Masukวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงกำหนดการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนตามที่ตั๋วเครื่องบินและแพลนการเดินทางของทั้งคู่ได้ถูกเตรียมไว้บรรยากาศที่สนามบินคึกคักไปด้วยผู้คน บัวบุษยาและคเชนทร์ยืนรอรับกระเป๋าเดินทางหลังเช็คอินเสร็จเรียบร้อย ทริปฮันนีมูนที่เธอรอคอยมานานหลังแต่งงานก็มาถึงสักที
“ตื่นเต้นมั้ยที่รัก” คเชนทร์หันมาถามภรรยาขณะเข็นกระเป๋าลาก บัวบุษยาส่งยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยตอบสามี
“ตื่นเต้นสิคะ นานแล้วที่บัวไม่เคยมาเที่ยวกับพี่บี๋”
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินจังหวัดภูเก็ตดังขึ้น ทั้งสองจึงพากันเดินเคียงคู่ผ่านจุดตรวจตั๋วและเข้าไปรอขึ้นเครื่อง
เมื่อมาถึงภายในห้องนอนกว้างขวางของพูลวิลล่าหรูริมทะเล แสงไฟสีนวลทอดยาวสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและผ่อนคลาย แต่ภายในใจของบัวบุษยากลับเต็มไปด้วยความกังวล เธอนอนคิดเรื่องนี้มาทั้งคืน ขณะที่คเชนทร์สามีหนุ่มเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผ้าเช็ดตัวพันรอบกาย
เมื่อเห็นภรรยาสาวมีท่าทีแปลกไปและสีหน้าดูเหมือนมีความในใจ คเชนทร์จึงรีบเดินเข้าไปใกล้ นั่งลงข้าง ๆ แล้วโอบไหล่บางเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม
“เป็นอะไรหรือเปล่าบัว... ตั้งแต่มาถึง บัวก็ดูหน้าตาเคร่งเครียด!” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
บัวบุษยาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมความกล้า เธอกลบเกลื่อนความอายไว้ภายใต้ใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำ เธอรู้ดีว่าไม่อาจเก็บงำความลับนี้ไว้ได้อีกต่อไป ยิ่งสามีตั้งความหวังเรื่องลูกมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งจะต้องรีบเปิดใจพูดความจริงกับเขาให้รู้เรื่อง
“พี่บี๋คะ... คือ... คือบัวมีเรื่องสำคัญจะสารภาพค่ะ” บัวบุษยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยภายใต้ความกดดัน
“เรื่องอะไรเหรอ บอกพี่มาได้เลย ไม่ต้องกลัวนะ รับรองว่าพี่ไม่โกรธบัวหรอก” คเชนทร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นเพื่อคลายความกังวล
“ความจริงแล้ว... วันนี้ที่บัวออกไปกับพราว บัวไม่ได้ไปทำธุระที่ไหนหรอกค่ะ... พราวพาบัวไปหาหมอที่โรงพยาบาลมา” คเชนทร์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกใจและเป็นห่วงทันที
“หาหมอเหรอ! บัวเป็นอะไร ทำไมไม่บอกพี่ล่ะ ให้พี่พาไปก็ได้นี่ครับ”
“ไม่ใช่เรื่องเจ็บป่วยร้ายแรงอะไรหรอกค่ะ อีกอย่างบัวอยากให้พี่เคลียร์งานให้เสร็จด้วย เราจะได้มาเที่ยวกับแบบสบายใจ” บัวบุษยาหลบสายตา ก้มมองตักตัวเองด้วยความกระดากอาย ก่อนจะเปิดปากผู้ความจริงออกไป
“คือ... ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน... บัวรู้สึกเจ็บมากเลยค่ะพี่บี๋ หลังที่เราแต่งงานกันมา บัวก็เริ่มทนไม่ไหว... ที่ผ่านมาบัวพยายามอดทนเพราะไม่อยากให้พี่คิดมากเรื่องบนเตียง หรือกังวลเรื่องการมีลูก... แต่บัวไม่ไหวแล้วจริง ๆ ค่ะ”
