LOGINสามปีก่อน 'ชารีน' เลือกที่จะอุ้มท้องหนีจากไปเพียงลำพัง เพื่อหลีกทางให้ 'นายแพทย์คณิน' ศัลยแพทย์หนุ่มผู้บ้างานได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในสายอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝัน เธอสร้างโลกใบเล็กๆ ที่มีเพียงเธอและลูกสาวตัวน้อย โดยไม่เคยคิดจะหันหลังกลับไปเรียกร้องสิ่งใด แต่แล้ววันหนึ่ง ความสงบสุขที่เธอเพียรสร้างก็พังทลายลง เมื่อผู้ชายเย็นชาและบ้าอำนาจคนนั้นตามหาเธอจนพบ เขาไม่เพียงแต่บุกรุกเข้ามาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ แต่ยังใช้ทุกข้อได้เปรียบเพื่อต้อนเธอให้จนมุม หวังขังเธอไว้ข้างกายตลอดกาล! "คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน ณิชาเป็นลูกของฉันคนเดียว คุณไม่เคยมีส่วนร่วมในชีวิตลูกเลยด้วยซ้ำ!" "หลักฐานการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดยืนยันชัดเจนขนาดนี้ เธอมีทางเลือกแค่สองทาง... จะไปสู้กันที่ศาลให้รู้แพ้รู้ชนะ หรือจะพาลูกย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของฉัน ในฐานะเมียของฉัน!"
View Moreบทที่ 1 สายเลือดที่ปิดบังไม่ได้
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและอากาศเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเป็นสิ่งที่นายแพทย์คณิน ภักดีดำรง คุ้นชินมาตลอดหลายปี ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มเพิ่งก้าวออกมาจากห้องผ่าตัดหลังจากยืนต่อเนื่องมานานกว่าหกชั่วโมง ร่างสูงใหญ่ในชุดสครับสีเขียวเข้มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตากำลังก้าวเดินไปตามโถงทางเดินด้วยจังหวะมั่นคง สันกรามคมนูนขึ้นเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าที่สะสม มือหนายกขึ้นขยับแว่นตาขอบเงินให้เข้าที่ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นยังคงฉายแววดุดันและเยือกเย็นเป็นปกติ
โถงทางเดินฝั่งนี้เชื่อมต่อกับแผนกกุมารเวชกรรม คณินตั้งใจจะใช้เป็นทางลัดเพื่อกลับไปยังห้องพักแพทย์ส่วนตัว
"จับหนูให้ได้สิคะ!"
เสียงเล็กแหลมสดใสของเด็กหญิงดังขึ้นพร้อมกับร่างก้อนกลมๆ ที่วิ่งเตาะแตะพุ่งพรวดออกมาจากมุมทางเดิน คณินชะงักฝีเท้าไม่ทัน ร่างเล็กจิ๋วนั้นชนเข้ากับช่วงขาแกร่งของเขาอย่างจังจนเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นกระเบื้องเงาวับ
"โอ๊ะ!"
เด็กหญิงตัวน้อยร้องอุทานออกมา คณินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าเด็กน้อย เขาไม่ได้รำคาญ เพียงแค่แปลกใจที่เห็นเด็กวัยประถมวัยมาวิ่งเล่นตรงทางเดินโดยไม่มีผู้ปกครองประกบ มือหนาที่คุ้นชินกับการจับมีดผ่าตัดยื่นออกไปประคองต้นแขนเล็กให้ลุกขึ้นยืนอย่างเบามือ
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจตามแขนขาเล็กจิ๋วเพื่อหาร่องรอยบาดเจ็บ
เด็กหญิงส่ายหน้าหวือ เส้นผมสีดำขลับที่ถูกมัดเป็นแกละสองข้างส่ายไปมาตามแรง นัยน์ตากลมโตสุกใสช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปากเล็กจิ๋วสีชมพูระเรื่อขยับเจื้อยแจ้ว
"หนูไม่เจ็บค่ะ คุณอาหมอตัวใหญ่เหมือนกำแพงเลย"
คณินชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำพูดเจื้อยแจ้วนั้น แต่เป็นเพราะใบหน้าของเด็กหญิงตรงหน้า โครงหน้าเล็กๆ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรูปตากลมโตที่หางตาตวัดขึ้นเล็กน้อย มันเป็นความคุ้นตาที่กระแทกเข้ากลางความรู้สึกอย่างรุนแรง เขามองสบตากับเด็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความเอ็นดูแบบที่หมอมีต่อคนไข้เด็กทั่วไป แต่มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและอธิบายไม่ได้
"หนูชื่ออะไร" คณินถามเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องทุกรายละเอียดบนใบหน้าจิ้มลิ้ม
"หนูชื่อณิชาค่ะ เด็กหญิงณิชา..."
