Home / มาเฟีย / อุ้มรักมาเฟีย / ตอนที่ 1 ข้อตกลง

Share

อุ้มรักมาเฟีย
อุ้มรักมาเฟีย
Author: ฝ้ายสีคราม

ตอนที่ 1 ข้อตกลง

last update publish date: 2025-12-08 22:52:41

บ้านหลังใหญ่ของตระกูลสันติกุล ที่เป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดใหญ่แห่งหนึ่ง ตอนนี้กำลังมีการขับไล่คุณนายรองออกไปจากบ้าน ด้วยสาเหตุคือการคบชู้ ซึ่งเธอบอกว่าเธอไม่ได้ทำ และโดนใส่ร้ายจากคนในตระกูล 

“ออกไปจากบ้านฉัน” เสียงของอารยะดังก้องขึ้นอย่างน่ากลัว ท่ามกลางลูกน้องของเขาที่ยืนรายล้อมตัวเธอไว้อยู่ 

เขาเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในจังหวัด เปรียบเสมือนมาเฟียขาวที่ทำงานอย่างถูกกฎหมาย

“พิมไม่ได้นอนกับไอ้บ้านี่ พิมถูกจัดฉาก” พิมพิลาบอกเขา ไม่ยอมรับความผิด 

ลูกน้องของอารยะลากลูกน้องอีกคนที่อยู่ในสภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่ออกมาแล้วซ้อมต่อหน้าของพิมพิลา 

“ผมไม่ได้นอนกับคุณนาย ผมถูกใส่ร้าย นายได้โปรดเชื่อผมเถอะครับ” เขาพยายามบอก น้ำเสียงอ้อนวอนขอความเมตตา 

“พวกมึงนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงขนาดนั้น ยังบอกว่ากูเข้าใจผิดอีกเหรอ เลี้ยงไม่เชื่อง” อารยะพูดแล้วเดินไปเตะท้องของฝ่ายชายจนตัวงอ แล้วเดินไปตรงหน้าของพิมพิลา ภรรยารองที่เขาตบแต่งเธอเข้ามาเพื่อให้เธอเป็นผู้ให้กำเนิดทายาทของตระกูลแทนนุสราภรรยาเอกของเขาที่เธอไม่สามารถมีลูกให้เขาได้

อารยะใช้หลังมือตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างแรง ด้วยความโมโห

“กูให้โอกาสมึงเก็บของออกจากบ้านกูภายในคืนนี้ แล้วอย่ากลับมาให้กูเห็นหน้า ไม่งั้นกูไม่เอามึงไว้แน่” อารยะพูดเสียงกร้าว

เขามองหน้าภรรยารองที่เขาให้เกียรติเธอพอๆ กับนุสรา แต่เธอยังไม่พอใจ กล้านอกใจเขากับลูกน้องชั้นปลายแถวที่บ้านของเขาเอง เหมือนภรรยารองอีกสองคนที่ผ่านมาไม่มีผิด

พิมพิลาร้องไห้แล้วเดินขึ้นไปเก็บข้าวของ เพราะเธอรู้ดีว่าอารยะจริงจังแค่ไหน แก้ตัวไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ 

เธอยอมตบแต่งเข้ามาเพราะเห็นแก่เงินก็จริง แต่เธอไม่เคยคิดนอกใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว แต่แก้ตัวไปก็เท่านั้นในเมื่อเขาเชื่อในภาพที่เห็นไปแล้ว พิมพิลาจึงยอมจากไปแต่โดยดี แม้จะเสียดายความร่ำรวยของเขา แต่ก็รักชีวิตมากกว่าที่จะเอามาทิ้งไว้ที่นี่ เพราะอารยะสามารถทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ได้

นุสรายืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เธอรู้ว่าอารยะคาดหวังกับพิมพิลาเพียงใด และอยากให้เธอตั้งครรภ์ทายาทให้กับเขา แต่ก็มาเกิดเรื่องบัดสีแบบนี้ก่อน

