LOGINคืนนี้อารยะหงุดหงิดเป็นพิเศษ โสภิดาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวไว้รอเขา
อารยะเข้ามาช้ากว่าเมื่อวาน เขาเดินตรงมาที่โสภิดาที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ โสภิดาลุกขึ้นนั่งเมื่อเห็นว่าเขาเข้ามา
อารยะยื่นมือไปดึงโทรศัพท์เธอออกมาดูว่าเธอกำลังคุยกับใครหรือดูอะไรอยู่ก็พบว่าเธอกำลังแชทคุยกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนด้วยกัน เขาก็เลยยื่นโทรศัพท์คืนเธอไป
โสภิดาวางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะข้างเตียง แล้วลุกขึ้นยืน อารยะเริ่มถอดเสื้อผ้าพาดไว้ที่ปลายเตียงเหมือนเมื่อวานอย่างใจเย็น โสภิดาหันหลังให้เขา เธอไม่รู้ว่าควรถอดเองหรือต้องรอให้เขาถอดให้
สักพักอารยะก็เดินเข้ามาข้างหลังแล้วเอามือถลกชายชุดนอนขึ้นมา จูบซอกคอจากด้านหลังแล้วดึงชายชุดนอนให้สูงขึ้นมาเหนือเอว ดันเธอไปชิดขอบผนังแล้วสอดใส่แท่งนั้นเข้าไปโดยที่ไม่ได้มีการเล้าโลมใดๆ ก่อน
โสภิดากัดฟันแน่น มันไม่ได้เจ็บมากมายแต่มันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก อารยะจูบที่คอด้านหลังและจูบที่ไหล่ของเธอ ดันสะโพกเข้าออกช้าๆ ก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นจนเธอมีอารมณ์ร่วมด้วยในที่สุด
เขาให้เธอโก้งโค้งแยกขา มือยันผนังห้อง จับสะโพกเธอให้แน่นแล้วกระแทกอย่างดุดันจนในที่สุดปลดปล่อยออกมาตามๆ กัน ดึงเธอให้ยืดตัวตรงกอดประครองเธอไว้ แต่ยังไม่แยกตัวออกจากเธอ
เขารอสักพักแล้วจึงถอนตัวออกมา น้ำขาวขุ่นไหลย้อนลงมาตามขาของโสภิดา เธอรีบเข้าไปในห้องน้ำ พอกลับออกมาอารยะก็กลับห้องไปแล้ว เธอทิ้งตัวนอนลง ร้องไห้สงสารตัวเองที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
***************************
อารยะกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองหลังจากปลดปล่อยกับโสภิดาไปแล้ว เขาหงุดหงิดที่เธอไม่เอาใจเขาแถมยังกล้าออกความเห็นขัดคำสั่งเขาบนโต๊ะอาหาร เลยไม่ได้ร่วมรักกับเธอแบบที่นุ่มนวลกว่าเมื่อนี้
นุสรายังไม่นอน เธอนั่งอ่านหนังสือรอเขาอยู่ พออารยะเข้ามาเธอก็ยิ้มให้อย่างดีใจ เธอรู้ว่าเขาจะต้องกลับมานอนกับเธอเสมอ
“วันนี้อ่านหนังสือดึกอีกแล้ว อ้อมต้องพักผ่อนให้มากๆ สิ” อารยะบอกเธอด้วยความเป็นห่วง
“อ้อมรอพี่ใหญ่กลับมานอนกอดไงคะ”
“ยังไงพี่ก็ต้องกลับมา นอนกอดคนอื่นไม่มีความสุขเท่านอนกอดอ้อมหรอกนะ” อารยะบอกภรรยาด้วยความนุ่มนวล
พวกเขาคบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน ก่อนที่จะแต่งงานกันมาย่างเข้าปีที่ห้าแล้ว ความรักของอารยะที่มีต่อเธอก็ไม่เคยน้อยลงเลย
นุสรามีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกและตัดมดลูกทิ้งตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เธอยังกลัวด้วยซ้ำว่าอารยะจะทิ้งเธอ แต่เขาก็ไม่ทิ้งเธอ เขารักเธอและแต่งงานกับเธอในที่สุด
อารยะเดินไปสวมกอดเธอไว้ แล้วบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา
“ยังไม่พออีกเหรอคะ” นุสราดันอกเขาออก แล้วถามเขา
“ยังไม่พอกับอ้อม” อารยะบอกแล้วจูบริมฝีปากนิ่มอย่างแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะอุ้มเธอไปวางที่เตียงแล้วจูบแลกลิ้นกันอย่างนุ่มนวล เขาค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างใจเย็นแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าตัวเองออก ทั้งสองร่างโผเข้าหากันด้วยความใคร่
อารยะขยับสะโพกเข้าออกด้วยความสุข ถึงเธอจะไม่มีมดลูกแต่เขาก็ยังสามารถร่วมรักกับเธอได้ตามปกติ เพราะเขารักเธอ ถึงความสุขจะแตกต่างจากที่ทำกับโสภิดามาก แต่อารยะก็ไม่สนใจ เขารักและสงสารนุสรา และไม่อยากทำให้เธอเสียใจเพราะเขา เขาแสร้งครางออกมาอย่างมีความสุขจนนุสราอดยิ้มไม่ได้ที่ทำให้เขามีความสุข
เมื่อบทรักสิ้นสุดทั้งคู่นอนกอดก่ายกันอย่างมีความสุข นุสราหลับไปด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เธอมีความสุขทุกครั้งที่อารยะมีสัมพันธ์กับเธอ เพราะทำให้เธอรู้ว่าเธอยังมีค่าและมีความหมายสำหรับเขา
***************************
หลังทานอาหารเช้าเสร็จ โสภิดาก็ออกไปที่มหาวิทยาลัยที่เป็นสาขาย่อยเพื่อฟังการบรรยายที่นานๆ จะมีอาจารย์เข้ามา โดยปกติเธอจะนัดอ่านหนังสือกับเพื่อนๆ ในห้องเรียน และเปิดวีดีทัศน์เพื่อเรียนผ่านสื่อที่ทางมหาวิทยาลัยมอบให้เป็นกลุ่ม เพราะจะได้สามารถปรึกษากันได้ ถ้าศึกษาเองที่บ้านก็เกรงว่าจะไม่เข้าใจ เพราะบัญชีเป็นอะไรที่เรียนยากมาก
พอเสร็จจากการเรียน เธอก็ให้คนขับรถพาไปที่ตลาดเพื่อซื้อของกลับไปให้พ่อแม่เธอไว้กินไว้ใช้ ไอรดาโอนเงินก้อนแรกล่วงหน้าให้เธอไว้ใช้จ่ายตั้งแต่วันแรกแล้ว เห็นเธอดูแบบนั้นแต่ที่จริงโสภิดารู้ว่าไอรดาเป็นคนดีและใจดีมากๆ
เมื่อเยี่ยมพ่อแม่เสร็จ โสภิดาก็รีบพาหวานกลับ เพราะกลัวว่ายิ่งอยู่นานหวานอาจจะหลุดปากพูดเรื่องที่เธอเป็นเมียของอารยะให้พ่อแม่ฟังได้ เธอไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ และไม่อยากให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเธออยากรวยทางลัดจนต้องยอมไปเป็นเมียเก็บของอารยะ
