Masukบทที่ 2 บุกรุกพื้นที่ปลอดภัย
แสงไฟจากหน้าจอแล็ปท็อปส่องสะท้อนใบหน้าเหนื่อยล้าของหญิงสาวที่กำลังนั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่า ชารีนยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อคลายความตึงเครียด ปลายนิ้วพิมพ์รัวลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแปลประโยคสุดท้ายของซับไตเติลซีรีส์เรื่องยาวให้เสร็จสิ้น นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว ภายในคอนโดมิเนียมขนาดสามสิบตารางเมตรเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงฝั่งมุมห้อง
หญิงสาวถอนหายใจยาว กดบันทึกไฟล์งานและปิดหน้าจอลง วันนี้เป็นวันที่สูบพลังงานของเธอไปจนหมดสิ้น ไม่ใช่เพราะงานแปลที่ล้นมือ แต่เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันที่โรงพยาบาล
ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงและดุดันของนายแพทย์คณินยังคงตามหลอกหลอนเธอจนถึงตอนนี้ สามปีที่เธอหนีออกมา สร้างชีวิตใหม่ สร้างโลกใบเล็กๆ ที่มีแค่เธอและลูก เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะลืมอดีต แต่เพียงแค่วินาทีเดียวที่สบตากับเขา กำแพงความเข้มแข็งที่สร้างมาก็แทบจะพังครืนลงมาตรงหน้า
ชารีนลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเพื่อไล่ความเมื่อยล้า ตั้งใจจะเดินไปตรวจดูผ้าห่มของลูกสาวก่อนจะเข้านอน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่นและต่อเนื่อง ชารีนชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนสะท้านไปทั้งอก เวลาตีหนึ่งกว่าแบบนี้ไม่ควรมีใครมาเคาะประตูห้องของเธอ นิติบุคคลก็ไม่น่าจะขึ้นมาในเวลานี้
หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปที่ประตูอย่างระมัดระวัง เขย่งปลายเท้าเพื่อมองผ่านตาแมว แสงสว่างจากหลอดไฟทางเดินส่องกระทบใบหน้าของผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าประตู ชารีนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มตัดเย็บประณีตยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่วงท่าคุกคาม ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย แววตาดุดันภายใต้กรอบแว่นจ้องตรงมาที่ตาแมวราวกับรู้ว่าเธอกำลังมองอยู่ ด้านหลังของเขามีชายชุดดำยืนคุมเชิงอยู่อีกสองคน
คณิน!
ชารีนถอยหลังกรูด สองมือยกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกั้นเสียงอุทาน ความหวาดกลัวแล่นปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาตามหาเธอเจอได้ยังไง รวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง
"เปิดประตู ชา"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังลอดเข้ามา ร่มเย็นแต่แฝงไปด้วยคำสั่งที่เด็ดขาด ชารีนส่ายหน้า มือบางสั่นเทา เธอไม่ยอมเปิดเด็ดขาด ถ้าเธอเปิด ทุกอย่างที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดจะจบสิ้นลง
"ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน ถ้าเธอไม่เปิด ฉันจะให้คนของฉันพังเข้าไป... และฉันรับรองว่าเสียงมันจะดังพอที่จะทำให้ลูกของเธอตื่นขึ้นมาตกใจ"
คำขู่เรื่องลูกได้ผลชะงัด ชารีนกัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูและแง้มออกเพียงเล็กน้อย
"คุณเข้ามาได้ยังไง นิติบุคคลปล่อยให้คุณขึ้นมาได้ยังไง" ชารีนพยายามปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวเพื่อปกปิดความกลัว
คณินไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาดันบานประตูให้เปิดกว้างขึ้น ชารีนออกแรงต้านแต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้แรงของผู้ชายที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้ ศัลยแพทย์หนุ่มแทรกตัวเข้ามาในห้องแคบๆ อย่างง่ายดาย บอดี้การ์ดด้านหลังดึงประตูบานหนาปิดลงและล็อกกลอนให้เสร็จสรรพ ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องด้านในเพื่อตัดทางหนี
