Share

บทที่ 13

Penulis: ภุมโม
last update Tanggal publikasi: 2024-11-21 10:15:35

.

.

.

“โอ๊ยยย ปวดหัวจัง” หมี่ตื่นขึ้นมาในเช้าที่แสนสดใสพร้อมกับร่างกายที่แสนปวดร้าว นี่เมื่อคืนเขากินเบียร์ไปมากขนาดไหนถึงได้ปวดหัวจะเป็นจะตายขนาดนี้ จังหวะที่หมี่กำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นก็เห็นร่างใหญ่โตของรูมเมทนอนฟุบอยู่ข้างเตียง

“เฮ้ย! ทำไมมึงมานั่งหลับอยู่ตรงนี้เนี่ย” เสียงเล็กแหลมอุทานขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อเบาเสียงลง

“เอ๊ะ! นั่นกระเป๋าตังไอ้อินเหรอ...” ขณะที่หมี่เริ่มมีอาการเลิ่กลั่ก สายตาดันเหลือบไปเห็นวัตถุสีดำที่หล่นอยู่ข้างตัวอีกฝ่าย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ มือเล็กก็เอื้อมไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาสำรวจอย่างช้า ๆ และระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น

กระเป๋าสตางค์สีดำสนิทที่หมี่คิดเองเออเองว่าน่าจะเป็นหนังแท้มีตราสัญลักษณ์เป็นรูปปีกนางฟ้าสีเงินวาววับมุมขวาล่าง เปิดออกปุ๊บก็เห็นบัตรประจำตัวประชาชนของอีกฝ่ายที่เสียบไว้ในช่องขวามือ หมี่เลยถือวิสาสะหยิบบัตรออกมาดู

“เกิดวันที่หนึ่งกันยายน เห้ย! ไอ้ยักษ์อายุน้อยกว่ากูอีกเหรอเนี่ย ทำไมหน้าแก่จังวะ” บ่นอุบอิบพลางสอดบัตรเก็บไว้ในช่องเดิม ก่อนจะเห็นรูปถ่ายใบเล็กที่แนบไว้ในช่องนี้ด้วย หมี่มองเด็กสองคนในภาพและคลี่ยิ้มตามเด็กหนึ่งคนในนั้น

“มีฝาแฝดจริง ๆ ด้วยสินะ ถ้ามึงยิ้มบ้างก็คงจะน่ารักดี”

“ใครน่ารักนะ” จู่ ๆ เสียงเข้มจากเจ้าของกระเป๋าที่อยู่ในมือก็ดังขึ้นทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง

“อ๊ะ! ตกใจหมดเลย อะ...อ๋อ กูหมายถึงกูเอง แหม~ คนอะไรจะน่ารักขนาดนี้ตั้งแต่ตื่นนอน เนอะ ฮ่าฮ่าฮ่า” หมี่ตอบพลางหัวเราะเบา ๆ พร้อมยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“กระเป๋าตังกู” ทว่าสายตาดุดันของอินและมือหนาที่ยื่นมาตรงหน้าทำเอาคนตัวเล็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะน้อมรับความผิดแต่โดยดีและรีบพาตัวเองหนีออกจากสถานการณ์นี้

“นี่คร้าบบบ ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคร้าบบบ”

“หึ” อินที่ได้กระเป๋าตังกลับมาก็หัวเราะในลำคอพลางส่ายหัวให้กับวิธีการแก้ตัวของอีกฝ่าย

ระหว่างที่นั่งรอหมี่อาบน้ำ อินก็รวบรวมสติจากอาการเมาค้างและลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย เตรียมชุดนักศึกษา อุปกรณ์การเรียนและถอดเสื้อผ้าที่มีกลิ่นเหล้าติดอยู่ออกจากตัว ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันรอบเอวไว้

เมื่อหมี่เดินออกมาจากห้องน้ำ อินก็เข้าไปอาบน้ำต่อทันที เด็กหนุ่มไม่สบายใจที่ตัวเองมีกลิ่นเหงื่อรวมกับกลิ่นแอลกอฮอล์แบบนี้เลย มือหนาเปิดน้ำให้ไหลรดศีรษะจนเส้นผมเปียกชุ่มและหวังว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้เขาสร่างเมาได้ ก่อนจะลูบไล้ฟองสบู่ไปทั่วร่างกายและรีบอาบน้ำให้เสร็จ

“วันนี้มึงมีเรียนมั้ย” หมี่ถามทันทีเมื่อเห็นอินเดินออกมาจากห้องน้ำ

“มีเรียนบ่าย” เด็กหนุ่มตอบคำถามของคนตัวเล็ก ขณะนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวและยืนใช้ผ้าอีกผืนเช็ดผม

ร่างกายสมส่วนถูกเปิดเผยให้รูมเมทได้เห็นเพียงชั่วขณะ ก่อนจะถูกปกปิดไว้ภายใต้ชุดนักศึกษาที่พอดีตัว มือหนาปาดเจลและจัดแต่งทรงผมให้ดูเรียบร้อยเหมาะสมตามกาลเทศะ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกการเคลื่อนไหวนั้นตกอยู่ในสายตาของคนตัวเล็กตลอดเวลา

