로그인ไอรดาพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่กว่าสิบชุด รวมทั้งชุดชั้นใน ชุดนอน ชุดลำลอง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แล้วให้เธอเปลี่ยนชุดที่ซื้อให้วันนี้ใส่กลับไปที่บ้านพร้อมกับไอรดา
ไอรดาพาเธอกลับไปที่บ้านในตอนเย็นที่กำลังตั้งโต๊ะอาหารอยู่ โสภิดาเดินตามหลังไอรดาเข้ามาเธอตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อเห็นอารยะที่ทำหน้าเหมือนไม่พอใจ ส่วนนุสรานั้นมองเธอด้วยความงุนงงแต่ก็แอบชื่นชมในความสวยและอ่อนเยาว์ของเธออยู่ไม่น้อย
“นั่งลงสิ” ไอรดาสั่งให้โสภิดานั่งลงข้างๆ เธอ แล้วเด็กรับใช้ก็นำจานมาวางต่อหน้าเธออีกชุด
“นี่พี่ใหญ่ พี่ชายของฉัน และพี่อ้อมภรรยาเอกของเขา” ไอรดาบอก โสภิดายกมือไหว้แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย
“โสภิดาคือคนของเล็ก เธอจะมาทำหน้าที่อุ้มท้องให้กับพี่ใหญ่” ไอรดาบอกอารยะที่กำลังสงสัยว่าเธอคือใคร
“พี่ไม่อยากแต่งเมียรองเข้าบ้านอีกแล้ว แต่ละคนงามหน้านัก” อารยะพูดเสียงกร้าว เจ็บใจทุกครั้งที่นึกถึงบรรดาภรรยารองที่เขาจัดงานแต่งงานเล็กๆ ให้เกียรติเธอมาเป็นภรรยาอีกคน แต่ว่าทุกคนก็นอกใจเขาทั้งสิ้น โดยที่ไม่เคยเอะใจว่าเป็นฝีมือของน้องสาวที่กำจัดปลิงดูดเลือดในสายตาเธอไป
“คนนี้ไม่ต้องแต่งค่ะ เธอจะมาทำหน้าที่อุ้มท้องเพียงอย่างเดียว เป็นเมียลับๆ ของพี่ใหญ่” ไอรดาบอกพี่ชาย ขณะที่โสภิดาตัวสั่น กลัวอารยะเป็นที่สุด
อารยะหันหน้าไปมองภรรยาของเขาอย่างขอความเห็น นุสราเห็นว่าโสภิดาดูซื่อๆ ไม่น่าจะมีพิษมีภัยอะไรก็เลยพยักหน้าให้เขาตัดสินใจเอง แต่อารยะยังคงนิ่ง
“อายุเท่าไรแล้วล่ะ” นุสราถามเธอเสียงนุ่มนวล ถึงในใจจะเจ็บปวดเวลาเห็นสามีต้องไปนอนกับใคร แต่ก็ต้องอดทนเพราะรู้ว่าเขาต้องการลูกมากแค่ไหน และเธอไม่สามารถมีลูกให้เขาได้
“ยี่สิบสองคะ” โสภิดาตอบเสียงสั่น
“เพิ่งเรียนจบเหรอ” เธอถามต่อ
“กำลังเรียนปีสองค่ะ เรียนเสาร์-อาทิตย์” โสภิดาตอบแล้วก้มหน้า
“เรียนเสาร์-อาทิตย์ มหาวิทยาลัยเปิดใครๆ เขาก็เรียนกัน คนอุ้มท้องไปสอบมีเยอะแยะ” ไอรดาพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าอารยะทำหน้าเหมือนเป็นกังวล
“งั้นให้เธอพักที่ห้องปีกซ้ายก็แล้วกัน” อารยะบอก แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
นุสราตักกับข้าวให้โสภิดาเพื่อแสดงความเป็นมิตร
แต่โสภิดารู้ว่าเธอเป็นภรรยาของอารยะ คนที่เธอจะมาเป็นเมียเก็บให้เขาผลิตทายาทก็ยิ่งเกรงใจนุสราเข้าไปใหญ่ เธอทานข้าวด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนกจนนุสราอดสงสารเธอไม่ได้
“เล็กไปเจอเด็กคนนี้ที่ไหน” อารยะถามขึ้นมา
