LOGINเขาเคยขอให้เธอเป็นแค่ friends with benefits ทั้งที่รักเธอจนหมดหัวใจ แต่เมื่ออำนาจและคำสัญญาที่ต้องรักษาไว้ ได้พรากเธอไป เขาจึงต้องใช้เวลาถึงสองปีเพื่อตามหาผู้หญิงที่ไม่เคยลืม
View Moreเย็นวันถัดมา ไผ่หลิวมาถึงร้าน ‘GOOD DAY’ ก่อนเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง เธอสั่งชาเขียวมัทฉะเย็นมาหนึ่งแก้ว แต่กลับไม่ได้แตะมันเลยแม้แต่น้อย ทั้งความเครียดและความกังวลทำให้เธอแทบกลืนอะไรไม่ลงหญิงสาวนั่งกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ พยายามทบทวนคำพูดซ้ำไปซ้ำมาในหัว ขณะที่ใจก็เต้นแรง จนแทบจะทะลุออกมานอกอกเวลาค่อยๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งเสียงเลื่อนเก้าอี้ดังขึ้นเบาๆ ตรงหน้า ไผ่หลิวเงยหน้าขึ้นมอง วิคเตอร์ยืนอยู่ตรงนั้นร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนดูโดดเด่นสะดุดตาเหมือนเช่นทุกครั้ง เสื้อสีขาวถูกปล่อยชายเสื้อออกมานอกกางเกง กระดุมช่วงคอถูกปลดลงสองเม็ดอย่างคนไม่ใส่ใจในกฏระเบียบมากนัก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มแซมประกายทองที่ดูยุ่งๆ เล็กน้อย กลับยิ่งทำให้เขาดูเท่แบบเป็นธรรมชาติ ราวกับไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย ผู้คนรอบตัวก็พร้อมจะหันมามองเขาอยู่ดี และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆทันทีที่วิคเตอร์เดินเข้ามาในร้าน สายตาของคนรอบข้างแทบทั้งหมดก็หันไปมองเขาเป็นจุดเดียว โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มักถูกความหล่อและเท่ของเขาดึงดูดความสนใจได้เสมอวิคเตอร์เลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามไผ่หลิว ก่อนพูดขึ้นทันทีโดยไม่ให้เสียเวลา“มีอะไรว่ามา”
แม้ทั้งคู่จะเรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ ม.4 แต่ก็ไม่เคยสนิทกันจริงๆ พวกผู้ชายมักจับกลุ่มกันเอง ส่วนไผ่หลิวก็อยู่กับรันและกลุ่มเพื่อนผู้หญิงมาตลอด“จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยชอบอีตาฝรั่งขี้เก๊กนี่เท่าไหร่หรอกนะ” รันพูดพลางเบ้ปาก “แต่ฉันเห็นเขาช่วยคนในห้องมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะพวกเพื่อนในกลุ่ม ใครไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เขาก็ช่วยออกให้หมด” รันหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “อย่างที่รู้กัน พ่อเขารวยจะตาย เรื่องเงินเลยไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ยังไงตอนนี้แกก็ไม่มีทางเลือกอะไร ลองไปขอยืมดูก่อนก็ยังดี”คำพูดของรัน สะกิดใจไผ่หลิวเข้าอย่างจัง ใช่…เธอไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ หญิงสาวเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง สายตามองตามร่างของวิคเตอร์ที่กำลังหัวเราะเล่นบาสกับเพื่อนอย่างสบายใจเขาคือหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน ทั้งหล่อ รวย และเก่ง เป็นผู้ชายที่มีผู้คนรายล้อมอยู่เสมอ ในขณะที่เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น แม้จะเรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่โลกของเขากับเธอก็แตกต่างกันมากเกินไป ไม่เคยมีจุดไหนทับซ้อนกันเลย จนกระทั่งวันนี้ วันที่เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปในโลกของเขาด้วยตัวเองคืนนั้น ไผ่หลิวนั่งอยู่บนเ
ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน…ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนจบชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดังที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความวุ่นวายของเหล่าวัยรุ่น กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศของการลาจากเพื่อนหลายคนกำลังพูดถึงมหาวิทยาลัยในฝัน คณะที่อยากเรียน หรืออนาคตที่เฝ้ารออยู่ข้างหน้า แต่สำหรับไผ่หลิว คำว่าอนาคตในตอนนั้นกลับมืดมนไปหมดหญิงสาวนั่งเงียบอยู่ตรงโต๊ะหลังห้อง มือกำโทรศัพท์แน่น ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาทั้งคืน“หลิว แกโอเคไหมวะ” รันเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไผ่หลิวส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เลยรัน ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ”ทันทีที่พูดจบ ความอัดอั้นทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาบ้านของเธอ เป็นตึกแถวสองชั้นเล็กๆ ที่ชั้นล่างเปิดขายซาลาเปากับน้ำเต้าหู้ ส่วนชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวกำลังจะถูกยึดพ่อของเธอไม่อยากเสียทั้งบ้านและร้านไป จึงนำเงินก้อนสุดท้ายไปเสี่ยงโชคในบ่อน หวังหาเงินมาไถ่บ้านคืน แต่สุดท้ายกลับเสียหมดตัวซ้ำยังเป็นหนี้เพิ่ม ถูกนักเลงบ่อนตามทวงดอกเบี้ยจนต้องหลบหนี ไม่กล้ากลับบ้านอีกเลยในขณะเดียวกัน แม่ของเธอก็ล้มป่วยกะทันหัน ตรวจพบเนื้องอกในสมองและจำเป็นต้องผ่าตัดด่วน
ไผ่หลิวสูดลมหายใจลึก ทุกความรู้สึกที่ค้างคาในใจของเธอมาตลอดเจ็ดปี ได้ถูกพูดออกไปจนหมดแล้ว เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ“ลาก่อนนะ”“อย่าไปเลยนะหลิว” ครั้งนี้น้ำเสียงของวิคเตอร์แฝงความอ่อนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ฉันจะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีเธอ” เขานึกภาพวันนั้นไม่ออกจริงๆไผ่หลิวหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนตอบกลับทั้งที่หัวใจกำลังปวดร้าว“นายก็ไปใช้ชีวิตของนาย กับเจ้าสาวที่นายเลือกแล้วสิ”คำว่า ‘เจ้าสาวที่เลือกแล้ว’ ทำให้วิคเตอร์นิ่งงันไปอีกครั้ง เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธอ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ถ้าฉันบอกว่าเจ้าสาวคนนั้น ไม่ใช่คนที่ฉันเลือก” เขาพูดก่อนสบตาเธอตรงๆ “แต่คนที่ฉันเลือกมาตลอดคือเธอล่ะ”หัวใจของไผ่หลิวกระตุกแรง แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนเหตุผลจะดึงเธอกลับมาสู่ความจริงอีกครั้ง เจ็ดปีที่ผ่านมา เขามีเวลามากพอที่จะพูดมันออกมา แล้วทำไมต้องเป็นวันนี้“แต่มันจบแล้ววิค” เธอพูดเรียบๆ “พอเถอะ”“หลิว…”“ที่ผ่านมามันเจ็บมากพอแล้ว” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือขึ้นเล็กน้อย “ปล่อยฉันไปเถอะนะ”คำพูดนั้นตัดทุกทางอย่างสิ้นเชิง สายตาของวิคเตอร์เปลี่ยนไปทันที จากผู้ชายที่ควบคุมทุกอย่างได้เสมอ กลายเป็น