นุสรารู้ดีว่าพิมพิลาเห็นแก่เงิน แต่เธอก็รู้ว่าคนเห็นแก่เงินอย่างเธอ ไม่น่าจะทำอะไรที่เสี่ยงต่อการสูญเสีย เพราะนอกจากอารยะจะรวยมากแล้ว เขายังเป็นผู้มีอิทธิพลในแถบนี้และมีหน้าตาที่หล่อเหลายากที่จะหาใครเทียบได้ในวัยสามสิบห้าปี 

พิมพิลาถือกระเป๋าเดินจากไปทั้งน้ำตา เสียดายทรัพย์สมบัติของเขา แต่การที่เธอเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว เธอเลยรีบออกไปก่อนที่อารยะจะทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้ 

อารยะเข้าหาพิมพิลาแทบทุกคืน แต่ไม่เคยนอนค้างด้วย เขาต้องกลับมานอนกอดนุสราอยู่เสมอ เพราะเขารักเธอมาก แต่ติดตรงที่ว่าเขาต้องมีทายาทไว้สืบสกุล เขาเลยต้องมีภรรยาอีกคนเพื่อทำหน้าที่แทนนุสรา 

ในบ้านหลังนี้นอกจากจะมีอารยะและนุสราที่เป็นใหญ่ในบ้านแล้ว ก็ยังมีน้องสาวของอารยะชื่อไอรดา เธอครองตัวโสดมานานถึงสามสิบปี เพราะคนที่เข้ามาจีบเธอแต่ละคนนั้นไม่ได้รักเธอจริง แต่เข้ามาเพราะชื่อเสียง เงินทอง และอำนาจของตระกูลเธอที่พ่อแม่ทิ้งสมบัติไว้ให้ก่อนที่จะลาโลกไปเมื่อหลายปีมาแล้ว 

ไอรดาเดินออกมามองพิมพิลาที่เดินออกไปด้วยความสะใจ เธอเป็นคนวางยานอนหลับพิมพิลาและลูกน้องปลายแถวคนหนึ่งแล้วจัดฉากให้ทั้งคู่นอนอยู่ด้วยกัน เพราะเธอไม่ชอบที่พิมพิลาชอบผลาญเงินของพี่ชายเธอไปวันๆ โดยไม่ทำงานทำการอะไร เหมือนภรรยารองคนอื่นๆ ของเขาที่ผ่านมาแล้วสองคนที่เธอใช้แผนนี้จัดการออกไปแล้ว

“พี่ใหญ่ค่ะ เล็กว่าพี่ไปพักผ่อนก่อนเถอะคะ ทางนี้เล็กจัดการต่อเอง” ไอรดาบอกพี่ชาย แล้วเดินไปสั่งลูกน้องให้จัดการพาทั้งสองคนออกไปจากเขตบ้านให้เร็วที่สุด 

อารยะเดินไปสวมกอดภรรยาแล้วเดินขึ้นห้องไปกับเธอ 

“ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวอ้อมหาคนใหม่ให้พี่ใหญ่เองนะคะ” นุสราปลอบใจสามีด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน 

“พี่ไม่อยากมีใครเลย แต่พี่อยากมีลูก อ้อมเข้าใจพี่นะ” อารยะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาไม่อยากให้เธอต้องเสียใจเวลาเขาไปนอนกับภรรยาอีกคน 

 “คราวนี้พี่ไม่แต่งเข้าบ้านแล้วนะ จ้างมาอุ้มท้องก็พอ ไม่ไหวแล้ว” อารยะพูดขึ้นตามความเห็นของไอรดาที่บอกเขาก่อนหน้านี้ ว่าอยากให้เขาหาผู้หญิงมาอุ้มท้องแต่ไม่ต้องยกย่อง ทำหน้าที่แค่ตั้งท้องแล้วก็จบ จะได้ไม่ต้องคาดหวังอะไรกับคนแม่ให้มันมาก

นุสรากอดเขาไว้แน่น เธอรักเขาและต้องยอมรับว่าตัวเองบกพร่องที่มีลูกไม่ได้ เลยยอมให้เขามีคนอื่นทั้งๆ ที่เธอก็เจ็บปวด