“พี่ใหญ่อย่าสนใจเลยคะ รู้แค่ว่าโสภิดาเต็มใจที่จะตั้งท้องลูกของพี่ใหญ่ก็พอ” ไอรดากล่าว มองหน้าพี่สะใภ้ที่อายุห่างกับเธอแค่ปีเดียวด้วยท่าทางที่เหนือกว่า
ไอรดาไม่ได้เกลียดนุสรา เพียงแต่เธอไม่ปลื้มที่นุสราไม่สามารถมีทายาทให้พี่ชายเธอได้ พี่ชายเธอเลยต้องแต่งเมียน้อยเข้าบ้านมาผลาญเงินไปไม่ใช่น้อย
เธอหวงสมบัติแต่เธอไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่อยากได้สมบัติส่วนของพี่ชาย แต่เธออยากรักษาผลประโยชน์ให้กับเขาเท่านั้น
“ทานข้าวเสร็จก็ไปเตรียมตัวรอฉันที่ห้องก็แล้วกัน” อารยะบอกเมื่อเห็นว่าโสภิดารวบช้อนแล้ว
เธอสะดุ้งนิดๆ เมื่อเขาพูดกับเธอ
“ค่ะ” โสภิดารับปากเขาตัวสั่น ภาวนาว่าอย่าเพิ่งให้เขาทำอะไรเธอคืนนี้เลย
***************************
โสภิดาเดินตามคนรับใช้ที่อายุน่าจะมากกว่าเธอไม่กี่ปีมาที่ห้องนอนที่เขาบอก
“เป็นห้องเก่าของภรรยารองคนอื่นๆ ค่ะ คุณพักได้ตามสบายเลยนะคะ” คนรับใช้บอกโสภิดา
“พี่เรียกหนูว่าส้มก็ได้จ๊ะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ พี่จะเรียกว่าคุณส้มก็แล้วกันนะคะ พี่ชื่อหวานนะคะ” หวานบอกเธอแล้วจัดของช่วยเธอ
“คุณใหญ่สั่งว่าให้เตรียมตัว คุณส้มรู้ใช่ไหมคะว่าหมายถึงอะไร” หวานถามเธอไปด้วยเก็บของไปด้วย
“ก็เตรียมตัวตอบคำถามอะไรแบบนี้มั้งคะ” โสภิดาบอกด้วยความซื่อ
“คุณใหญ่หมายถึงให้คุณส้มอาบน้ำให้สะอาด ใส่ชุดนอนไว้รอ คุณใหญ่จะเข้ามานอนห้องนี้กับคุณส้มในคืนนี้ค่ะ” เธอบอกโสภิดาแล้วยิ้มให้ ดูออกว่าโสภิดาเป็นคนซื่อๆ
“นอนด้วยกันเหรอคะ” โสภิดาถามด้วยความตกใจ
“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณใหญ่เธอรักคุณอ้อมมาก คุณอ้อมเธอไม่สามารถมีลูกได้ คุณใหญ่เลยต้องแต่งคุณนายรองเข้ามาถึงสามครั้ง แต่ละคนก็นอกใจคุณใหญ่และผลาญเงินไปวันๆ ไม่มีใครตั้งท้องสักที แล้วคุณอ้อมเธอก็ใจดีนะคะ เธอไม่เคยว่าเลยที่คุณใหญ่จะแต่งเมียน้อยเข้าบ้าน” หวานพูดไปพลางจัดของไป
“เวลานอนกับคุณนายรองเสร็จ คุณใหญ่ก็ไม่เคยค้างนะคะ จะกลับไปนอนกับคุณอ้อมทุกครั้ง เธอสองคนรักกันมาก คุณใหญ่ไม่ใช่คนเจ้าชู้อย่างที่ใครๆ เขาลือกันเลย” หวานอธิบายยาวเหยียด เธอเข้าใจว่าโสภิดาจะกลัวอารยะที่มีข่าวลือด้านความเจ้าชู้ ว่าแต่งเมียน้อยเข้าบ้านสามคน ทั้งที่จริงๆ แล้วโสภิดาไม่เคยรับรู้เรื่องอะไรพวกนี้เลยด้วยซ้ำ
“สงสารคุณอ้อมจัง เธอคงเสียใจมากแต่ก็ต้องทำใจยอมรับเพื่ออยากให้คุณใหญ่มีทายาท” โสภิดาพูดออกมา
“จริงที่สุดค่ะ” หวานบอก แล้วเตรียมตัวจะลงไป
“อย่าลืมอาบน้ำแต่งตัวรอคุณใหญ่นะคะ แล้วบ้านนี้ส่วนใหญ่จะแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นนะคะ” เธอบอกแล้วเดินจากไป ปล่อยให้โสภิดายืนทำใจอยู่อย่างนั้นคนเดียว
