مشاركة

บทที่ 14

مؤلف: ภุมโม
last update تاريخ النشر: 2024-11-21 20:15:15

เดือนแรกของการเป็นนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งในรั้วมหาลัยฯ ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเรื่องโกหก หมี่ที่ทำการเปิดตัวด้วยความอลังการจากสโลแกนและท่ากระตุกเป้าเขย่าไข่ในวันงานกิจกรรมรับน้องก็มีเพื่อนนักศึกษาและรุ่นพี่มากหน้าหลายตาให้ความสนใจและเข้ามาทำความรู้จักเป็นจำนวนมาก

ซึ่งปรากฎการณ์นี้เจ้าตัวก็ชอบอกชอบใจ เขาคิดไปเองว่าทุกคนเข้าหาเพราะเบ้าหน้าอันหล่อเหลาของตัวเอง แต่ความจริงคือทุกคนเข้าหาเพราะความร่าเริงแจ่มใสและความตลกเฮฮาของหมี่ต่างหาก

อีกด้านหนึ่ง อินที่อยากใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่าย สบาย ๆ และไม่อยากเป็นดาวเด่นหรือเป็นที่สนใจของใครทั้งนั้น กลับไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขตามที่คาดหวังไว้เพราะเหตุการณ์จากวันงานกิจกรรมรับน้องเช่นเดียวกัน

ในทุกวันเด็กหนุ่มจะตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกมายืดเส้นยืดสาย อบอุ่นร่างกายและเริ่มวิ่งเหยาะ ๆ ไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้มหาลัยฯ เมื่อมาถึงสระน้ำกลางสวนก็พักยืดเหยียดแขนขาอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มวิ่งกลับและแวะซื้อมื้อเช้ากลับไปกินที่ห้อง

กว่าจะถึงห้องก็ราว ๆ หกโมงกว่าเพราะต้องรอข้าวอยู่หลายนาที ร้านข้าวมันไก่เจ้านี้คนแน่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง อินเห็นพ่อค้าแม่ค้าหลายคนมาซื้อแบบเป็นห่อหลายสิบเจ้าคงเอาไปขายต่อเลยทำให้รอนาน ระหว่างนั้นก็นั่งพักให้หายเหนื่อยและรอให้เหงื่อแห้ง ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ

ชีวิตในรั้วมหาลัยฯ ของอินถ้าตัดเรื่องที่สาวน้อยใหญ่มาตามกรี๊ดเขากับเรื่องของขวัญที่ใครก็ไม่รู้ชอบซื้อมาฝากออกไป ก็นับว่าเป็นชีวิตที่สงบดี ตื่นเช้าไปวิ่ง กินข้าว ไปเรียน ปีหนึ่งก็เรียนวิชาพื้นฐานทั่วไปไม่ได้เน้นเรียนทักษะกีฬาว่ายน้ำเท่าไหร่ ซึ่งก็ตรงตามที่เด็กหนุ่มคิดไว้

อินเลยทำได้เพียงฝึกตามตารางที่เขียนไว้เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายอยู่เสมอและเขาก็ทำได้ดีมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ทว่าการฝึกนี้ยังไม่ได้รวมการฝึกว่ายน้ำในสระเลย ปกติเขาก็ไปใช้บริการสระของศูนย์ฝึกแห่งหนึ่งใกล้บ้านแต่ตอนนี้มาอยู่มหาลัยฯ แล้ว คงต้องไปคุยเรื่องขอใช้สระว่ายน้ำของทางคณะฯ สักหน่อย

ส่วนเรื่องการเรียนทั่วไปในสายชั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีทั้งวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไหนจะวิชาสรีระหรือกายภาพนั่นอีกทำเอาเหล่านักศึกษาที่คิดว่าจะหนีมาเรียนพละสบาย ๆ ต้องถอนหายใจกันเป็นว่าเล่นเพราะพวกเขาเผลอหนีเสือปะจระเข้เข้าให้แล้ว

“อ๊ะ กลับมาแล้วเหรอ” เด็กหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงทักทายจากคนตัวเล็กทันที

“อือ กูซื้อข้าวมันไก่มาให้ วันก่อนได้ยินมึงบ่นอยากกิน”

“หาววว อืมม กูไปอาบน้ำแป๊บ” อีกฝ่ายตอบรับทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป

ทางด้านของหมี่ซึ่งเรียนคณะคหกรรมก็ค่อนข้างหนักกว่าที่คิดเอาไว้ ดูท่าอีกฝ่ายจะเรียนรายวิชาพื้นฐาน เช่น วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ไม่เข้าหัวเลย กลับมาห้องทีไรมีสภาพหัวฟูทุกที ทว่าวันไหนที่เรียนคาบปฏิบัติคนตัวเล็กขอสู้ตาย ไอ้หมี่คนนี้จะเป็นเชฟอันดับหนึ่งให้ได้!!!