***************************

โสภิดา คือเด็กสาวที่มีฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก ครอบครัวของเธอนั้นทำไร่ ผลผลิตที่ขายได้ก็พอใช้ได้แค่ประทังชีวิตให้อิ่มท้อง เธอเรียนจบแค่มัธยมศึกษาตอนต้นก็ต้องออกมาช่วยที่บ้านปลูกผักขายตามฤดูกาล

บ้านเธอไม่มีเงินเก็บเป็นก้อนแต่ก็ไม่ได้มีหนี้สินอะไร จึงไม่ได้ลำบากมากนัก แต่ก็ไม่ได้มีเงินส่งเธอเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่ดี 

โสภิดาจึงต้องปลูกผักขายผัก และเลี้ยงไก่ไว้เก็บไข่ขาย เพื่อส่งตัวเองเรียนชั้นมัธยมปลายในระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครไม่สูงมาก และเรียนแค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น

และเธอก็สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลายได้สมใจเมื่ออายุสิบแปดปีเท่ากับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน แล้วเธอก็ใช้วุฒินั้นในการสมัครงานที่สามารถทำรายได้มากกว่าการขายผัก ซึ่งก่อนหน้านี้เธออายุยังไม่ถึงสิบแปดเลยไม่มีใครรับเธอเข้าทำงาน 

เธอทำงานที่โรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวได้ค่าจ้างเป็นรายวัน และพอเลิกงานจากโรงงานเธอก็ไปทำงานที่ร้านบะหมี่ในตลาดต่อโดยเป็นพนักงานเสิร์ฟและล้างจาน ได้ค่าแรงพอๆ กับโรงงาน ตั้งใจจะเก็บเงินก้อนนี้เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเปิดวิทยาเขตใกล้บ้าน 

เธอทำงานและเก็บเงินอยู่สองปีจนมีเงินเก็บก้อนเล็กๆ และสมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนอายุยี่สิบปี 

ตอนนี้เธอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ในวันเสาร์-อาทิตย์โรงงานหยุดเธอก็ไปเรียนได้สะดวก ตอนค่ำก็มาทำงานที่ร้านบะหมี่ต่อไม่เคยขาด

ชีวิตของโสภิดากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เธออายุยี่สิบสองปีและเรียนอยู่ชั้นปีที่สองในมหาวิทยาลัยเปิดในคณะบัญชี เพราะเป็นสาขาที่หางานได้ง่ายที่สุดแล้ว ถึงแม้จริงๆ เธออยากเรียนเกี่ยวกับคหกรรมเพราะชอบทำอาหารก็ตาม

แล้วในที่สุดวันที่ชะตาเล่นตลกกับชีวิตเธอก็มาถึง พ่อของเธอล้มป่วยกะทันหันต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน สิทธิการรักษาพยาบาลของรัฐฯ ก็มีจำกัด การผ่าตัดนี้นอกเหนือจากสิทธิในการรักษาเพราะต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเอกชนที่มีเครื่องมือพร้อมเท่านั้น 

แม่ของโสภิดาจึงตัดสินใจเอาโฉนดที่ดินใบเดียวที่มีไปจำนองไว้กับไอรดาเพื่อมาทำการรักษาสามี และไม่เคยส่งเงินใช้หนี้เลยสักบาทโดยไม่บอกให้โสภิดารู้ว่าเอาเงินมาจากไหน

โสภิดาเข้าใจว่าแม่คงมีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินแบบนี้ เลยไม่ได้ถามอะไรมาก

แต่เมื่อพ่อของเธอหายดีและกลับมารักษาตัวต่อที่บ้านได้สักระยะ ไอรดาก็ส่งคนมาติดป้ายของยึดบ้านและที่ดิน ให้พวกเธอย้ายออกไปในอีกสามวัน โสภิดาถึงรู้ว่าเงินที่แม่ใช้มารักษาพ่อนั้นมาจากการเอาบ้านและที่ดินไปจำนองไว้ 

โสภิดาร้อนใจขอเข้าพบไอรดาเพื่อขอต่อรอง เธอนั่งร้องไห้อยู่หน้าบริษัทเงินกู้อย่างน่าเวทนา จนในที่สุดไอรดาก็ให้เธอเข้าพบเพราะไล่เท่าไรโสภิดาก็ไม่ยอมกลับไป 