“เฮ้อ วันนี้มันเป็นวันอะไรกันนะ” โสภิดาบ่นตัดพ้อกับตัวเอง แล้วเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวรอการมาของอารยะตามที่หวานบอก
***************************
อารยะขึ้นห้องอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งคุยกับนุสราสักพัก เขาจะกอดปลอบใจเธอทุกครั้งที่จะเข้าหาผู้หญิงคนอื่น
“อ้อมรู้ใช่ไหมว่าผมทำเพื่อเรา”
“อ้อมรู้ค่ะ พี่ใหญ่อย่ามัวแต่เสียเวลาเลยค่ะ รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวมันจะดึกเสียก่อน” นุสราบอกสามีด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ผมจะรีบกลับมานอนกอดคุณนะ” อารยะบอกเธอเสียงนุ่ม เขาไม่เคยพูดจาอ่อนหวานนุ่มนวลกับผู้หญิงคนไหนนอกจากนุสรา
“ไปเถอะค่ะ” นุสราบอกแล้วดันหลังเขาออกไป
พอลับหลังเขาเธอก็น้ำตาไหลออกมาด้วยความอัดอั้น ถึงเธอจะชินกับการที่เขานอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่มันก็อดคิดมากไม่ได้ เธอกลัวว่าอารยะจะปันหัวใจให้คนอื่นมากกว่าเธอ แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำก็จริง แต่เธอก็อดระแวงไม่ได้ บางทีโสภิดาอาจเป็นคนที่ทำให้เขาแบ่งความรักจากเธอไปก็ได้
อารยะไม่ได้เคาะห้อง เขาเปิดประตูเข้าไปตามปกติ พบว่าประตูล็อกอยู่เขาถึงกับหัวเสีย เพราะเขาไม่ชอบให้ใครล็อกประตูก่อนที่เขาจะเข้ามา เพื่อจะได้รู้ว่าเธอไม่ได้แอบทำอะไรอยู่หรือว่าถ่วงเวลามาเปิดประตูเพื่อปิดบังว่ากำลังคุยกับผู้ชายคนอื่น
อารยะไม่ได้หึงหวง แต่เขาต้องมั่นใจว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขาจริงๆ เท่านั้น
เขาเคาะห้องด้วยความหงุดหงิด โสภิดามาเปิดประตูให้เขาในชุดนอนวาบหวิวที่ไอรดาเลือกให้เธอ
อารยะถึงกับโกรธไม่ลงเมื่อเห็นความงามของคนตรงหน้า เธอดูสวยสมวัยและน่าค้นหามากในตอนนี้
“ฉันไม่ชอบให้ล็อกประตู วันหลังห้ามล็อก” เขาบอกเธอเสียงเรียบ แล้วปิดประตูล็อกไว้แล้วเดินตรงมาหาเธอ
เธอตัวสั่น ถอยหลังหนีเขาอย่างช้าๆ จนชนกับขอบเตียง
“เวลานอนกับผู้หญิง ฉันไม่ชอบคนที่ขัดขืน ฉันไม่ชอบให้ร้องไห้” เขาพูดแล้วมองหน้าเธอที่ดูตื่นกลัวเขาอยู่
“ฉันไม่ชอบการจูบปากกับคนอื่นที่ไม่ใช่อ้อม” เขาบอกในสิ่งที่เธอควรจะรู้
โสภิดาพยักหน้าเหมือนว่าเธอเข้าใจ อารยะเดินไปหยุดตรงหน้ายื่นมือไปถอดชุดนอนออกให้เหลือแค่ชั้นในตัวจิ๋ว แล้วผลักโสภิดาให้นอนลงไป
“และอีกข้อ ฉันไม่ชอบให้ใส่ชั้นในนอน มันเกะกะ” อารยะบอกเสียงห้วน
โสภิดาหน้าแดง เธอไม่เคยต้องโป๊ขนาดนี้ต่อหน้าคนอื่นเลยสักครั้ง