คำสารภาพนั้นทำให้คเชนทร์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดที่วิ่งพล่านเข้ามาในอก ชายหนุ่มนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาและตระหนักได้ว่าตนเองอาจจะเร่งรัดและมุ่งมั่นกับการมีลูกมากเกินไป จนลืมใส่ใจร่างกายและจิตใจของภรรยาสาว
“บัวจ๋า... ทำไมบัวถึงไม่ยอมบอกพี่ตั้งแต่แรกหืม์ ปล่อยให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอยู่คนเดียวตั้งนานได้ยังไง” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกแน่น ราวกับต้องการถ่ายทอดความขอโทษผ่านความอบอุ่นนั้น
“ก็บัวกลัวนี่คะ... กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วพี่จะผิดหวัง หรือคิดว่าบัวทำหน้าที่ภรรยาได้ไม่ดีพอ” บัวบุษยาซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ปล่อยให้น้ำตาที่อั้นไว้ไหลรินออกมาอย่างโล่งอกเมื่อความลับถูกเปิดเผย
“เด็กดื้อเอ๊ย! คิดอะไรอยู่หืม์... บัวก็น่าจะรู้... สำหรับพี่แล้ว ความรู้สึกของบัวสำคัญที่สุดรู้มั้ย เรื่องมีลูกนะถ้าบัวยังไม่พร้อมพี่ก็ไม่ได้บังคับอะไรเลย” คเชนทร์ก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน
“แล้วคุณหมอว่ายังไงบ้างล่ะ มีวิธีรักษามั้ย”
“คุณหมอบอกว่าเป็นภาวะเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ เกิดจากความเครียดจึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหดเกร็งค่ะ หมอจ่ายยามาให้พร้อมกับเจลหล่อลื่นค่ะ” พูดจบ บัวบุษยาก็ผละตัวออกเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปหยิบหลอดเจลหล่อลื่นที่อยู่ในกระเป๋าถือมาวางลงบนฝ่ามือของสามี
“อันนี้ค่ะ... หมอให้บัวเอามาใช้ เพื่อช่วยลดการเสียดสี... บัวให้พี่เก็บไว้นะคะ ต่อไปเวลาที่เรามีอะไรกันจะได้ใช้มันช่วย” เธอพูดยังไม่ทันจบใบหน้าก็แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
คเชนทร์มองหลอดเจลในมือสลับกับใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความเขินอาย สามีหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความเข้าใจ ก่อนจะเอื้อมเอาเจลหล่อลื่นนั้นไปเก็บไว้ในลิ้นข้างเตียง คเชนทร์ยื่นวงแขนมาโอบประคองร่างภรรยาเข้ามาแนบอกอีกครั้ง เพื่อปลอบโยน
“ขอบคุณนะบัวที่ยอมเปิดใจบอกพี่ตรง ๆ ... ต่อไปนี้เราจะไม่รีบร้อน ไม่กดดันกันอีกแล้วนะ พี่สัญญาว่าจะไม่เร่งอะไรอะไรบัวอีก เราผ่านมันไปด้วยกันนะ”
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและการยอมรับของสามี ทำให้ความกังวลหนักอึ้งที่บัวบุษยาแบกรับมาตลอดค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงความเข้าใจและความรักที่แนบแน่นยิ่งกว่าเดิม
“บัวชอบที่นี่มั้ย...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียน คเชนทร์ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มอย่างหลงใหล
“มันหรูหรามากเลยค่ะพี่บี๋”
“พี่ตั้งใจเลือกวิลล่าหลังนี้เพื่อให้เราได้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันจริง ๆ ก่อนที่เราจะบินไปทัวร์ยุโรปยาว ๆ ถือเป็นการฮันนีมูน แล้วก็ปั๊มลูกไปในตัวเลย”
บัวบุษยาซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างที่มีหยาดน้ำพราวระยับ นัยน์ตากลมโตฉายแววมีความสุข เธอแย้มยิ้มพลางยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของสามีเอาไว้แน่น ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคเชนทร์ทำให้เธอลืมเลือนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปชั่วขณะ
“พี่บี๋อยากมีลูกกี่คนคะ”
“สักสามคนน่าจะดี จะได้เอาไว้ช่วยดูแลธุรกิจ บัวว่าไงล่ะ”
“ตั้งสามคนเลยเหรอคะ... ถ้าบัวหุ่นเผละขึ้นมาอย่าว่ากันนะคะ” เธอกระซิบตอบเสียงหวาน ปลายจมูกคลอเคลียกันอย่างหยอกเย้าเพื่อกลบเกลื่อนความอึดอัดในใจ
“จะยากอะไร ก็เข้าคอร์สคุณแม่หลังคลอดสิ ไม่กี่เดือนก็กลับมาสวยแล้ว จะกลัวอะไรหืม์”
“บัวหวังว่าบรรยากาศดี ๆ แบบนี้ คงจะช่วยส่งให้เจ้าตัวเล็กยอมมาเกิดกับเราสักทีนะคะ”
พราวพิลาศทนความจุกแน่นไม่ไหวพยายามขยับสะโพกหนีจนทำให้แท่งเนื้อร้อนผ่าวหลุดถอนออกไป คเชนทร์ตวัดแขนกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอหนีห่างเขาขยับไปนั่งลงบนฝาชักโครกที่ปิดสนิท ก่อนจะจับร่างของพราวพิลาศให้หันหน้าเข้าหาแล้วอุ้มมานั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง มือหนาแหวกกระโปรงทรงเอของเธอให้ร่นขึ้นไปกองที่เอว ก่อนจะประคองสะโพกอวบกลมกลึงให้กดแทรกทับลงมากลืนกินความใหญ่โตดุดันอีกครั้งคเชนทร์ไม่รอช้า เขาดึงมือเรียวทั้งสองข้างของผู้ช่วยสาวให้โอบรอบลำคอแกร่งของเขาอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงบังคับ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ ราวกับจะสะกดให้ผู้ช่วยสาวตกอยู่ในภวังค์ที่มีเพียงเขาเท่านั้น ก่อนจะพยายามประคองบั้นท้ายงอนงามของเธอให้ยกขึ้น เพื่อขับเคลื่อนจังหวะรักให้แนบชิดลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมคเชนทร์จะอุ้มเธอลุกขึ้นในท่าลิงอุ้มแตงแต่พราวพิลาศยังคงขัดขืน หญิงสาวไม่ยอมให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย ร่างกายของเธอเกร็งไปทั้งตัว พยายามเบี่ยงเบนหลบหนีจากสัมผัสรุกรานในท่วงท่าอันแสนดิบเถื่อน เป็นผลให้คเชนทร์ทำได้เพียงยกขาข้างหนึ่งของเธอได้ข้างเดียวเท่านั้น ร่างกายของเธอเลี่ยงหลบ จีสตริงตั
“น้ำออกมาเต็มเลยพราวจ๋า พี่ขอเอาเข้าไปเลยนะ ที่รัก”“อร๊ายยยย! พี่บี๋ อื้อ!! ทำไมทำกับพราวอย่างนี้ อร๊ายยย!!!” หญิงสาวกรีดร้องแผ่วเบา ใบหน้าเหยเกเมื่อความใหญ่โตคืบคลานเข้าสู่ช่องทางที่ปิดสนิท“เจ็บเหรอ...ที่รัก” เขาถามพลางจูบซับหน้าผากมนมน“ค่ะ... มันเจ็บมากเลย เอาออกเถอะค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงเหนื่อยหอบปนกระเส่า“ใจเย็น ๆ ก่อนะ เดี๋ยวพี่จะค่อย ๆ ขยับนะ... อีกแป๊บเดียวพราวก็จะไม่เจ็บแล้ว” เขาหว่านล้อมในขณะที่สะโพกสอบเริ่มขยับขับเคลื่อนเนิบนาบ ยิ่งกระตุ้นให้ส่วนนั้นคับแน่นจนแทบหายใจไม่ทัน“พี่ทำกับพราวแบบนี้ได้ยังไง... พราวไม่ใช่เมียพี่นะคะ อร๊ายย!!!” เธอประท้วงทั้งที่อารมณ์รักถูกจุดจนติดไฟ“นิดเดียวน่า พราวจ๋า... พี่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ อดทนอีกนิดนะ”“พี่ขอปลดกระดุมหน่อยนะ... เพิ่มอารมณ์ให้พี่หน่อย มันใกล้แล้ว พราวจ๋า” สิ้นคำขอมือหนาก็พยายามจะปลดกระดุมเสื้อของเธอ“พี่บี๋จะทำอะไรคะ” พราวพิลาศอุทานเสียงสั่นเครือด้วยความตระหนกในขณะที่สายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย เธอพยายามจะเอื้อมมือไปปิดสาบเสื้อเพื่อไม่ให้เขาถอดมันออก“พอแล้วค่ะ... แค่นี้พราวก็ยอมพี่มากแล้ว นะคะพี่บี๋ ขอร้องเถอะค่ะ อ