เรียนคหกรรมหนึ่งเดือนก็ได้รู้จักเครื่องครัวที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนแล้วก็มีเพื่อนใหม่สองคน รู้จักกันจากการทำงานกลุ่มในวิชาเรียน ถือเป็นบุญของหมี่แท้ ๆ ที่เพื่อนสองคนนั้นเรียนเก่งและคอยช่วยกันปลุกคนตัวเล็กที่มักจะหลับใหลในคาบเรียนให้ตื่นอยู่เสมอ

หมี่มักเป็นตัวสร้างความสุขให้กับผู้คนรอบข้างแต่ไม่ใช่กับรูมเมทเพราะหนึ่งเดือนนี้เวลาว่างของทั้งคู่แทบไม่ตรงกันเนื่องจากเรียนกันคนละคณะฯ ทำให้เจอกันแค่บางเวลา เช่น ช่วงเช้า ก่อนนอนหรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และถึงแม้ว่าจะได้เจอกันบ้างแต่ทั้งคู่ก็แทบไม่ได้คุยกันเลย ทุกครั้งที่กลับถึงห้องต่างคนก็ต่างทำเรื่องของตัวเองอย่างกับอยู่ตัวคนเดียว

“มึง” ขณะที่อินกำลังแกะข้าวมันไก่ใส่จานก็ได้ยินคนตัวเล็กเรียก

“หืม”

“กูเหงา” และแล้วหมี่ก็พูดความในใจออกมาเพราะเขาไม่อยากทนกับสถานการณ์นี้อีกต่อไปแล้ว ขอฉวยโอกาสนี้เปิดหัวข้อสนทนาเลยแล้วกัน

“อะไรของมึงแต่เช้าเนี่ย” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นจนหน้าผากยู่เพราะงงงวยว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

“ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะเว้ย กลับมาห้องทีไรกูก็รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวอ่ะ กูไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย” คนฟังเริ่มประมวลผลจากคำพูดและการกระทำของอีกฝ่าย เวลาที่คนตัวเล็กเริ่มใช้น้ำเสียงงอแงคล้ายเด็กนั่นแปลว่ากำลังอยากได้อะไรบางอย่าง

“ไม่ชอบแล้วจะให้ทำยังไง” ตอนนี้อินเทน้ำซุปใส่ถ้วยเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอคนกินเนี่ยแหละ

“กูเคยบอกมึงแล้วไงว่ากูชอบพูด แต่หนึ่งเดือนมานี้กูนับคำได้เลยว่าพูดกับมึงไปกี่คำ” เด็กหนุ่มยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ อีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขา ถ้าอยากคุยนักก็คุยสิ ในมหาลัยฯ มีคนให้คุยด้วยตั้งเยอะแยะ

“มึงก็พูดกับเพื่อนในห้องดิ” อินเลยตอบไปตามตรง คณะคหกรรมก็ใช่ว่าจะเด็กน้อยซะหน่อยหรือไอ้หมี่มันไม่พูดกับใครเลย คิดมาถึงตรงนี้ก็กังวลว่าอีกฝ่ายมีเพื่อนบ้างรึเปล่า นอกจากเพื่อนสองคนที่เคยเล่าให้เขาฟัง

“...มันเหมือนกันที่ไหนเล่า ไอ้บ้า...” ทางด้านของหมี่ที่ได้ยินคำตอบจากไอ้ยักษ์ตรงหน้าก็เริ่มโมโหขึ้นมาแต่เพราะอีกฝ่ายอุตส่าห์ซื้อข้าวมันไก่ที่ตัวเองอยากกินมาฝาก เลยไม่อยากโวยวายใส่

“มึงว่าไงนะ” ทว่าพอโดนอินกระตุกต่อมก็เผลอห้ามตัวเองไม่อยู่

“กูบอกว่ามันไม่เหมือนกันโว้ยยย!!!” คนตัวเล็กตะโกนตอบเสียงดังจนอินถึงกับต้องดุเสียงแข็ง มีแค่เรื่องนี้แหละที่เขาอยากให้คนตัวเล็กปรับปรุง การที่อีกฝ่ายงอแง เอาแต่ใจหรือชอบพูดมาก ไม่เป็นปัญหาเท่ากับการโวยวายเสียงดังแบบนี้เลย

