Mag-log in“จากดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการสู่ร่าง ‘เมีย’ ที่เขาชังน้ำหน้า แต่เมื่อจิตวิญญาณเปลี่ยนไป บัลลังก์รักของพยัคฆ์ร้ายจึงสั่นคลอน!” อดีตที่ผิดพลาด... ถูกแก้ไขด้วยดวงวิญญาณดวงใหม่ในร่างเดิม เมื่อดีไซเนอร์สาวได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างของหญิงสาวผู้ถูกทอดทิ้ง เธอจึงเลือกที่จะ ‘เจียระไน’ ชีวิตใหม่ด้วยสติปัญญาและความเก่งกาจ สยบทุกแผนร้ายด้วยความนิ่งสงบ และสยบมาเฟียจอมโหดด้วยความรักที่แท้จริง "วันนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาล และจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่สักพักนะคะ พอดีมีงานด่วนที่คุณพ่อมอบหมายให้ทำ ฉันคิดว่าเราแยกกันอยู่สักพักคงจะดีกับสุขภาพจิตของคุณมากกว่า" "ไม่ได้!" ดีเซลเป็นฝ่ายโพล่งออกมาเสียงดังจนตัวเองยังตกใจ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววดุดันขึ้นมาทันที "คุณเป็นเมียผม ตราบใดที่ใบทะเบียนสมรสยังอยู่ คุณต้องกลับไปอยู่ที่บ้านกับผม!" กอหญ้ายกคิ้วเรียวขึ้นพลางมองเขาด้วยความแปลกใจ "ทำไมล่ะคะ? ปกติคุณก็ไม่เคยอยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? การที่ฉันไม่อยู่ขวางหูขวางตา น่าจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณไม่ใช่หรือไง?" "นั่นมันเรื่องของผม!"
view moreภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาเรือนทอง
‘กอหญ้า’ ดีไซเนอร์อัญมณีสาวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการวัย 27 ปี กำลังนั่งหลังตรง ดวงตาเรียวสวยดุจเหยี่ยวแต่แฝงไปด้วยความอ่อนล้าจับจ้องอยู่ที่แบบร่างคอลเลกชัน ‘The Eternal Soul’ ซึ่งเธอกำลังจะใช้เปิดตัวในงานประมูลระดับโลกเดือนหน้า
“คุณกอหญ้าคะ... ดึกมากแล้ว พักผ่อนก่อนไหมคะ?”
แพรผู้ช่วยสาวคนสนิทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงอย่างยิ่ง ขณะประคองถ้วยน้ำชาคาโมมายล์มาวางไว้ใกล้ ๆ มือเรียวสวยของเจ้านายสาว
กอหญ้าละสายตาจากแผ่นกระดาษ เธอระบายรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มักจะทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกทั้งชื่นชมและยำเกรงในเวลาเดียวกัน
“แพรก็รู้ว่างานชิ้นนี้สำคัญกับฉันแค่ไหน”
ดีไซเนอร์สาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าทรงพลัง นัยน์ตาฉายแววมุ่งมั่นจนยากจะสั่นคลอน
“อัญมณีที่ไร้จิตวิญญาณของผู้สร้าง ก็ไม่ต่างอะไรกับกรวดหินธรรมดา ฉันยอมไม่ได้หรอกนะถ้างานชิ้นสุดท้ายของปีนี้จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ”
“แต่คุณกอหญ้าไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาสามวันแล้วนะคะ หน้าตาดูซีดเซียวมากเลยค่ะ” แพรยังคงเซ้าซี้ด้วยความห่วงใย
“ความเหนื่อยล้าเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ผลงานชิ้นเอกจะอยู่ไปชั่วนิรันดร์”
กอหญ้าตอบกลับพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แล่นผ่านลำคอ
“ขอบใจมากนะแพร เธอไปพักเถอะ ฉันขอเก็บรายละเอียดตรงยอดมงกุฎอีกนิดเดียว... แค่นิดเดียวจริง ๆ”
ผู้ช่วยสาวทอดถอนลมหายใจอย่างจำนน เพราะคำพูดของเจ้านายสาวคือประกาศิต ไม่มีใครเปลี่ยนใจผู้หญิงที่สร้างจักรวรรดิด้วยลำแข้งของตัวเองคนนี้ได้ แพรจึงทำได้เพียงก้มศีรษะลาและเดินออกไปจากห้องทำงาน
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง กอหญ้าก็เริ่มตวัดปากกาปลายเข็มลงบนกระดาษอย่างวิจิตรบรรจง ทุกเส้นสายที่วาดคือกลั่นออกมาจากสมองและหัวใจ
ทว่าในความเพียบพร้อมนั้น เธอกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าอย่างประหลาด
ดวงตาเมื่อยล้ามองกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง สะท้อนภาพหญิงสาวที่สวยสง่า สวมชุดผ้าไหมราคาแพง แต่แววตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้เป็นเจ้าของพึมพำกับเงาตัวเองด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ
“เก่งแล้วไง รวยแล้วไงกอหญ้า สุดท้ายเธอก็แค่นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว!”