"ณิชา!"
เสียงเรียกที่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกดังแทรกขึ้นมาก่อนที่เด็กหญิงจะพูดนามสกุลจบ คณินตวัดสายตาขึ้นมองตามเสียง หญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมกางเกงสแล็กสีดำวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา ใบหน้าหวานที่เคยประดับอยู่ในความทรงจำของเขาทุกค่ำคืนปรากฏชัดเจนขึ้นในระยะประชิด
ชารีน
หญิงสาวเบรกฝีเท้าจนตัวโก่งเมื่อเห็นชัดเจนว่าผู้ชายร่างสูงที่กำลังจับแขนลูกสาวของเธออยู่คือใคร ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดลงทันตาเห็น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ริมฝีปากบางสั่นระริก ลมหายใจที่หอบเหนื่อยจากการวิ่งตามหาลูกสะดุดกึก ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ
คณินค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ไม่มีการทักทาย ไม่มีการยิ้มรับ มีเพียงความเงียบที่กดทับลงมาจนบรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง
"คุณ..." ชารีนเค้นเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น เธอรีบพุ่งตัวเข้าไปดึงร่างของณิชามาหลบซ่อนไว้ด้านหลังของตัวเองทันที สองมือบางกอดรัดไหล่เล็กของลูกสาวไว้แน่น อาการหวาดระแวงและหวงแหนแสดงออกชัดเจนจนคนมองต้องหรี่ตาลง
"ไม่เจอกันนานเลยนะ ชา" คณินทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าซีดเซียวของเธอ เลื่อนต่ำลงมายังเด็กหญิงที่กำลังโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังแม่ สลับไปมาเพื่อหาจุดเชื่อมโยง
"ชา... ชาขอตัวก่อนนะคะ พอดีลูกแกซนวิ่งหนีมา ชาต้องรีบพาแกไปหาหมอ" ชารีนพูดรัวเร็วพลางก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขานานเกินสองวินาที ความพยายามในการควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นนั้นยากลำบากเหลือเกิน
"ลูก?" คณินทวนคำ คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ลูกใคร"
"ลูกของชาค่ะ" ชารีนตอบสวนทันควัน "ไปกันเถอะณิชา หมอจีรารออยู่แล้ว"
"หม่าม้าขา... คุณอาหมอใจดี ช่วยพยุงหนูด้วย" เด็กน้อยที่ยังไม่รู้ประสีประสาพยายามจะอวดความดีความชอบของคนตัวโต แต่ชารีนกลับออกแรงดึงแขนลูกสาวเบาๆ ให้เดินตาม
"ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ขอตัวค่ะ"
ชารีนตัดบทแค่นั้นแล้วหันหลังเดินแกมวิ่งออกไปจากบริเวณนั้นทันที เธอไม่หันกลับมามองด้านหลังแม้แต่วินาทีเดียว คณินยืนนิ่งอยู่กับที่ เขามองตามแผ่นหลังบางที่คุ้นเคยกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับมุมทางเดิน
ลมหายใจร้อนถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยัก ความคิดในหัวของศัลยแพทย์หนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว สามปีที่ผู้หญิงคนนี้หายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย สามปีที่เขาพยายามตามหาแต่ก็คว้าน้ำเหลว วันนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเด็กผู้หญิงวัยสามขวบที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเขาราวกับถอดแบบ
มือหนายกขึ้นล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับเส้นผมเส้นเล็กบางที่ร่วงติดอยู่บนเนื้อผ้าตอนที่เขาประคองเด็กลงนั่ง คณินหยิบเส้นผมนั้นขึ้นมาดู นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม ความสงสัยที่ตีตื้นอยู่ในอกต้องการข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนและโต้แย้งไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์
คณินหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดหมายเลขสายตรงหาลูกน้องคนสนิทที่ควบตำแหน่งบอดี้การ์ดส่วนตัว รอเพียงไม่กี่วินาทีปลายสายก็ตอบรับ
"ครับเจ้านาย"
"นายมาหาฉันที่ห้องพักแพทย์เดี๋ยวนี้" คณินสั่งเสียงเฉียบขาด "แล้วไปสืบประวัติผู้หญิงที่ชื่อชารีน วงศ์วารี ตรวจสอบการนัดหมายของแผนกเด็กวันนี้ด้วยว่าเธอพาลูกมาหาหมอคนไหน ฉันต้องการข้อมูลทุกอย่างภายในหนึ่งชั่วโมง"
"ได้ครับเจ้านาย มีอะไรให้ผมจัดการเพิ่มไหมครับ"
คณินก้มมองเส้นผมในมืออีกครั้ง แววตาของนักล่าที่พบเหยื่อซึ่งหลุดรอดไปนานกลับมาปรากฏชัดเจนบนใบหน้าหล่อเหลา
"เอาเส้นผมที่ฉันจะส่งให้ ไปจัดการตรวจดีเอ็นเอเทียบกับประวัติของฉัน คุยกับแล็บโดยตรง ฉันต้องการผลด่วนที่สุด"
ศัลยแพทย์หนุ่มกดตัดสายโดยไม่รอคำรับทราบ เขาก้าวเดินกลับไปยังห้องพักแพทย์ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเมื่อหกชั่วโมงก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดปลิวหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มและคำถามมากมายที่รอคอยการชำระความ
ภายในห้องพักแพทย์ส่วนตัวที่มีขนาดกว้างขวางเทียบเท่าคอนโดมิเนียมขนาดย่อม คณินนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน เขาปลดกระดุมเสื้อกาวน์ออกเพื่อคลายความอึดอัด สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อปแต่ไม่ได้จดจ่อกับข้อมูลคนไข้ตรงหน้า ภาพใบหน้าตื่นตระหนกของชารีนยังคงฉายชัดอยู่ในหัว
อาการหวาดระแวงเกินกว่าเหตุตอนที่เห็นเขา การรีบร้อนพาลูกหนี ทั้งที่หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของผู้ชายคนอื่น เธอไม่มีความจำเป็นต้องแสดงท่าทีหวาดกลัวเขาถึงขนาดนั้น
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บอดี้การ์ดร่างกำยำจะเปิดประตูเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
"ข้อมูลที่คุณคณินให้ไปสืบมาแล้วครับ"
คณินยื่นมือออกไปรับแฟ้มมาเปิดดูทันที สายตากวาดอ่านข้อมูลในกระดาษอย่างรวดเร็ว ประวัติการรักษาของเด็กหญิงณิชา วงศ์วารี อายุสามขวบสองเดือน มารดาชื่อชารีน วงศ์วารี ไม่มีระบุชื่อบิดาในประวัติ
สามขวบสองเดือน... บวกกับเวลาตั้งครรภ์อีกเก้าเดือน มันตรงกับช่วงเวลาที่ชารีนเก็บข้าวของออกจากคอนโดของเขาแล้วหายตัวไปอย่างพอดิบพอดี
สันกรามคมถูกขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน นิ้วเรียวยาวที่กำลังจับขอบแฟ้มเอกสารออกแรงบีบแน่นจนกระดาษยับย่น ความโกรธขึ้งก่อตัวขึ้นในอก ไม่ใช่โกรธที่เธอมีลูก แต่โกรธที่เธอกล้าขโมยเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปซ่อนไว้ถึงสามปีเต็ม ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความบ้าคลั่งในการตามหาตัวเธอ ในขณะที่เธอแอบไปใช้ชีวิตครอบครัวโดยตัดเขาออกไปอย่างเลือดเย็น
"แล้วผลตรวจล่ะ" เสียงทุ้มกดต่ำลงจนน่าขนลุก
