LOGINพันไมล์กลับมาถึงบ้านก็ได้เจอกับมารดาที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องนั่งเล่น ความที่เป็นคนรักมารดามาก จึงรีบเข้าไปถามไถ่ในทันทีว่าท่านเป็นอะไร
“คุณแม่เป็นอะไรครับ”
“พ่อ... พ่อของลูกเขานอกใจแม่ ฮือ ๆ” เสียงร้องห่มร้องไห้ของมารดาทำไมพันไมล์ทุกข์ใจเป็นอันมาก
“คุณพ่อน่ะเหรอครับนอกใจคุณแม่” พันไมล์เอ่ยถามเหมือนไม่อยากจะเชื่อ เพราะวันๆ ก็เห็นบิดาเอาแต่ทำงานทำการ ท่านเป็นคนขยันและเฉลียวฉลาด จึงสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่น
“ใช่จ้ะ แม่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อของลูกจะทำแบบนี้กับแม่ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อแต่พอได้เห็นกับตา แม่ถึงกับล้มทั้งยืน” คนพูดร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด พันไมล์เองก็ไม่เคยเห็นมารดาร้องไห้เสียใจหนักขนาดนี้มาก่อน
คนที่เอาแต่นั่งร้องไห้ ปรับทุกข์กับลูกชายด้วยสีหน้าหมองเศร้า เธอมีฐานะชาติกำเนิดที่ดีก็จริง แต่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่เคยให้ทำงานทำการอะไร เรียนจบก็ถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับพงศ์ ผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมกัน เธอจึงเป็นแค่แม่บ้าน คอยดูแลบ้าน ดูแลสามีและลูก ถึงมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่ก็เป็นเงินจากสามีแทบทั้งสิ้น ท่านไม่มีปัญญาหาเงินเข้าบ้านเลย ดังนั้นสามีจึงเป็นใหญ่ เขาพูดอะไรก็ต้องทำตาม
ดูเหมือนชีวิตของเธอจะเป็นที่อิจฉา เธอเองก็คิดเช่นนั้นมาตลอด จนได้รู้ว่าสามีนอกใจ คนที่ทำงานอะไรไม่เป็นเลย ธุรกิจของครอบครัวที่ต้องยกให้สามีดูแลหลังจากบิดามารดาเสียชีวิต ก็เริ่มรู้สึกสั่นคลอน กลัวสามีทิ้ง กลัวคนครหานินทาว่าตนเองทำหน้าที่บกพร่อง สามีถึงมีได้นอกใจไปมีเมียน้อย
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอครับ” พันไมล์เอ่ยถามอย่างใจเย็น เขาเองก็อยากรู้ว่าหล่อนเป็นใคร ถึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้
“เลขาของคุณพ่อไงลูก ที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ชื่อดวงรัตน์อะไรนั่น”
“เลขาของคุณพ่อเหรอครับ” พันไมล์เลิกคิ้วขึ้นถาม ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นอาจจะโดนหลอกว่าไม่มีเมีย หรือเตรียมหย่ากับเมีย หรือหย่ากันไปแล้ว เป็นมุขที่ผู้ชายใช้หลอกผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่นี่รู้อยู่เต็มอกว่าบิดามีภรรยาอยู่แล้ว แต่ยังจะเป็นชู้กันอีก ช่างเป็นผู้หญิงที่เลวจริงๆ
ผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไร้ยางอายสิ้นดี!!!
“คุณแม่ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมครับ” พันไมล์ถามย้ำ เพราะการจะกล่าวหาใครสักคนต้องมีพยานและหลักฐาน จับให้ได้คาหนังคาเขา ยิ่งเรื่องคบชู้ยิ่งเป็นเรื่องอื้อฉาวเสียชื่อเสียง จะพูดลอย ๆ หวาดระแวงไปเองไม่ได้
“ใช่ แม่ไม่ได้คิดไปเอง แต่แม่เห็นกับตาว่าพ่อของลูกพาผู้หญิงคนนั้นเข้าโรงแรมนับครั้งไม่ถ้วน มีคนมาบอกแม่ แม่เลยรู้ ตอนแรกแม่ก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้แม่เชื่อสนิทใจ”
“ใครบอกคุณแม่เหรอครับ”
“ก็น้าวารุณีไง แม่ของหนูวารี”
“คุณแม่เห็นกับตาแล้วใช่ไหมครับ”
“ใช่จ้ะ แม่เห็นกับตาว่าคุณพ่อทำแบบนั้นจริงๆ เดี๋ยวนี้คุณพ่อทะเลาะกับแม่บ่อยๆ ตอนแรกนึกว่าเครียดเรื่องงาน แต่ไม่คิดเลยว่าเพราะมีคนอื่น” พิมพ์ประภาพูดไปร้องไห้ไป
“ไม่ช้าไม่นานพ่อของลูกคงเอานังเมียน้อยนั่นเข้าบ้าน” ประโยคของมารดาทำให้พันไมล์ขบกรามเข้าหากันจนแน่น
“ผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อทำแบบนั้นแน่นอนครับคุณแม่”