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบ เธอมีทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะปรารถนา ยกเว้น ‘เวลา’ และ ‘คนที่จะเคียงข้าง’ อย่างแท้จริง
ตึก ตึก ตึก
พลันจังหวะหัวใจที่เคยสม่ำเสมอกลับเต้นรัวแรงจนผิดปกติ
ความรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคั้นขั้วหัวใจอย่างรุนแรงทำให้กอหญ้าต้องทิ้งปากกาในมือ
นัยน์ตาที่เคยคมกล้าบัดนี้ขยายกว้างด้วยความเจ็บปวดพร่ามัว
“อึก!”
ยกมือเรียวบางขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแน่นจนเสื้อผ้าไหมยับยู่ยี่ ร่างกายเริ่มสั่นเทา ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับกลายเป็นเสียงหอบกระชั้นที่ฟังดูน่ากลัวในความเงียบ
กอหญ้าพยายามจะพยุงตัวขึ้นเพื่อเรียกหาใครสักคน แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปราวกับถูกสูบออกไปจากร่าง
“ไม่! ยังไม่เสร็จ... งานของฉัน...”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นช่างแผ่วเบาและสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะกลัวความตาย แต่เพราะเธอยังมีสิ่งที่ ‘อยากทำ’ แต่ยังไม่ได้ทำอีกมากมาย
อยากลองรักใครสักคนจริง ๆ อยากลองใช้ชีวิตที่สโลว์ไลฟ์อย่างที่คนอื่นเขาทำกัน อยากเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ต้องแบกรับภาระของดีไซเนอร์ชื่อดัง
ร่างของกอหญ้าค่อย ๆ ทรุดลงจากเก้าอี้ไม้โอ๊ก สู่พรมหนานุ่มที่เย็บอย่างประณีต ความมืดมิดเริ่มคืบคลานเข้ามาบดบังวิสัยทัศน์ แสงไฟจากโคมไฟระย้าเริ่มริบหรี่ลงในความรู้สึก
ในวินาทีสุดท้ายที่หัวใจจะหยุดเต้น กอหญ้าหลับตาลงพร้อมกับภาพจำที่เลือนราง เห็นภาพความสำเร็จมากมายที่ผ่านมา แต่มันกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมเท่ากับความคิดที่ว่า
‘หากได้มีโอกาสอีกครั้ง ฉันจะไม่ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น แต่จะใช้เพื่อตัวเอง’
...ลมหายใจสุดท้ายหลุดลอยไปพร้อมกับความเงียบ กอหญ้าเสียชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในห้องนอนที่หรูหราที่สุด
ท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไร้จุดจบ
กอหญ้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศ ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดที่เคยรุมเร้า แต่แล้วแสงสว่างจ้าปานจะแผดเผานัยน์ตาก็วาบขึ้น พร้อมกับเสียงอื้ออึงที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ
“ทอฝัน! ได้ยินผมไหม”
น้ำเสียงนั้น... ทุ้มลึก ทรงพลัง แต่กลับแฝงไปด้วยความสั่นเล็กน้อยและเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก กอหญ้าพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอมันช่างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
บ่ายวันศุกร์ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น เมฆฝนก้อนโตตั้งเค้ามาแต่ไกลพร้อมกับลมกระโชกแรงที่พัดพาเอาความชุ่มฉ่ำของหยาดฝนโปรยปรายลงมาสู่พื้นดินณ. ประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง บรรยากาศการจราจรหลังเลิกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคักของรถยนต์หรูหลากยี่ห้อที่จอดเรียงรายทว่าไม่มีรถคันไหนจะโดดเด่นและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณได้เท่ากับขบวนรถโรลส์รอยซ์ สีดำสนิทที่เคลื่อนเข้ามาจอดนิ่งสนิทขนาบข้างด้วยรถเอสยูวีของผู้ติดตามอีกสองคันบานประตูรถเปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งทรงอำนาจของผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านและกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในแทบเอเชียร่างสูงก้าวลงจากรถท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้ปกครองและคุณครูที่พากันจดจ้องด้วยความเกรงขาม เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสนิทพับแขนขึ้นจนเห็นรอยสักมังกรที่ขัดกับร่มคันโตในมือหนานัยน์ตาคมกริบสีนิลฉายแววความว้าวุ่นใจเล็กน้อยขณะชะเง้อมองหายอดดวงใจทั้งสอง“คุณพ่อขาทางนี้ค่ะ”เสียงหวานใสราวกังวานแก้วดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนน้องฟ้าวิ่งออกมาจากอาคารเรียนพร้อมกับโบกมือหยอย ๆ ชุดนักเรียนตัวจ้อยพลิ้วไหวตามแรงวิ่ง ดวงตากล
ท่ามกลางแสงแดดจ้าในยามสายของวันพฤหัสบดี ณ. สนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตของโรงเรียนนานาชาติชั้นนำระดับประเทศบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและเสียงดนตรีมาร์ชดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ วันนี้คือวันกีฬาสีประจำปีที่รวบรวมเหล่าบรรดาผู้ปกครองระดับมหาเศรษฐีและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยมารวมตัวกันทว่าความวุ่นวายและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วกลับเงียบลงชั่วขณะ เมื่อขบวนรถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้าประตูทางเข้าสนามกีฬาบอดี้การ์ดในชุดสูทสีเข้มสวมแว่นดำก้าวลงจากรถเป็นแถวขนาน ก่อนจะเปิดประตูต้อนรับครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่สุดดีเซลก้าวลงจากรถในลุคที่แปลกตาไปจากเดิม ในชุดวอร์มแบรนด์หรูสีดำขลับที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบดุจรูปสลักข้างกายของเขาคือภรรยาที่ดูสง่างามในชุดสปอร์ตเกิร์ลสีขาวสะอาดตา รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของเธอดึงดูดสายตาคนทั้งสนามได้ไม่ยาก จูงมือน้องฟ้าสวมชุดเชียร์ลีดเดอร์ตัวน้อยสีแดงเพลิงพลิ้วไหวส่วนสามีนั้นเดินขนาบข้างด้วยน้องดินลูกชายคนโตที่ทำหน้านิ่งขรึมและสวมหมวกแก๊ปสีแดงเลียนแบบผู้เป็นพ่อราวกับถอดแบบกันมา“พ่อครับ วันนี้ดินต้องได้เหรียญทองเท่านั้
หนึ่งปีต่อมา...ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครยามเช้าถูกอาบด้วยแสงสีทองอ่อนแรง ทว่าภายในอาณาจักร The Diamond Throne กาสิโนระดับเจ็ดดาวของตระกูลอัครไพศาลโชติบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตื่นตัวและระเบียบวินัยที่เคร่งครัด บรรดาบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตยืนเรียงแถวขนาบข้างทางเดินหินอ่อนขัดเงานัยน์ตาของพวกเขามั่นคงทว่าแฝงไปด้วยความประหม่า เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่วันจันทร์ที่ท่านประธานใหญ่จะเข้ามาตรวจงานตามปกติ หากแต่เป็นวันที่ ‘ยอดดวงใจ’ ทั้งสามของท่านเจ้าพ่อจะมาเยือนอาณาจักรแห่งนี้พร้อมกันเสียงลิฟต์แก้วส่วนตัวดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่บานประตูสีทองจะเลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวล ปรากฏร่างสูงสง่าโดดเด่นของ ดีเซลชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจสีเทาและอสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล เขาอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำสั่งตัดพิเศษที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและส่วนสูงยิ่งดูทรงอำนาจ นัยน์ตาคมกริบสีนิลที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับฉายแววความละมุนตาและพราวระยับด้วยความสุขที่ไม่อาจปิดบังอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้บอดี้การ์ดทุกคนต้องแอบกลั้นหายใจไม่ใช่รังสีอำมหิตที่เคยคุ้นตา แต่เป็นร่างเล็ก ๆ สอ