อารยะถอดเสื้อผ้าของตัวเองพาดไว้ที่ปลายเตียง เผยให้เห็นหุ่นที่กำยำสมส่วนและอาวุธที่ผงาดพร้อมจะใช้งาน เธอจึงเบือนหน้าหนี หลับตาไม่อยากมองภาพตรงหน้า
เขาเดินมาปลดชั้นในเธอออกให้อยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการร่วมรัก แล้วขึ้นคร่อมทับเธอทันที
อารยะไซร้ซอกคอเธอและสูดดมความสาวด้วยความพอใจ เขาไม่ได้รักเธอแต่เรื่องบนเตียงเขาก็ไม่เคยเอาเปรียบผู้หญิง เขาต้องทำให้เธอมีความสุขไปพร้อมๆ กันกับเขา
อารยะเล้าโลมเธอตั้งแต่คอลงมาจนถึงหน้าอก โสภิดาตัวเกร็งด้วยความกลัวแต่สักพักก็ตัวอ่อนลงเพราะการเล้าโลมที่ช่ำชองของเขา เธอนอนนิ่งให้เขาทำอย่างที่ต้องการ และเผลอครางออกมาเมื่อปลายลิ้นชื้นสัมผัสกับยอดอกของเธอ
อารยะใช้นิ้วบี้จุดกระสันของเธอจนโสภิดาส่ายไปมาด้วยความเสียว แล้วเขาก็ใช้นิ้วสอดเข้าไปแล้วสร้างความสุขกับเธอด้วยนิ้วของเขา พอร่องนั้นแฉะเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่นเขาก็จับแท่งแข็งแรงนั้นกดลงไปทันทีจนมิดด้าม โสภิดาเสียงหลง กอดเขาไว้แน่น เล็บจิกแผ่นหลังของเขาด้วยความอึดอัดปนเสียวซ่าน
อารยะยิ้มอย่างพอใจที่เขาเป็นคนแรกของเธอ เขาขยับสะโพกอย่างช้าๆ พอโสภิดาเริ่มคราง เขาก็กระหน่ำใส่เธออย่างดุดัน โสภิดาครางอย่างมีความสุข
เธอเคลิบเคลิ้มไปกับลีลาที่เร่าร้อนจนลืมไปว่าเธอกับเขาไม่ได้รักกันเลยสักนิด เธอรู้แค่ว่าตอนนี้เธอต้องตักตวงความสุขตอนนี้ก่อน
โสภิดาแอ่นสะโพกรับการกระแทกจากเขา แล้วอารยะก็พาเธอล่องลอยขึ้นสวรรค์พร้อมกันกับเขาในที่สุด เขากดแช่ทิ้งไว้ยังไม่ยอมเอาออกมาทั้งๆ ที่รีดน้ำออกไปจนหมดแล้ว
อารยะอยากทำเธออีกรอบแต่ก็กลัวว่านุสราจะรอ เขาเลยรีบลุกออกไปด้วยความเสียดาย
“นอนค้างไว้สักพักค่อยไปล้างออก” อารยะสั่งเธอแล้วใส่เสื้อผ้าเดินออกจากห้องไป โดยไม่ลืมที่จะล็อกห้องให้เธอ
โสภิดาร้องไห้ทันทีที่เขาออกไป ถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่มันจะสร้างความสุขให้เธอ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าโสภิดาจะมีความสุขที่ได้ทำลงไป เธอร้องไห้คิดถึงแต่หน้าพ่อหน้าแม่ลอยมา แล้วบอกกับตัวเองว่าเธอต้องอดทน และรีบตั้งท้อง รีบมีลูกให้เขาให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่เสียที
