LOGIN“ได้” เขาตอบเสียงเน้นหนัก “ฉันยินดีทำตามที่แกร้องขอ”
คำตอบของบิดาเรียกรอยยิ้มให้กับคนที่ต้องการอิสระทันที “จริงๆ นะคะคุณพ่อ”
“จริงสิ ถ้าแกทำตามที่ฉันบอกเหมือนกัน”
“ค่ะคุณพ่อ ตาจะทำทุกอย่างตามที่คุณพ่อบอกค่ะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มแห่งความหวัง
“แกกลับไปเตรียมตัวที่บ้านได้แล้ว พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงมารอฉันที่รถ” รณชัยตัดบทเมื่อเสร็จธุระ
“คุณพ่อคะ จำเป็นรึเปล่าคะที่ตาจะต้องไปอยู่ที่บ้านของคุณสิงห์ ไปแบบเช้าเย็นกลับได้ไหมคะคุณพ่อ ตาเป็นห่วงแม่ค่ะ”
เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ญาตาวีเป็นกังวล หากเธอไปอยู่บ้านของเจ้าของเงินกู้แล้วใครจะเป็นคนดูแลมารดา ไหนจะเรื่องข้าวปลาอาหารที่เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ดูแลเรื่องนี้ หากไม่มีญาตาวีสักคนแล้วใครจะทำหน้าที่นี้
“เรื่องแม่ของแกไม่ต้องห่วง ฉันจะส่งข้าวส่งน้ำให้แม่แกเอง ดูแลแทนแกทุกอย่าง แต่ถ้าแกดื้อดึงไม่ทำตามที่ฉันบอกล่ะก็ แม่แกอดตายแน่ๆ”
รณชัยพูดตัดปัญหา เขาจะรับอาสาดูแลเรื่องอาหารการกินของผกากรองเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่รณชัยไม่ได้ดูแลมาเป็นเวลากว่าห้าปีแล้ว
แม้ว่าบิดาจะขันอาสาช่วยเหลือ แต่ญาตาวีก็ยังไม่คลายความกังวล สีหน้ายังเต็มไปด้วยความหนักใจ “แต่ว่า...”
“แกไม่เชื่อคำพูดของฉันใช่ไหม ฉันบอกว่าจะดูแลให้ก็เป็นไปตามนั้น อย่าเรื่องมากนักนะ ถ้าเรื่องมากฉันจะไม่ทำอะไรให้แม่แกสักอย่าง” เสียงติดรำคาญของรณชัยดังขึ้น “หรือถ้าแกเป็นห่วงแม่แกมากล่ะก็ ตอนกลางคืนทำหน้าที่นางบำเรอ ตอนกลางวันมาทำหน้าที่ลูกกตัญญูก็ได้นะ ถ้าแกมีปัญญา”
รณชัยพูดประชด แต่สำหรับญาตาวีมันคือทางออกของความกลัดกลุ้ม และเป็นวิธีที่จำทำให้ตนเองเกิดความสบายใจ คลายความกังวล
“ขอบคุณคุณพ่อมากนะคะสำหรับคำแนะนำ ตาไปเตรียมตัวก่อนนะคะ”
ญาตาวีพนมมือไหว้บิดา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของรณชัย ทันทีที่ร่างเล็กของลูกสาวพ้นประตู มือเหี่ยวย่นตามวัยก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือเครื่องพอดีมือขึ้นมา กดหาเบอร์ของปลายทางที่ต้องการติดต่อ รอไม่กี่อึดใจการสนทนาสั้นๆ ก็เกิดขึ้น พร้อมรอยยิ้มกว้างหลังจากที่สนทนากับราชสีห์จบลง
ญาตาวีกอดกระเป๋าของตัวเองเอาไว้แน่น เมื่อรถยนต์ของบิดาเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วบ้าน เข้ามาในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า เนื้อที่กว้างขวางมีสนามหญ้าสีเขียวชอุ่มอยู่ด้านข้างของตัวบ้าน ล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่แบ่งบานรับแสงตะวัน น้ำพุรูปมังกรที่ตั้งเด่นอยู่หน้าบ้าน ส่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้ดูมีบารมีและน่าเกรงขาม ดูภายนอกบ้านหลังนี้สวยและน่าอยู่เป็นที่ปรารถนาของใครหลายคน แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ
“แกจำไว้นะนังตา อย่าทำอะไรให้คุณสิงห์ไม่พอใจเด็ดขาด ถ้าเผื่อแกไม่ได้ดังใจฉันล่ะก็ แม่แกเจ็บตัวแน่ๆ”
รณชัยสั่งเสียงเฉียบ และตบท้ายด้วยการข่มขู่เช่นเดิม
“ค่ะคุณพ่อ” เธอรับคำเสียงอ่อย หน้าตาซีด รู้สึกร้อนผ่าวตรงบริเวณดวงตากับคำพูดที่ไม่ใยดีซ้ำแล้วซ้ำเลาส
“ลงรถได้แล้ว” ผู้เป็นพ่อสั่ง “แล้วทำหน้าทำตาให้มันดีๆ หน่อย แค่ไปนอนกับผู้ชายไม่ถึงตายหรอกน่า”
คำพูดนี้หรือที่เล็ดรอดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่า พ่อ ไม่มีการปลอบโยน ไม่มีการพูดให้เธอเกิดความสบายใจหรือทำให้อาการหวาดหวั่นของเธอลดน้อยลง ช่างเป็นคำพูดที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความเสียใจ บาดลึกร้าวลงไปในหัวใจไม่ต่างกับถูกของมีคมกรีด น้ำตาสาวล่วง มือสั่น กายสั่นและหัวใจสั่น
การหลับนอนกับผู้ชายไม่ถึงตาย เธอพอจะเข้าใจเพราะมันเป็นกลไกของธรรมชาติ แต่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับญาตาวี มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากที่สุดก็ว่าได้
สมองน้อยๆ ของเธอนึกถึงเจ้าของเงินกู้ ญาตาวีไม่รู้ว่าหน้าตาของเขาเป็นเช่นไร จะแก่หรือว่าจะหนุ่ม จะมีนิสัยใจคออย่างไร แต่ก็คงมักมากในกามไม่น้อยไม่เช่นนั้นคงไม่ยื่นข้อเสนอนี้ให้บิดา
วินาทีนี้ญาตาวีเข้าใจความรู้สึกของผกากรองแล้วว่านางรู้สึกเช่นไรที่ต้องมอบร่างกายให้ชายที่ไม่รู้จัก แลกกับเงินก้อนโตที่บุพการีจะได้รับ แล้วต้องตกอยู่ในบ่วงพิศวาสของชายแปลกหน้าด้วยความจำยอม จำใจ ผกากรองทนมาโดยตลอด ทนเพื่อรออิสรภาพจากรณชัยที่ไม่รู้ว่าจะหยิบยื่นให้วันใด คราวนี้ถึงเวลาที่ญาตาวีจะทนเพื่อมารดาบ้าง เธอหวังว่าเงินก้อนนี้จะช่วยพยุงธุรกิจของบิดาให้ดีขึ้น หากธุรกิจเติบโตดี หนี้สินก็คงลดและหมดลงในไม่ช้า ถึงเวลานั้นตนกับผกากรองก็จะหมดเวรหมดกรรมกับตระกูลสุวรรณเจริญเสียที
...ญาตาวีจะทนให้ถึงที่สุด ทนเพื่อรอวันแห่งอิสรภาพ
“เอ้า ลงมาสิ” รณชัยสั่งคนในรถอย่างหัวเสีย “มัวแต่พิรี้พิไรอยู่ได้”
ญาตาวีที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเองสะดุ้ง ขยับร่างมายังประตูรถที่เปิดกว้าง วาดขาที่ค่อนข้างสั่นลงไปวางบนพื้นปูน ก่อนจะขยับตัวให้ออกมาพ้นรถ เธอมองบ้านหลังงามด้วยความหวาดกลัว มองนิ่งไปยังประตูบ้านที่เปิดกว้าง เสมือนประตูนรกเปิดรออยู่ และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา ญาตาวีก็กำลังจะก้าวเข้าไปย่ำเยือนนรกบนดิน