“หนูมาขอความเห็นใจ อย่าเพิ่งยึดที่ดินของหนูเลยนะคะ บ้านเราลำบากมาก พ่อก็เพิ่งจะหายป่วยกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ให้โอกาสหนูอีกสักครั้งนะคะ หนูจะหาเงินมาทยอยจ่ายคืนให้คุณจนกว่าจะครบทั้งต้นและดอกเลย” โสภิดาขอร้อง เธอยกมือไหว้ขอความเห็นใจจากไอรดา 

ไอรดาพินิจดูหน้าตาของโสภิดาแล้วก็นึกอะไรดีๆ ออก

“ที่จริง ฉันก็ไม่ได้อยากได้ที่ดินตรงนั้นอยู่แล้ว จะว่าไปมันก็ไม่ได้มีทำเลที่เหมาะกับการลงทุนสักเท่าไร” ไอรดาพูดขึ้นมา ทำให้โสภิดายิ้มอย่างมีความหวัง 

ไอรดาไล่ให้ลูกน้องของเธอออกไปจากห้องเพื่อคุยกับโสภิดาตามลำพัง 

“ฉันมีข้อเสนอให้เธอ เป็นข้อเสนอเดียว ถ้าเธอไม่รับไว้ ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้” ไอรดาบอกแล้วยิ้มกริ่ม 

“ข้อเสนออะไรคะ” โสภิดาถามอย่างมีความหวัง 

“เป็นเมียเก็บพี่ชายของฉัน จนกว่าเธอจะท้องแล้วมอบเด็กนั่นให้เขา จะเป็นหญิงหรือชายก็ไม่เกี่ยง แล้วเธอก็ไปซะ ห้ามกลับมายุ่งเกี่ยวกับเด็กอีก ถ้าเธอรับปากฉันจะให้เธอเซ็นสัญญาแล้วคืนโฉนดให้เธอตอนนี้ พร้อมจ่ายเงินเดือนให้เธอทำหน้าที่ปรนนิบัติพี่ชายของฉันเดือนละสองหมื่น ถ้าเขาพอใจเธอ เธออาจได้มากกว่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่เธอร้องขออะไรกับเขามากเกินไป ฉันไม่เอาครอบครัวเธอไว้แน่” ไอรดาบอกโสภิดาและลงท้ายด้วยการขู่เธอ 

โสภิดานิ่งเงียบไปสักพักและตอบตกลง 

“หนูตกลงคะ แต่หนูมีข้อแม้แค่เรื่องเดียว หนูขอกลับบ้านทุกวันเสาร์และอาทิตย์เพื่อดูแลพ่อแม่ และเรียนต่อให้จบ ได้หรือเปล่าคะ” โสภิดาบอกเงื่อนไขให้เธอ 

“ได้สิ” ไอรดายิ้มอย่างพอใจ แล้วร่างสัญญาให้เธอเซ็นทันที 

“เรื่องโฉนดฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะถือไว้ก่อน แต่จะเปลี่ยนสัญญาเงินกู้เป็นชื่อเธอและขยายเวลาชำระหนี้ออกไปแทน เผื่อเธอตุกติก อย่างน้อยฉันก็มีโฉนดไว้เป็นประกัน” ไอรดาบอก โสภิดาพยักหน้าตอบตกลงทันทีอย่างไม่ต้องคิด แค่ตอนนี้เธอไม่โดนยึดที่ดิน มีที่ซุกหัวนอนแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว 

“แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะ” 

“เดี๋ยวฉันให้คนพาเธอกลับไปบอกพ่อแม่ ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้า เพราะฉันจะพาไปซื้อใหม่ แล้วไปอยู่ที่บ้านของฉันตั้งแต่วันนี้” 

เธอใจหายเมื่อรู้ว่าต้องจากพ่อแม่ไปอยู่ที่อื่นรวดเร็วขนาดนี้ แต่ในเมื่อเธอเซ็นสัญญาแล้วก็ต้องทำตามอย่างที่พูด 

โสภิดากลับไปพร้อมกับคนของไอรดา เธอบอกพ่อแม่แสร้งทำเป็นร่าเริงว่าบ้านไม่โดนยึดแล้ว เพราะไอรดาใจดีให้เธอไปทำงานที่บ้านของเธอเพื่อใช้หนี้แทน 