โสภิดาเพิ่งรู้วันนี้ว่าคนที่ได้ฉายาว่ามาเฟียขาวจะหมายถึงอารยะ และชื่อเสียงด้านผู้หญิงของเขาก็ลือไปผิดๆ ว่าเจ้าชู้ เปิดบ้านเป็นฮาเร็ม แต่เธอรู้ว่าไม่ใช่ เขารักนุสราคนเดียว ส่วนคนอื่นนั้นแค่คนที่จะมาผลิตทายาทให้เขาเท่านั้น
“ถ้าคุณใหญ่อยากได้ลูกมากขนาดนั้น ทำไมไม่มีเมียสักเจ็ดคนเลยละพี่หวาน คนละวันไปเลย” โสภิดาบอก
“คนเดียวก็เกรงใจคุณอ้อมจะแย่อยู่แล้วมั้ง คุณใหญ่เลยต้องมีทีละคน อีกอย่างพี่ว่าเรื่องทายาทอาจจะเป็นเหตุผลหลักก็จริง แต่จริงๆ แล้วคุณใหญ่ท่านก็อยากมีเมียอีกคนอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่ยกเรื่องทายาทมาอ้าง” หวานกระซิบบอกโสภิดาไม่ให้คนขับรถได้ยิน
“ทำไมล่ะจ๊ะพี่”
“ก็ทำกับคนไม่มีมดลูกจะไปรู้สึกอะไรล่ะ คุณใหญ่เธอก็คงอยากปลดปล่อยกับคนอื่นบ้างแหละ” หวานพูดตามความเห็นของตัวเอง ที่เธอคิดว่าใช่
“แต่ทายาทก็สำคัญ เรียกว่าการนอนกับคนอื่นเป็นกำไรของคุณใหญ่มากกว่า” หวานพูดต่อเสียงเบา
โสภิดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ รู้แล้วว่าทำไมนุสราถึงมีลูกไม่ได้ ทั้งๆ ที่รวยขนาดนี้จะทำกิฟต์หมดไปกี่ล้านขนหน้าแข้งก็คงไม่ร่วง
พวกเธอกลับมาทันตอนบ่ายสามที่พิมพ์กำลังให้เด็กรับใช้ออกไปเสิร์ฟของว่างให้บรรดาเจ้านายทั้งหลาย โสภิดาสังเกตว่าของว่างยามบ่ายเป็นขนมปังหน้าหมูที่เธอหมักไว้ก็ถามด้วยความสงสัย
“ป้าพิมพ์ไม่ได้เสิร์ฟตอนสายเหรอคะ” โสภิดาถาม เพราะหวานเคยบอกว่าอาหารว่างยามบ่ายส่วนมากจะเป็นผลไม้มากกว่า
“รอบเช้าเสิร์ฟไปแล้วค่ะ พวกคุณๆ ชมว่าอร่อยมากและขอให้ทำอีกตอนบ่าย” พิมพ์บอกแล้วยกนิ้วให้โสภิดา โสภิดายิ้มหน้าบานเธอดีใจที่มีคนชอบ
“คุณอ้อมบอกว่ารสชาติเหมือนที่เธอเคยกินอยู่ร้านอาหารดังๆ เลยนะคะ” เด็กรับใช้ที่กลับเข้ามา บอกกับเธอ
โสภิดาดีใจที่นุสราชอบ อย่างน้อยก็ถือว่าได้ทำอะไรให้เธอมีความสุขบ้างเพื่อลบล้างความรู้สึกผิดในใจออกไปสักเล็กน้อยก็ยังดี
***************************
สามสัปดาห์ผ่านไป โสภิดาเริ่มจะคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้แล้ว ตอนนี้เธอทำหน้าที่ช่วยงานในครัวเป็นหลัก เธอรู้ว่าไม่ควรออกความเห็นหรือขัดใจอารยะ และรู้ว่าเขาชอบให้เธอมายืนรอรับเขา
เพราะมีครั้งหนึ่งที่วันนั้นโสภิดาออกมายืนรอไอรดาแต่อารยะเข้าใจว่ามายืนรอรับเขา เขายื่นสูทให้เธอเอาไปเก็บและคืนนั้นเขานุ่มนวลกับเธอมาก
เป็นอย่างนี้อยู่สองถึงสามครั้ง โสภิดาจึงจับทางได้ว่าอารยะชอบให้เธอเอาใจ เขาจะอารมณ์ดี ไม่ใช่เพราะเขาชอบเธอ แต่เป็นเพราะเขาไม่ชอบให้คนขัดใจเขาและชอบให้คนเอาใจเขามากกว่า โสภิดาจึงเอาใจเขาเพื่อไม่ให้เขาอารมณ์ไม่ดีแล้วทำรุนแรงกับเธอ