"แล็บกำลังเร่งดำเนินการให้ครับเจ้านาย เนื่องจากเป็นเคสเร่งด่วนพิเศษ ทางผู้อำนวยการแล็บรับปากว่าจะส่งผลมาให้ทันทีที่เสร็จสิ้น คาดว่าน่าจะไม่เกินอีกสิบนาทีครับ"
คณินพยักหน้ารับ เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน เขาเป็นหมอ เขาใช้หลักวิทยาศาสตร์และเหตุผลในการตัดสินใจเสมอ เขาจะไม่ด่วนสรุปจนกว่าจะมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันชัดเจน
เวลาผ่านไปแต่ละนาทีเชื่องช้า ความเงียบภายในห้องพักแพทย์ถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบอดี้การ์ด ชายหนุ่มชุดดำหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายด้วยแววตาจริงจัง
"นายครับ... ผลตรวจออกแล้วครับ 99.99 เปอร์เซ็นต์"
บทที่ 41 ตอนพิเศษ 9 โลกทั้งใบของหมอครามวันครบรอบแต่งงานปีที่สามเวียนมาบรรจบ ครอบครัวนายแพทย์หนุ่มจัดการฉลองด้วยการพาสมาชิกทุกคนไปถ่ายรูปครอบครัวที่สตูดิโอชื่อดัง บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเสียงหัวเราะต้นว่านในชุดสูทตัวเก่งคอยวิ่งไล่จับน้องข้าวหอมที่สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีชมพู เด็กน้อยทั้งสองคนสร้างสีสันให้การถ่ายทำเต็มไปด้วยความสดใส ช่างภาพต้องคอยกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพความเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ครามและน้ำขิงยืนมองลูกทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าหลังจากถ่ายรูปครอบครัวเซ็ตใหญ่เสร็จสิ้น ครามก็จัดแจงจองดินเนอร์สุดหรูที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมืองเพื่อฉลองกันแบบส่วนตัวสองต่อสอง โดยฝากเด็กๆ ไว้กับคุณป้าที่บ้านค่ำคืนนั้น สายลมเย็นพัดผ่านระเบียงร้านอาหาร แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าระยิบระยับเป็นฉากหลัง ครามในชุดสูทสบายๆ นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับน้ำขิงที่สวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่อง บนโต๊ะอาหารมีเทียนหอมและช่อกุหลาบสีแดงสดวางประดับอยู่"สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับคนดี" ครามยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาชนกับแก้วของภรรยา แววตาคมกริบทอประกายความรักอย่างลึกซึ้ง"ส
บทที่ 40 ตอนพิเศษ 8 ฮันนีมูนรอบที่ร้อยเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก น้องข้าวหอมเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงวัยสองขวบที่หน้าตาน่ารักน่าชัง ช่างฉอเลาะและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ส่วนพี่ต้นว่านในวัยหกขวบก็รับบทบาทอัศวินคอยดูแลน้องสาวอย่างแข็งขันตามที่เคยให้สัญญากับผู้เป็นพ่อไว้บ่ายวันศุกร์ รถตู้คันใหญ่ของคุณย่าแล่นเข้ามารับหลานๆ ทั้งสองคนเพื่อพาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ คุณป้าผู้ใจดีต้องการเปิดโอกาสให้ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มีเวลาพักผ่อนและสวีตหวานกันตามลำพังบ้าง หลังจากที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเด็กสองคนมาตลอดสัปดาห์"เด็กๆ ไปเที่ยวกับคุณย่าอย่าดื้อนะคะ เป็นเด็กดีนะรู้ไหม" น้ำขิงหอมแก้มลูกทั้งสองคนส่งท้ายก่อนจะปิดประตูรถตู้"รับทราบฮะหม่าม้า น้องจะดูแลน้องข้าวหอมเองฮะ" ต้นว่านรับคำเสียงแข็งขันทันทีที่รถตู้เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ครามปิดประตูรั้วและหมุนตัวกลับมาหาภรรยาที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มระบายยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวและรวบเอวบางเข้ามากอดไว
