Share

หลอกตัวเอง........  

last update Last Updated: 2025-04-24 11:13:19

ตอนที่ 7

หลอกตัวเอง........

         “มีอะไรเร่งด่วนถึงได้โทรตามฉันมากินข้าวด้วยแบบนี้”

         ธีภพถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยที่อยู่ดี ๆ ณภัทรก็โทรศัพท์ตามเขาให้มากินข้าวเย็นด้วยทั้งที่ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะตกดินเลย

         “ก็..เอ่อ จริง ๆ มันก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไร ฉันแค่มาลองคิดดูว่าบางทีที่เมียแกหนีไปอาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าที่โดนขอแต่งงานเป็นเพราะกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของแกหรือเปล่า”

         คนโกหกพยายามทำท่าทางให้มีพิรุธน้อยที่สุดเพราะถ้าเพื่อนของเขาเกิดสงสัยขึ้นมาแล้วคาดคั้นความจริงขึ้นมาชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะเผลอบอกความจริงที่เขาเจอกับธิชาวันนี้ออกไป

         “เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ธิชาจะรู้ได้อย่างไรกันนอกจากแกกับฉันก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”

         ธีภพส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเขาสองคนไม่มีทางที่ภรรยาของเขาจะรู้จากคนอื่นแน่ ๆ

         “หรือเธอไม่ได้จากรู้จากคนอื่น” ณภัทรเดาต่อ

         “อะไรของแก เธอจะรู้จากเราสองคนได้อย่างไรกันหรือแกบอก”

         ธีภพเริ่มหงุดหงิดเพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมันไม่มีทางเป็นไปได้ ชายหนุ่มยังคงคิดว่าเหตุผลที่ภรรยาหนีไปเป็นเพราะ     หญิงสาวไม่รู้จักพอกับความสุขที่เขามอบให้มากกว่า

         “ธีไม่ต้องหงุดหงิดแบบนี้ก็ได้ ฉันแค่คิดว่าบางทีเวลาที่เราคุยกันเมียนายอาจจะได้ยินหรือไม่ก็เอาโทรศัพท์ไปอ่านข้อความที่เราเคยคุยก็ได้”

         ณภัทรมองหน้าเพื่อนด้วยความรู้สึกน้ำท่วมปาก เขาเชื่อว่าตอนนี้ธีภพไม่มีความสุขและคิดถึงภรรยาแต่นั่นมันก็คงไม่มีประโยชน์ตราบใดที่เพื่อนของเขายังไม่รู้จักรักใคร ณภัทรเองก็ไม่อยากให้ธิชาต้องกลับมาทุกข์ใจแบบเดิมอีก

         “ช่างมันไม่ว่าธิชาจะรู้หรือไม่รู้แต่ฉันถามแกจริง ๆ นะ เมียหายไปแบบนี้แกไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม”

         ธีภพนั่งนิ่งก่อนจะตะโกนสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มานั่งดื่มโดยที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ

         “รักมันเป็นแบบไหนวะ เอาจริงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

         ชายหนุ่มพูดออกมาหลังจากที่นั่งเงียบมานาน ความเมาจากเครื่องดื่มตรงหน้าทำให้เขากล้าพอที่จะพูดความรู้สึก

         “อะไรกัน แต่งงานมาตั้งหลายเดือนถามว่าความรักเป็นอย่างไร เพื่อนหนอเพื่อน ฉันไม่แปลกใจเลยที่เมียแกถึงได้หนีไปแบบนี้ เอาเป็นว่าตอนนี้แกคิดถึงธิชาไหม”

         ณภัทรเองก็ไม่รู้จะอธิบายว่าความรักเป็นแบบไหนเพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก

         “คิดถึง คิดถึงมากด้วยเคยกลับบ้านมาก็เจอธิชาทำกับข้าวเคยนอนกอดกันแต่ตอนนี้เหมือนตัวคนเดียวแต่แกไม่ต้องคิดนะว่าจะให้ฉันไปตามหาตามง้อไม่มีทาง เขาทิ้งฉันไปเพราะเขาไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องเป็นฝ่ายไปง้อให้กลับมา”