“เราจะไปทำอะไรได้ พ่อของเราเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน แม่เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาที่ไม่ได้ช่วยคุณพ่อเขาทำงานหาเงินเลย ต้องอาศัยพึ่งใบบัวจากเขา แม่ไม่สาวไม่สวยเหมือนนังเอ๊าะ ๆ นั่น แม่ไม่มีอะไรสู้นังนั่นได้เลย”
คนพูดปาดน้ำตาทิ้ง สะอึกสะอื้นปริ่มใจจะขาด ยิ่งได้ยินเพื่อน ๆ ในกลุ่มคุยกันว่าเวลาสามีไปมีเมียน้อยก็หลงเมียน้อยจนโงหัวไม่ขึ้น มีอะไรก็ประเคนให้เมียน้อยจนหมด แถมดีไม่ดีเมียน้อยปั่นหัวเลิกกับเมียหลวงก็มี เธอก็รู้สึกว้าวุ่นใจ
“ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณแม่”
คุณพิมพ์ประภายังนึกถึงประโยคของเพื่อนๆ ในกลุ่ม ที่พูดกันว่าหากเมียหลวงคนไหนเก่งกาจหน่อยก็อาจจะเอาผัวอยู่ ตามไปตบเมียน้อยจนกระเด็นหรือจัดการเมียน้อยออกไปจากชีวิตได้ แต่ท่านคงทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้ไปสู้รบตบมือกับใครคงไม่ไหว
“ผมจะจัดการทุกอย่างเองครับคุณแม่”
“พันจะทำยังไงลูก”
“ถ้าคุณพ่อมีเมียน้อยจริงๆ ก็ต้องจัดการครับ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ คุณแม่เป็นผู้หญิงที่ดี ไม่เคยทำอะไรผิด ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” พันไมล์กุมมือของมารดาเอาไว้ ปลอบประโลมท่านด้วยการบีบมือของท่านเบาๆ
“ขอบใจพันมากนะลูก แม่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว มืดแปดด้านไปหมด จะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ก็อายเขา พวกเขาเคยอิจฉาแม่ที่พ่อของลูกน่ะเป็นคนดี ขยันทำงาน ไม่เคยเกาะแกะกับหญิงอื่น พอพ่อของลูกเหลวไหลแบบนี้ แม่ก็ไม่มีหน้าไปเล่าให้ใครเขาฟังหรอก”
“คุณแม่ทำใจดีๆ เอาไว้นะครับ ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข เชื่อผมสิครับ”
“แม่ไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ตอนนี้พ่อของลูกก็ไม่ต่างจากผู้ชายเจ้าชู้คนอื่น พอมีเงินก็ลืมครอบครัว ลืมไปแล้วว่าตัวเองมีลูกมีเมียแล้ว ไปเที่ยวยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่กลัวบาปกรรม ไม่รู้จักศีลข้อสาม” คนพูดร้องไห้สะอึกสะอื้น ทุกข์ใจอย่างหนัก
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
“ทำอะไรครับ”“ฉันหางานเองได้ คราวหลังไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อีก” โมรินเดินหนี“พี่แค่อยากช่วยโม”“อย่าดูถูกโมว่าโมไม่มีที่ไป”“พี่ไม่เคยดูถูกโม”“อย่างนั้นเหรอ” ประโยคคำถามของเธอทำให้เขาอึ้งไป แต่ก่อนที่พันไมล์จะได้สติ เขาก็ตามเธอไปไม่ทันเสียแล้ว โมรินโบกรถแท็กซี่และหนีหายกลับบ้านไปเช่นเคยพันไมล์ยอม
“พี่ไม่เชื่อ”“ไม่เชื่อก็แล้วแต่คุณสิ ฉันนอนกับใครก็ได้หมดนั่นแหละ ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียว” ประโยคนั้นทำให้พันไมล์เริ่มโกรธกับความใจแข็งและปากดีของเธอเขาดึงร่างของเธอมารัดเอาไว้แนบอก อยากจะลงทัณฑ์เธอให้สาสม“นี่ปล่อยนะ ฉันเจ็บ” เธอสะบัดตัวหนี“ในเมื่อเธอนอนกับใครก็ได้ งั้นก็นอนกับพี่อีกสักคนแล้วกัน
โมรินมองอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่เธอจะรีบโบกแท็กซี่และขึ้นไปนั่งบนรถโดยเร็ว“โม” พันไมล์ตบประตูรถ อยากให้เธอลงมาคุยกันก่อน“ไปเลยค่ะลุง ไม่ต้องไปสนใจเขาค่ะ” โมรินสั่งคนขับแท็กซี่ ทำไมพันไมล์แทบเซเมื่อรถออกตัว เขาวิ่งตามเธอไปแต่ไม่ทัน ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากใครคนหนึ่ง“น่าสงสารพี่พันจังเลยนะค
“พี่พันพอแล้วค่ะ โมเหนื่อยจัง” พันไมล์เป็นผู้ชายที่เซ็กซ์จัดมาก เจอหน้ากันไม่มีเรื่องอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องเซ็กซ์ จนเธอแอบนึกน้อยใจอยู่หลายครั้ง เมื่อก่อนยังมีกิจกรรมอื่นๆ ทำด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร แต่งห้องจัดบ้าน แต่เดี๋ยวนี้กิจกรรมพวกนั้นหายไปจนหมดสิ้น เหลือแค่กิจกรรมทางเพศเพีย