พราวพิลาศยืนอึ้งอยู่กับที่ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตไหววูบ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นปราดไปทั่วใบหน้าที่ตอนนี้กำลังแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอรีบเบือนสายตาหนีด้วยความประหม่า แต่กระนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของสามีเพื่อนรักด้วยความรู้สึกหวิววาบในอกภาพของชายหนุ่มตรงหน้า จากสามีของเพื่อนสนิทที่เคยเคารพนับถือ กลายมาเป็นเจ้านาย และในยามนี้ ภาพแผ่นอกเปลือยเปล่าใต้แสงไฟเกิดทำให้พราวพิลาศรู้สึกวูบหวาบในกายสาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมล็ดพันธุ์แห่งเสน่หาที่ซ่อนเร้นเริ่มหยั่งรากลึกลงในใจโดยไม่รู้ตัว“เดี๋ยวพี่เอาร่มของพราวติดไปนะคะ” พราวพิลาศยื่นร่มให้เขาเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน“ส่วนเสื้อเชิ้ตของพี่ทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพราวซักแล้วเอาไปคืนให้”“ขอบใจมากนะพราว” คเชนทร์รับร่มไปถือไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“งั้นพี่กลับก่อนนะ พราวเองก็รีบไปอาบน้ำสระผมล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”พราวพิลาศเดินลงมาส่งชายหนุ่มถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ สายฝนเริ่มซาเม็ดลงแล้ว คเชนทร์เลื่อนกระจกรถลงเล็กน้อย“พรุ่งนี้เช้าพี่ขอมารับพราวไปทำงานนะครับ”“จ
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกจากห้องตรวจ บัวบุษยาก็หันมามองเพื่อนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ“ขอบใจแกมากนะพราว ที่ทำเพื่อฉันได้ขนาดนี้”“เฮ่ย!.. ไม่เป็นไรหรอก” พราวพิลาศยิ้มรับบางๆ กลบร่องรอยความรู้สึกแปลกๆ ในใจ“เอ่อ... ว่าแต่เมื่อกี้เป็นไงบ้าง ตื่นเต้นมั้ย” บัวบุษยาถามหยอกล้อตามประสาเพื่อนสนิท“ไม่บอก”“แน่ะ! ที่เรื่องของฉัน แกยังซักซะละเอียดยิบเลยนะ”“อยากรู้เหรอ งั้นไปเลี้ยงกาแฟฉันก่อนสิ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”“ไปดิ!”เมื่อมาถึงร้านกาแฟ บัวบุษยาก็รีบเปิดบทสนทนาต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ไหนเล่ามา ความรู้สึกแรกเป็นไง”“เสียว” พราวพิลาศตอบสั้นๆ แต่ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับตาโต“แล้วเจ็บป่ะ”“นิดหน่อย... แต่เครื่องมือของหมอเล็กมากนะ ฉันแอบสารภาพกับคุณหมอด้วยว่าฉันยังซิง...” พราวพิลาศชะงักไปนิดก่อนจะเปลี่ยนคำพูด“แกจีบคุณหมอเลยซิ แว่ว ๆ มาว่าเค้าโสดนะ”“บ้า! แกก็พูดเกินไป หล่อ ๆ อย่างหมอราเมศวร์เนี่ยนะโสด ฉันไม่เชื่อหรอก” พราวพิลาศหัวเราะแก้เขิน“แล้วคุณหมอนัดแกเก็บไข่เมื่อไหร่ล่ะ” พราวพิลาศเปลี่ยนเรื่องกลับมาเข้าประเด็นสำคัญเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในอก“หมอให้ฉันกินยาเพื่อกระตุ้นรังไข่
