Mag-log inบทที่ 3 กฎของการอยู่ร่วมกัน
แสงแดดในยามเช้าไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของชารีนลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวยืนมองกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่กลางห้องพักขนาดเล็กด้วยความรู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเองอย่างสิ้นเชิง กระเป๋าใบหนึ่งบรรจุเสื้อผ้าของเธอ ส่วนอีกใบเป็นของลูกสาวตัวน้อยที่กำลังวิ่งวนไปมาด้วยความตื่นเต้น
รถตู้หรูคันใหญ่สีดำสนิทจอดรออยู่ใต้ตึกตั้งแต่หกโมงเช้าพร้อมกับชายชุดดำสองคนที่ยืนรอรับคำสั่ง ชารีนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจูงมือณิชาเดินออกจากห้องที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของพวกเธอ
ตลอดการเดินทางบนเบาะหนังนุ่มสบาย ชารีนนั่งเงียบและมองออกไปนอกหน้าต่าง มือบางบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ ในขณะที่ณิชากลับเจื้อยแจ้วถามนู่นถามนี่บอดี้การ์ดที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก รถยนต์คันหรูแล่นเข้าสู่ชั้นจอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางเมือง ประตูลิฟต์เปิดออกตรงสู่ห้องพักส่วนตัวที่กินพื้นที่ทั้งชั้น
นายแพทย์คณินยืนรอรับพวกเธออยู่ตรงโถงทางเข้า ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแล็กสีเทาเข้มรับกับสรีระสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยกราดเกรี้ยวเมื่อคืนวาน บัดนี้กลับมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่เมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปยังเด็กหญิงตัวน้อย
"คุณอาหมอ!"
ณิชาร้องเรียกเสียงใสพร้อมกับปล่อยมือจากแม่แล้ววิ่งเตาะแตะเข้าไปหาคนตัวโต คณินย่อตัวลงรับร่างเล็กจิ๋วเข้าสู่อ้อมแขน แขนแกร่งอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาแนบอกอย่างเป็นธรรมชาติและนุ่มนวล
"ปะป๊าครับณิชา... เรียกปะป๊าสิคะคนเก่ง" เสียงทุ้มทอดอ่อนโยนอย่างที่ชารีนไม่เคยได้ยินมาก่อน
เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตสุกใสจ้องมองโครงหน้าของผู้ชายที่อุ้มตนเองอยู่ "ปะป๊าเหรอคะ หม่าม้าบอกว่าปะป๊าไปทำงานไกลมากๆ"
"ปะป๊ากลับมาแล้วค่ะ กลับมาหาหนูกับหม่าม้าแล้ว ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ บ้านของเรานะคะ" คณินตอบกลับพร้อมกับหอมแก้มยุ้ยๆ ของลูกสาวฟอดใหญ่ เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ซึมซับความอบอุ่นจากสายเลือดของตัวเอง
ชารีนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจ ภาพผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจกำลังอุ้มลูกสาวของพวกเธอด้วยความทะนุถนอม มันคือภาพฝันที่เธอเคยแอบหวังไว้เมื่อสามปีก่อน แต่ในความเป็นจริงวันนี้ เขากำลังใช้เด็กคนนี้เป็นข้ออ้างในการบีบบังคับเธอ
"พี่แม่บ้านเตรียมของว่างกับนมสดไว้ให้ในห้องนั่งเล่นแล้วค่ะ พาคุณหนูไปทานก่อนนะคะ" คณินหันไปพยักหน้าให้กับหญิงวัยกลางคนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง
แม่บ้านเดินเข้ามายิ้มแย้มทักทายและหลอกล่อเด็กน้อยด้วยขนม ณิชายอมลงจากอ้อมแขนของพ่อและเดินตามแม่บ้านเข้าไปด้านในอย่างว่าง่าย ทิ้งให้พื้นที่บริเวณโถงทางเข้าเหลือเพียงชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนประจันหน้ากัน
ทันทีที่แผ่นหลังเล็กๆ ของลูกสาวลับสายตา รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของศัลยแพทย์หนุ่มก็จางหายไปจนหมดสิ้น นัยน์ตาดุดันภายใต้กรอบแว่นสายตากลับมาเย็นชาและแข็งกร้าวตามเดิม เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกสร้างกำแพงป้องกันตัวเองอยู่ห่างออกไปสองก้าว
"ตามฉันมาที่ห้องทำงาน" คณินออกคำสั่งเสียงเรียบก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่ม
ชารีนเม้มริมฝีปากแน่น เธอจำใจต้องก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าไปในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มขรึม ภายในห้องมีตู้หนังสือขนาดใหญ่และโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง คณินเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เขาล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง หันกลับมามองคนที่เพิ่งเดินตามเข้ามา
"เราต้องคุยกันเรื่องกฎของการอยู่ที่นี่ ชา"
"กฎอะไรของคุณ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมาที่นี่เพราะคุณเอาลูกมาขู่ ฉันไม่ได้อยากมาอยู่กับคุณ" ชารีนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอแข็งกระด้างพยายามปกปิดความหวั่นไหว