"คุณจะทำอะไร ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจ" ชารีนขู่พลางถอยหลังไปหยุดยืนบังหน้าเตียงนอนของลูกสาวไว้
คณินกวาดสายตามองสำรวจห้องพักขนาดเล็กที่แคบจนแทบจะไม่มีทางเดิน เฟอร์นิเจอร์ราคาถูก โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร สภาพความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากเพนต์เฮาส์หรูของเขาลิบลับ สายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้น
มือหนาล้วงหยิบซองเอกสารสีขาวออกจากกระเป๋าเสื้อสูท โยนมันลงบนโต๊ะทำงานของเธออย่างไม่ใส่ใจนัก
"เปิดดูสิ" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
ชารีนมองซองเอกสารนั้นด้วยความหวาดระแวง เธอไม่ขยับตัว คณินจึงเดินเข้ามาก้าวหนึ่ง ลดระยะห่างระหว่างกันลงจนชารีนต้องถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลัง
"ฉันบอกให้เปิดดู" น้ำเสียงของเขากดต่ำลงและเริ่มมีความหงุดหงิดเจือปน
หญิงสาวจำใจเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารนั้นมาเปิด มือของเธอสั่นจนกระดาษแผ่นบางส่งเสียงเสียดสีกัน เมื่อดึงเอกสารแผ่นนั้นออกมา สายตาของเธอกวาดอ่านข้อความบนกระดาษ ผลการตรวจดีเอ็นเอ ตัวเลข 99.99% ตอกย้ำความจริงที่เธอหนีมาตลอดสามปี
เอกสารหลุดร่วงจากมือบางลงไปกองกับพื้น ชารีนเงยหน้าขึ้นมองคณิน ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
"มันหมายความว่ายังไงชา" คณินเปิดฉากถาม ร่างสูงก้าวประชิดตัวจนแผ่นหลังของชารีนแนบสนิทกับขอบเคาน์เตอร์ครัว มือหนาทั้งสองข้างวางค้ำลงบนขอบเคาน์เตอร์ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆ ลอยมาเตะจมูก "เธอท้องลูกของฉัน แต่กลับหอบลูกหนีมาซุกตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้ตั้งสามปี... เธอคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าฉัน" ชารีนเชิดหน้าขึ้น พยายามทำใจดีสู้เสือ "ณิชาเป็นลูกของฉันคนเดียว ฉันเลี้ยงแกมาด้วยตัวคนเดียว คุณไม่เคยมีส่วนร่วมอะไรในชีวิตของแก คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรตอนนี้"
"ไม่มีสิทธิ์?" คณินทวนคำ เสียงหัวเราะหยันดังขึ้นในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์ "ผลตรวจดีเอ็นเอก็บอกอยู่ชัดเจนว่าฉันเป็นพ่อเด็ก เลือดครึ่งหนึ่งในตัวเด็กคนนั้นเป็นของฉัน เธอใช้ตรรกะไหนมาตัดสินว่าฉันไม่มีสิทธิ์"
"ตรรกะที่ว่าคุณเคยบอกเองไงว่าคุณไม่พร้อมจะมีครอบครัว!" ชารีนสวนกลับ ความอัดอั้นตันใจที่เก็บไว้ระเบิดออกมา "สามปีก่อน คุณเป็นคนบอกเองว่างานของคุณสำคัญที่สุด คุณต้องการตำแหน่งหัวหน้าแผนก คุณไม่อยากให้เรื่องความสัมพันธ์มาเป็นตัวถ่วง... ฉันถึงเลือกที่จะเดินออกมาไง ฉันไม่ต้องการให้ลูกเกิดมาแล้วเป็นตัวถ่วงของคุณ!"
คณินชะงักไปเล็กน้อย สันกรามคมขบแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ คำพูดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเขาเอง แต่ความโกรธที่ถูกปิดบังเรื่องลูกก็ยังมีมากกว่า
"นั่นมันเรื่องในอดีต แต่ตอนนี้ความจริงคือเธอแอบซ่อนลูกของฉันไว้" คณินกดเสียงต่ำ "เธอรู้ไหมว่าถ้าฉันฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอสิทธิ์เลี้ยงดู ด้วยฐานะ หน้าที่การงาน และความมั่นคงทางการเงินของฉัน ศาลจะตัดสินให้ใครชนะ... ผู้หญิงที่ทำงานรับจ้างอิสระอยู่ในห้องเช่าแคบๆ หรือนายแพทย์เจ้าของเพนต์เฮาส์ที่สามารถให้การศึกษาและชีวิตที่ดีที่สุดกับเด็กได้"
"คุณคณิน!" ชารีนเบิกตากว้าง ความกลัวสูญเสียลูกพุ่งทะลุขีดจำกัด "คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นแม่ของแก ฉันคลอดแกมา!"