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอีกครั้งด้วยความยอมจำนน ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปกอบกุมท่อนเอ็นร้อนผ่าวที่กำลังผงาดพองโตสู้มือ ลิ้นร้อนตวัดเลียตั้งแต่โคนจรดปลายรวมไปถึงพวกไข่ ก่อนจะจัดการครอบครองท่อนเอ็นของสามีด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน สลับกับการใช้เรียวลิ้นตวัดเลียละเลงอย่างเชี่ยวชาญ ท่ามกลางเสียงครางกระเส่าของสามี“ซี๊ดดด อ่า โอ๊ะ โอ๊ยยย!!!... เมียของพี่เก่งโมคเก่งจังเลย อย่าทำให้ของพี่แตกนะคนดี” คเชนทร์เอนกายพิงผนังห้องน้ำ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน มือหนากอบกุมศีรษะของภรรยาเบา ๆ ขยับขึ้นลงตามจังหวะรักของเธอเสียงครางของคเชนทร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมมือหนาที่เอื้อมไปบีบนวดเต้านมของภรรยาของเธอเร่งเร้า“บัวทำให้พี่ฟินมากเลย ที่รัก อีกนิดเดียวก็จะแตกแล้วเนี่ย โอ๊ยย ๆ เบาก่อน” สามีจับศีรษะของบัวบุษยาเอาไว้ เธอหยุดและเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความภูมิใจที่ได้มอบความสุขให้กับเขา“ขึ้นให้พี่ได้แล้วเมียจ๋า...” คเชนทร์จับตัวภรรยาให้ลุกพ้นน้ำ บัวบุษยาหยิบเจลหล่อลื่นที่วางอยู่ขอบอ่างชโลมบริเวณแท่งรักของสามีจนชุ่ม ก่อนจะเอื้อมมาทาบริเวณก้นของตัวเองบัวบุษยาขยับตัวคร่อมตักสามี หน้าอกอวบแนบชิดกับริมฝีปากหนาที่พร้อมจะให้เ
บัวบุษยาและสามีก็ตัดสินใจเดินทางตรวจพร้อมกัน ภายในห้องตรวจที่เงียบสงบและสะอาดตา บัวบุษยานั่งกุมมือสามีแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือดด้วยความกังวล ขณะที่นายแพทย์หนุ่มกำลังพินิจพิเคราะห์ผลตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์บนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“จากผลตรวจฮอร์โมนและสภาพผนังมดลูกของคุณบัว…” หมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสอง“คือหมอพบภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับรังไข่ ซึ่งทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติของคุณบัวกับสามี อาจจะมีโอกาสติดน้อยครับ”ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ บัวบุษยาตัวชาไปทั้งตัว นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คเชนทร์รีบดึงร่างภรรยาเข้ามากอด ฝ่ามือหนาลูบหลังเธอเบาๆ แต่แววตาของเขากลับไหววูบด้วยความผิดหวังที่ลึกซึ้ง“แล้ว… ไม่มีทางออกอื่นเลยเหรอครับคุณหมอ” คเชนทร์เอ่ยถามเสียงเครียด“มีครับ… หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือ การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF โดยใช้ไข่ของคุณบัวบุษยาผสมกับเชื้อของคุณคเชนทร์ แล้วให้คนอื่นช่วยตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกว่าการอุ้มบุญนั่นแหละครับ” แม้จะเป็นหนทางอันริบหรี่ แต่บัวบุษยาก็พร้อมจะไขว่คว้ามันไว้เพื่อครอบครัว ในห







