LOGIN“ไม่คิดว่าพริตตี้แบบโมจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้” เขาพูดยั่วเพื่อให้เธอรับงานนี้ แต่โมรินไม่หลงกล เขาจะปรามาสหรือด่าว่าอะไรเธอ ก็ช่างหัวเขา แต่สำหรับเธอแล้ว ขอแค่ให้ออกไปจากที่นี่ได้เป็นพอ ถึงเธอไม่ทำงานกับเขา เธอก็มีงานอื่นๆ ให้ทำอีกหลายงาน
“แล้วแต่คุณจะคิด แต่ฉันขอสละสิทธิ์ให้คนอื่นก็แล้วกัน เพราะคงมีหลายคนอยากมาสัมภาษณ์งานกับคุณ ถึงไม่มีฉัน คุณก็มีพริตตี้ในงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของคุณอยู่แล้ว” เธอทำท่าจะเดินหนี แต่เขาก็ยังขวางเอาไว้
“กรุณาหลีกทางให้ฉันด้วยค่ะ” เธอพูดอย่างเอาจริง นั่นทำให้พันไมล์ต้องหลีกทางให้หญิงสาวตรงหน้า
เธอเห็นว่าเขาหลีกทางให้ก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากห้องของเขาในทันที
โมรินรู้สึกใจหายใจคว่ำ เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับเขาอีก
เธอหนีหายไปจากชีวิตของเขานานหลายปี ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ไปดูแลคุณยาย หลังจากที่คุณตาเสียชีวิตและปักหลักอยู่บ้านเกิดอยู่นาน กว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง
ชาวบ้านนินทากันว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่ยายเข้าใจ ไม่เคยตำหนิหรือซักถามให้เธอเสียใจเลยสักคำเดียว เธอเองที่อดรนทนไม่ไหวต้องเล่าให้ท่านฟังทั้งน้ำตาว่าโดนผู้ชายหลอกจนตั้งท้อง แล้วเขาก็ทิ้งไปแต่งงานกับหญิงอื่น
เขาเหยียบย่ำความรักของเธอ เหมือนเธอเป็นสิ่งไร้ค่าที่เขาจะทำร้ายเช่นไรก็ได้ ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ เธอรู้สึกเจ็บปวดจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก รู้สึกว่าตนเองโง่งมและไร้เดียงสาเสียเหลือเกินที่หลงเชื่อความรักจอมปลอมลวงโลกของผู้ชายอย่างพันไมล์
พันไมล์เป็นทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านที่แสนร่ำรวย เขาต้องเลือกผู้หญิงที่ฐานะเท่าเทียมกับเขา มากกว่าเด็กสาวต่างจังหวัดที่มาเรียนในเมืองใหญ่เช่นเธอ เขาก็แค่อยากกลืนกินความหวานสาวสดของเธอ ก่อนที่จะเขี่ยทิ้งเหมือนหมาข้างถนน ไร้ค่าไร้ราคาเพราะความใจง่ายของตัวเองล้วน ๆ
ร่างกายอันเหนื่อยล้าของโมรินค่อยๆ เดินออกมาจากโชว์รูมรถหรูของอดีตคนรักที่หักหลังเธออย่างเลือดเย็น
เขาหมดรักเธอยังเจ็บน้อยกว่าเขาแอบคบกับเพื่อนของเธอลับหลัง และมีแพลนจะแต่งงานกัน ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา
โมรินโบกแท็กซี่แล้วรีบปาดน้ำตาทิ้ง เธอไม่ควรเสียน้ำตาให้กับผู้ชายใจร้ายอย่างเขาอีก
หญิงสาวพิงศีรษะไปกับเบาะรถ ทอดสายตาออกไปมองด้านนอกด้วยจิตใจเหม่อลอย อดที่จะหวนคิดไปถึงเรื่องในอดีตเสียไม่ได้
“จะไปไหนครับคุณผู้หญิง” คนขับรถแท็กซี่เอ่ยถาม ทำให้ภวังค์ความคิดของเธอจบลง วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเอง เพราะรถเสียต้องเข้าอู่ซ่อม และอีกหลายวันกว่าอีแก่ของเธอจะใช้งานได้ ที่เรียกว่าอีแก่ก็เพราะว่ามันเป็นรถมือสองที่เกเรบ่อยๆ ทำให้เธอต้องเสียเงินเสียทองอยู่ไม่หยุดหย่อน ถ้ามีเงินมากพอ เธอก็อยากที่จะซื้อรถคันใหม่ไว้ใช้จะได้ไม่ต้องคอยซ่อมบ่อยๆ เช่นนี้ เข็ดหลาบแล้วกับรถมือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
“โรงเรียนอนุบาลรัศมีจันทราค่ะ” คำตอบของเธอทำให้คนขับแท็กซี่รับคำ รีบมุ่งหน้าไปยังเส้นทางนั้นในทันที ก่อนที่ความนึกคิดของโมรินจะดำดิ่งเข้าไปในอดีตอันแสนเจ็บปวดอีกครั้ง
“พี่รักโมนะครับ” ประโยคแสนหวานของแฟนหนุ่มนามว่าพันไมล์ทำให้โมริน นักศึกษาสาวปีสามของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งอมยิ้มออกมาแทบจะทันที
