Share

บทที่ 12

last update publish date: 2024-11-20 20:15:49

อุก อ้วกกกกก!!!!

“เฮ้ย!” ชัดเจน สิ่งที่พวยพุ่งออกมาจากปากของคนตัวเล็กถือเป็นคำตอบอย่างดีให้กับคำถามของเขา

เศษอาหารที่หมี่อาเจียนออกมานั้นทำให้รู้เลยว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายกินอะไรเข้าไปบ้าง แถมตอนนี้สิ่งพวกนั้นก็เปรอะเปื้อนไปทั่วเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวตัวโปรดของเขาอีกด้วย โอ้โห กลิ่นก็สุดจะบรรยายทำเอาอินหลุดสบถออกมาอีกจนได้

“ไอ้หมี่! มึงนี่มันตัววุ่นวายของจริงเลยว่ะ ทำไมกูต้องมาเจออะไรแบบนี้จากคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวด้วยวะ” ถึงแม้ว่าหมี่จะอ้วกใส่แต่อินก็ไม่ปล่อยมือที่โอบเอวบางไว้ เด็กหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นเสยผมเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตรงขมับ

ท้ายที่สุดแล้วอินก็พาหมี่ไปอ้วกในห้องน้ำได้สำเร็จและรีบออกมาเช็ดอ้วกที่เลอะเทอะหน้าประตูห้องน้ำ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะถือวิสาสะถอดเสื้อเปื้อนอ้วกของอีกฝ่ายออกและหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำ เช็ดไปตามเนื้อตัวของคนตัวเล็ก วินาทีที่ความเย็นจากผ้าขนหนูอันเปียกชุ่มสัมผัสร่างกายสีขาวอมชมพูก็ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมขนลุกชูชัน

มือหนาลูบไล้ผ้าเปียกไปตามส่วนต่าง ๆ พลางสอดส่องสายตามองเรือนร่างอีกฝ่ายไปด้วย หมี่ที่ยังคงมึนเมาอยู่แต่รับรู้ทุกสิ่งอย่างก็ตัวแดงขึ้นมาอีกครั้งเพราะความเขินอาย

ตึกตัก~ ตึกตัก~

เสียงนี้อีกแล้ว

อินหยุดมือที่กำลังเช็ดตัวให้อีกฝ่ายและเงียบฟัง เมื่อรู้ว่าต้นเสียงมาจากคนตัวเล็กตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเป็นปมและก้มลงไปแนบหูบนอกของหมี่เพื่อฟังเสียงหัวใจ พลางคิดว่าเสียงแบบนี้คือหัวใจเต้นผิดจังหวะรึเปล่า ก่อนจะเริ่มกังวลว่าคนตัวเล็กอาจมีอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ

“นะ...นี่...ขยับออกไปได้แล้ว” อินที่ได้ยินอีกฝ่ายบอกแบบนั้นก็ถอยและลุกขึ้นทันที ก่อนจะกลับมาใช้น้ำเสียงทุ้มเข้มและยื่นมือไปหาอีกฝ่าย

“ลุกไหวมั้ย” หมี่ที่ดูเหมือนว่าอาการเริ่มดีขึ้นแล้วเอื้อมมือมาจับมือของอินไว้แน่นเพื่อใช้พยุงตัวและลุกขึ้นยืนด้วยแรงทั้งหมดที่มี

จังหวะที่อินได้สัมผัสมือแสนนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กนั้นก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว มือของอีกฝ่ายเล็กมากแถมยังดูบอบบางมากราวกับมือของเด็กตัวน้อยเลย คิดไปคิดมาเด็กหนุ่มก็เริ่มสงสัยว่ามือยังนิ่มขนาดนี้ แล้วส่วนอื่นของร่างกายจะนิ่มขนาดไหน...นี่เขาคงเมาเหมือนกันสินะ

ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เตียงนอนของหมี่ ร่างเล็กนั่งลงอย่างหมดแรง ขณะที่อินเดินไปเก็บซากกระป๋องและทำความสะอาดพื้นที่ตรงนั้นจนแวววับสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วก็ถอดเสื้อที่เปื้อนอ้วกออก เปลี่ยนไปใส่เสื้อกีฬาตัวอื่นแทน

“ฮ้าาา~ อ้วกแล้วค่อยสบายตัวขึ้นหน่อย” หมี่ที่นอนแผ่อยู่บนเตียงถอนหายใจและพูดออกมาเสียงดัง อินได้ยินอีกฝ่ายกลับมาโวยวายได้อีกครั้งก็เผลอยิ้มไม่รู้ตัว

“สร่างเมายัง” หลังจากมัดถุงขยะเสร็จ เด็กหนุ่มเดินไปหาอีกฝ่ายและนั่งลงตรงพื้นที่ว่างข้างเตียงพลางมองตรงไปยังคนที่นอนอยู่นั้น

“ขอบใจมากนะที่ตามใจกูอ่ะ!”