“หมี่! บอกว่าอย่าตะโกนไงเกรงใจคนข้างห้องบ้าง” คนตัวเล็กได้แต่ก้มหน้างุดสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป

“เออ ขอโทษ” พูดเสร็จก็นั่งลงตรงที่ประจำและกินข้าวมันไก่ในจาน ตักข้าวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ ก็เริ่มซักไซ้ต่อ

“แล้วสรุปจะเอายังไง”

“เรื่องอะไร” หมี่หน้าหงิกทันทีพลางนึกหงุดหงิดที่อีกฝ่ายยังใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายใจ แล้วทำไมตัวเองถึงต้องน้อยใจแบบนี้ด้วยนะ

“ก็เรื่องของเราไง”

“เรื่องของเรา อะไรของมึง” อินถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมามองเพราะกลัวว่าเขาจะเข้าใจคำพูดนั้นคนละความหมายกับที่หมี่อยากสื่อ

“ไอ้อินนี่กูไม่ได้พูดเล่นนะ กูว่าเราต้องหากิจกรรมทำร่วมกันบ้าง แบบเสาร์อาทิตย์ทำขนมกินกัน ไปเดินเล่นตลาดนัด ไม่ก็เที่ยวห้างดูหนังไรงี้ กูว่าแบบนั้นน่าสนุกดีนะ ดีกว่าอยู่ห้องแบบเฉา ๆ เหงา ๆ อ่ะ” เด็กหนุ่มคิดตามข้อเสนอของคนตัวเล็กพลางพยักหน้าเห็นด้วย แต่...

“เสาร์อาทิตย์นี้ไม่ได้ กูมีนัดสายรหัส”

“มึงพากูไปด้วยได้มั้ย” ดวงตากลมสีน้ำตาลคาราเมลเปล่งประกาย

“มึงเข้าใจคำว่าสายรหัสมั้ยเนี่ย” แต่งานนี้เด็กหนุ่มขอไม่ใจอ่อนและไม่คล้อยตามการออดอ้อนของคนตัวเล็กอีกต่อไป

“ขี้งกว่ะ เลี้ยงกูเพิ่มอีกคนสายรหัสมึงไม่จนหรอก ว่าแต่พี่เค้าพาไปกินอะไรอ่ะ คดห่อกลับมาเผื่อกูด้วยดิ” หมี่พูดพลางทำหน้าบึ้งตึงแถมยู่ปากน่าเอ็นดู ขณะที่อินถึงกับต้องถอนหายใจในความไหลลื่นของคนตัวเล็กพลางคิดว่าอีกฝ่ายกะจะเอาให้ได้สักทางนึงเลยใช่มั้ย

“เหล้า” ว่าแล้วก็ตอบคำถามที่คนตัวเล็กสงสัย ซึ่งคำตอบนั้นทำให้ดวงตากลมของหมี่ต้องเบิกกว้าง

“หะ!ไหนมึงบอกว่านักกีฬาต้องรักษาสุขภาพไม่กินแอลกอฮอล์ไง”

“ปกติกูไม่กินแต่งานนี้คงต้องกิน” หมี่หน้าเหยเกขึ้นมาทันที

“บ้าอำนาจชะมัด ดีนะที่กูไม่ได้มีสายรหัสแบบนั้น” ก่อนที่มือเล็กจะเริ่มจับช้อนตักข้าวมันไก่เข้าปากอีกครั้ง

“หมี่” อินได้ยินแบบนั้นก็กดเสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อของคนตัวเล็กเพื่อปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดจาอะไรเลยเถิดและไม่ให้เกียรติรุ่นพี่ไปมากกว่านี้

“อยู่กับมึงเหมือนมีพ่อคนที่สองเลยว่ะ มันหนักกว่าการมีพี่อีกนะ” เมื่อโดนดุถึงสองครั้งตั้งแต่เช้า คนตัวเล็กก็ได้แต่ขยับปากบ่นอุบอิบเสียงเบา

เด็กหนุ่มส่ายหัวให้อีกฝ่าย หมี่คงไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่มันน่าเอ็นดู น่ามันเขี้ยวขนาดไหน อินก้มมองเวลาในโทรศัพท์มือถือและบอกให้คนตัวเล็กรีบกินข้าว ก่อนที่เขาจะตักข้าวมันไก่คำสุดท้ายเข้าปากไป