“ฉันพาลูกสาวมาส่งให้คุณสิงห์” รณชัยเอ่ยบอกชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของเจ้าของบ้าน
Chapter32โอ้...เจ็บอีกแล้ว หัวใจเธอเจ็บปวดอีกแล้ว นึกถึงข้อนี้ดาบแหลมคมมันก็เฉือนหัวใจ เจ็บแสบเหลือคณา“ไม่” เขาพูดสั้นๆ โน้มใบหน้าแนบชิดดวงหน้าสวยหวาน ใช้ปลายจมูกคลอเคลียแก้มนวล “ฉันอยากอยู่ห้องนี้มากว่า” ราชสีห์ไม่ปล่อยให้เสียงใดๆ ลอดผ่านปากนุ่ม เขาปิดปากสาวด้วยริมปากของตน มอบจุมพิตหวานระคนซ่านทรวงให้กับสาวใต้ร่าง ก่อนที่เขาจะมอบบทรักเร่าร้อนดังเช่นทุกค่ำคืนเป็นลำดับต่อมาก่อนที่ราชสีห์จะตัดสินใจเข้ามาหาญาตาวี แทนที่จะไปห้องรัตนามณีตามที่บอกกับเธอไว้ เขายืนลังเลอยู่หน้าห้องตัวเองพักหนึ่ง มองไปยังประตูห้องของรัตนามณีกับมาญาตาวี ชั่งใจว่าเขาปรารถนาจะไปห้องไหนกันแน่ดวงตาคมเข้มจ้องมองประตูห้องรัตนามณีอย่างใช้ความคิด หากเขาเข้าไปในห้องนี้ เขาสามารถแย่งชิงคนรักของราเมศร์มาซุกซบแนบอกได้สำเร็จ แผนการทุกอย่างที่ตนวางไว้ก็จะเป็นไปได้ดังใจหมายแต่เป็นเพราะเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ สมองตั้งใจทำอีกอย่าง ทว่าขาแข็งแรงกลับพาร่างกายมาหยุดยืนหน้าประตูห้องของญาตาวี ก่อนจะเปิดประตูบานนั้นเข้าไปหาหญิงสาวที่ปากบอกว่าเกลียด แต่ใจกลับถวิลหาทุกวินาทีราชสีห์ทำตามหัวใจของตนเอง มากกว่าแผนการที่วางไว้..อีกห้อง
Chapter31คล้อยหลังร่างของราชสีห์ รัตนามณีก็สาวเท้าเดินมาหาน้องสาวต่างมารดา ตวาดสั่งเสียงแหลม พร้อมกับใช้นิ้วมือจิ้มไปยังหน้าผากของญาตาวี ผลักเต็มแรงจนศีรษะของน้องสาวแหงนหงาย“นังตา คืนนี้แกเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะ แล้วพรุ่งนี้ก็ไสหัวไปจากที่นี่ด้วย ตัวจริงอย่างฉันมาแล้ว ตัวสำรองอย่างแกก็ต้องกลับบ้านไป”คำสั่งของผู้เป็นพี่สาว นำพาความร้าวรานสู่หัวใจดวงน้อยๆ แสนชอกช้ำของญาตาวีในทันทีทันใด เข็มนับพันยามทิ่มแทงหัวใจในคราเดียวกัน ยังมีความเจ็บปวดน้อยกว่าวินาทีนี้ วินาทีที่รู้ว่าตนเองไม่มีหน้าที่รับใช้ราชสีห์บนเตียงอีกต่อไป มันเป็นความปวดร้าวที่แทรกลึกไปถึงแก่นความรู้สึกเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะเธอไม่ปรารถนาจะมารับตำแหน่งนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เหตุใดยามที่รู้ว่า ตนเองหมดภาระหน้าที่อันแสนอดสู ความดีใจไม่ก่อเกิด เธอพานพบเพียงความเสียใจที่ซอกซอนไปทั่วดวงใจ ญาตาวีต้องรู้สึกดีใจที่ได้รับอิสระ ปลดเปลื้องความอดสูที่อาบไปทั่วจิตใจถึงจะถูก เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า ทำไมจึงเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา“ค่ะพี่หญิง” ญาตาวีรับคำเสียงสั่นและเบา“เอาเสื้อผ้าใส่ตู้เสร็จแกก็กลับไปห้องของแกได้แล้ว
