登入เขาเคยขอให้เธอเป็นแค่ friends with benefits ทั้งที่รักเธอจนหมดหัวใจ แต่เมื่ออำนาจและคำสัญญาที่ต้องรักษาไว้ ได้พรากเธอไป เขาจึงต้องใช้เวลาถึงสองปีเพื่อตามหาผู้หญิงที่ไม่เคยลืม
查看更多ร้านกาแฟเล็กๆ ชื่อ ‘GOOD DAY’ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนสายหนึ่งในย่านช้อปปิ้งชื่อดังของกรุงเทพฯ กระจกใสบานใหญ่ของร้านสะท้อนภาพถนนที่เปียกชื้นจากสายฝนซึ่งกำลังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายยิ่งเมื่อผสานกับแสงไฟสีอุ่นภายในร้าน ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในบ่ายวันนั้นดูหม่นเศร้าและเงียบเหงาอย่างประหลาด
ตรงมุมติดผนังกระจก มีหญิงสาวสองคนนั่งเผชิญหน้ากันด้วยสีหน้าตึงเครียด คนหนึ่งชื่อ ‘ไผ่หลิว’ หญิงสาวหน้าตาสะสวยแบบสาวหมวย ดวงตาชั้นเดียวเรียวเล็กแต่มีเสน่ห์ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางรูปกระจับ ผมตรงสีดำยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวเนียนละเอียด และรูปร่างบอบบางสมส่วน เธอนั่งกุมแก้วกาแฟอุ่นไว้ในมือ สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจก ราวกับกำลังจมอยู่กับความคิดบางอย่าง
ส่วนหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ ‘รัน’ สาวหน้าคม ผิวแทน รูปร่างสูงโปร่ง ผมหยิกเป็นลอนธรรมชาติ บุคลิกมั่นใจและตรงไปตรงมา ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม
“แน่ใจแล้วเหรอหลิว ว่าแกจะย้ายไปทำงานที่พัทยาจริงๆ”
รันเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ไผ่หลิวละสายตาจากสายฝนด้านนอก ก่อนหันกลับมามองเพื่อนแล้วพยักหน้าเบาๆ
“อือ แน่ใจแล้ว อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ไปเริ่มต้นใหม่ในที่ใหม่ๆ อาจจะดีกว่า” แม้คำตอบจะฟังดูเรียบง่าย แต่ลึกลงไปกลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้
รันเงียบไปพักหนึ่ง ดวงตามองสำรวจเพื่อนตรงหน้าอย่างพินิจ ก่อนจะรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ได้กำลังตื่นเต้นกับการเริ่มต้นใหม่เลยสักนิด ตรงกันข้าม ไผ่หลิวกำลังหนีอะไรบางอย่างมากกว่า
รันวางแก้วกาแฟดำลงช้าๆ ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “แกโกหกฉันไม่เคยเนียนเลยนะหลิว”
ไผ่หลิวชะงักไปเล็กน้อย มือที่จับแก้วกาแฟเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เสียงฝนด้านนอกยังคงดังต่อเนื่อง ราวกับว่ามันกำลังช่วยกลบความเงียบอึดอัดที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน
“เหตุผลจริงๆ ที่แกอยากไปจากที่นี่ ไม่ใช่เพราะอยากเปลี่ยนงานหรอก แต่เพราะหมอนั่นกำลังจะแต่งงานต่างหากใช่ไหม”
‘หมอนั่น’ ที่รันพูดถึง คือเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมของพวกเธอ ข่าวลือเรื่องการแต่งงานของเขา ถูกโพสต์ลงในกลุ่มไลน์ห้อง ม.6/1 เมื่อไม่กี่วันก่อน พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ทั้งกลุ่มแตกตื่นกันไม่น้อย
‘เฮ้ย พวกแกรู้ยัง ได้ยินว่าอีกหกเดือน วิคเตอร์มันจะแต่งงานแล้วนะ’
“รัน…” ไผ่หลิวไม่ได้แปลกใจที่เพื่อนมองเธอออก แต่สิ่งที่ทำให้เธอจุกในอก คือการถูกพูดแทงใจดำตรงๆ มากกว่า เธอเม้มริมฝีปากก่อนยอมรับออกมาเงียบๆ “อือ…ก็เพราะเรื่องนั้นแหละ”
“มาหาพ่อก่อนเร็ว ตัวแสบของพ่อ”หลิงหลิงหัวเราะเสียงใส พลางโผเข้ากอดคอเขาแน่น ซบแก้มเล็กๆ เข้ากับใบหน้าของผู้เป็นพ่ออย่างคุ้นเคยหลังจากโรลันตัดสินใจวางมือจากงานทุกอย่าง วิคเตอร์ก็กลับเข้าไปบริหารงานทั้งหมดของครอบครัวแทน แม้ภาระจะหนักเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้มันพรากเวลาจากคนที่รักไปได้ ต่อให้ต้องประชุมทั้งวัน หรือมีงานมากมายเพียงไหน หลังเครียร์ทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาก็รีบบินตรงกลับมาอยู่กับลุกเมียทันทีส่วนไผ่หลิว หลังจากแต่งงาน เธอตัดสินใจลาออกจากงานที่รัก เพื่ออยู่ดูแลลูกสาวด้วยตัวเอง เพราะอยากเห็นทุกช่วงเวลาการเติบโตของลูก แม้ลึกๆ แล้วเธอยังคิดเสมอว่า เมื่อหลิงหลิงโตพอเข้าโรงเรียนได้ เธออยากกลับไปทำงานอีกครั้ง อยากมีชีวิตของตัวเองในอีกมุมหนึ่ง นอกเหนือจากบทบาทภรรยาและแม่แม้สามีจะค้านอยู่บ่อยครั้ง พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังเสมอว่าเขาสามารถดูแลเธอได้ทั้งชีวิต โดยไม่จำเป็นให้เธอต้องลำบากทำงานอีกแต่ไผ่หลิวเพียงหัวเราะทุกครั้งที่ได้ยินคำพูดนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าการมีคนรักคอยดูแล ไม่ได้แปลว่าเธอต้องละทิ้งตัวตนของตัวเอง และวิคเตอร์เองก็รักเธอมากพอ ที่จะยอมให้เธอเลือกเส้นทางที่หัวใจต้องก