         คนเมาพูดออกมาได้ไม่ตรงกับสีหน้าและแววตาที่แสดงออกเลย ณภัทรมองแล้วก็อดอมยิ้มและสงสารเพื่อนไปพร้อมกันไม่ได้

         “ไม่ง้อก็ไม่ง้อแต่ลองคิดดูดี ๆ นะเพราะยิ่งปล่อยเวลาให้นานไปบางทีนายอาจจะเสียธิชาไปจริง ๆ ก็ได้”

         ทั้งสองคนแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะธีภพยังดื่มไม่ถึงกับเมามากเขาจึงไม่ยอมให้เพื่อนไปส่ง

         ชายหนุ่มนั่งคิดถึงคำพูดของเพื่อนจากที่ตั้งใจจะกลับบ้าน             ธีภพก็เปลี่ยนใจขับรถไปที่คอนโดมิเนียมที่ธิชาเคยมาเช่าและตอนนี้เขาก็ไม่ได้ให้ใครเช่าแล้วเพื่อหวังว่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นั่นอาจจะทำให้เขารู้ใจตัวเองขึ้นมาบ้างก็ได้

         ห้องยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่ธิชาเคยอยู่เพราะหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าไปเท่านั้นตอนที่ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของสามี

         ธีภพมองดูข้าวของทุกอย่างน้ำตาที่ไม่เคยคิดว่ามันจะไหลมันก็ดันหยดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

         “ธี...แกจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ คนเขาไม่อยากอยู่เราก็ต้องปล่อยเขาไป”

         ชายหนุ่มได้แต่บอกกับหัวใจตัวเองที่ตอนนี้มันอ่อนแอและคิดถึงผู้หญิงที่ปากบอกว่าไม่รู้สึกอะไรจนรู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่ตรงนี้

         หัวใจที่กำลังอ่อนแอร่างกายที่เมามายด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่ธีภพซื้อมานั่งดื่มอยู่คนเดียวทำให้เขาเผลอหลับไปที่คอนโดมารู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้วและเมื่อเปิดโทรศัพท์ดูก็พบว่ามีทั้งสายโทรเข้าของพ่อและณภัทรที่เขาไม่ได้รับสาย

         ธีภพโทรศัพท์ไปหาคนทั้งสองทันทีเพราะเขาไม่อยากให้ใครเป็นห่วง ความเมาทำให้เขาหลับได้ชายหนุ่มเริ่มหันหน้าเข้าเพิ่งแอลกอฮอล์อย่างจริงจังทุก ๆ คืน

         หนึ่งเดือนเต็มที่ธิชาไม่อยู่และเป็นหนึ่งเดือนเต็มที่ชายหนุ่มที่เคยขยันขันแข็งทำงานกลายเป็นเพียงคนขี้เมาในทุกค่ำคืน

         ณภัทรทนเห็นเพื่อเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะบอกความจริงที่เขารู้ว่าธิชาน่าจะรู้เรื่องที่ธีภพแต่งงานกับเธอเพียงเพราะต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือทำให้พ่อของชายหนุ่มพอใจ

         “ธีฟังฉันนะ ความจริงแล้วฉันไม่เคยคิดจะเป็นคนไม่รักษาคำพูดแต่ฉันทนเห็นแกในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”

         คนที่กำลังเป็นห่วงเพื่อนมากกว่าสิ่งใดก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้คุยกับธิชาในวันนั้นให้เพื่อนของเขาฟังและหวังว่าสิ่งที่เขาเล่าจะทำให้ชายหนุ่มคิดอะไรได้บ้างเพราะตอนนี้เวลาผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วณภัทรกลัวว่าทุกอย่างอาจจะสายเกินไป ธิชาเองก็อาจจะหมดรักในตัวเพื่อนของเขาแล้วเพราะเธอคงเจ็บตลอดเวลาที่หนีไปจากที่นี่

         “คิดเอานะว่าจะเอาอย่างไรต่อไป”

         “ฉันรักธิชาว่ะความจริงอาจจะรักมาตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยก็ได้แต่ตอนนั้นฉัน...กลัว กลัวว่าการที่เรารักใครสักคนมันจะทำให้เราแพ้ อ่อนแอ แต่ตอนนี้ฉันแพ้จริง ๆ แล้ว”

