LOGINเพราะความจนมันน่ากลัว หรือเพราะรสสวาทมันหอมหวาน จนทำให้เธอต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความอยู่รอด ในห้องนอนมืดสลัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวกามและความลับ เธอจะรอดพ้นจากพันธนาการแห่งตัณหานี้ได้อย่างไร ในเมื่อคนรอบข้างต่างจ้องจะทำลายพรหมจรรย์ของเธอ กลิ่นสาบสาวเย้ายวนใจปลุกสัญชาตญาณดิบของบุรุษรอบข้างให้ตื่นขึ้น เขาคือผู้ที่พร้อมจะปรนเปรอทุกอย่างเพื่อแลกกับเรือนร่างของเธอ รสรักที่ฉาบด้วยยาพิษและความลวงนี้ จะจบลงไปพร้อมกับความรักหรือมันจะเป็นเพียงแค่ความใคร่ที่รอวันจางหาย
View Moreอินทุอรเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน เธออาศัยอยู่กับตาและยายในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ทั้งสองมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ไม่ว่าจะเป็นกล่องกระดาษหรือพลาสติก ยายของเธอมีอายุมากกว่าตาถึงหนึ่งรอบ ยายนิ่มอายุ 76 ปี ส่วนตาชิตอายุ 64 ปี ปัจจุบันอินทุอรกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
เด็กสาวอยู่ในวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ความเป็นสาวเริ่มปรากฏชัด ทั้งสะโพกที่ผายออกและหน้าอกที่ขยายใหญ่เกินวัยตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.4 วันหนึ่ง ยายนิ่มเห็นความจำเป็นจึงพาหลานสาวไปซื้อชุดชั้นใน แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี เมื่อคนขายแนะนำให้ซื้อไซซ์เล็กที่ราคาประหยัดกว่า ยายจึงตัดสินใจซื้อตามนั้น
“หนูเข้าไปลองชุดสิจ๊ะ” ยายสั่ง
คนขายพาอินทุอรไปยังห้องลองชุด เด็กสาวถอดเสื้อตัวนอกออก เธอต้องใส่เสื้อคลุมทับไว้เสมอเพราะไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็นหน้าอกที่ใหญ่โตผิดปกติ เธอถอดเสื้อกล้ามตัวจิ๋วออกแล้วลองสวมบราตัวใหม่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องลอง มันเป็นบราที่สวยถูกใจ แต่กลับเล็กเกินไปจนไม่สามารถปิดเนินอกของเธอได้หมด หลังจากรอนานเกินไป ยายนิ่มจึงเคาะประตูเรียก
“อร... เป็นไงบ้าง ใส่พอดีไหม?”
หลานสาวรีบเปิดประตูออกมา ยายเห็นขนาดหน้าอกของหลานแล้วถึงกับตกใจจนรีบปิดประตูห้องลองตามเดิม “เดี๋ยวยายไปขอตัวที่ใหญ่กว่านี้มาให้ลองนะ”
หลังจากเปลี่ยนเป็นตัวที่ขนาดพอดี ยายก็เข้ามาชื่นชมหลานสาวในห้องลอง “หลานยายซ่อนรูปจริง ๆ ยายไม่นึกว่าของหลานจะใหญ่โตเกินวัยขนาดนี้”
“มันโตเร็วมากจ้ะยาย” อินทุอรตอบ
เมื่อซื้อเสร็จเรียบร้อย ยายก็พาหลานสาวกลับบ้าน โดยมีตาชิตยืนสูบบุหรี่รออยู่ที่รถ