“พี่พันนี่ปากหวานจริงๆ เลยนะคะ”
“ปากหวานแล้วอยากชิมไหมครับ” พันไมล์ยื่นใบหน้าเข้าไปหาใบหน้าสวยใสของแฟนสาว แต่เธอรีบเบี่ยงหลบด้วยท่าทีหวงเนื้อหวงตัว
"พี่พัน ไม่เอาค่ะ” เธออยู่ที่แกลอรี่วาดภาพของเขา ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
พันไมล์เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เขาร่ำรวยมากเมื่อเปรียบเทียบกับเธอ ซึ่งเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอกที่เข้ามาเรียนในเมืองใหญ่เท่านั้น
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะสนใจเด็กสาวกะโปโลแบบเธอด้วย
เธอกับเขาเจอกันด้วยความบังเอิญ โดยการแนะนำให้รู้จักผ่านวารี เพื่อนรักของเธอ หลังจากวันนั้น เขาก็มีท่าทีสนใจเธอ แล้วความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็เริ่มก่อตัวขึ้น แบบค่อยเป็นค่อยไป ต่างคนต่างมีใจให้กัน
“พี่รักโมจริงๆ นะครับ พี่จะรอจนกว่าจะถึงวันที่โมพร้อมจะเป็นของพี่ด้วยความเต็มใจ” เขากุมมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตหลังมือน้อยของเธอเบาๆ
“โมก็รักพี่พันค่ะ โมอยากเก็บสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดเอาไว้ให้ผู้ชายที่โมรัก คนคนนั้นก็คือพี่พัน พี่พันรอได้ใช่ไหมคะ” มารดาสอนให้รักนวลสงวนตัว เธอจึงไม่เคยคิดจะทำตัวไม่ดี แม้บิดามารดาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่คำสอนนี้เธอก็ยังยึดมั่นเอาไว้ในใจเสมอ
“พี่รอได้ครับ ไม่เคยคิดที่หักหาญน้ำใจหรือทำให้โมต้องเสียใจเลยครับ” เขาดึงเธอมากอดแนบอก จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงของเธอเอาไว้อย่างแสนรัก
พันไมล์มาส่งแฟนสาวกลับบ้านพักของหล่อน เธออาศัยอยู่กับน้าสาวของเธอ เขามาบ้านของเธอหลายครั้งแต่ไม่เคยได้เจอน้าสาวของเธอเลย อาจเพราะสวนทางกันเสียทุกครั้ง
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
“ไม่เป็นไรนะครับคุณแม่ เชื่อผมสิ” พันไมล์ดึงร่างของมารดามากอดปลอบ เขาไม่มียอมวันให้มารดาต้องทุกข์ใจแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบหลังจากพันไมล์รับปากมารดา เขาก็คอยตามดูพฤติกรรมของบิดาอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร นั่นทำให้เขาได้รู้ได้เห็นว่าบิดานั้นนอกใจมารดาจริงๆแต่สิ่งที่เขา
ลูกสาวยิ้มกว้าง“ใช่ค่ะ หนูวาดพ่อ แม่ หนู แล้วก็น้องค่ะ ครูให้วาดคนที่หนูรัก หนูเลยวาดแบบนี้”พันไมล์มองรูปนั้นนานกว่าทุกคนสายตาคมที่เคยใช้ดูกราฟธุรกิจ กลับมานิ่งอยู่กับรูปสีเทียนของลูกน้อยครูหันมายิ้ม“หนูเล่าให้ครูฟังทุกวันเลยนะคะ ว่าตอนนี้มีคุณพ่อมาส่งที่โรงเรียนด้วย ไปปลูกผักกับแม่หลังบ้านด้ว
พันไมล์กลับมาถึงบ้านก็ได้เจอกับมารดาที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องนั่งเล่น ความที่เป็นคนรักมารดามาก จึงรีบเข้าไปถามไถ่ในทันทีว่าท่านเป็นอะไร“คุณแม่เป็นอะไรครับ”“พ่อ... พ่อของลูกเขานอกใจแม่ ฮือ ๆ” เสียงร้องห่มร้องไห้ของมารดาทำไมพันไมล์ทุกข์ใจเป็นอันมาก“คุณพ่อน่ะเหรอครับนอกใจคุณแม่” พันไมล์เ
“เชิญคุณโมริน เลิศประวิทย์เข้ามาได้เลยค่ะ” เสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องท่านประธานหนุ่ม เจ้าของโชว์รูมรถหรูนำเข้าราคาแพงลิ่วเอ่ยขึ้นโมรินยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่อ่าตรงหน้า เธอรับงานเป็นพริตตี้และงานอีเว้นต่างๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและลูกสาวตัวน้อยปกติแล้วงานพริตตี้หรืองาน







