Masukเพียงแค่ชั่ววูบที่ริมฝีปากแตะกัน ร่างกายที่เคยแข็งขืนของอินทุอรก็พลันอ่อนระทวยราวกำลังละลายด้วยเปลวเพลิง ความร้อนแรงที่ภาคินมอบให้ทำให้เธอเผลอเผยอริมฝีปากสวยออกอย่างลืมตัว เปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานล้ำภายในอย่างง่ายดายหัวใจของสาวน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่แน่ใจนักว่าที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้ เป็นเพราะส่วนลึกในใจเธอที่กำลังโหยหาและลุ่มหลง หรือว่าความต้องการทางเพศที่ห่างหายมานานกันแน่ภาคินผละริมฝีปากออกเพียงนิด สายตาคมกวาดมองลงบนเรือนร่างอรชรที่สั่นเทา ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ สะโพกกลมกลึง และเอวบางคอดกิ่วที่เขาเพิ่งปล่อยมือออก สิ่งเหล่านี้ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาจนแทบจะคลั่ง เพียงแค่จูบเล็กน้อยยังทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมเขารีบดันตัวเธอออกห่างก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลกว่านี้ “อร... ผมขอโทษ” น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด“อรก็ขอโทษคุณเหมือนกันที่ทำคุณต้องเจ็บตัวเพราะอร” เธอตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าแดงซ่านจนไม่กล้าสบตาขณะที่บรรยากาศกำลังอึมครืมด้วยแรงปรารถนา เสียงของ ป้าดวง แม่บ้า
“ผมไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องถึงกับไปโรงพยาบาลหรอก... แล้วอรล่ะ บาดเจ็บตรงไหนมั้ย?”ภาคิน พยุงตัวเองขึ้นนั่งพลางใช้มือหนาลูบไล้สำรวจตามต้นแขนและไหล่มนของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ จากกายสาวที่ลอยมาปะทะจมูกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายหนุ่มจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘แค่กลิ่นตัวหอม ๆ ยังทำเอาคลั่งขนาดนี้’ เขาแอบคิดในใจพลางหัวเสียที่ดันใช้วิธีเจ็บตัวเรียกคะแนนสงสาร ทั้งที่ใจจริงอยากจะซัดไอ้กระจอกนั่นให้หมอบแทบเท้าเสียมากกว่า“อรไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณภาคินมากนะคะที่เข้ามาช่วย” อินทุอรละล่ำละลักบอกพลางพยุงเขาไปนั่งพักที่ม้าหินอ่อนในหัวใจของเด็กสาวตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง เธอแอบชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาช่วยเธอ ตั้งแต่วันที่หนีโจรหื่นกามกับรุ้งระวีร์จนได้รู้จักกัน และครั้งนี้เขาก็ยังเจ็บตัวเพราะเธออีกใบหน้าคมสัน จมูกโด่งเป็น และนัยน์ตาสีเข้มที่ดูทรงพลังนั้นทำให้อินทุอรเผลอจ้องมองจนลืมตัว“ไม่ทราบว่ามีอะไรติดหน้าผมหรือเปล่าครับ?” ภาคินแกล้งถามเย้า“อ๋อ... เปล่าค่ะ อรแค่ดูว่าแผลที่มุมปากคุณเป็นยังไงบ้าง” เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอายที่ถูกเขาจ
ภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่เงียบเหงา อินทุอรนั่งทอดถอนใจอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ความเงียบทำให้เธอนึกถึงรุ้งระวีร์เพื่อนรัก จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะส่งสติกเกอร์ไลน์ทักทายไปหา ทว่าด้วยความรีบร้อน นิ้วเรียวกลับกดผิดไปเข้าหน้าแชทของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของหัวใจและเจ้าของห้องนี้แทน!คุณภาคิน : “สวัสดีครับอร ทักมาแบบนี้... มีอะไรหรือเปล่าครับ?”อินทุอรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ รีบพิมพ์ตอบกลับพัลวันอร : “ขอโทษค่ะคุณภาคิน! อรส่งผิดค่ะ ตั้งใจจะส่งหาเพื่อนแต่ดันกดผิดช่อง ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ” คุณภาคิน : “ไม่เป็นไรครับ... ว่าแต่ทำไมไม่พารุ้งระวีร์มาพักด้วยกันล่ะ จะได้ไม่เหงา” อร : “โอ๊ย... รายนั้นเขามีเจ้าของคอยคุมแจแล้วค่ะ คงมาไม่ได้หรอก” คุณภาคิน : “พอดีผมอยู่ข้างนอก นัดเพื่อนไว้แต่มันดันยกเลิกกะทันหัน ผมแวะเข้าไปหาคุณอรได้ไหม” อร : “คุณภาคินอยู่ไหนแล้วคะตอนนี้” คุณภาคิน : “อยู่หน้าคอนโดเนี่ยแหละ... เดี๋ยวผมขึ้นไปนะ”อินทุอรส่งสติกเกอร์ตอบรับอย่างงงๆ ก่อนจะรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาไปที่กระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นโครมครามไม่หยุด เพียงไม่กี่อึดใจ