"ฉันทำได้ทุกอย่างชา... ถ้ามันทำให้ฉันได้ลูกของฉันคืน" คณินตอบกลับด้วยความเลือดเย็น เขาไม่ได้อยากแย่งลูกจากเธอ เขาอยากได้คืนทั้งแม่ทั้งลูก แต่เขาต้องใช้จุดอ่อนนี้บีบบังคับให้เธอยอมจำนน
"คุณต้องการอะไร" ชารีนเสียงสั่น เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้ามีอำนาจและเงินทองมากพอที่จะทำตามที่พูดได้ทุกอย่าง "คุณจะมาแย่งลูกไปจากฉันไม่ได้... ขอร้องล่ะ คุณกลับไปใช้ชีวิตของคุณเถอะ ทำเหมือนว่าไม่เคยเห็นพวกเรา"
"สายไปแล้ว" คณินตอบทันที มือหนายกขึ้นแตะที่คางมน บังคับให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ การสัมผัสที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานถึงสามปีทำให้กระแสไฟฟ้าวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่างของชารีน เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่เขาจับไว้แน่นขึ้น
"เธอมีทางเลือกสองทางชา" คณินยื่นคำขาด น้ำเสียงทรงอำนาจไม่มีการประนีประนอม "ทางแรก เราไปเจอกันที่ศาล ฉันจะใช้ทนายที่เก่งที่สุดฟ้องร้องเอาสิทธิ์เลี้ยงดูณิชามาเป็นของฉันร้อยเปอร์เซ็นต์ และฉันรับรองว่าเธอจะไม่ได้เจอลูกอีก"
ชารีนส่ายหน้า น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้าตา
"หรือทางที่สอง..." คณินโน้มหน้าลงมาใกล้ชิดกว่าเดิม ลมหายใจร้อนรดลงบนแก้มเนียน "พาลูกย้ายไปอยู่กับฉันที่เพนต์เฮาส์ ให้ฉันทำหน้าที่พ่อ... และเธอทำหน้าที่แม่ของลูกฉันเหมือนเดิม"
"ฉันไม่ไป!" ชารีนปฏิเสธทันที "ฉันจะไม่อยู่ในฐานะนางบำเรอหรือผู้หญิงเก็บของคุณอีกแล้ว ฉันมีศักดิ์ศรี!"
"ฉันไม่ได้สั่งให้เธอไปเป็นนางบำเรอ ฉันสั่งให้เธอไปเป็นแม่ของลูกฉัน!" คณินขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะพยายามควบคุมอารมณ์ เขากดริมฝีปากลงที่ขมับของเธออย่างหนักหน่วงและจาบจ้วง ชารีนตกใจจนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอจดจำสัมผัสของเขาได้ดีเกินไป มันอันตรายและทำให้เธออ่อนแอ
"อย่าดื้อกับฉันชา เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางชนะฉันได้" คณินผละใบหน้าออกมายืนตัวตรง ร่างสูงถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพื่อปลดปล่อยพื้นที่ให้เธอได้หายใจ แต่สายตายังคงจับจ้องราวกับราชสีห์ที่มองดูเหยื่อในกรงขัง
ชารีนมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย เธอพ่ายแพ้ตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว เธอไม่มีกำลังเงิน ไม่มีเส้นสายที่จะไปสู้รบปรบมือกับเขาในชั้นศาล และเธอทนไม่ได้หากต้องสูญเสียณิชาไป
ความเงียบปกคลุมห้องพักอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบลึกของชารีน คณินหมุนตัวเดินกลับไปที่ประตูห้อง บอดี้การ์ดโค้งศีรษะให้ก่อนจะเปิดประตูรอเจ้านาย
ศัลยแพทย์หนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้ากำมือแน่นอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว สายตาของเขาเด็ดขาดและไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว
"ฉันให้เวลาเธอเก็บของถึงพรุ่งนี้เช้า... อย่าคิดหนี เพราะเธอหนีฉันไม่พ้นหรอกชา"
บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9 โลกทั้งใบของหมอครามวันครบรอบแต่งงานปีที่สามเวียนมาบรรจบ ครอบครัวนายแพทย์หนุ่มจัดการฉลองด้วยการพาสมาชิกทุกคนไปถ่ายรูปครอบครัวที่สตูดิโอชื่อดัง บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงหัวเราะต้นว่านในชุดสูทตัวเก่งคอยวิ่งไล่จับน้องข้าวหอมที่สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีชมพู เด็กน้อยทั้งสองคนสร้างสีสันให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสดใส ช่างภาพต้องคอยกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ครามและน้ำขิงยืนมองลูกทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าหลังจากถ่ายรูปครอบครัวเซ็ตใหญ่เสร็จสิ้น