“มึงไม่ลืมอะไรแน่นะ กูจะปิดห้อง” เด็กหนุ่มยืนถือกุญแจจ่อลูกบิดประตูห้องไว้และหันไปถามรูมเมท ก่อนจะได้ยินเสียงเล็กแหลมตอบกลับมา

“ปิดเลย กูไม่ลืมอะไรแล้ว...แต่ถึงกูจะลืม กูก็กลับมาเอาได้ป่ะวะ” จะว่าไปก็ถูกตามที่อีกฝ่ายพูด อินเลยอดคิดไม่ได้ว่านี่เขาเผลอทำตัวจู้จี้จุกจิกจนน่ารำคาญอีกแล้วรึเปล่านะ

เมื่อเดินมาถึงชั้นล่างก็เจอกันต์ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสามคนตรงไปขึ้นรถสวัสดิการของมหาลัยฯ เพื่อนั่งไปยังตึกคณะฯ ของตัวเอง และเพราะตึกของหมี่จะถึงก่อนตึกของอิน เจ้าตัวเลยกระชับกระเป๋าสะพายให้แน่นขึ้นเพื่อเตรียมตัวลง

“กูไปก่อนนะ ไว้เจอกันตอนเย็นนน” ขณะที่กำลังจะเดินลงจากรถก็ยังไม่วายหันมาโบกมือลาเด็กหนุ่มอีกด้วย

“อืม” อินที่เริ่มชินแล้วก็ส่งเสียงขานรับในลำคอและนั่งรถไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าตึกคณะฯ วิทย์กีฬา

.

.

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อินกินหมี่   บทที่ 89

    กลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ

  • อินกินหมี่   บทที่ 88

    ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ

  • อินกินหมี่   บทที่ 87

    “อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค

  • อินกินหมี่   บทที่ 86

    “เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ

  • อินกินหมี่   บทที่ 85

    และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร

  • อินกินหมี่   บทที่ 84

    “อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั

  • อินกินหมี่   บทที่ 9

    สิ่งที่ทำให้อินขมวดคิ้วแน่นคือชั้นล่างที่ตอนนี้มืดสลัวไปหมดเพราะหลอดไฟถูกปิดไว้ทั้งบ้าน อินเลยเดินไปเปิดสวิตช์ให้บ้านสว่างขึ้น ก่อนจะตะโกนเรียกเพื่อนสนิทที่น่าจะนอนอยู่ชั้นบนให้ลงมากินข้าว“ไอ้กันต์ตื่นอยู่มั้ย! ลงมากินก๋วยเตี๋ยวก่อน” และเพราะแปลนบ้านที่ใกล้เคียงกับบ้านของตัวเอง อีกทั้งอินก็เดินเข้า

  • อินกินหมี่   บทที่ 8

    เสร็จจากกิจกรรมรับน้อง ทุกคนก็แยกย้ายกันเดินทางกลับหอพัก บางคนกลับบ้านเช่าใกล้ ๆ มหาลัยฯ บางคนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งอินก็เป็นหนึ่งในนั้น ร่างสูงของเด็กหนุ่มยืนรอโบกรถโดยสารเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้แม่ไม่อยู่และนั่นแปลว่าที่บ้านไม่มีอะไรกิน เขาจึงเดินออกมาจากจุดรอรถและเดินหาร้านค้าที่

  • อินกินหมี่   บทที่ 7

    “วิธีอะ- ว๊ากกกก” หมี่ยังพูดคำถามไม่ทันจบก็ถูกอินอุ้มขึ้นซะก่อน คนตัวเล็กส่งเสียงหวีดร้องน่ากลัวอินเอาลูกบอลที่ได้มา วางแนบไว้ข้างแก้มตัวเองและดันบอลให้ติดกับแก้มของคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ความจริงแล้วอินคิดหาวิธีชนะเกมนี้ตั้งแต่ได้ยินกติกาแล้ว และหลังจากที่เขาคิดวิเคราะห์อยู่นานก็ได้คำตอบว่าวิธี

  • อินกินหมี่   บทที่ 6

    ภายในเวลาไม่กี่นาทีนักศึกษาปีหนึ่งที่มีป้ายชื่อสีเขียวก็มารวมตัวกันตรงนี้ ภาพของผู้คนดูบางตากว่าตอนแรกไปมากเพราะเด็กปีหนึ่งถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ซึ่งตอนนี้รุ่นพี่หลายคนก็เริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการทำกิจกรรมจนพร้อม และแล้วก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งหยิบโทรโข่งขึ้นพร้อมอธิบายรายละเอียดกิจกรรม“สวัส

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status