หลายสัปดาห์ต่อมา อินทุอรหาบราตัวใหม่ที่ซักตากไว้ไม่เจอ เธอจึงเดินหาไปทั่วบ้าน จนกระทั่งพบตาชิตกำลังนอนดมชุดชั้นในของเธออยู่บนที่นอน
ตาชิตกำลังเคล้าคลึงกางเกงในและบราของเธอแนบกับใบหน้าอย่างหลงใหล อินทุอรทำอะไรไม่ถูก เธอทำเป็นมองไม่เห็นและรอจนตาชิตออกจากบ้านไป จึงรีบนำชุดชั้นในไปซักใหม่อีกครั้งเพราะมีกลิ่นเหล้าและคราบน้ำลายติดอยู่
เธออยากฟ้องยายแต่ก็กลัวว่าหากทั้งสองทะเลาะกัน ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอจะลำบากขึ้น จึงเลือกที่จะเก็บเงียบไว้ ตั้งแต่นั้นมาเมื่อซักชุดชั้นในแห้ง เธอจะรีบเก็บเข้าที่ทันที บางครั้งที่ผ้ายังไม่แห้งสนิทเธอก็จำเป็นต้องเก็บ เพราะมีชุดไม่มากนัก เงินที่ได้จากการรับจ้างล้างจานก็มีจำกัด จึงต้องคอยประหยัดเก็บหอมรอมริบไว้
อินทุอรอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ทุกวันหลังจากเลิกเรียนเธอจะไปรับจ้างล้างจาน และช่วงดึกจะช่วยตาและยายแยกขยะขาย ชีวิตดำเนินไปเช่นนี้เรื่อยมา
กระทั่งหนึ่งปีผ่านไป...
คืนนี้ฝนตกหนักมาก ทั้งสามคนไม่สามารถออกไปเก็บของเก่าได้ อินทุอรจึงนำเงินที่ได้จากการรับจ้างล้างจานส่งให้ตายายเพื่อเป็นค่าอาหารในวันพรุ่งนี้
“ตากับยายเก็บเงินนี้ไว้นะคะ”
“หลานให้เงินแล้วก็รับไปสิไอ้ชิต แต่อย่าได้เอาไปกินเหล้าจนหมดนะมึง” ยายนิ่มกำชับสามีด้วยความระแวง เพราะทุกครั้งที่ตาชิตมีเงินมักจะหมดไปกับขวดเหล้าเสมอ
หลังจากทานมื้อเย็นที่มีเพียงปลากระป๋อง ทั้งสามก็เตรียมเข้านอน อินทุอรจุดเทียนไขเพื่อใช้เป็นแสงสว่างในการทำการบ้านเช่นทุกวัน บ้านของเธอไม่มีไฟฟ้าใช้ อาศัยเพียงตะเกียงและเทียนไข และเมื่อฝนตกหนัก หลังคาสังกะสีเก่า ๆ ก็เริ่มรั่วซึมลงมา
“ไปเอาขันมารองน้ำฝนสิ” เสียงยายดังมาจากอีกฝากของฉากกั้น
“ไม่ไหวแล้ว! เปียกไปหมดเลยที่นอนฉัน!” ตาชิตบ่นอุบเมื่อน้ำฝนหยดลงมาใส่ฟูกจนเปียกชื้นไปครึ่งค่อน ห้องของพวกเขาเป็นเพียงไม้อัดบาง ๆ กั้นไว้ อินทุอรจึงรีบเดินมาดู
“ที่นอนตาเปียกเหรอจ๊ะ?”
“เปียกหมดเลยจ้ะหนูอร”
“งั้นตามานอนที่นอนของหนูก่อนก็ได้ค่ะ หนูยังไม่นอน เดี๋ยวจะรีบทำการบ้านให้เสร็จก่อน”
ตาชิตยกฟูกที่นอนขึ้นพิงผนังแล้วเดินไปนอนที่ห้องของหลานสาว ฉากกั้นห้องถูกจัดวางไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวและเพื่อไม่ให้แสงเทียนรบกวนการนอนของคนอื่น
อินทุอรไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของตาชิต และพ่อแม่ของเธอก็ทิ้งไปนานแล้ว มีเพียงยายนิ่มและตาชิตที่ดูแลเธอมาตลอด
“หนูอรยังไม่นอนเหรอจ๊ะ?”