Chapter30“นังตา แกจะมายืนค้ำหัวฉันหรือไง นั่งลงสิ” รัตนามณีตวาดน้องสาวต่างมารดา ส่งสายตาเกลียดชังให้อีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก คนถูกมองตัวชาวาบรีบทรุดนั่งลงบนพื้นข้างล่างคนสั่ง“สวัสดีค่ะพี่หญิง” ญาตาวีพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น เธอรู้สึกมึนงงกับการมาของพี่สาว ใจเต้นระส่ำ ไม่อยากคาดเดาเลยว่ารัตนามณีมาที่นี่ทำไม จะว่ามาเยี่ยมเยียนน้องสาวก็ไม่น่าใช่ พี่สาวของเธอไม่เคยเป็นห่วง ไม่คิดด้วยซ้ำว่าเธอเป็นน้องสาว แต่พอดวงตาหวานปนเศร้ามองเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบวางอยู่ข้างโซฟาอีกตัว แล้วเธอก็จำได้แม่นว่ามันคือกระเป๋าของใคร และนั่นมันก็มากพอให้ญาตาวีรู้ว่า รัตนามณีมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไรเจ็บ...ญาตาวีรู้สึกเจ็บยอกในช่องอก เจ็บแปลบไปทั้งหัวใจ เป็นความเจ็บปวดที่อยู่ๆ ก็วิ่งเข้ามาในความรู้สึก เร็วยิ่งกว่าลูกธนูพุ่งออกมาจากคันศร ปักลึกลงกลางดวงใจหากดึงออก ความปวดร้าวต้องกระจายไปทั่วทั้งร่าง ลูกธนูนั้นจำต้องปักอยู่เช่นนั้น รอวันที่มันจะสูญสลายไปเอง ทำไมเธอต้องรู้สึกเจ็บเช่นนี้ด้วย ทำไม มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ญาตาวีก็ไม่อาจทราบถึงสาเหตุนั้นจิ้มกับคนรับใช้คนอื่นๆ พากันเดินมาทรุดกายนั่งอยู่บริ
Chapter29ตอนสายวันรุ่งขึ้นกว่าที่ญาตาวีจะลงมาชั้นล่างของบ้านเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสิบโมงเช้า สืบเนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นสาเหตุสำคัญที่เธอตื่นสาย จะว่าไปญาตาวีก็ตื่นมาแล้วช่วงหนึ่งราวเจ็ดโมงเช้า พอตื่นขึ้นมาก็ควานหาโทรศัพท์เพื่อติดต่ออานนท์ ไว้วานให้เขาซื้ออาหารไปให้มารดาแทนเธอที่ไม่สามารถไปทำหน้าที่ของตนได้ ซึ่งอานนท์ก็เต็มใจอย่างยิ่งกับการไว้วานในครั้งนี้ ทำให้ญาตาวีวางใจและหลับต่อยาวจนถึงเก้าโมงครึ่ง“จิ้มจ้ะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม คุณสิงห์สั่งไว้ว่า ให้ฉันช่วยจิ้มจัดห้อง” ญาตาวีเอ่ยถามจิ้ม“คุณตาทานข้าวก่อนดีกว่าคะ แล้วเราค่อยไปทำงานกัน จิ้มจะไปอุ่นกับข้าวให้นะคะ”สาวใช้พูดจบก็เดินไปยังห้องครัว ไปอุ่นข้าวต้มปลาที่ตนทำไว้ตั้งแต่เช้า ก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้ญาตาวีที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะเตรียมอาหารแทนที่จะไปรอที่อีกห้องหนึ่งที่แยกออกเป็นสัดส่วน ห้องนั้นคือห้องรับประทานอาหารของบ้าน“คุณตาไม่ไปทานในห้องรับประทานอาหารเหรอคะ”“ไม่ล่ะ กินตรงไหนก็เหมือนกัน จะย้ายห้องไปมาให้เหนื่อยทำไม กินในครัวเสร็จก็ล้างจานเลย” ญาตาวีไม่ใช่คนเรื่องมาก เธอทานง่ายอยู่ง่ายตามแบบที่มารดาเลี้ยงมา“คุณตาไปไหนทุกวันคะ ไป