“กูก็มีเรียนบ่าย” หมี่รีบต่อบทสนทนาเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวเรื่องที่โดนเขาแอบมอง ก่อนจะจัดชุดนักศึกษาที่ใส่อย่างลวก ๆ ให้ดูดีขึ้นพร้อมยกมือแต่งทรงผมให้กระเซอะกระเซิงน้อยลง

และแล้วบรรยากาศภายในห้องก็ถูกความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง อินยังคงจัดแจงกิจวัตรประจำวันของตัวเองไปตามปกติ ขณะที่หมี่ซึ่งเป็นคนชอบพูดก็เริ่มอยู่ไม่สุข เริ่มขยับหันซ้ายหันขวาท่าทีลุกลี้ลุกลน จนในที่สุดก็ไม่สามารถอดทนอีกต่อไป

“กูไม่ชอบเวลาที่มึงเงียบเลยอ่ะ” คำพูดของหมี่ทำให้อินต้องหันไปมองพร้อมเลิกคิ้วสูง

“เอางี้ดีกว่า มึงเล่าเรื่องเพื่อนสนิทมึงให้ฟังหน่อย ถือซะว่าฆ่าเวลา” อินที่เลิกคิ้วเพราะไม่เข้าใจคำพูดก่อนหน้านี้ของอีกฝ่ายก็ต้องขมวดคิ้วทันทีเมื่อเจอคำถามนี้เข้าไปและเผลอตอบกลับเสียงแข็ง

“ทำไมกูต้องเล่า”

“เอ่อ ก็แบบว่า...คือกูแค่อยากรู้อ่ะ เวลาอยู่เงียบ ๆ มันอึดอัดนะเว้ย แล้วเพื่อนมึงเรียนที่นี่ด้วยมั้ยอ่ะหรือเรียนที่อื่น” หมี่ที่คิดหาข้ออ้างไม่ทันก็สารภาพไปตามตรงพร้อมทำสีหน้าสลดแต่ก็ไม่วายแอบเนียนถามเรื่องเพื่อนของอีกฝ่ายเข้าจนได้ อินที่ดูเหมือนจะไม่ทันเล่ห์กลของคนตัวเล็กก็ตอบไป

“ไอ้กันต์ก็เรียนที่นี่ ห้องมันอยู่ชั้นสาม” หรือไม่อินก็แค่ยอมตอบเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกทำหน้าเศร้า...และมันได้ผล

“หะ! ที่หอนี้อ่ะนะ” ดวงตากลมโตเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาทันที

“อืม” วินาทีนั้นอินรู้ตัวแล้วว่าเขาทำพลาดไป เขาไม่น่าหลงกลตอบอะไรออกไปเลยเพราะเขาคงต้องโดนอีกฝ่ายซักประวัติรอบสองแน่นอน หลังจากที่เมื่อคืนโดนซักไปแล้วหนึ่งรอบ

“วันรับน้องมึงบอกว่าเรียนคณะวิทย์กีฬาฯ ใช่มั้ย แล้วกันต์เรียนคณะเดียวกับมึงป่ะ” นั่นไง เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด แต่เดี๋ยวก่อน...

“กันต์?” น้ำเสียงของอินเต็มไปด้วยความสงสัย ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลให้คนตัวเล็กเริ่มเลิ่กลั่กเพราะคิดว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

“เพื่อนมึงชื่อกันต์ไม่ใช่เหรอหรือกูจำผิด”

“ไม่ผิด แต่กูแค่สงสัยว่าทำไมมึงไม่เรียกกูว่าอินแบบปกติบ้าง”

“หะ!? อะไรของมึง กูก็เรียกมึงปกตินี่” คนตัวเล็กอุทานเสียงดังเพราะคิดว่าไอ้ยักษ์กำลังน้อยใจตัวเองอยู่ กลับกันอินที่ได้ยินคำว่า ‘ปกติ’ ออกจากปากของอีกฝ่ายก็พูดแย้งเสียงแข็ง

“ไอ้ยักษ์กับไอ้แก่เนี่ยนะเรียกปกติ”

“อ๊ะ! อันนั้นไม่นับดิ กูแซวเล่นเอง แหะ ๆ” คนตัวเล็กเกาท้ายทอยแก้เขินตามประสานิสัยติดตัว

“เรียนคณะเดียวกัน”

“หือ อะไรนะ” ก่อนจะต้องงุนงงว่าไอ้ยักษ์พูดเรื่องอะไร

“ก็ที่มึงถามก่อนหน้านี้ไง” เอ๋ ก่อนหน้านี้เขาถามอะไรไอ้ยักษ์ไปนะ หมี่ครุ่นคิดไปพักหนึ่งเพราะเขาลืมคำถามไปแล้ว