“จ้ะตา รอหนูจัดตารางสอนเสร็จก่อนนะ” เมื่อเห็นว่าตาชิตนอนไม่หลับเพราะแสงเทียน อินทุอรจึงรีบจัดการงานจนเสร็จแล้วดับเทียนเข้านอน
เด็กสาวทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ตาชิตโดยมีผ้าห่มผืนเดียวคั่นกลางเพื่อคลายความหนาว แต่เพียงไม่นานหยดน้ำจากหลังคาที่รั่วก็ทำให้เธอต้องขยับที่นอนจนเกือบตกฟูก เธอจึงต้องขยับกลับเข้ามาใกล้ตัวตาชิต กลิ่นเหล้าหึ่งโชยออกมาจากตัวเขาจนเธอรู้สึกอึดอัด
ในความมืด เด็กสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าตาชิตกำลังใช้ของแข็งบางอย่างเบียดชิดเข้ามาที่บั้นท้าย เธอสะดุ้งสุดตัว แต่เมื่อเห็นว่าตายังหลับสนิทจึงพยายามขยับหนี ทว่าพื้นที่ที่จำกัดและน้ำฝนที่รั่วลงมาทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ไม่นาน
ในที่สุดตาชิตก็พาดขามาที่เอวของเธอพร้อมกับการโอบกอดราวกับว่าเธอเป็นหมอนข้าง อินทุอรพยายามแกะมือหนาที่รั้งเอวเธอไว้ แต่แล้วเขากลับเริ่มลวนลามจับต้องร่างกายและหน้าอกของเธอ
เด็กสาวตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เสียงฝนที่ตกหนักกลบทุกสรรพเสียง เธอทำได้เพียงพยายามดึงมือของเขาออก แต่กลับถูกรวบแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ ก่อนที่ตาชิตจะขึ้นคร่อมร่างเธอและพยายามดึงเสื้อยืดที่เธอสวมใส่อยู่ออก
บรรยากาศหน้าห้องนอนที่เคยร้อนระอุด้วยพายุอารมณ์และการปะทะฝีปากเมื่อครู่ กลับกลายเป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความลุ้นระทึกจนน่าอึดอัด ทุกสายตาจับจ้องไปที่ประตูอย่างไม่วางตา ราวกับพยายามจะเจาะทะลุผ่านเข้าไปรับรู้เหตุการณ์ข้างในทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ ลุ้นไปตามแผนการที่ธันวาวางหมากไว้อย่างแยบยล ประมุขของบ้านยืนกอดอกนิ่ง แววตาคมกริบฉายรอยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ว่าแผนที่เขาวางไว้เพื่อดัดนิสัยลูกชายปากแข็งจอมเจ้าชู้อย่างภาคินเริ่มจะออกฤทธิ์เมื่อเห็นว่าความโวยวายภายในห้องเริ่มสงบลง และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความอ่อนหวานสลับกับเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ลอดออกมาเพียงนิด ธันวาจึงแย้มรอยยิ้มของผู้ชนะออกมาอย่างปิดไม่มิด“ปากแข็งไปก็เท่านั้น... สุดท้ายมันก็แพ้ใจตัวเองอยู่ดี” ธันวาพึมพำกับตัวเองเบา ๆไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงปลดล็อกประตูก็ดังขึ้น ภาคินเดินนำหน้าออกมาด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีแววความกังวลหลงเหลืออยู่บ้าง โดยมีอินทุอรเดินตามออกมาติด ๆ หญิงสาวก้มหน้าหลบสายตาด้วยความขัดเขิน พวงแก้มใสซับสีระเรื่อราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจสูบฉีดอย่างหนัก แ