นุสราเริ่มจะใจไม่ดี เมื่อเห็นว่าหลังๆ มาโสภิดาเริ่มเอาใจอารยะและเขาเองก็กลับเข้าห้องช้ากว่าเดิม บางทีเขาเข้ามาตอนนุสราหลับไปแล้วด้วยซ้ำ
อารยะไม่ได้เข้าหาโสภิดาทุกคืน เขาจะนอนกับเธอสองถึงสามคืนเว้นหนึ่งคืน ทำแบบนี้ประจำ
คืนนี้อารยะมาหาโสภิดา พอเขาเข้ามาเธอก็ส่งยิ้มให้เขา โสภิดารู้ว่าหน้าที่ของเธอคือตั้งท้องให้เขาเท่านั้น แต่ความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมันก็อดทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวกับเขาไม่ได้
“คุณใหญ่ให้ส้มนวดให้ไหมคะวันนี้” โสภิดาบอกอย่างเอาใจ ที่อารยะกลับห้องช้าเพราะโสภิดาชอบเสนอตัวนวดให้เขาอยู่ประจำ
อารยะพยักหน้า เขาให้เธอนวดก่อนจะมีอะไรกัน เพราะถ้านวดหลังจากที่มีสัมพันธ์กันเสร็จ เขากลัวว่าเขาจะสบายตัวจนเคลิ้มหลับไปแล้วไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องกับนุสรา
“วันนี้นวดอย่างเดียวนะคะคุณใหญ่ พอดีว่าประจำเดือนของส้มเพิ่งมา” โสภิดาบอกเขา
“ประจำเดือนเหรอ” อารยะพูดขึ้นมาอย่างเสียดาย ไม่รู้ว่าเพราะเธอไม่ท้อง หรือว่าเพราะจะไม่ได้นอนกับเธอกันแน่
“ส้มขอโทษนะคะ ส้มเพิ่งรู้ตอนอาบน้ำ” โสภิดาบอก อารยะถอนหายใจนั่งให้เธอนวดไหล่ให้แบบนั้นสักพักก่อนจะลุกขึ้น
“อีกห้าวันค่อยเจอกันนะคะ” โสภิดากอดเข้าจากด้านหลัง แล้วบอกอย่างนุ่มนวล ลุ้นว่าเขาจะอารมณ์เสียใส่เธอหรือไม่
อารยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่เธอกอดเขาแบบนี้
“อ้อนแบบนี้จะเอาอะไร” อารยะถาม
“ไม่เอาอะไรค่ะ ส้มแค่อยากให้คุณใหญ่ไม่โกรธ” เธอบอกเขาอย่างเอาใจ
“ฉันมีโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ไม่ใช้แล้ว เดี๋ยวจะเอามาให้ ของเธอเก่ามากแล้ว” อารยะบอกแล้วหันหน้ามาหาเธอ
“ขอบคุณนะคะ” โสภิดาบอกแล้วเขย่งเท้าหอมแก้มเขาอย่างเอาใจ
อารยะยิ้มให้เธอ โสภิดาแทบจะละลายด้วยรอยยิ้มนั้น แต่ก็ต้องหักห้ามใจ เพราะรู้ว่าสักวันต้องไปจากที่นี่
“น่ารักแบบนี้ให้ได้ตลอดแล้วกัน” อารยะบอกแล้วโน้มหน้าจะหอมแก้มเธอ ก่อนจะนึกได้ว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้
เขาชะงักนิดหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องของโสภิดาไป เริ่มกลัวใจของตัวเองว่าจะมีใจให้เธอเข้า แล้วจะทำให้นุสราต้องเสียใจ
***************************
กุศลินพาลูกทั้งสองเข้านอนไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว แต่ว่าอารยะก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับบ้าน ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เธอไปช่วยงานในโรงแรมของเขาตามปกติ แต่แทนที่จะกลับมาพร้อมกัน แต่เขากลับให้เธอกลับบ้านมาก่อน