ห้าเดือนต่อมาเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอสอดประสานกับสายลมเอื่อยที่หอบเอาความชุ่มฉ่ำของไอทะเลเข้ามาภายในวิลล่าหรูหลังงามแสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอสีส้มทองผ่านผนังกระจกใส เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงยืนทอดสายตาคู่สวยมองขอบฟ้าอยู่บนระเบียงไม้สักทองกอหญ้าอยู่ในชุดแม็กซี่เดรสผ้าไหมซาตินสีแชมเปญที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม เน้นให้เห็นส่วนเว้าโค้งของสตรีวัยสามสิบที่ดูเพียบพร้อมและสง่างามกว่าครั้งใดพลันสัมผัสอุ่นร้อนก็ทาบทับลงบนแผ่นหลังพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลังของเธอเบียดชิดกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย“หนีลูก ๆ มาอยู่กันสองคนแบบนี้ ฝันคิดถึงเจ้าแฝดไหมครับ?”เธอเอียงใบหน้าไปสบตากับสามี รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวยคมช่างดูเย้ายวนใจ“คิดถึงสิคะ แต่ฝันก็คิดถึงเวลาส่วนตัวของเราเหมือนกัน พี่เล่นทำตัวเป็นคุณพ่อบ้างานและคุณพ่อติดลูกขนาดนั้น ฝันแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าเราคุยกันเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องโรงเรียนของลูกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”ดีเซลกระตุกยิ้มอ่อนโยน หมุนร่างบางให้กลับมาเผชิญหน้ากันคนทั้งสองสอดประสานสายตากันท่ามกลางแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า“ถ้
คฤหาสน์ตระกูลเจริญเกียรติโอ่อ่าและโอ่โถงสมฐานะมหาเศรษฐีอันดับต้นของประเทศ ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนขนาดมหึมาของทอฝันกลับเปลี่ยนไปจากเดิมจนผิดหูผิดตา จากที่เคยเต็มไปด้วยตุ๊กตาราคาแพงและข้าวของสีหวานแหววที่เจ้าของร่างเดิมโปรดปรานตอนนี้มันถูกจัดวางใหม่ด้วยโต๊ะทำงานไม้
“ต่อจากนี้ไปพื้นที่ส่วนตัวของคุณก็คือของคุณ ฉันจะไม่ก้าวก่าย ไม่ถามหา และจะไม่หึงหวงให้คุณต้องรำคาญอีก ส่วนพื้นที่ของฉัน ฉันก็ขอคืนเช่นกันค่ะ”ดีเซลยืนนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มหยันที่เคยใช้ข่มขวัญภรรยาหายไปจากใบหน้าคมสัน ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
4 วันผ่านไปนับตั้งแต่วินาทีที่ชีวิตของดีไซเนอร์สาวระดับโลกอย่างกอหญ้าถูกหล่อหลอมเข้ากับร่างของทอฝัน หญิงสาวที่ใครต่อใครต่างตราหน้าว่าไร้ค่ากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลเริ่มถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่ในห้องพักฟื้นดีไซเนอร์สาวในร่างใหม่ไม่ได้ใช้เวลาสี่วันที่ผ่านม
“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ของที่เขายังไม่ได้แย่งไป ก็ปล่อยให้เขาพยายามต่อไปเถอะค่ะ ส่วนหนูมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นอยากจะขอคุณพ่อ”“ว่ามาเลยลูก ไม่ว่าอะไรพ่อก็ให้ได้” อาทิตย์รีบรับคำกอหญ้าขยับตัวนั่งหลังตรง ท่าทางที่ดูเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยบุคลิกของผู้นำทำให้ห้องพักฟื้นดูขลังขึ้นมาทันตา“หนูอยากเข้าไปท