“อัญเคยเป็นคนรู้ใจของเจ้าคินมาก่อน คงเป็นเลขาฯ ที่ดีให้เจ้าคิดมันได้” เสียงคุณธันวาเอ่ยขึ้นอย่างมีนัยยะ“ค่ะ อัญก็ว่าอย่างนั้นจริงไหมคะคิน” อัญชิสาเดินเข้ามาจับมืออินทุอรไว้ ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดย้อย “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณอินทุอร”“ยินดีที่ได้รู้จัก...เช่นกันค่ะ” อินทุอรพยายามฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก เธอไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงอยู่ก็ตาม“อรขอตัวก่อนนะคะ” อินทุอรขอตัวออกมาจากห้องรับแขกอย่างสุภาพ ร่างสูงใหญ่ของภาคินทำท่าจะลุกตาม แต่กลับถูกห้ามไว้ก่อน“นั่นแกจะไปไหน”“คือว่าผมจะไปดูอรเค้าสักหน่อย เห็นท่าทางเธอไม่ดีเลย” ภาคินกล่าวด้วยความเป็นห่วง“หยุด! ไม่ต้องไป แกนั่งลง! ทิน เดินตามไปดูทีสิ ว่าคุณอรต้องการอะไรหรือเปล่า” คุณธันวาสั่งเสียงเฉียบขาด“ครับท่าน” ทินเดินตามอินทุอรไปแล้ว แต่สายตาของภาคินยังคงจับจ้องตามไปไม่ห่าง ราวกับจะกลืนกินร่างบางให้หายไปจากสายตาของคนอื่น“เธอสวยมากนะคะ เป็นคุณแม่ที่สวยเอามากๆ ตอนแรกที่เห็นอัญยังนึกอิจฉาเธอเลยค่ะ อัญจะถามอยู่แล้วเชียว ว่าคุณเธอเป็นใคร กลัวแต่จะหาว่าอัญก้าวก่ายไม่เข้าเรื่อง” อัญชิสากล่าวด้วยน้ำเสีย
“คิดอะไรอยู่รุ้ง” เสียงมารดาเอ่ยถามขึ้นอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยไปนานสองนาน“เปล่าค่ะ” รุ้งระวีร์เรียกสติกลับมา ก่อนจะหันไปสบตาผู้เป็นแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด“แม่คะ...รุ้งขอโทษ ที่รุ้งเผลอมีอะไรกับคุณพิพัฒน์ แต่เขาสัญญาว่าเขาจะมาขอรุ้งหลังจากเสร็จสิ้นงานศพของคุณพ่อ” คำสารภาพหลุดออกจากปากเธออย่างยากลำบาก“โอ๊ยๆๆๆ! ฉันจะเป็นลม!” มารดาของรุ้งระวีร์ทำท่าจะล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจและตกใจระคนกัน จากคำพูดของลูกสาว จนกระทั่งว่าที่ลูกเขยที่เพิ่งมาถึงต้องรีบเข้ามาช่วยประคอง“ค่อยยังชั่วหรือยังครับคุณแม่” พิพัฒน์ถามด้วยความเป็นห่วง เขาเรียกแม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะคิดว่ารุ้งระวีร์คงจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแล้ว“แม่คะ...รุ้งขอโทษ” รุ้งระวีร์พยายามอธิบาย แม้จะรู้ว่ามันฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่“ผมพร้อมจะรับผิดชอบลูกสาวคุณแม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะให้พ่อกับแม่มาสู่ขอรุ้งครับ” พิพัฒน์รีบบอกด้วยเสียงหนักแน่น เมื่อรู้ว่ามารดาของรุ้งระวีร์รู้ความจริงแล้ว “แอบได้กับลูกสาวแม่ แบบนี้ต้องเรียกสินสอดให้หนัก ๆ ” มารดาของรุ้งระวีร์กล่าวอย่างติดตลก แต่ในน้ำเสียงก็แฝงไว้ด้วยค