แล้วบอกว่ามีธุระที่จะประชุมต่อที่สนามแข่งรถ ทั้งๆที่เธอไม่เห็นว่าเขามีงานนี้ในตารางงานของเขามาก่อน “ปกติคุณไม่เคยหายไปนานขนาดนี้” เธอพึมพำออกมา เพราะปกติเขาจะรีบกลับมาช่วยเธอเลี้ยงสองแสบและพาเข้านอนช่วยกันอยู่เสมอวันนี้พอกลับมาถึงเธอก็ต้องมาดูแลลูกเองคนเดียว เพราะลูกๆติดพ่อแม่ เวลาเห็นเธอกับสามี พวกเขาก็จะไม่สนใจพี่เลี้ยง แล้วจะเอาแค่พ่อแม่เท่านั้นจริงๆเธอจะไม่ทำงานช่วยเขาที่โรงแรม แล้วเลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ แต่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย และไม่อยากให้ใครพูดลับหลังว่าเป็นภรรยาที่ไม่เอาการเอางาน ไม่ช่วยเหลือสามี จึงต้องไปช่วยงานเขาให้สมกับฐานะภรรยาเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของสามี เธออยากโทรตามเขาแต่ว่าก็เคยตกลงกันแล้วว่า จะให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงไม่ได้โทรตามเขาเลย อีกทั้งเขา
หลังจากงานแต่งงานผ่านไปได้ไม่นาน ไอรดาและกุศลินก็เดินจูงมือกันอุ้มท้องไปเดินเลือกซื้อของใช้เตรียมให้ลูกในครรภ์ที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีอารยะกับแทนคุณที่เข็นรถเข็นเดินตามภรรยา และอติวิชญ์ที่ตอนนี้โดนอารยะจับนั่งขังไว้ในรถเข็นเพราะวิ่งเล่นไปมาจนเขาปวดหัว“พ่อครับ อาร์ตี้อยากกินไอติม” อติวิชญ์บอกบิดา อ้อนวอนด้วยสายตาที่น่าสงสาร“ไม่ได้นะครับ คุณแม่ห้ามทาน เพราะเมื่อวานอาร์ตี้ไม่ยอมแปรงฟัน วันนี้เลยต้องโดนลงโทษ” อารยะบอกลูกชาย อธิบายเหตุผลให้เขาเข้าใจ เพราะมีสายตาของกุศลินมองมาอยู่เป็นระยะเธอยิ้มอย่างพอใจกับคำตอบของเขาแล้วเดินไปเลือกของกับไอรดาอีกมุมหนึ่งไม่ไกลนักอติวิชญ์หน้างอ แล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้ อารยะใช้จังหวะที่กุศลินเผลอ รีบหยิบช็อคโกแลตออกมาจากกระเป๋าแล้วแกะใส่ปากอติวิชญ์ให้เขาอารมณ์ดี“จุ๊ๆ อย่าบอกแม่นะ ไม่งั้นอาร์ตี้จะไม่ได้กินอีก” อารยะกระซิบบอกลูกชาย ที่พยักหน้ารับปากจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแทนคุณมองแล้วอมยิ้มให้อารยะที่ตอนนี้ทำอะไรก็ต้องเกรงใจกุศลินกุศลินและไอรดาเอาของที่หยิบมาจากชั้นมาใส่ในรถเข็นของตัวเอง แล้วชวนสามีกลับบ้านโดยที่ไอรดาอาศัยอยู่บ้านของแทนคุณ พวกเธอให้ส
