تسجيل الدخول“พี่พันพอแล้วค่ะ โมเหนื่อยจัง” พันไมล์เป็นผู้ชายที่เซ็กซ์จัดมาก เจอหน้ากันไม่มีเรื่องอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องเซ็กซ์ จนเธอแอบนึกน้อยใจอยู่หลายครั้ง เมื่อก่อนยังมีกิจกรรมอื่นๆ ทำด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร แต่งห้องจัดบ้าน แต่เดี๋ยวนี้กิจกรรมพวกนั้นหายไปจนหมดสิ้น เหลือแค่กิจกรรมทางเพศเพียงอย่างเดียว
เมื่อก่อนพันไมล์รักและให้เกียรติเธอมาก แต่ทุกวันนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเครื่องมือระบายความใคร่ของเขาเท่านั้น
“พี่ยังไม่อิ่มเลย” พันไมล์รวบสะโพกงอนงามของเธอเอาไว้ แล้วขยับโยกเข้าหาอย่างรุกเร้ารุนแรง
เซ็กซ์ของเขาเร่าร้อนและไม่ทนุถนอมเหมือนก่อน จนโมรินต้องครางประท้วงอยู่หลายครั้ง
“พี่พัน อื้อ... จะ... เจ็บค่ะ” โมรินดันหน้าท้องแกร่งของเขาเอาไว้เพื่อประท้วง
“พี่ขอแรงๆ นะโม พี่ใกล้แล้ว” ยิ่งคำพูดตรงแสนตรงของเขาทำให้เธอทั้งอายทั้งหน้าแดงร้อนเห่อในเวลาเดียวกัน
พันไมล์กระแทกสะโพกสอบระรัวจนพาเธอไปถึงสวรรค์ เธออาจจะไม่ได้เจ็บเหมือนครั้งแรกที่เสียตัวให้เขา แต่หลังๆ ก็มีความเจ็บเข้ามาบ้างเหมือนกันเมื่อเขาเผลอทำรุนแรง
“พี่มีอะไรจะให้โมครับ” เขาจุมพิตหน้าผากของเธอแรงๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบกล่องกำมะหยีสีแดงตรงลิ้นชักหัวเตียงออกมาเปิดออก ด้านในบรรจุแหวนเพชรน้ำงามเอาไว้
“สวยไหมครับ” คนเอ่ยถามพลางยิ้มหวาน พอเธอหลุบสายตามองสิ่งที่เขาหยิบออกมาให้ดู เขาก็เหยียดปากอย่างดูถูกดูแคลน
“สวยค่ะ” เธอตอบรับ เขาจึงนำแหวนวงนั้นมาสวมให้เธออย่างบรรจง ก่อนจะจุมพิตหลังมือของเธอเบาๆ
“พี่พัน” เธออุทานมองเขาด้วยหัวใจพองโต ให้อภัยที่ที่ก่อนหน้าเขาเผลอทำรุนแรงกับเธอ อาจเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่อยากถือสาหาความหรือชวนเขาทะเลาะให้ต้องหมางใจกัน
“ของขวัญให้กับคนน่ารักที่ดูแลพี่มานานหลายเดือน พี่รักโมนะครับ” พันไมล์จุมพิตหลังมือของเธอหนักๆ กดจุมพิตแรงๆ จนโมรินหน้าแดง
“โมก็รักพี่พันคะ” เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงสดใส ดวงตาเป็นประกายด้วยความรักทั้งหมดที่มี แต่พันไมล์คิดว่านั่นเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ
“เตรียมตัวเอาไว้นะครับ พี่จะพาโมไปกราบคุณพ่อกับคุณแม่ของพี่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” เขาแจ้งให้เธอได้รับรู้ แผนร้ายในใจผุดขึ้นมาในหัว
“โมตื่นเต้นจังเลยค่ะ พวกท่านเอ่อ... จะไม่รังเกียจโมใช่ไหมคะ” ฐานะของเธอกับเขาแตกต่างกันเหลือเกิน
โมรินค่อนข้างเป็นกังวลในเรื่องนี้พอสมควร เพราะเศรษฐีมีเงินคงไม่อยากให้ลูกหลานแต่งงานกับยาจกหรอก
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ พ่อแม่ของพี่ใจดี พวกท่านเห็นโม จะต้องชอบโมแน่ ๆ เลย” เขาปลอบโยนเธอ สีหน้าเบื่อหน่ายอยู่ไม่น้อย หัวใจของเขาในตอนนี้มีแต่ความแค้น ยิ่งบิดามารดาระหองระแหงต่อกัน เขาก็ยิ่งไม่สบายใจ คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากน้าสาวของเธอ และเธอก็มีส่วนร่วมด้วย
“แหวนวงนี้พี่ให้โมเป็นของขวัญ พี่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่แสนน่ารัก คนที่จะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไป พี่จะชวนโมไปเลือกแหวนวงนั้นให้เธอ โมพอจะมีเวลาไหมครับ” สายตาของเขากรุ้มกริ่มยิ่งนัก เธอคิดไปว่าผู้หญิงที่เขาพูดถึงคือตัวเธอเองก็ยิ่งหัวใจฟูฟ่องเข้าไปใหญ่