ครามก็จัดแจงจองดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองเพื่อฉลองกันแบบส่วนตัวสองต่อสอง โดยฝากเด็กๆ ไว้กับคุณป้าที่บ้านค่ำคืนนั้น สายลมเย็นพัดผ่านระเบียงร้านอาหาร แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าระยิบระยับเป็นฉากหลัง ครามในชุดสูทสบายๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับน้ำขิงที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บนโต๊ะอาหารมีเทียนหอมและช่อกุหลาบสีแดงสดวางประดับอยู่"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับคนดี" ครามยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนกับแก้วของภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความรักอย่างลึกซึ้ง"ส
บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก น้องข้าวหอมเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยสองขวบที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ช่างฉอเลาะและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ส่วนพี่ต้นว่านในวัยหกขวบก็รับบทบาทอัศวินคอยดูแลน้องสาวอย่างแข็งขันตามที่เคยให้สัญญากับผู้เป็นพ่อไว้บ่ายวันศุกร์ รถตู้คันใหญ่ของคุณย่าแล่นเข้ามารับหลานๆ ทั้งสองคนเพื่อพาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ คุณป้าผู้ใจดีต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาพักผ่อนและสวีตหวานกันตามลำพังบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเด็กสองคนมาตลอดสัปดาห์"เด็กๆ ไปเที่ยวกับคุณย่าอย่าดื้อนะคะ เป็นเด็กดีนะรู้ไหม" น้ำขิงหอมแก้มลูกทั้งสองคนส่งท้ายก่อนจะปิดประตูรถตู้"รับทราบฮะหม่าม้า น้องจะดูแลน้องข้าวหอมเองฮะ" ต้นว่านรับคำเสียงแข็งขันทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครามปิดประตูรั้วและหมุนตัวกลับมาหาภรรยาที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มระบายยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวและรวบเอวบางเข้ามากอดไว
บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอยกลางดึกคืนหนึ่งที่ควรจะเงียบสงบ น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน หญิงสาวรู้สัญชาตญาณทันทีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว"พี่คราม... พี่ครามคะ ตื่นเร็ว ขิงปวดท้อง น้ำเดินแล้วค่ะ" เธอเขย่าแขนสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดครามผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยน้ำเปียกชุ่มบนเตียงและใบหน้าเหยเกของภรรยา ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มักจะเยือกเย็นและมีสติในการผ่าตัดรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสติแตกและลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวตัวเอง"ขิง! ปวดมากไหม หายใจลึกๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าเตรียมคลอดก่อน ไม่สิ พี่ต้องโทรบอกโรงพยาบาลก่อน หรืออุ้มขิงลงไปเลยดี" เขาลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมาข้างเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วก็วางลง คว้ากุญแจรถแล้วก็ทำตกพื้นน้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นความเจ็บปวดและส่งยิ้มบางๆ ให้สามีจอมสติหลุด "พี่ครามคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ขิ
บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโตเวลาล่วงเลยไปจนอายุครรภ์ของน้ำขิงเข้าสู่เดือนที่แปด หน้าท้องกลมโตขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน การเดินเหินเริ่มเป็นไปอย่างอุ้ยอ้ายและยากลำบากมากขึ้น อาการปวดหลังและปวดหน่วงที่หน้าขาทำให้เธอต้องนั่งพักบ่อยกว่าปกติบ่ายวันเสาร์ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ครามกำลังยืนคุมช่างทาสีที่เข้ามาจัดการปรับปรุงห้องพักแขกชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนสีชมพูอ่อนหวานสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์เด็กอ่อนทั้งเตียงนอน