พ่อกับแม่โล่งใจที่บ้านไม่ถูกยึด แต่ก็ยังเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวมาก แต่โสภิดาบอกว่าเธอหยุดทุกเสาร์และอาทิตย์ จะกลับมาเยี่ยมพวกท่านบ่อยๆ พ่อแม่ของเธอจึงวางใจและปล่อยให้เธอขึ้นรถไปกับคนของไอรดา 

***************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ

    กุศลินพาลูกทั้งสองเข้านอนไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว แต่ว่าอารยะก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับบ้าน ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เธอไปช่วยงานในโรงแรมของเขาตามปกติ แต่แทนที่จะกลับมาพร้อมกัน แต่เขากลับให้เธอกลับบ้านมาก่อน แล้วบอกว่ามีธุระที่จะประชุมต่อที่สนามแข่งรถ ทั้งๆที่เธอไม่เห็นว่าเขามีงานนี้ในตารางงานของเขามาก่อน “ปกติคุณไม่เคยหายไปนานขนาดนี้” เธอพึมพำออกมา เพราะปกติเขาจะรีบกลับมาช่วยเธอเลี้ยงสองแสบและพาเข้านอนช่วยกันอยู่เสมอวันนี้พอกลับมาถึงเธอก็ต้องมาดูแลลูกเองคนเดียว เพราะลูกๆติดพ่อแม่ เวลาเห็นเธอกับสามี พวกเขาก็จะไม่สนใจพี่เลี้ยง แล้วจะเอาแค่พ่อแม่เท่านั้นจริงๆเธอจะไม่ทำงานช่วยเขาที่โรงแรม แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ แต่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย และไม่อยากให้ใครพูดลับหลังว่าเป็นภรรยาที่ไม่เอาการเอางาน ไม่ช่วยเหลือสามี จึงต้องไปช่วยงานเขาให้สมกับฐานะภรรยาเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของสามี เธออยากโทรตามเขาแต่ว่าก็เคยตกลงกันแล้วว่า จะให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงไม่ได้โทรตามเขาเลย อีกทั้งเขา

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนที่ 36 ตอนจบ

    หลังจากงานแต่งงานผ่านไปได้ไม่นาน ไอรดาและกุศลินก็เดินจูงมือกันอุ้มท้องไปเดินเลือกซื้อของใช้เตรียมให้ลูกในครรภ์ที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีอารยะกับแทนคุณที่เข็นรถเข็นเดินตามภรรยา และอติวิชญ์ที่ตอนนี้โดนอารยะจับนั่งขังไว้ในรถเข็นเพราะวิ่งเล่นไปมาจนเขาปวดหัว“พ่อครับ อาร์ตี้อยากกินไอติม” อติวิชญ์บอกบิดา อ้อนวอนด้วยสายตาที่น่าสงสาร“ไม่ได้นะครับ คุณแม่ห้ามทาน เพราะเมื่อวานอาร์ตี้ไม่ยอมแปรงฟัน วันนี้เลยต้องโดนลงโทษ” อารยะบอกลูกชาย อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ เพราะมีสายตาของกุศลินมองมาอยู่เป็นระยะเธอยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของเขาแล้วเดินไปเลือกของกับไอรดาอีกมุมหนึ่งไม่ไกลนักอติวิชญ์หน้างอ แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ อารยะใช้จังหวะที่กุศลินเผลอ รีบหยิบช็อคโกแลตออกมาจากกระเป๋าแล้วแกะใส่ปากอติวิชญ์ให้เขาอารมณ์ดี“จุ๊ๆ อย่าบอกแม่นะ ไม่งั้นอาร์ตี้จะไม่ได้กินอีก” อารยะกระซิบบอกลูกชาย ที่พยักหน้ารับปากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแทนคุณมองแล้วอมยิ้มให้อารยะที่ตอนนี้ทำอะไรก็ต้องเกรงใจกุศลินกุศลินและไอรดาเอาของที่หยิบมาจากชั้นมาใส่ในรถเข็นของตัวเอง แล้วชวนสามีกลับบ้านโดยที่ไอรดาอาศัยอยู่บ้านของแทนคุณ พวกเธอให้ส

