อตัวลงมองหน้าลูก“ใช่ครับ เอ๊ย ไม่ใช่ครับ” นักรบพยักหน้าโดยอัตโนมัติ เพิ่งพูดจบเด็กน้อยก็รีบยกมือปิดปากตัวเอง“ลูกโกหกไม่เก่งเลยนะ” พลอยรัมภาหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด เธอลูบศีรษะลูกชายเบาๆ“ก็พ่อบอกว่าถ้าแม่ยิ้มได้ พ่อจะให้กินไอติมครับ” เด็กน้อยเกาหัวเขินๆ ก่อนยิ้มแห้ง คำสารภาพนั้นทำให้พลอยรัมภาหลุดหัวเราะอีกครั้ง“เห็นแก่กิน” เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดู แม้จะพยายามทำหน้าดุ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนเอาไว้ไม่มิดวันถัดมาชนะศึกพาพลอยรัมภาขึ้นมายังเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ห้องกว้างตกแต่งอย่างเรียบหรู พร้อมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเ
ชนะศึกนั่งหน้างออยู่หลังโต๊ะทำงาน พลางมองนักรบที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนโซฟาในห้องทำงานยิ่งมองลูกชาย เขาก็ยิ่งนึกถึงแม่ของเด็กช่วงนี้พลอยรัมภาเอาแต่หลบหน้าเขา พอเข้าใกล้ก็หาว่าเหม็นบ้าง พะอืดพะอมบ้างจนเขาไม่กล้าเข้าไปกอดหรือแกล้งเหมือนเมื่อก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่“คุณพ่อเป็นอะไรครับ” นักรบเงยหน้าขึ้นมองพ่ออย่างสงสัย ชนะศึกถอนหายใจก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้“ช่วงนี้แม่เราเป็นอะไรไม่รู้ แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้” เขาบ่นพึมพำ“เมื่อวานนักรบเห็นแม่คุยโทรศัพท์เสียงหวานด้วยครับ” นักรบทำหน้าครุ่นคิด ก่อนนึกอะไรขึ้นได้“คุยกับใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ในใจเริ่มร้อนรุ่มเมื่อได้ยินลูกพูดแบบนั้น“ไม่รู้ครับ วันนี้แม่ก็ไปกับป้าส้มโอไม่ยอมพานักรบไปด้วย” เด็กน้อยส่ายหน้า ก่อนจะทำหน้าน้อยใจชายหนุ่มนิ่งเงียบคำพูดของลูกชายวนเวียนอยู่ในหัว หรือว่าพลอยรัมภาจะมีใครอีกคนเพียงคิดได้เท่านั้น เขาก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที“พ่อจะพานักรบไปไหน”“ไปหาแม่” เขาอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนวันนี้เขาต้องรู้ให้ได้ร้านดอกไม้ของส้มโอเต็มไปด้วยเสียงห
ห้องสอบสวนเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วเบา พลอยรัมภานั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนอีกฝั่งคือคมเดช ผู้เป็นพ่อที่ถูกใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้างชายวัยกลางคนก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาลูกสาวของตัวเองหลังจากเงียบอยู่นาน เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“คุณชอว์นดูแลลูกดี พ่อก็ดีใจแล้ว”“พลอยขอถามพ่อสักคำถามได้ไหม”“ได้สิ” คมเดชพยักหน้าช้าๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ครอบครัวนั้นมีความสุขมาก“พ่อเคยมองพลอยเป็นลูกบ้างไหม”คำถามแรกทำให้คมเดชนิ่งงัน แต่คำถามต่อมากลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ“พ่อเคยรู้สึกผิดต่อแม่บ้างหรือเปล่า” ทันทีที่พูดจบ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้มตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอเฝ้ารอคำตอบนี้มาตลอด ว่าทำไมพ่อถึงทำร้ายคนที่รักเขาที่สุดได้ลงคอ คมเดชกำมือแน่นจนโซ่กุญแจมือกระทบกันเป็นเสียงแผ่วเขานิ่งอยู่นาน นานเสียจนห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด เขาอยากเอ่ยคำขอโทษ อยากบอกว่าตัวเองเสียใจ อยากบอกว่ารู้สึกผิดทุกวันที่นึกถึงภรรยาและลูกสาว แต่สุดท้ายก็ได้เพียงยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง“พ่อมันเลวเอง




![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