บทที่ 39 ตอนพิเศษ 7 วินาทีที่รอคอยกลางดึกคืนหนึ่งที่ควรจะเงียบสงบ น้ำขิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วเป็นจังหวะสม่ำเสมอพร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน หญิงสาวรู้สัญชาตญาณทันทีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว"พี่คราม... พี่ครามคะ ตื่นเร็ว ขิงปวดท้อง น้ำเดินแล้วค่ะ" เธอเขย่าแขนสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดครามผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยน้ำเปียกชุ่มบนเตียงและใบหน้าเหยเกของภรรยา ศัลยแพทย์หนุ่มผู้มักจะเยือกเย็นและมีสติในการผ่าตัดรักษาชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับสติแตกและลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเป็นเรื่องของครอบครัวตัวเอง"ขิง! ปวดมากไหม หายใจลึกๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ไปเอากระเป๋าเตรียมคลอดก่อน ไม่สิ พี่ต้องโทรบอกโรงพยาบาลก่อน หรืออุ้มขิงลงไปเลยดี" เขาลุกลี้ลุกลน เดินวนไปมาข้างเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วก็วางลง คว้ากุญแจรถแล้วก็ทำตกพื้นน้ำขิงสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นความเจ็บปวดและส่งยิ้มบางๆ ให้สามีจอมสติหลุด "พี่ครามคะ ใจเย็นๆ ค่ะ ขิ
บทที่ 38 ตอนพิเศษ 6 ตำแหน่งพี่ชายคนโตเวลาล่วงเลยไปจนอายุครรภ์ของน้ำขิงเข้าสู่เดือนที่แปด หน้าท้องกลมโตขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน การเดินเหินเริ่มเป็นไปอย่างอุ้ยอ้ายและยากลำบากมากขึ้น อาการปวดหลังและปวดหน่วงที่หน้าขาทำให้เธอต้องนั่งพักบ่อยกว่าปกติบ่ายวันเสาร์ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ครามกำลังยืนคุมช่างทาสีที่เข้ามาจัดการปรับปรุงห้องพักแขกชั้นล่างให้กลายเป็นห้องนอนสีชมพูอ่อนหวานสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เฟอร์นิเจอร์เด็กอ่อนทั้งเตียงนอน ตุ๊กตา และตู้เสื้อผ้าถูกสั่งเข้ามาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างครบครัน"พี่ครามคะ ช่างบอกว่าวอลเปเปอร์ลายนางฟ้าที่สั่งไว้จะมาส่งพรุ่งนี้นะคะ" น้ำขิงในชุดคลุมท้องสีฟ้าอ่อนเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้อง อีกข้างประคองหลังตัวเองไว้ครามรีบหันขวับกลับมาหาภรรยา ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประคองร่างอวบอิ่มให้มานั่งพักบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที"ขิงเดินมาทำไมครับ ทำไมไม่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ปวดหลังหรือเปล่า พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องห้องลูกสาวพี่จัดการเองได้" เขาดุด้วยความห่วงใย เอื้อมมือไปบีบนวดเบาๆ ที่บริเวณเอวขอ