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนที่ 35 ครอบครัว

    อารยะตามกุศลินไปที่ห้องนอนใหญ่ ซึ่งเคยเป็นห้องของเขาและนุสรา กุศลินกำลังป้อนนมลูก ช่วงหลังมานี้เธอพยายามให้อติวิชญ์ดูดขวดเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เขาติดเต้าจนเธอไปไหนมาไหนไม่ได้ เขาจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยรอจังหวะที่ลูกหลับคุยกับเธอ พออติวิชญ์หลับ เธอจึงอุ้มลูกไปนอนที่เตียงเปลที่สามีเตรียมไว้ให้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ โดยไม่พูดอะไรกับอารยะสักคำ จนเขาร้อนใจ กลัวว่าเธอจะโกรธที่ไปตวาดเธอต่อหน้าไอรดาและแทนคุณ แล้วยังพูดทำนองว่าเธอง้อไม่ยาก อารยะรอให้เธออาบน้ำเสร็จแล้วกะจะใช้วิธีเดิมที่เคยทำเพื่อให้เธอหายโกรธ แต่กุศลินไม่เล่นด้วย เธอแต่งตัวเสร็จก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ไปนั่งดูนั่นนี่เรื่อยๆ ไม่ขึ้นเตียงไปหาเขา “ลินมานอนได้แล้ว” “คุณใหญ่นอนก่อนเถอะค่ะ ฉันยังไม่ง่วง” กุศลินใช้สรรพนามที่ฟังดูห่างเหิน อารยะรู้แล้วว่างานเข้าแบบจริงจัง “ลินโกรธพี่เรื่องอะไร” “เปล่านี่คะ” เธอตอบเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร อารยะเดินมาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ กุศลินก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่เธอก็ไม่ได้กอดกลับ “พี่รู้ว่าว่างอนพี่เรื่องที่พี่ขึ้นเสียง” “เปล่าคะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” กุศลิน

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนที่ 34 พ่อบ้านใจกล้า

    หลังจากบอกข่าวดีให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว อารยะก็มากราบขอขมาพ่อแม่ของเธอ ขอพากุศลินกับอติวิชญ์ไปอยู่ด้วยและชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน“พ่อกับแม่ขออยู่ที่นี่ดีกว่า ที่ดินเก่าตอนนี้ก็กำลังให้คนมาไถปรับปรุงหน้าดิน ว่าจะทำไร่ทำสวน พอให้ไม่เหงา ถ้าไปอยู่นั่นไม่มีอะไรทำ เดี๋ยวก็เป็นง่อยกันพอดี” พ่อของกุศลินบอก“ลินจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ” กุศลินบอก“เดี๋ยวผมให้คนมาอยู่ด้วยนะครับ ไม่งั้นลินคงไม่สบายใจแน่ แล้วพ่อกับแม่จะไปเยี่ยมเราตอนไหนก็ได้ ใกล้ๆ แค่นี้เอง” อารยะบอกเขาจะให้คนรับใช้มาอยู่ช่วยเหลือทั้งสองคน พ่อกับแม่ของกุศลินไม่ปฏิเสธน้ำใจ เพื่อความสบายใจของกุศลินตอนเย็นวันนั้นอารยะให้คนมาขนของกุศลินและอติวิชญ์ภายในวันนั้น เหมือนกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ“เอาคอกกั้นออกบ้านนี้โล่งเลย พ่อกับแม่คงเหงาแย่ คิดถึงอาร์ตี้” แม่เธอบ่นออกมาเล็กน้อย“คิดถึงก็ขับรถไปหา รถก็มี บ้านก็ห่างกันไม่ถึงสิบกิโล สิบนาทีก็ถึง” เขาปลอบใจภรรยา“แล้วเรื่องแต่งงาน ผมให้เป็นการตัดสินใจของลินกับพ่อแม่นะครับ เรียกสินสอดมาเลย ผมทุ่มไม่อั้น” อารยะบอก หันไปยิ้มให้กุศลินที่ตอนนี้เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว“ให้ผ่านงานทำบุญร้