“อยากนอนเลยมั้ย”

“อืม” อินได้ยินแบบนั้นก็กำลังจะลุกขึ้นไปนอนที่เตียงตัวเองบ้างแต่เสียงของหมี่ก็ทำให้เขาหยุดความคิดนั้น

“ชีวิตกูมีแค่พี่ชาย...พ่อแม่โดนรถชน แล้วก็ตายไปตั้งแต่กูยังเด็ก ๆ พี่เลยทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเรายังมีชีวิตรอด ทั้งเรียน ทำงานและเลี้ยงดูกู” ถึงแม้เด็กหนุ่มจะมองไม่เห็นหน้าคนตัวเล็กแต่ก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจ

“พี่รับภาระคนเดียวมาตลอด ไม่เคยคิดเอ่ยปากให้กูช่วยทำอะไรเลย พี่ตามใจกูทุกอย่างจนบางครั้ง...กูเริ่มหงุดหงิดและรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า” เสียงของหมี่ไม่ได้สดใสเหมือนอย่างทุกที อินที่รู้สึกเป็นห่วงคนตัวเล็กเลยตัดสินใจไม่ลุกไปไหนและพร้อมรับฟังสิ่งที่อีกฝ่ายอยากระบาย

“ความจริงแล้ว ที่กูนั่งรถและขนของมาเองก็เพราะอยากให้พี่รู้ว่าน้องชายคนนี้ดูแลตัวเองได้ พี่จะมาช่วยกูทั้งที่ตัวเองป่วยอยู่มันไม่ได้รึเปล่า นั่นมันมากไป กูปีหนึ่งแล้วนะเว้ย ถึงเวลาที่กูต้องเริ่มใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว” หมี่พูดพลางยกมือขึ้นราวกับกำลังเอื้อมคว้าอะไรบางอย่างในอากาศ ทว่าตรงหน้ามีเพียงความว่างเปล่า

“พี่แค่ไม่อยากให้มึงลำบากรึเปล่า” อินคงทำได้เพียงแค่พูดปลอบใจตามสิ่งที่ตัวเองคิด

“เหอะ! คนเป็นพี่ เค้าคงมีความคิดแบบนี้กันสินะ...แต่กูอึดอัดว่ะ ครอบครัวเรามีกันแค่สองคนแต่พี่ทำเหมือนกับว่ากูไม่มีตัวตนและเลือกที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว...ช่างเถอะ กูก็แค่เพ้อไปเรื่อย”

เด็กหนุ่มเข้าใจความรู้สึกของคนตัวเล็กและไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าสิ่งที่ได้เจอหรือได้ระบายออกมานั้นเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เขาจึงคิดหาวิธีที่จะช่วยให้คนตัวเล็กรู้สึกดีขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง บุคคลที่ไม่ค่อยเข้าสังคมแถมยังพูดน้อยอีกด้วย

“กูมีน้องชายคนนึง” เสียงทุ้มเข้มของอินเรียกความสนใจจากหมี่ได้เป็นอย่างดี นัยน์ตาสีน้ำตาลคาราเมลของคนตัวเล็กมองตรงมาที่เขา

“น้องกูชื่ออัน เป็นเด็กสดใสร่าเริง กินเก่งและยิ้มกว้าง ใช้ชีวิตด้วยความสนุกสนานตลอดเวลา อันเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ พ่อแม่ก็รักเราไม่เท่ากัน...แต่อันทำให้กูรู้สึกแตกต่าง” หมี่ขยับมาใกล้ขึ้นเพื่อให้มองเห็นอินได้ชัด เด็กหนุ่มเห็นอีกฝ่ายจ้องตาไม่กะพริบก็จำใจเล่าต่อ

“อันเป็นคนเดียวที่ทำให้กูรู้สึกมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้และคอยอยู่เคียงข้างกูเสมอ อันเปรียบเสมือนแสงสว่างในชีวิตกูเลย” ฟังมาถึงตรงนี้ดวงตาแสนแป๋วแหว๋วของหมี่ก็หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ในใจก็คิดว่าที่ผ่านมาไอ้ยักษ์ต้องเจอเรื่องแบบไหนกันนะ