Chapter28เสียงครวญครางหวานสั่นพร่าดังเข้ามาในหูของหนุ่มนักรัก เสียงนั้นที่กังวานอยู่ในหูเสมือนเป็นยาชูกำลังชั้นยอด ปลุกกระแสเลือดทุกหยาดหยดให้พล่านเดือด ไม่ต่างกับน้ำพุร้อนพวยพุ่งออกจากผืนดินธรรมชาติ หนำซ้ำกายสาวที่หอมหวนชวนพิสมัย ทั้งจากเนื้อแท้จากกายสาวที่ผสมผสานกับกลิ่นครีมอาบน้ำ ยิ่งทำให้เพลิงเสน่หาลุกท่วมตัว ระอุร้อนไปทุกสัดส่วน จนเขากลัวว่าความสุขสมที่อัดแน่นในความเป็นชายจะระเบิดก่อนเวลาอันสมควรเธอช่างเป็นประติมากรรมชั้นเอกที่สรรสร้างความรัญจวนให้กับเขาโดยแท้ เพียงแค่เขาแทะโลมไม่กี่นาที หอมผิวเนื้อนุ่มๆ ไม่กี่ครั้ง ลูบไล้ผิวกายเนียนละเอียดของญาตาวียังไม่ทั่วกาย ก็สามารถปลุกระดมความกระสันซ่านให้แผ่ขยายลามเลียไปทั่วร่างได้อย่างไม่ยาก ราชสีห์ถึงกับหลงลืมสถานะของเธอ ลืมไปว่าหญิงสาวที่เขาดอมดมอยู่นี้เป็นลูกเมียน้อย ลืมทุกสิ่งอย่าง นอกจากร่างกายของญาตาวีเมื่อร่างกายทานทนกับความปรารถนาต่อไปไม่ไหว เขาจึงเติมเต็มสิ่งที่เธอเองนั้นก็ต้องการไม่ต่างกันทันที แต่ก่อนที่เขาจะทำตามความต้องการของตนเอง สิ่งหนึ่งที่เขาต้องทำเสมอคือสวมเครื่องป้องกันหลังจากจัดการสิ่งที่ต้องทำเสร็จเรียบร้อย ร่างสู
Chapter27“ทีหลังเธอก็กลับบ้านให้มันเร็วกว่านี้หน่อยนะ อย่าให้ฉันต้องรอนาน เพราะถ้าฉันหงุดหงิดขึ้นมามันจะไม่เป็นผลดีกับเงินที่พ่อของเธอจะได้จากฉัน”ราชสีห์ไม่ถามถึงสาเหตุที่ญาตาวีกลับบ้านล่าช้า ทั้งที่มีคำถามหลายคำถามในหัว หลังจากได้ฟังเรื่องญาตาวีจากปากของจิ้มและสมบัติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบ้านว่าญาตาวีจะออกไปจากบ้านทุกเช้าหลังจากที่เขาออกไปทำงาน และกลับมาบ้านในเวลาที่ต่างกัน แถมยังมีหนุ่มมอเตอร์ไซค์ไปรับไปส่งตลอด ราชสีห์เองก็อยากจะถามเธอให้คลายความสงสัยว่าเธอไปไหนทุกวันตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเย็น หนุ่มมอเตอร์ไซด์นั้นคือใคร แต่ทว่าเขาปากหนักเกิดกว่าที่จะกลั่นคำพูดเป็นคำถาม จึงเลือกเมินเฉยกับเรื่องที่ตนเองปรารถนาจะรู้นึกถึงหนุ่มนักบิดคนนั้นทีไรความไม่พอใจก็พวยพุ่ง ยิ่งเห็นท่าทีสนิทสนมแล้วอีกใจของเขากระหน่ำรัว มือไม้สั่น ความโกรธ ไม่พอใจ และความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน มันพุ่งปรี๊ดเข้ามาในห้วงความรู้สึกของราชสีห์ เป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากจะยอมรับมัน“ตาขอโทษค่ะ คราวหน้าตาจะกลับบ้านให้เร็วกว่านี้ค่ะ คุณสิงห์อย่าโกรธตานะคะ”น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขอโทษเขาอีกครั้ง พูดเชิงข