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนที่ 33 สามี ภรรยา

    กุศลินทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาแล้วกอดเขาเอาไว้“กลับบ้านเรานะลิน” อารยะบอก“ยังก่อนค่ะ ลินยังไม่พร้อม”“คุณยังไม่ให้อภัยผมเหรอ” อารยะถาม เสียงน้อยใจ“ลินให้อภัยคุณแล้วค่ะ แต่ลินยังไม่มั่นใจในตัวคุณ” เธอบอกอารยะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วจูบหน้าผากเธอ“แล้วจะลินจะให้ผมทำยังไงเวลาอยากนอนกอดลิน” อารยะถาม“ก็อดทนสิคะ ได้คืบแล้วอย่าเอาศอก” กุศลินบอก“ใจร้าย”“คุณใหญ่ใจร้ายกับลินก่อน” กุศลินบอก“แค่ลินยกโทษให้ผม ผมก็ดีใจแล้ว”“คุณใหญ่ต้องทำให้ลินมั่นใจว่าจะไม่มีใครนอกจากลิน เพราะว่าลิน ไม่อยากเป็นเหมือนคุณอ้อม ลินไม่อยากร้าย”“ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ลินเห็น ว่าผมรักและจะมีลินคนเดียว” อารยะบอก แล้วกอดเธออยู่อย่างนั้น“รีบปล่อยเถอะคะ ขึ้นมานานแล้ว เดี๋ยวพ่อแม่สงสัย ลินยังไม่อยากโดนล้อ” กุศลินบอก“งั้นผมลงไปก่อน ลินค่อยตามลงไปก็แล้วกัน” อารยะบอกแล้วยิ้มให้เธอ“อืม” กุศลินบอกอารยะลุกขึ้นแต่งตัวแล้วลงไปรอเธอข้างล่าง นึกในใจว่าบทจะง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาบอกว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก เพราะการง้อเมียต้องจบลงที่เตียงแบบนี้นี่เอง ‘รู้อย่างนี้ฉันง้อแบบนี้ตั้งแต่คืนที่ไปนอนบ้านฉันก

  • อุ้มรักมาเฟีย   ตอนที่ 32 ง้อเมีย

    กุศลินนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เธอเดินขึ้นห้องโดยไม่พูดไม่จา อารยะขับรถมาถึงทีหลังเธอ เขาถือกับข้าวและช่อดอกไม้เต็มทั้งสองมือ โดยมีพ่อของกุศลินเดินมาช่วยเขาถือของ อารยะเดินเข้าบ้านไปแล้วนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ“ลินกลับมาถึงนานหรือยังครับ”“สักพักแล้ว หน้าบึ้งขึ้นห้องไปแล้ว” พ่อของเธอบอก“เกิดอะไรขึ้นล่ะคุณ” แม่ของกุศลินถาม“พอดีเกิดเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ แต่ผมจัดการได้แล้ว” อารยะบอกแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก“อาร์ตี้นอนแล้วเหรอครับ” อารยะชะโงกหน้าดู ปรากฏว่าลูกชายตัวน้อยนั้นยังไม่หลับ แต่กำลังพลิกตัวกลิ้งไปมา เหมือนกับเห่อพัฒนาการของตัวเอง“ยังเลย แต่อีกเดี๋ยวก็หลับแล้วล่ะ” แม่ของกุศลินบอก“ไม่ตามขึ้นไปง้อเหรอ” พ่อของกุศลินถาม“ลินยังอารมณ์ร้อนอยู่ ให้เย็นลงกว่านี้ค่อยง้อดีกว่าครับ” อารยะบอกแล้วเข้าไปนั่งในคอกกั้นกับอติวิชญ์อารยะทำตามคลิปในละครรักโรแมนติค พาเธอไปทานอาหารร้านหรู มีดอกไม้มอบให้ และพูดถ้อยคำหวานซึ้งเอาใจเธอ เหมือนอย่างที่หวานแนะนำ แต่กลับโดนพิมพิลาเข้ามาขัดขวางจนทำให้แผนการง้อกุศลิน ต้องพังลง แถมยังสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม‘นี่สินะที่เขาว่า ความวัวยังไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status