“น้องชายนิสัยต่างจากมึงคนละขั้วเลย ตอนนี้น้องอันอายุเท่าไหร่ล่ะ เรียนอยู่ที่ไหน” หมี่ลุกมานั่งขัดสมาธิเพราะดูเหมือนว่าการสนทนาครั้งนี้จะมีเนื้อหาลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้

“อันเป็นน้องชายฝาแฝด เขาจมน้ำและจากกูไปก่อนจบมอสาม...” หมี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสลดไปตามเรื่องที่อินเล่า ขณะเดียวกันเด็กหนุ่มที่เห็นคนฟังเงียบผิดปกติก็กังวลว่าสิ่งที่พูดไปจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี เลยพูดต่อด้วยน้ำเสียงติดเล่นเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดไปมากกว่านี้

“ตอนนั้นกูเคว้งมากเลย...แต่กูกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เพราะไอ้กันต์”

“ไอ้กันต์เหรอ” คนตัวเล็กเอียงคอด้วยท่าทีสงสัยและทวนชื่อของบุคคลอื่นที่ตัวเองเพิ่งเคยได้ยิน

“เพื่อนสนิทที่กูเคยบอกไง” หมี่พยักหน้ารับรู้เมื่อได้คำตอบพลางประติดประต่อเรื่องราวในหัว ไอ้ยักษ์สูญเสียน้องชายฝาแฝดไปแต่กลับมาได้เพราะเพื่อนสนิท คงสนิทกันมากแน่ ๆ คิดเองเสร็จสรรพก็เอนตัวลงนอน

“เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเอาเรื่องเลยสินะ...” คนตัวเล็กบ่นพึมพำและคิดสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกหน่วงใจแบบนี้ ก่อนจะนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผนังเพื่อหลบหน้าอิน

“ตอนนั้นกูจำได้ว่าไอ้กันต์อาการหนักกว่ากูมาก ๆ พ่อแม่กูเลยต้องพามันไปหาหมอ เห็นมันเสียศูนย์ขนาดนั้นกูเลยต้องทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้ เสียไอ้อันไปแล้ว กูไม่อยากเสียมันไปอีกคน”

อินที่ไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่นี้จากอีกฝ่ายก็พูดต่อพลางยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง เขานึกย้อนไปถึงช่วงเวลาเก่า ๆ และเริ่มดำดิ่งไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

“งืมมม กูด้วย” ทว่าเด็กหนุ่มก็ต้องงงงวยกับปฏิกิริยาตอบกลับของคนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนหันหลังให้เขาอยู่

“อะไรของม- หึ หลับไปแล้วเหรอ” จากการยิ้มเยาะให้ชีวิตตัวเองก็ต้องแปรเปลี่ยนมาเป็นการยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้า นี่อีกฝ่ายหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ไม่รู้จะได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าจนจบรึเปล่า

สายตาคมของเด็กหนุ่มหันมองเวลาและรับรู้ว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว มือหนาหยิบผ้านวมผืนใหญ่ที่อยู่ปลายเท้าของหมี่ห่มให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ คนตัวเล็กหดตัวและซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากผ้าห่มทันทีพร้อมหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

“กูไม่เคยเปิดใจให้ใครมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ...หมี่” อินพูดเสียงเบาราวกับละเมอ เด็กหนุ่มเองก็รู้สึกตกใจที่ตัวเองยอมพูดคุยเรื่องส่วนตัวให้คนนอกครอบครัวหรือคนที่เพิ่งได้รู้จักกันอย่างหมี่มากขนาดนี้ มือหนาหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาจากกางเกงและเปิดดูภาพถ่ายใบเล็กที่แนบไว้ด้านใน

“กูจะพยายามใช้ชีวิตส่วนที่เหลือเพื่อมึงนะ...อัน”

อินพูดพลางมองเด็กน้อยคนหนึ่งที่ยิ้มกว้างอยู่ในรูปและอาจเป็นเพราะความมึนเมาจากแอลกอฮอล์บวกกับความง่วงที่ถาโถมเข้ามาทำให้เด็กหนุ่มสลบไปทั้งที่ยังนั่งอยู่ข้างเตียงของเพื่อนร่วมห้อง

.

.

.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status