***************************
กุศลินพาลูกทั้งสองเข้านอนไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว แต่ว่าอารยะก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับบ้าน ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เธอไปช่วยงานในโรงแรมของเขาตามปกติ แต่แทนที่จะกลับมาพร้อมกัน แต่เขากลับให้เธอกลับบ้านมาก่อน แล้วบอกว่ามีธุระที่จะประชุมต่อที่สนามแข่งรถ ทั้งๆที่เธอไม่เห็นว่าเขามีงานนี้ในตารางงานของเขามาก่อน “ปกติคุณไม่เคยหายไปนานขนาดนี้” เธอพึมพำออกมา เพราะปกติเขาจะรีบกลับมาช่วยเธอเลี้ยงสองแสบและพาเข้านอนช่วยกันอยู่เสมอวันนี้พอกลับมาถึงเธอก็ต้องมาดูแลลูกเองคนเดียว เพราะลูกๆติดพ่อแม่ เวลาเห็นเธอกับสามี พวกเขาก็จะไม่สนใจพี่เลี้ยง แล้วจะเอาแค่พ่อแม่เท่านั้นจริงๆเธอจะไม่ทำงานช่วยเขาที่โรงแรม แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ แต่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย และไม่อยากให้ใครพูดลับหลังว่าเป็นภรรยาที่ไม่เอาการเอางาน ไม่ช่วยเหลือสามี จึงต้องไปช่วยงานเขาให้สมกับฐานะภรรยาเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของสามี เธออยากโทรตามเขาแต่ว่าก็เคยตกลงกันแล้วว่า จะให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงไม่ได้โทรตามเขาเลย อีกทั้งเขา
หลังจากงานแต่งงานผ่านไปได้ไม่นาน ไอรดาและกุศลินก็เดินจูงมือกันอุ้มท้องไปเดินเลือกซื้อของใช้เตรียมให้ลูกในครรภ์ที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีอารยะกับแทนคุณที่เข็นรถเข็นเดินตามภรรยา และอติวิชญ์ที่ตอนนี้โดนอารยะจับนั่งขังไว้ในรถเข็นเพราะวิ่งเล่นไปมาจนเขาปวดหัว“พ่อครับ อาร์ตี้อยากกินไอติม” อติวิชญ์บอกบิดา อ้อนวอนด้วยสายตาที่น่าสงสาร“ไม่ได้นะครับ คุณแม่ห้ามทาน เพราะเมื่อวานอาร์ตี้ไม่ยอมแปรงฟัน วันนี้เลยต้องโดนลงโทษ” อารยะบอกลูกชาย อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ เพราะมีสายตาของกุศลินมองมาอยู่เป็นระยะเธอยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของเขาแล้วเดินไปเลือกของกับไอรดาอีกมุมหนึ่งไม่ไกลนักอติวิชญ์หน้างอ แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ อารยะใช้จังหวะที่กุศลินเผลอ รีบหยิบช็อคโกแลตออกมาจากกระเป๋าแล้วแกะใส่ปากอติวิชญ์ให้เขาอารมณ์ดี“จุ๊ๆ อย่าบอกแม่นะ ไม่งั้นอาร์ตี้จะไม่ได้กินอีก” อารยะกระซิบบอกลูกชาย ที่พยักหน้ารับปากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแทนคุณมองแล้วอมยิ้มให้อารยะที่ตอนนี้ทำอะไรก็ต้องเกรงใจกุศลินกุศลินและไอรดาเอาของที่หยิบมาจากชั้นมาใส่ในรถเข็นของตัวเอง แล้วชวนสามีกลับบ้านโดยที่ไอรดาอาศัยอยู่บ้านของแทนคุณ พวกเธอให้ส