"แต่เธอก็มาแล้ว และตราบใดที่เธออาศัยอยู่ใต้หลังคาของฉัน เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง" คณินไม่สนใจท่าทีต่อต้านนั้น เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว "ข้อแรก เธอจะมีห้องนอนแยกต่างหาก แต่อยู่ติดกับห้องของฉัน ส่วนณิชาจะนอนกับเธอจนกว่าจะปรับตัวได้ ข้อสอง ฉันให้คนเตรียมบัตรเครดิตและเงินสดไว้ให้เธอใช้จ่ายเรื่องส่วนตัวและเรื่องของลูก"
"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ ฉันหาเงินเลี้ยงลูกเองได้" หญิงสาวสวนขึ้นทันที ศักดิ์ศรีของเธอยังคงค้ำคอ
"อย่าดื้อให้มันมากนักชา เงินของฉันก็คือเงินของลูก เธอมีหน้าที่รับไปใช้ดูแลแก" เสียงทุ้มกดต่ำลงบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว "และข้อสุดท้าย... ซึ่งสำคัญที่สุด ห้ามเธอพาณิชาออกไปข้างนอกโดยไม่มีบอดี้การ์ดของฉันตามไปด้วยเด็ดขาด ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม"
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ ชารีนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกคุมขัง
"นี่คุณจะบ้าเหรอ คุณไม่มีสิทธิ์มาจำกัดอิสรภาพของฉันแบบนี้นะ ฉันมีงานต้องทำ มีธุระต้องออกไปจัดการ ฉันมีชีวิตส่วนตัว จะให้มีผู้ชายตัวโตๆ เดินตามประกบตลอดเวลาได้ยังไง"
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวลูกของฉัน และรวมถึงตัวเธอด้วย"
คณินก้าวประชิดตัวรวดเร็วจนชารีนถอยหลังหนีไม่ทัน ร่างบางถอยกรูดไปชนเข้ากับขอบชั้นหนังสือด้านหลัง ความเย็นเยียบของไม้กระแทกแผ่นหลังบางขณะที่ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาปิดทางหนี มือหนายกขึ้นท้าวกับชั้นหนังสือทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง
ชารีนพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่คณินไม่ยอม ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนขึ้น บังคับให้ใบหน้าหวานต้องแหงนเงยขึ้นมาสบตากับเขา
สัมผัสจากปลายนิ้วร้อนผ่าวที่แตะลงบนผิวเนื้อทำเอาลมหายใจของชารีนสะดุด ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาดื้อๆ ความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับสัมผัสของผู้ชายคนนี้ตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องพยายามยกมือขึ้นผลักแผงอกกว้างให้ถอยห่าง
"ปล่อยฉันนะ" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน มือบางออกแรงผลักแต่กล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตนั้นแข็งแกร่งจนไม่ขยับเขยื้อน
"ทำไม... สัมผัสแค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้หรือไง" คณินกระตุกยิ้มมุมปาก เขาไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่กลับลดมือข้างหนึ่งลงไปรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดกับสรีระช่วงล่างของเขาจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนชารีนหน้าแดงก่ำ เธอพยายามดิ้นรนขืนตัวออกจากการจับกุม หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน
"คุณคณิน ถอยออกไปเดี๋ยวนี้"
"เมื่อก่อนเธอไม่เห็นเคยผลักไสฉันแบบนี้เลยนะ ชา" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดลงบนพวงแก้มเนียน นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของคนในอ้อมแขน "สามปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอได้เท่าฉันเลยใช่ไหม ร่างกายเธอถึงได้สั่นขนาดนี้"
"หยุดพูดบ้าๆ นะ คุณมันก้าวร้าว ไม่เคารพสิทธิ์ของคนอื่น" ชารีนเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้
คณินจ้องมองริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากัน สายตาของเขาเข้มขึ้น ความต้องการบางอย่างที่ถูกกดทับไว้เริ่มเผยตัวออกมาให้เห็น เขาออกแรงรัดเอวบางให้แน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้เธอรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของสรีระบุรุษเพศที่กำลังตื่นตัวขึ้นมาทีละน้อยจากการแนบชิด
ชารีนเบิกตากว้างเมื่อรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคนตัวโต เธอหยุดดิ้นรนทันทีเพราะรู้ดีว่ายิ่งขยับตัวเสียดสี มันจะยิ่งเข้าทางเขา ความหวาดหวั่นแล่นปราดเข้ามาในอก เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหนเวลาที่เขาต้องการบางสิ่งบางอย่าง
"จำกฎของฉันไว้ให้ดี ชา" คณินกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าเธอฝ่าฝืน ฉันมีวิธีลงโทษในแบบของฉัน และฉันรับรองว่าเธอจะไม่มีแรงเดินออกไปไหนได้อีกทั้งวัน"
ชารีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบเพื่อค้นหาความล้อเล่น แต่มันไม่มีเลย มีเพียงความเอาแต่ใจและความต้องการที่จะครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ
ชายหนุ่มค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ร่างบางรีบขยับถอยห่างออกไปยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือทันที ลมหายใจหอบถี่พยายามสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมา
คณินยกมือขึ้นขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเยือกเย็นเหมือนเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขามองผู้หญิงที่กำลังยืนระแวงเขาด้วยสายตาอ่านยาก
"จัดของซะ แล้วลงไปทานข้าวกับลูก ฉันต้องเข้าโรงพยาบาล"
เขาออกคำสั่งทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตูห้องทำงาน มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดประตูแต่ก็หยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่หันกลับมามองชารีนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาของเขากดต่ำลง แฝงไปด้วยอำนาจและการข่มขู่ที่ชัดเจนที่สุด
"เธออยู่ที่นี่ในฐานะแม่ของลูกฉัน... และอย่าลืมว่าลูกฉัน เกิดมาจากใคร"
บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9 โลกทั้งใบของหมอครามวันครบรอบแต่งงานปีที่สามเวียนมาบรรจบ ครอบครัวนายแพทย์หนุ่มจัดการฉลองด้วยการพาสมาชิกทุกคนไปถ่ายรูปครอบครัวที่สตูดิโอชื่อดัง บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงหัวเราะต้นว่านในชุดสูทตัวเก่งคอยวิ่งไล่จับน้องข้าวหอมที่สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีชมพู เด็กน้อยทั้งสองคนสร้างสีสันให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสดใส ช่างภาพต้องคอยกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ครามและน้ำขิงยืนมองลูกทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าหลังจากถ่ายรูปครอบครัวเซ็ตใหญ่เสร็จสิ้น ครามก็จัดแจงจองดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองเพื่อฉลองกันแบบส่วนตัวสองต่อสอง โดยฝากเด็กๆ ไว้กับคุณป้าที่บ้านค่ำคืนนั้น สายลมเย็นพัดผ่านระเบียงร้านอาหาร แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าระยิบระยับเป็นฉากหลัง ครามในชุดสูทสบายๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับน้ำขิงที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บนโต๊ะอาหารมีเทียนหอมและช่อกุหลาบสีแดงสดวางประดับอยู่"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับคนดี" ครามยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนกับแก้วของภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความรักอย่างลึกซึ้ง"ส
บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก น้องข้าวหอมเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยสองขวบที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ช่างฉอเลาะและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ส่วนพี่ต้นว่านในวัยหกขวบก็รับบทบาทอัศวินคอยดูแลน้องสาวอย่างแข็งขันตามที่เคยให้สัญญากับผู้เป็นพ่อไว้บ่ายวันศุกร์ รถตู้คันใหญ่ของคุณย่าแล่นเข้ามารับหลานๆ ทั้งสองคนเพื่อพาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ คุณป้าผู้ใจดีต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาพักผ่อนและสวีตหวานกันตามลำพังบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเด็กสองคนมาตลอดสัปดาห์"เด็กๆ ไปเที่ยวกับคุณย่าอย่าดื้อนะคะ เป็นเด็กดีนะรู้ไหม" น้ำขิงหอมแก้มลูกทั้งสองคนส่งท้ายก่อนจะปิดประตูรถตู้"รับทราบฮะหม่าม้า น้องจะดูแลน้องข้าวหอมเองฮะ" ต้นว่านรับคำเสียงแข็งขันทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครามปิดประตูรั้วและหมุนตัวกลับมาหาภรรยาที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มระบายยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวและรวบเอวบางเข้ามากอดไว
บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอยกลางดึกคืนหนึ่งที่ควรจะเงียบสงบ น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน หญิงสาวรู้สัญชาตญาณทันทีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว"พี่คราม... พี่ครามคะ ตื่นเร็ว ขิงปวดท้อง น้ำเดินแล้วค่ะ" เธอเขย่าแขนสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดครามผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยน้ำเปียกชุ่มบนเตียงและใบหน้าเหยเกของภรรยา ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มักจะเยือกเย็นและมีสติในการผ่าตัดรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสติแตกและลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวตัวเอง"ขิง! ปวดมากไหม หายใจลึกๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าเตรียมคลอดก่อน ไม่สิ พี่ต้องโทรบอกโรงพยาบาลก่อน หรืออุ้มขิงลงไปเลยดี" เขาลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมาข้างเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วก็วางลง คว้ากุญแจรถแล้วก็ทำตกพื้นน้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นความเจ็บปวดและส่งยิ้มบางๆ ให้สามีจอมสติหลุด "พี่ครามคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ขิ
บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโตเวลาล่วงเลยไปจนอายุครรภ์ของน้ำขิงเข้าสู่เดือนที่แปด หน้าท้องกลมโตขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน การเดินเหินเริ่มเป็นไปอย่างอุ้ยอ้ายและยากลำบากมากขึ้น อาการปวดหลังและปวดหน่วงที่หน้าขาทำให้เธอต้องนั่งพักบ่อยกว่าปกติบ่ายวันเสาร์ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ครามกำลังยืนคุมช่างทาสีที่เข้ามาจัดการปรับปรุงห้องพักแขกชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนสีชมพูอ่อนหวานสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์เด็กอ่อนทั้งเตียงนอน ตุ๊กตา และตู้เสื้อผ้าถูกสั่งเข้ามาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างครบครัน"พี่ครามคะ ช่างบอกว่าวอลเปเปอร์ลายนางฟ้าที่สั่งไว้จะมาส่งพรุ่งนี้นะคะ" น้ำขิงในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกข้างประคองหลังตัวเองไว้ครามรีบหันขวับกลับมาหาภรรยา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างอวบอิ่มให้มานั่งพักบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที"ขิงเดินมาทำไมครับ ทำไมไม่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ปวดหลังหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องห้องลูกสาวพี่จัดการเองได้" เขาดุด้วยความห่วงใย เอื้อมมือไปบีบนวดเบาๆ ที่บริเวณเอวขอ
บทที่ 37 ตอนพิเศษ 5 อาการหวงเมียขั้นสุดของคุณพ่อลูกสองแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ครามในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าฝั่งของภรรยา มือหนาจับไม้แขวนเสื้อที่แขวนชุดเดรสคลุมท้องสีโอรสผ้าชีฟองบางเบาขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาและแขวนมันกลับเข้าไปไว้ด้านในสุดของตู้"ชุดนี้ก็บางเกินไป ลมพัดทีเห็นไปถึงไหนต่อไหนแน่"ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง เลื่อนมือไปหยิบชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวพิมพ์ลายดอกไม้เล็กๆ ขึ้นมาดูแทน ทว่าสายตาคมกริบกลับไปสะดุดเข้ากับรอยคว้านบริเวณคอเสื้อที่ลึกลงมาจนเห็นเนินอก"ชุดนี้คอก็กว้างไป ก้มทีคนอื่นเห็นหมดพอดี"น้ำขิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหยุดยืนมองภาพสามีที่กำลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้าของเธอด้วยความขบขัน หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลัง แนบแก้มลงกับแผ่นหลังกว้าง"พี่ครามทำอะไรอยู่คะ รื้อตู้เสื้อผ้าขิงทำไมแต่เช้า"ครามหมุนตัวกลับมาหาภรรยา สอดท่อนแขนแกร่งเข้าโอบรัดรอบเอวที่เริ่มหนาขึ้นตามอายุครรภ์ห้าเดือน เขากดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม"พี่กำลังหาชุดให้ขิงใส่สำห
บทที่ 36: ตอนพิเศษ 4 ทริปกระชับมิตร (NC 20+)เสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นระยะ ผสมผสานกับสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดพาเอาความสดชื่นของท้องทะเลเข้ามาสู่บริเวณพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรู ทริปพักผ่อนครอบครัวที่ครามตั้งใจจัดขึ้นเพื่อชดเชยช่วงเวลาฮันนีมูนที่ขาดหายไปและฉลองการตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ดำเนินมาถึงคืนสุดท้ายหลังจากใช้พลังงานกระโดดน้ำและวิ่งเล่นริมหาดทรายมาทั้งวัน ต้นว่านก็หมดสลบไสลหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องนอนใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับลึกที่ไม่มีทางตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างแน่นอนความเงียบสงบเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่สองคนได้ใช้เวลาส่วนตัวแสงไฟใต้น้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าวิลล่าสาดส่องประกายสีฟ้าอมเขียว ตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี น้ำขิงในชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำสนิทก้าวเดินลงบันไดสระอย่างระมัดระวัง เนื้อผ้ากระชับแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้า เผยให้เห็นเนินอกที่อวบอิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากฮอร์โมนคนท้องครามที่แช่น้ำรออยู่ก่อนแล้วยืนพิงขอบสระฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเปลือยท่อนบน อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงาม หยดน้ำเกาะพราวสะท้อนแสงไฟ สายตาคมกริบของเขาจับ