         ธีภพพูดความรู้สึกออกมาอย่างที่ณภัทรเองก็ไม่คิดว่าจะ              ได้ยินแบบนี้

         “ความรักไม่มีใครแพ้หรือชนะมันมีแต่ว่าใครจะสมหวังหรือผิดหวังเท่านั้นที่แน่ ๆ ธิชาผิดหวังแน่นอน แกเลิกเมาได้แล้วและออกตามหาเมียตามหาหัวใจตัวเองให้เจอ”

         คนเป็นเพื่อนดีใจที่วันนี้คำพูดของเขามันทำให้คนเมาตรงหน้าได้ยอมรับความรู้สึกของหัวใจตัวเองส่วนพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรณภัทรคงไม่เข้าไปยุ่งด้วยแล้วเพราะเขาคิดว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ควรพูดไปจนหมดที่เหลือก็คงปล่อยให้เป็นไปตามที่เพื่อนอยากให้เป็น

         ชายหนุ่มกลับมาบ้าน เขานั่งคุยกับบิดาเล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่แรกที่เขาขอธิชาแต่งงานว่าเป็นเพราะอะไรจนถึงตอนนี้เขายอมรับว่ารักภรรยาตัวเองเข้าแล้วและนับจากวันนี้ไป เขาจะตามหาหัวใจตัวเองให้เจอให้ได้

         “พ่อดีใจนะที่วันนี้พ่อจะได้ลูกชายคนเดิมของพ่อคืนและที่พ่อดีใจที่สุดคือลูกของพ่อได้รู้จักความรักจริง ๆ เสียที โลกใบนี้ยังมีความรักที่งดงามรออยู่เรื่องราวในอดีตของพ่อและแม่มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกครอบครัว ความรักที่พ่อมีให้แม่ถึงมันจะเจ็บปวดแต่มันก็มีความงดงามอย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไปเหมือนพ่อนะกว่าจะรู้ตัวว่าผิดกับแม่ก็ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวแล้ว”

         เทวนาถมองดูลูกชายอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ จนวันนี้ที่ธีภพเข้ามาคุยเปิดอกกับเขา ชายสูงอายุจึงได้สอนเตือนสติก่อนที่           ทุกอย่างจะสายเกินไปเหมือนความรักของเขากับวิกานดา

         ชายหนุ่มเริ่มต้นตามหาหญิงสาวที่เขาแสนจะคิดถึงจากห้างสรรพสินค้าที่ณภัทรไปเจอเธอและตามหาตามที่พักต่าง ๆ ที่เขาคิดว่าธิชาจะไปเช่าอยู่นอกจากตามหาด้วยตัวเองเขายังจ้างนักสืบราคาแพงช่วยตามหาอีกแรง

         เทวนาถลองติดต่อไปทางพ่อกับแม่ของลูกสะใภ้ก็ได้รู้ว่าทั้งสองคนยังไม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองหนีจากสามีไปแล้ว ธิชายังคงติดต่อพ่อกับแม่ตามปกติและบอกเล่าเรื่องราวเหมือนกับว่าเธอยังอยู่กับธีภพไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

         “พ่อแม่ของหนูธิชายังไม่รู้เรื่อง พ่อคิดว่าเป็นเพราะเธอยังอยากให้โอกาสลูกนะเพราะถ้าเรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่เมื่อไหร่คงยากที่ลูกจะไปขอคืนดีแต่เวลาและโอกาสไม่ได้มีให้ลูกได้ทั้งชีวิต ตามหาหัวใจของลูกให้เจอและพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าลูกรักเธอจริง ๆ ”

         เทวนาถเป็นกำลังใจให้ลูกชายเสมอ เขาไม่อยากเห็นครอบครัวของลูกต้องพังเหมือนเมื่อครั้งรุ่นเขาแต่ทุกอย่างก็คงต้องแล้วแต่ธีภพและธิชาจะตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองเขาทำได้แค่ให้กำลังใจและเป็นห่วงทั้งสองคนอยู่ตรงนี้

        

        

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status