“อ๋ออ กูจำได้ละ ฮ่าฮ่าฮ่า!” หมี่หัวเราะกลบเกลื่อนเพราะนึกได้แล้วว่าตัวเองถามเรื่องเพื่อนสนิทของอีกฝ่ายไป พลางคิดว่าต้องโทษไอ้ยักษ์นี่แหละที่ทำให้เขาลืม ทางด้านอินที่เพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายขี้ลืมขนาดนี้ก็ทำได้เพียงส่ายหัวเอือมระอา นอกจากหมี่จะบ้าบอแล้ว ยังเอ๋อด้วยเหรอเนี่ย

“แล้วที่มึงบอกว่าพ่อแม่มึงพามันไปหาหมอคือยังไงวะ...มันไม่มีครอบครัวเหรอ” ไม่ทันไรหมี่เอ่ยถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยต่อ

“แม่ไอ้กันต์ทำงานต่างประเทศ นาน ๆ จะกลับมาไทยทีแต่กูไม่รู้ว่าคุณน้าทำงานอะไร กูไม่เคยถาม...ส่วนพ่อมัน ตั้งแต่กูจำความได้ กูยังไม่เคยเห็นหน้าเลย” พูดมาถึงตรงนี้อินก็มีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งคนถามเองก็ยังรับรู้ได้

“ทำไมชีวิตดราม่าจังวะ ทั้งมึงทั้งเพื่อนเลย...แต่เอาเถอะ หลังจากนี้คงไม่เป็นไรแล้วล่ะเพราะมีกูอยู่ตรงนี้ทั้งคน ถึงกูจะดูบ้าบอและทำอะไรไม่ได้เรื่อง แต่อยู่กับกู มึงจะสนุกและมีความสุขอย่างแน่นอน กูรับประกัน” นิ้วโป้งเล็กถูกยกขึ้นมาทำท่าการันตี

‘กูไม่ได้เป็นคนเก่งแบบมึงนะไอ้อินแต่จำไว้เลยว่าตราบใดที่มึงยังมีกู ชีวิตมึงจะมีแต่ความสุขและความสนุก กูรับรอง ฮี่ฮี่’

อีกแล้ว ความรู้สึกนี้แบบมันเกิดขึ้นกับเขาอีกแล้ว ความรู้สึกอบอุ่นที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจราวกับจะระเบิดออกมา นี่มันอะไรกัน อินจำได้ว่าเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ทว่าช่วงเวลานั้นมันผ่านมานานมากแล้ว...นานมากจนเขาเกือบจะลืมเลือน

“งั้นก็ฝากด้วยละกัน”

.

.

.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

  • อินกินหมี่   บทที่ 41

    **คำเตือน**อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น การบรรยายถึงเลือด น้ำหนอง อวัยวะของมนุษย์รวมไปถึงพฤติกรรมหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม นักเขียนไม่มีเจตนาส่งเสริมการกระทำใดก็ตามที่เกิดขึ้นในเรื่องฉะนั้นโปรดใช้วิจารญาณในการอ่านนะคะตึง!! ตึง!! โครม!!“ไอ้กันต์!” อินตะโกนเรียกเพื่อนสนิทหลังจากพังปร

  • อินกินหมี่   บทที่ 34

    “มีคนหวงว่ะ~ ไปดีกว่าาา ไปก่อนนะ ขอบคุณมากสำหรับแซนวิช” ไอ้หนามยังไม่หยุดพูดจากวนประสาททิ้งท้ายไว้ ก่อนจะหันมาโบกมือลาคนตัวเล็ก หมี่ดีใจที่ตัวเองมีเพื่อนเยอะขึ้นก็ฉีกยิ้มกว้าง“ปกติมาว่ายน้ำแค่ตอนเย็นก็ดีอยู่แล้ว ไม่น่ามาตอนเช้าเลย” เมื่อเพื่อนหายลับตาไป เสียงบ่นของอินก็ดังขึ้นทันทีเลย“ทำไมอ่ะ มาตอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 30

    เด็กหนุ่มนั่งมองเพื่อนคุยกับพยาบาลอย่างใจจดใจจ่อ เขายืนอยู่ไกลพอประมาณและไม่ได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ เห็นเพียงกันต์พยักหน้าเป็นบางครั้งและตอบกลับเป็นบางคราว ก่อนที่จะลุกขึ้นไปนั่งรอหน้าห้องตรวจและถูกเรียกให้เข้าพบหมอ“คุณกันต์ เชิญพบแพทย์ห้องตรวจหมายเลขหนึ่งค่ะ” ได้ยินแบบนั้นอินก็รีบพุ่งตัวไปพยุงเพื

  • อินกินหมี่   บทที่ 26

    “พอแล้ว! ทั้งคู่เลย” อินส่งเสียงปรามเพื่อนทั้งสองคน หลังจากรอแทรกจังหวะอยู่นาน เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเพื่อนสนิทค่อนข้างปากเสียแต่ทุกครั้งที่พูด กันต์ไม่เคยมีเจตนาร้ายแอบแฝง ซึ่งเรื่องนี้คนตัวเล็กยังไม่รับรู้“ไอ้ยักษ์! กูไม่ให้เพื่อนมึงกินขนมจีนน้ำเงี้ยวแสนอร่อยของกูแล้ว เอากลับเลย” หมี่ที่โดนอินดุก็ยอมอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status