อารยะตามกุศลินไปที่ห้องนอนใหญ่ ซึ่งเคยเป็นห้องของเขาและนุสรา กุศลินกำลังป้อนนมลูก ช่วงหลังมานี้เธอพยายามให้อติวิชญ์ดูดขวดเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เขาติดเต้าจนเธอไปไหนมาไหนไม่ได้ เขาจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยรอจังหวะที่ลูกหลับคุยกับเธอ พออติวิชญ์หลับ เธอจึงอุ้มลูกไปนอนที่เตียงเปลที่สามีเตรียมไว้ให้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ โดยไม่พูดอะไรกับอารยะสักคำ จนเขาร้อนใจ กลัวว่าเธอจะโกรธที่ไปตวาดเธอต่อหน้าไอรดาและแทนคุณ แล้วยังพูดทำนองว่าเธอง้อไม่ยาก อารยะรอให้เธออาบน้ำเสร็จแล้วกะจะใช้วิธีเดิมที่เคยทำเพื่อให้เธอหายโกรธ แต่กุศลินไม่เล่นด้วย เธอแต่งตัวเสร็จก็เดินไปหยิบโทรศัพท์ไปนั่งดูนั่นนี่เรื่อยๆ ไม่ขึ้นเตียงไปหาเขา “ลินมานอนได้แล้ว” “คุณใหญ่นอนก่อนเถอะค่ะ ฉันยังไม่ง่วง” กุศลินใช้สรรพนามที่ฟังดูห่างเหิน อารยะรู้แล้วว่างานเข้าแบบจริงจัง “ลินโกรธพี่เรื่องอะไร” “เปล่านี่คะ” เธอตอบเหมือนว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร อารยะเดินมาหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเธอแล้วดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ กุศลินก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แต่เธอก็ไม่ได้กอดกลับ “พี่รู้ว่าว่างอนพี่เรื่องที่พี่ขึ้นเสียง” “เปล่าคะ ไม่ใช่เรื่องนั้น” กุศลิน
หลังจากบอกข่าวดีให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว อารยะก็มากราบขอขมาพ่อแม่ของเธอ ขอพากุศลินกับอติวิชญ์ไปอยู่ด้วยและชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน“พ่อกับแม่ขออยู่ที่นี่ดีกว่า ที่ดินเก่าตอนนี้ก็กำลังให้คนมาไถปรับปรุงหน้าดิน ว่าจะทำไร่ทำสวน พอให้ไม่เหงา ถ้าไปอยู่นั่นไม่มีอะไรทำ เดี๋ยวก็เป็นง่อยกันพอดี” พ่อของกุศลินบอก“ลินจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ นะคะ” กุศลินบอก“เดี๋ยวผมให้คนมาอยู่ด้วยนะครับ ไม่งั้นลินคงไม่สบายใจแน่ แล้วพ่อกับแม่จะไปเยี่ยมเราตอนไหนก็ได้ ใกล้ๆ แค่นี้เอง” อารยะบอกเขาจะให้คนรับใช้มาอยู่ช่วยเหลือทั้งสองคน พ่อกับแม่ของกุศลินไม่ปฏิเสธน้ำใจ เพื่อความสบายใจของกุศลินตอนเย็นวันนั้นอารยะให้คนมาขนของกุศลินและอติวิชญ์ภายในวันนั้น เหมือนกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ“เอาคอกกั้นออกบ้านนี้โล่งเลย พ่อกับแม่คงเหงาแย่ คิดถึงอาร์ตี้” แม่เธอบ่นออกมาเล็กน้อย“คิดถึงก็ขับรถไปหา รถก็มี บ้านก็ห่างกันไม่ถึงสิบกิโล สิบนาทีก็ถึง” เขาปลอบใจภรรยา“แล้วเรื่องแต่งงาน ผมให้เป็นการตัดสินใจของลินกับพ่อแม่นะครับ เรียกสินสอดมาเลย ผมทุ่มไม่อั้น” อารยะบอก หันไปยิ้มให้กุศลินที่ตอนนี้เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว“ให้ผ่านงานทำบุญร้
กุศลินทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาแล้วกอดเขาเอาไว้“กลับบ้านเรานะลิน” อารยะบอก“ยังก่อนค่ะ ลินยังไม่พร้อม”“คุณยังไม่ให้อภัยผมเหรอ” อารยะถาม เสียงน้อยใจ“ลินให้อภัยคุณแล้วค่ะ แต่ลินยังไม่มั่นใจในตัวคุณ” เธอบอกอารยะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วจูบหน้าผากเธอ“แล้วจะลินจะให้ผมทำยังไงเวลาอยากนอนกอดลิน” อารยะถาม“ก็อดทนสิคะ ได้คืบแล้วอย่าเอาศอก” กุศลินบอก“ใจร้าย”“คุณใหญ่ใจร้ายกับลินก่อน” กุศลินบอก“แค่ลินยกโทษให้ผม ผมก็ดีใจแล้ว”“คุณใหญ่ต้องทำให้ลินมั่นใจว่าจะไม่มีใครนอกจากลิน เพราะว่าลิน ไม่อยากเป็นเหมือนคุณอ้อม ลินไม่อยากร้าย”“ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ลินเห็น ว่าผมรักและจะมีลินคนเดียว” อารยะบอก แล้วกอดเธออยู่อย่างนั้น“รีบปล่อยเถอะคะ ขึ้นมานานแล้ว เดี๋ยวพ่อแม่สงสัย ลินยังไม่อยากโดนล้อ” กุศลินบอก“งั้นผมลงไปก่อน ลินค่อยตามลงไปก็แล้วกัน” อารยะบอกแล้วยิ้มให้เธอ“อืม” กุศลินบอกอารยะลุกขึ้นแต่งตัวแล้วลงไปรอเธอข้างล่าง นึกในใจว่าบทจะง่ายก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาบอกว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งลูกดก เพราะการง้อเมียต้องจบลงที่เตียงแบบนี้นี่เอง ‘รู้อย่างนี้ฉันง้อแบบนี้ตั้งแต่คืนที่ไปนอนบ้านฉันก
กุศลินนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เธอเดินขึ้นห้องโดยไม่พูดไม่จา อารยะขับรถมาถึงทีหลังเธอ เขาถือกับข้าวและช่อดอกไม้เต็มทั้งสองมือ โดยมีพ่อของกุศลินเดินมาช่วยเขาถือของ อารยะเดินเข้าบ้านไปแล้วนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ“ลินกลับมาถึงนานหรือยังครับ”“สักพักแล้ว หน้าบึ้งขึ้นห้องไปแล้ว” พ่อของเธอบอก“เกิดอะไรขึ้นล่ะคุณ” แม่ของกุศลินถาม“พอดีเกิดเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ แต่ผมจัดการได้แล้ว” อารยะบอกแต่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก“อาร์ตี้นอนแล้วเหรอครับ” อารยะชะโงกหน้าดู ปรากฏว่าลูกชายตัวน้อยนั้นยังไม่หลับ แต่กำลังพลิกตัวกลิ้งไปมา เหมือนกับเห่อพัฒนาการของตัวเอง“ยังเลย แต่อีกเดี๋ยวก็หลับแล้วล่ะ” แม่ของกุศลินบอก“ไม่ตามขึ้นไปง้อเหรอ” พ่อของกุศลินถาม“ลินยังอารมณ์ร้อนอยู่ ให้เย็นลงกว่านี้ค่อยง้อดีกว่าครับ” อารยะบอกแล้วเข้าไปนั่งในคอกกั้นกับอติวิชญ์อารยะทำตามคลิปในละครรักโรแมนติค พาเธอไปทานอาหารร้านหรู มีดอกไม้มอบให้ และพูดถ้อยคำหวานซึ้งเอาใจเธอ เหมือนอย่างที่หวานแนะนำ แต่กลับโดนพิมพิลาเข้ามาขัดขวางจนทำให้แผนการง้อกุศลิน ต้องพังลง แถมยังสร้างปัญหาให้เขาเพิ่ม‘นี่สินะที่เขาว่า ความวัวยังไม