ตุ๊กตา และตู้เสื้อผ้าถูกสั่งเข้ามาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างครบครัน"พี่ครามคะ ช่างบอกว่าวอลเปเปอร์ลายนางฟ้าที่สั่งไว้จะมาส่งพรุ่งนี้นะคะ" น้ำขิงในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกข้างประคองหลังตัวเองไว้ครามรีบหันขวับกลับมาหาภรรยา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างอวบอิ่มให้มานั่งพักบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที"ขิงเดินมาทำไมครับ ทำไมไม่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ปวดหลังหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องห้องลูกสาวพี่จัดการเองได้" เขาดุด้วยความห่วงใย เอื้อมมือไปบีบนวดเบาๆ ที่บริเวณเอวขอ
บทที่ 37 ตอนพิเศษ 5 อาการหวงเมียขั้นสุดของคุณพ่อลูกสองแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ครามในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าฝั่งของภรรยา มือหนาจับไม้แขวนเสื้อที่แขวนชุดเดรสคลุมท้องสีโอรสผ้าชีฟองบางเบาขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาและแขวนมันกลับเข้าไปไว้ด้านในสุดของตู้"ชุดนี้ก็บางเกินไป ลมพัดทีเห็นไปถึงไหนต่อไหนแน่"ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง เลื่อนมือไปหยิบชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวพิมพ์ลายดอกไม้เล็กๆ ขึ้นมาดูแทน ทว่าสายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับรอยคว้านบริเวณคอเสื้อที่ลึกลงมาจนเห็นเนินอก"ชุดนี้คอก็กว้างไป ก้มทีคนอื่นเห็นหมดพอดี"น้ำขิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหยุดยืนมองภาพสามีที่กำลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้าของเธอด้วยความขบขัน หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลัง แนบแก้มลงกับแผ่นหลังกว้าง"พี่ครามทำอะไรอยู่คะ รื้อตู้เสื้อผ้าขิงทำไมแต่เช้า"ครามหมุนตัวกลับมาหาภรรยา สอดท่อนแขนแกร่งเข้าโอบรัดรอบเอวที่เริ่มหนาขึ้นตามอายุครรภ์ห้าเดือน เขากดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม"พี่กำลังหาชุดให้ขิงใส่สำห
บทที่ 36: ตอนพิเศษ 4 ทริปกระชับมิตร (NC 20+)เสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นระยะ ผสมผสานกับสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดพาเอาความสดชื่นของท้องทะเลเข้ามาสู่บริเวณพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรู ทริปพักผ่อนครอบครัวที่ครามตั้งใจจัดขึ้นเพื่อชดเชยช่วงเวลาฮันนีมูนที่ขาดหายไปและฉลองการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ดำเนินมาถึงคืนสุดท้ายหลังจากใช้พลังงานกระโดดน้ำและวิ่งเล่นริมหาดทรายมาทั้งวัน ต้นว่านก็หมดสลบไสลหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องนอนใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับลึกที่ไม่มีทางตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างแน่นอนความเงียบสงบเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่สองคนได้ใช้เวลาส่วนตัวแสงไฟใต้น้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าวิลล่าสาดส่องประกายสีฟ้าอมเขียว ตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี น้ำขิงในชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำสนิทก้าวเดินลงบันไดสระอย่างระมัดระวัง เนื้อผ้ากระชับแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้า เผยให้เห็นเนินอกที่อวบอิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากฮอร์โมนคนท้องครามที่แช่น้ำรออยู่ก่อนแล้วยืนพิงขอบสระฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเปลือยท่อนบน อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม หยดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงไฟ สายตาคมกริบของเขาจับ