การจากไปอย่างกะทันหันของบิดาทำให้รุ้งระวีร์ตัดสินใจละทิ้งชีวิตในเมืองหลวงเพื่อกลับไปดูแลมารดาที่ต่างจังหวัดด้วยความเป็นห่วง หลังจากงานศพของผู้เป็นพ่อเสร็จสิ้นลง เธอก็ตั้งมั่นว่าจะปักหลักอยู่ที่บ้านเกิดและไม่คิดจะหวนกลับมาอีกเลย“แม่ว่าจะถามหนูหลายครั้งแล้ว แต่ก็เห็นว่ายุ่ง ๆ อยู่ ผู้ชายคนที่คอยมาช่วยงานศพของคุณพ่อน่ะ ใช่แฟนหนูหรือเปล่าหึ” มารดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เมื่อเห็นลูกสาวมีผู้ชายหาแทบทุกวัน“เขาชื่อคุณพิพัฒน์ค่ะแม่ เป็นเจ้าของร้านเพชร...” รุ้งระวีร์เอ่ยตอบมารดาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ในใจกลับสั่นไหว “เราเพิ่งคบกันได้แค่สองเดือนเองค่ะ รุ้งยังไม่ได้คิดอะไรไปไกลกว่านั้น ก็เลยยังไม่มีโอกาสบอกแม่”คำพูดที่บอกออกไปนั้นเป็นเพียงความจริงครึ่งเดียว เพราะในวินาทีนั้น ภาพเหตุการณ์ในคืนที่เธอเสียตัวให้กับพิพัฒน์กลับย้อนเข้ามาในหัวอย่างชัดเจนคืนนั้น... รุ้งระวีร์ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆ เธอไม่รู้เลยว่าถูกพิพัฒน์แอบตามมา จังหวะที่กำลังจะปลีกตัวออกมา เธอเหลือบไปเห็นเสี่ยธนา ด้วยความตกใจเธอจึงดึงพิพัฒน์เข้ามาช่วยเล่นละครเป็นแฟนหญิงสาวโน้มคอเขาลงมาจูบหวังจะใช้ร่างกายเขาบังสายตาเสี่ยธน
ภาคินจอดรถสปอร์ตคันหรูที่หน้าตึก สายตาคมแฝงไปด้วยความอาทรขณะมองร่างหญิงสาวที่กำลังจะก้าวลงจากรถ“สอบเสร็จแล้วผมจะมารับนะ...” เขาเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของอรไว้เบาๆ บีบกระชับแทนคำสัญญาที่มากกว่าการมารับส่ง “แล้วก็ระวังตัวด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง” ประโยคหลังเขากดเสียงต่ำลง ความทรงจำเรื่องชายคนเมื่อวานยัง
หลายสัปดาห์ผ่านไป อินทุอรต้องทนมองภาพบาดตาเมื่อเห็นพี่รหัสหนุ่มไปไหนมาไหนกับแฟนสาวตลอดเวลา พงษ์ไม่เคยเอ่ยถึงคืนอันเร่าร้อนนั้นอีกเลย ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น หญิงสาวพยายามหาจังหวะเข้าไปคุยแต่ก็ไร้โอกาส จนกระทั่งวันหนึ่งเธอเห็นเขาอยู่เพียงลำพัง จึงรวบรวมความกล้าเข้าไปทัก“พี่พงษ์คะ ทำไมวันนี้ถึงอยู่ค
เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของนายชิตหลุดพ้นไปจากกาย ความเป็นชายที่ผงาดง้ำก็อวดโฉมท้าทายสายตา ครูอัมพรถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมอง ‘แก่นกาย’ ของชายชราไม่กะพริบตา ความเขื่องและแข็งแกร่งที่เกินวัยนั้นดูราวกับมีชีวิต มันสั่นระริกและผงกหัวไปมาอย่างโอหังท้าทาย ราวกับกำล
“ชอบลิ้นของพี่ไหมอร...” ภาคินเงยหน้าขึ้นถามเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วยังคงกลั่นแกล้งจุดอ่อนไหวของเธอไม่หยุดอินทุอรณ์ได้แต่พยักหน้ารัวๆ ดวงตาปรือปรอยพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำและความเสียวซ่าน เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังหลอมละลายกลายเป็นหยดน้ำไปพร้อมกับสายน้ำจากฝักบัว“โคตรดีเลยค่ะพี่คิน อื้มมม พอ... พอเถ