พันไมล์พาโมรินมาเลือกแหวนเพชรน้ำงาม ราคาแพงที่สุดในร้าน ทำเอาหญิงสาวรู้สึกมีความสุขที่เขารักเธอถึงเพียงนี้ แต่เธอก็รู้สึกเกรงใจเขา หากเขาจะขอเธอแต่งงานจริงๆ เธอก็ไม่ขออะไรจากเขามากหรอก ขอแค่เขารักเธอจริง ทรัพย์สินเงินทองของเขาเธอไม่อยากได้ เพราะเธอเองใกล้จะเรียนจบแล้ว ถึงแต่งงานกับเขาไปเธอก็อยากมีงานมีการทำเป็นของตัวเอง จะได้พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นภาระใคร
เธอไม่เคยหวังสูงอยากจับคนรวยเช่นเขา เพราะคิดเรื่องความรักและการเป็นคนดีมากกว่าฐานะทางสังคมจอมปลอม
โมรินคิดว่าคนเราหากเป็นคนดี ถึงไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ถ้าขยันทำมาหากินก็สามารถสร้างฐานะได้ แต่ถ้ารวยแล้วนิสัยไม่ดีก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะคนเราจะทนอยู่กับคนเลวๆ เพียงเพราะเขารวยมันดูด้อยค่าตัวเองจนเกินไป
โมรินออกไปไหนมาไหนกับพันไมล์บ่อยๆ เขาจะพาเธอไปทำอะไร เธอก็โอนอ่อนผ่อนตาม เพราะด้วยนิสัยไม่ชอบขัดใจใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเธอก็จะยอมผู้อื่นเสมอ
พันไมล์พร้อมเปย์ทุกอย่างให้แฟนสาว เพื่อหวังในตัวเธอ เขาคิดว่าผู้หญิงอย่างเธอ คงหวังในทรัพย์สินของเขาด้วยเช่นกัน เรียกว่าวินๆ กันทั้งคู่ เขาก็ได้ เธอก็ได้ด้วย เขาไม่ได้เอาเปรียบนอนกับเธอฟรีๆ ซื้อโน่นซื้อนี่ให้ตลอด ถือว่าเขาได้จ่ายค่าตัวให้เธอแล้ว
พันไมล์คิดว่าผู้หญิงที่คิดจะแย่งสามีชาวบ้าน มันก็ไม่ได้ดีนักหรอก
“มองอะไรอยู่ครับ” เขามองตามสายตาของแฟนสาวที่กำลังยืนอยู่หน้าแผงหนังสือมากมายที่เกี่ยวกับเด็ก ก่อนจะเหยียดยิ้ม คงคิดจะมีลูกกับเขา เพื่อหวังจับเขาสินะ
อย่าฝันหวานไปเลยโมริน เพราะเขาไม่มีทางมีลูกกับผู้หญิงใจง่ายแบบเธออย่างแน่นอน หรือถ้าพลาดมีขึ้นมาจริงๆ เขาก็จะเอาแต่ลูก ไม่เอาแม่ทัศนคติแย่ๆ แบบเธอหรอก
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
“ทำอะไรครับ”“ฉันหางานเองได้ คราวหลังไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อีก” โมรินเดินหนี“พี่แค่อยากช่วยโม”“อย่าดูถูกโมว่าโมไม่มีที่ไป”“พี่ไม่เคยดูถูกโม”“อย่างนั้นเหรอ” ประโยคคำถามของเธอทำให้เขาอึ้งไป แต่ก่อนที่พันไมล์จะได้สติ เขาก็ตามเธอไปไม่ทันเสียแล้ว โมรินโบกรถแท็กซี่และหนีหายกลับบ้านไปเช่นเคยพันไมล์ยอม
แต่เธอก็ไม่อยากสนใจ ยายสอนเสมอว่าใครจะพูดอะไรก็ให้เขาพูดไป จะพูดว่าร้ายเรายังไงก็ปากของเขา สิ่งที่เราต้องทำก็คือไม่ต้องไปสนใจ เพราะไม่ว่าใครจะพูดไม่ดีกับเรายังไง หากเราไม่สนใจ คำพูดร้าย ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ และคำพูดพวกนั้นก็จะย้อนกลับไปหาคนพูดนั้นเอง“เธอนี่มันเป็นที่รักจริงๆ เลยนะ ใครๆ ก็อยาก
“ขอโมตั้งสติก่อนนะคะ อย่าเพิ่งกดดันอะไรฉันตอนนี้เลย” ประโยคแทนตัวด้วยชื่อเล่นที่เธอหลุดออกมา ทำให้พันไมล์รู้สึกดีไม่น้อย เขายอมล่าถอยกลับไป แต่ขอไปเยี่ยมโมรีก่อน“พี่ยอมกลับก็ได้ แต่ขอเยี่ยมลูกก่อนได้ไหม” โมรินทำท่าจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมใจอ่อนให้เขาไปเยี่ยมบุตรสาวตัวน้อย เพราะสีหน้าและแววตาเว
จะมีก็แต่ผู้ชายโกหกหลอกลวงที่ทำให้ฉันท้องแล้วก็เฉดหัวฉันทิ้งเหมือนหมาข้างถนนเท่านั้น” โมรินตอกกลับอย่างทันกัน ความเจ็บช้ำที่ได้รับมันลบเลือนไปจากใจไม่ได้เลย“โม...” พันไมล์ถึงกับครางออกมากับประโยคแข็งกร้าวของเธอ“ถ้าผู้ชายคนที่คุณกล่าวถึงเป็นคนดีรักฉันและลูกจริง ที่สำคัญเขาพร้อมที่จะดูแลฉันกับลูก ฉ