อารยะตามกุศลินไปที่ห้องนอนใหญ่ ซึ่งเคยเป็นห้องของเขาและนุสรา กุศลินกำลังป้อนนมลูก ช่วงหลังมานี้เธอพยายามให้อติวิชญ์ดูดขวดเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เขาติดเต้าจนเธอไปไหนมาไหนไม่ได้ เขาจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยรอจังหวะที่ลูกหลับคุยกับเธอ พออติวิชญ์หลับ เธอจึงอุ้มลูกไปนอนที่เตียงเปลที่สามีเตรียมไว้ให้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ โดยไม่พูดอะไรกับอารยะสักคำ จนเขาร้อนใจ กลัวว่าเธอจะโกรธที่ไปตวาดเธอต่อหน้าไอรดาและแทนคุณ แล้วยังพูดทำนองว่าเธอง้อไม่ยาก อารยะรอให้เธออาบน้ำเสร็จแล้วกะจะใช้วิธีเดิมที่เคยทำเพื่อให้เธอหายโกรธ แต่กุศลินไม่เล่นด้วย เธอแต่งตัวเสร็จก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ไปนั่งดูนั่นนี่เรื่อยๆ ไม่ขึ้นเตียงไปหาเขา “ลินมานอนได้แล้ว” “คุณใหญ่นอนก่อนเถอะค่ะ ฉันยังไม่ง่วง” กุศลินใช้สรรพนามที่ฟังดูห่างเหิน อารยะรู้แล้วว่างานเข้าแบบจริงจัง “ลินโกรธพี่เรื่องอะไร” “เปล่านี่คะ” เธอตอบเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร อารยะเดินมาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ กุศลินก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่เธอก็ไม่ได้กอดกลับ “พี่รู้ว่าว่างอนพี่เรื่องที่พี่ขึ้นเสียง” “เปล่าคะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” กุศลิน
หลังจากบอกข่าวดีให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว อารยะก็มากราบขอขมาพ่อแม่ของเธอ ขอพากุศลินกับอติวิชญ์ไปอยู่ด้วยและชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน“พ่อกับแม่ขออยู่ที่นี่ดีกว่า ที่ดินเก่าตอนนี้ก็กำลังให้คนมาไถปรับปรุงหน้าดิน ว่าจะทำไร่ทำสวน พอให้ไม่เหงา ถ้าไปอยู่นั่นไม่มีอะไรทำ เดี๋ยวก็เป็นง่อยกันพอดี” พ่อของกุศลินบอก“ลินจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ” กุศลินบอก“เดี๋ยวผมให้คนมาอยู่ด้วยนะครับ ไม่งั้นลินคงไม่สบายใจแน่ แล้วพ่อกับแม่จะไปเยี่ยมเราตอนไหนก็ได้ ใกล้ๆ แค่นี้เอง” อารยะบอกเขาจะให้คนรับใช้มาอยู่ช่วยเหลือทั้งสองคน พ่อกับแม่ของกุศลินไม่ปฏิเสธน้ำใจ เพื่อความสบายใจของกุศลินตอนเย็นวันนั้นอารยะให้คนมาขนของกุศลินและอติวิชญ์ภายในวันนั้น เหมือนกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ“เอาคอกกั้นออกบ้านนี้โล่งเลย พ่อกับแม่คงเหงาแย่ คิดถึงอาร์ตี้” แม่เธอบ่นออกมาเล็กน้อย“คิดถึงก็ขับรถไปหา รถก็มี บ้านก็ห่างกันไม่ถึงสิบกิโล สิบนาทีก็ถึง” เขาปลอบใจภรรยา“แล้วเรื่องแต่งงาน ผมให้เป็นการตัดสินใจของลินกับพ่อแม่นะครับ เรียกสินสอดมาเลย ผมทุ่มไม่อั้น” อารยะบอก หันไปยิ้มให้กุศลินที่ตอนนี้เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว“ให้ผ่านงานทำบุญร้
กุศลินทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาแล้วกอดเขาเอาไว้“กลับบ้านเรานะลิน” อารยะบอก“ยังก่อนค่ะ ลินยังไม่พร้อม”“คุณยังไม่ให้อภัยผมเหรอ” อารยะถาม เสียงน้อยใจ“ลินให้อภัยคุณแล้วค่ะ แต่ลินยังไม่มั่นใจในตัวคุณ” เธอบอกอารยะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วจูบหน้าผากเธอ“แล้วจะลินจะให้ผมทำยังไงเวลาอยากนอนกอดลิน” อารยะถาม“ก็อดทนสิคะ ได้คืบแล้วอย่าเอาศอก” กุศลินบอก“ใจร้าย”“คุณใหญ่ใจร้ายกับลินก่อน” กุศลินบอก“แค่ลินยกโทษให้ผม ผมก็ดีใจแล้ว”“คุณใหญ่ต้องทำให้ลินมั่นใจว่าจะไม่มีใครนอกจากลิน เพราะว่าลิน ไม่อยากเป็นเหมือนคุณอ้อม ลินไม่อยากร้าย”“ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ลินเห็น ว่าผมรักและจะมีลินคนเดียว” อารยะบอก แล้วกอดเธออยู่อย่างนั้น“รีบปล่อยเถอะคะ ขึ้นมานานแล้ว เดี๋ยวพ่อแม่สงสัย ลินยังไม่อยากโดนล้อ” กุศลินบอก“งั้นผมลงไปก่อน ลินค่อยตามลงไปก็แล้วกัน” อารยะบอกแล้วยิ้มให้เธอ“อืม” กุศลินบอกอารยะลุกขึ้นแต่งตัวแล้วลงไปรอเธอข้างล่าง นึกในใจว่าบทจะง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาบอกว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก เพราะการง้อเมียต้องจบลงที่เตียงแบบนี้นี่เอง ‘รู้อย่างนี้ฉันง้อแบบนี้ตั้งแต่คืนที่ไปนอนบ้านฉันก
กุศลินนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เธอเดินขึ้นห้องโดยไม่พูดไม่จา อารยะขับรถมาถึงทีหลังเธอ เขาถือกับข้าวและช่อดอกไม้เต็มทั้งสองมือ โดยมีพ่อของกุศลินเดินมาช่วยเขาถือของ อารยะเดินเข้าบ้านไปแล้วนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ“ลินกลับมาถึงนานหรือยังครับ”“สักพักแล้ว หน้าบึ้งขึ้นห้องไปแล้ว” พ่อของเธอบอก“เกิดอะไรขึ้นล่ะคุณ” แม่ของกุศลินถาม“พอดีเกิดเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ แต่ผมจัดการได้แล้ว” อารยะบอกแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก“อาร์ตี้นอนแล้วเหรอครับ” อารยะชะโงกหน้าดู ปรากฏว่าลูกชายตัวน้อยนั้นยังไม่หลับ แต่กำลังพลิกตัวกลิ้งไปมา เหมือนกับเห่อพัฒนาการของตัวเอง“ยังเลย แต่อีกเดี๋ยวก็หลับแล้วล่ะ” แม่ของกุศลินบอก“ไม่ตามขึ้นไปง้อเหรอ” พ่อของกุศลินถาม“ลินยังอารมณ์ร้อนอยู่ ให้เย็นลงกว่านี้ค่อยง้อดีกว่าครับ” อารยะบอกแล้วเข้าไปนั่งในคอกกั้นกับอติวิชญ์อารยะทำตามคลิปในละครรักโรแมนติค พาเธอไปทานอาหารร้านหรู มีดอกไม้มอบให้ และพูดถ้อยคำหวานซึ้งเอาใจเธอ เหมือนอย่างที่หวานแนะนำ แต่กลับโดนพิมพิลาเข้ามาขัดขวางจนทำให้แผนการง้อกุศลิน ต้องพังลง แถมยังสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม‘นี่สินะที่เขาว่า ความวัวยังไม