เช้าวันเปิดเรียนหลังจากหยุดยาวหลายวัน อินทุอรและรุ้งระวีร์นัดเจอกันที่ซุ้มม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกเรียน บรรยากาศรอบตัวสดใสด้วยเสียงจ้อกแจ้กของนักศึกษา แต่แววตาของเพื่อนรักทั้งคู่กลับดูมีเรื่องราวให้คิดทบทวนมากมาย“ไปอยู่กับคุณธนาเป็นไงบ้าง สบายดีไหม?” อินทุอรเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พลางสังเกตเห็นว่าเพื่อนดูสวยสะพรั่งผิดหูผิดตา แต่ใบหน้ายังคงมีความหมองเศร้าแฝงอยู่“สบายกายแต่ไม่สบายใจน่ะสิ” รุ้งระวีร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจกระซิบความลับที่อัดอั้นอยู่ข้างในออกมา “ฉันไปอยู่ที่นั่น... ในฐานะเมียของเขา”“เฮ่ย!!...จริงดิ ไหนว่าให้ไปทำงานไงล่ะ” อินทุอรตาโตด้วยความช็อก เธอไม่คิดว่าพันธะหนี้สินจะนำพาเพื่อนไปสู่จุดนี้ได้“อรได้ยินไม่ผิดหรอก... เขาบังคับให้ฉันเซ็นสัญญา แล้วสุดท้ายฉันก็หนีไม่พ้น...” รุ้งระวีร์ทำหน้าจ๋อย นึกไปถึงสัมผัสเร่าร้อนและรุนแรงที่ได้รับมาตลอดหลายคืน “ทำไงได้ล่ะ หนี้ตั้งห้าล้าน ฉันไม่มีปัญญาหาไปหามาคืนเขาหรอก”“แล้วรุ้ง... รุ้งเต็มใจไหม?”“ไม่รู้สิอร... เขาเอาแต่ซื้อของแพงๆ ให้ฉัน ประโคมทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งอยากได้ แต่มันแลกมาด้วยความอัปยศที่ฉันต้องทำหน้าที่บนเตียงทุกคื
เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร “คุณรุ้งตื่นแล้วเหรอคะ ป้าว่าจะมาปลุกพอดี”“ป้ารินมีอะไรรึเปล่าคะ” รุ้งระวีร์ถามเสียงแผ่ว ป้ารินคือแม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นเสี่ยธนามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เป็นไม่กี่คนที่รุ้งระวีร์รู้สึกไว้วางใจในบ้านหลังนี้“พอดีเสี่ยท่านสั่งไว้ค่ะว่าสาย ๆ จะให้ คุณพุฒกรอง มารับพาคุณไปซื้อของใช้เพิ่มเติมนะคะ”รุ้งระวีร์นิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ อะไรกัน... เสื้อผ้าที่เขาเพิ่งซื้อให้เธอก็ยังใส่ไม่ครบทุกชุดเลยด้วยซ้ำ “แต่ของใช้รุ้งก็มีครบแล้วนะคะป้า ไม่เห็นต้องซื้อเพิ่มเลย”“ท่านสั่งก็ทำตามเถอะค่ะ ซื้อไว้ก็ไม่เสียหลาย” ป้ารินตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะขอตัวออกไปรุ้งระวีร์ถอนหายใจยาวพลางเดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดให้รดรินผ่านศีรษะหวังจะให้ความสดชื่นช่วยไล่ภาพเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อคืนออกไปจากหัว ทว่ายิ่งสายน้ำสัมผัสผิวกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆ ประดับอยู่ เธอก็ยิ่งหน้าร้อนผ่าวจนต้องสลัดศีรษะแรง ๆเมื่อก้าวลงมายังห้องนั่งเล่น รุ้งระวีร์ก็ได้พบกับ พุฒกรองผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนที่มีดวงตากลมโตดูเฉลียวฉลาด เธอคือหนึ่งในสี่มือ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากพิธีศพที่แสนเศร้าโศกจบสิ้นลง เช้าวันหนึ่งที่ม้าหินอ่อนใต้หอพักเก่าของรุ้งระวีร์ สองเพื่อนซี้กำลังเร่งปั่นรายงานที่ค้างไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัด“รุ้ง... เธอต้องย้ายไปอยู่กับลุงธนานั่นจริงๆ เหรอ” อินทุอรถามขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลขณะเหลือบมองเพื่อนสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละอร... ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” รุ้งระวีร์ตอบพลางขีดเขียนข้อความลงในกระดาษอย่างเหม่อลอย“แล้วทำไมเธออยู่หอนี้ต่อไม่ได้ล่ะ? ทำไมต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเขาด้วย”“คุณธนาบอกว่า... ฉันต้องทำงานใช้หนี้ที่พี่แบงค์ก่อไว้” รุ้งระวีร์เงยหน้าขึ้น สบตากับเพื่อนสนิท อินทุอรนิ่งไปครู่ใหญ่ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงนัยแฝงที่ซ่อนอยู่ในคำว่าดูแลนั้น “รุ้ง... ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ลุงธนาคนนั้นเขาดู... ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยนะ โดยเฉพาะสายตาที่เขามองเธอ”“เธอคิดอะไรอยู่เหรออร?” รุ้งระวีร์ถามเสียงแผ่ว ความหวั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“เปล่าหรอก... ฉันก็แค่แปลกใจนิดหน่อยที่เขารวบรัดเธอเร็วขนาดนี้” อินทุอรถอนหายใจยาว “แล้วนี่... เขาให้เธอย้ายไปเมื่อไหร่