“ตอนนี้ ชีวิตของผมเป็นของผมจริงๆ แล้ว” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจริงจัง “ต่อจากนี้ ผมอยากทำหน้าที่พ่อของลูกและเป็นสามีของหลิวให้ดีที่สุด”คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเจียงมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนถามช้าๆ“พูดแบบนี้…หมายความว่าอะไร”วิคเตอร์สูดลมหายใจลึก ราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จากนั้นเขาก้มศีรษะลงอีกครั้ง ก่อนเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ผมขออนุญาต ขอหลิวแต่งงานครับ”ทั้งห้องนิ่งสนิทเขายิ้มบางๆ ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แฝงความทะเล้นเล็กๆที่เป็นตัวเขา “ถ้าได้แต่งพรุ่งนี้เลย ยิ่งดีครับ”“วิคเตอร์!”ไผ่หลิวถึงกับร้องเรียกชื่อเขาออกมา ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแดงลามถึงใบหู ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆแบบนั้นต่อหน้าทุกคนแม้แต่เจียง วิไล และ เฟย ก็ยังอึ้งไม่ต่างกัน ทั้งสามคนถึงกับหันมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ชายที่เพิ่งได้กลับมาพบลูกเมียอีกครั้ง จะรีบขอแต่งงานทันที โดยไม่ให้ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อยท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนยังตั้งรับไม่ทัน เด็กหญิงหลิงหลิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนแม่ ก็หัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจ พร้อมตบมือเล็
ด้านหลังของเขา ไผ่หลิวยืนอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้แนบอก ดวงตายังจับจ้องแผ่นหลังของคนรักอย่างไม่วางตา ขณะที่ข้างกายมีน้องชายยืนเงียบอยู่เคียงกัน เฟยมีสีหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกครั้งไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงความกดดันบางอย่างที่แผ่คลุมไปทั่วห้องวิคเตอร์ก้มศีรษะลงช้าๆ มือทั้งสองวางบนเข่าอย่างสำรวม ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำให้หลิวต้องเจ็บ ต้องเสียใจ และต้องแบกรับทุกอย่างเพียงคนเดียว”เขาหยุดไปชั่วขณะ เหมือนต้องรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อพูดต่อ “ผมไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลยครับ”เจียงมองผู้ชายตรงหน้าเงียบๆ แววตานิ่งลึกจนอ่านไม่ออกส่วนวิไลเองก็กอดมือแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกปะปนกันไปหมด ทั้งสงสารลูกสาว ทั้งเจ็บแทน และทั้งอยากฟังว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรต่อวิคเตอร์สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนตรงๆดวงตาของเขาแดงระเรื่ออย่างไม่คิดปิดบัง “แต่ต่อจากนี้ ผมอยากขอโอกาส…ขอโอกาสดูแลหลิว และลูกของเรา”ประโยคนั้นทำให้ไผ่หลิวที่ยืนอุ้มลูกอยู่ด้านหลัง ถึงกับใจสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น เพราะเดาไม่ออกเลยว่าตอนนี้พ่อแม่กำลังคิดอะไรอยู่ วิคเตอร์หันกลับไปมองเธอเพียงเสี้ยววินาท
แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดตัวเป็นประกายสีทองเหนือผืนน้ำ เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ วิคเตอร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าไกลสุดสายตา ปล่อยให้ความเงียบและกลิ่นไอทะเลช่วยปลอบโยนหัวใจที่ว่างเปล่ามาตลอดสองปีแล้วในตอนนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่นทรายอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยมีเรือนผมสีทองนุ่มสลวย ปลิวไหวตามแรงลมทะเล เสียงหัวเราะใสแจ๋วดังกังวานอย่างไร้เดียงสา มือเล็กๆ ตักทรายใส่ถังของเล่นอย่างตั้งอกตั้งใจ ภาพนั้นทำให้วิคเตอร์เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“น่ารักเหลือเกิน เหมือนตุ๊กตามีชีวิต”และที่แปลกคือเขารู้สึกผูกพันกับเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกเห็นในจังหวะนั้นเอง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังเด็กน้อย“หลิงหลิง มาหาแม่ได้แล้วลูก เดี๋ยวเราต้องไปหาน้ารันกันนะ”วิคเตอร์ชะงักทั้งร่าง หัวใจเหมือนถูกบางอย่างกระชากจนเจ็บวาบ เขาหันไปตามเสียงนั้นช้าๆ และในวินาทีถัดมา โลกทั้งใบของเขาก็หยุดหมุนไผ่หลิว!!!เธอกำลังเดินเข้าไปหาเด็กน้อย แล้วก้มลงอุ้มขึ้นจากกองทรายอย่างคุ้นเคย เด็กตัวเล็กดิ้นงอแงเล็กน้อยเพราะยังอยากเล่นต่อ“อย่าดื้อสิคะ





