LOGIN“พี่พัน อุ๊ย! อย่าค่ะ ไม่เอาค่ะ” ร่างที่กอดรัดเธอตั้งแต่เข้ามาในบ้านทำให้โมรินร้องประท้วงแต่ปากร้อนของเขาก็บดจูบเธอไม่ยอมละห่าง
“พี่คิดถึงโม รักโมที่สุด เป็นของพี่เถอะนะคนดี” เขารวบใบหน้าของเธอเอาไว้ บดจูบเธออย่างดูดดื่ม โมรินพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ทำไม่สำเร็จ
“พี่พันบอกว่าจะรอให้โมเรียนจบก่อน”
“พี่รอไม่ไหวแล้วครับ พี่เห็นว่ามีผู้ชายมาจีบโมเยอะไปหมดเลย พี่หวงพี่ห่วง” เขาตวัดอุ้มร่างของเธอไปที่เตียงนอนกว้าง
“เพื่อน ๆ พี่ ๆ กันทั้งนั้นค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกัน โมรักพี่พันคนเดียว” เธอพยายามดันอกกว้างของเขาเอาไว้ ไม่คิดว่าจะโดนจู่โจมเช่นนี้
“รักพี่ก็เป็นของพี่คนเดียวนะครับ” พันไมล์รุกหนัก คลุกเคล้าเล้าโลมบดเบียดร่างกายเข้าไปหาร่างน้อยแนบชิดไปกับเตียงนอนกว้าง
“พี่พันเป็นอะไรคะ ทำไมถึงได้รุกหนักแบบนี้” เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติจะสุภาพอ่อนโยนกับเธอ แต่คราวนี้เขารุกหนักจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
“พี่ไม่ได้เป็นอะไร พี่รักโมมากๆ เลยคนดี” เขาเบียดชิดเข้าหา ถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนเปลือยเปล่าล้อนจ้อน ไม่ว่าเธอจะประท้วงเช่นไร เขาก็จัดการรวบรัด รวมร่างประสานกับเธอได้เป็นผลสำเร็จในที่สุด
“พี่พันคะ โมเจ็บค่ะ” ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาจู่โจมอย่างรุนแรง พันไมล์เองก็ชะงักที่ได้ความสาวของเธอเป็นคนแรก แต่พอคิดได้ว่าเธอมันร้ายกาจเพียงใด และไม่เคยคิดเรื่องบาปบุญคุณโทษของการผิดผัวผิดเมีย แย่งได้เป็นแย่ง ร่วมมือกับน้าสาวของตัวเองเพื่อแย่งสามีคนอื่น ทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกแยก เขาก็หมดความปรานีกับเธอในทันที
ร่างกายของเธอโยกคลอนไปตามแรงขยับของเขา เธอทั้งเจ็บทั้งไม่มีความสุขเอาเสียเลย แต่พันไมล์ก็พร่ำบอกว่าเขารักเธอสุดหัวใจ ทำให้ในช่วงที่เขาใกล้จะเสร็จสม เธอก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา
“พี่รักโมนะ พี่จะพาโมไปกราบคุณพ่อคุณแม่เร็ว ๆ นี้ โมเตรียมตัวเอาไว้นะ” เขากระซิบเบาๆ อยู่ที่ริมหู โมรินไม่ได้ตำหนิอะไรเขา เพราะเสียตัวไปแล้ว จะโวยวายร้องห่มร้องไห้ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
เมื่อพันไมล์เห็นว่าโมรินไม่โวยวายเรียกร้องอะไร แถมยังยินดีเมื่อเขาบอกว่าจะพาไปกราบบิดามารดาเขาก็เหยียดปากดูถูกเธอในทันที แท้ที่จริงเธอก็อยากตกเป็นของเขาตั้งนานแล้ว ถ้าคนไม่อยากคงโวยวายร้องห่มร้องไห้ไปแล้ว รู้อย่างนี้เขาสนองเธอไปตั้งแต่ครั้งแรกที่คบกันเมื่อหลายเดือนก่อน เธอจะได้ไม่ต้องรอนาน เขาไม่ต้องเสียเวลาทนุถนอมเธอแบบนี้
"พี่หิวจังเลย” เขายังอ้อนต่อ ทำให้โมรินต้องรีบเร่งไปทำอาหารให้เขา แม้จะเจ็บแปลบไปหมดกลางร่าง แต่เธอก็ฝืนมันเอาไว้อย่างเต็มที่
“ทำอะไรให้พี่กินครับ หอมจัง” เขาโอบกอดมาทางด้านหลัง จุมพิตเธอซ้ำ ๆ ขณะเอ่ยถาม มือหนาก็ล้วงควักเข้าไปในเสื้อของเธอเพื่อฟอนเฟ้นเต้านมอวบอิ่มที่ไร้บราเซียร์ห่อหุ้ม
พันไมล์ให้เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียวของเขาเท่านั้น เพื่อจะได้เข้าหาเธอได้ง่าย ๆ ยอมรับว่าโกรธเกลียดทั้งเธอและน้าสาว แต่ร่างหอมกรุ่นของเธอก็เย้ายวนใจเขาเหลือกำลัง
“อุ๊ย! พี่พันอย่าค่ะ เดี๋ยวอาหารไม่เสร็จ”
“ถ้าทำไม่เสร็จสั่งอาหารมากินก็ได้ครับ พี่หิวโมจะแย่”
“แต่โมยังเจ็บอยู่เลยนะคะ”
“แต่พี่หิวโม” คนเอาแต่ใจถลกชุดของเธอขึ้นเหนือเอว จัดการหลอมรวมร่างกับเธออีกครั้ง โมรินประท้วงในช่วงแรก ก่อนจะจับเคาน์เตอร์ห้องครัวเอาไว้แน่น ให้เขาโยกกายเข้าหาจากทางด้านหลังเพื่อให้เขาเสร็จสมอารมณ์หมาย
มือหนาของเขาเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มของเธออย่างหนักเน้น ใช้นิ้วแกร่งสะกิดยอดถันจนแข็งเป็นไต ปากหนาขบเม้มติ่งหูขาวเนียนจนได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่านหลุดออกมาจากริมฝีปากเต็มอิ่ม
“อื้ม... พี่พัน” เธอกัดปาก แทบจะหลุดคำว่าเสียวออกมา แต่ยั้งเอาไว้ได้ทัน ใบหน้าของเธอแดงก่ำ แก้มสาวร้อนซู่ ร่างกายสั่นระริกร้อนผ่าวราวเป็นไข้ สัมผัสของเขา จังหวะรักของเขา การบดเบียดเรือนร่างของเขาที่เข้ามาฝากฝังครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เธอแทบจะทานทนไม่ไหวอีกต่อไป
พันไมล์ควบสะโพกสอบบดเบียดเข้าหากลีบสวาทอันฉ่ำเยิ้ม พาเธอไปพานพบกับความเสียวซ่านอย่างรุนแรง มือน้อยเกร็งจิก ร่างกายสั่นระริกจนหลุดเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น
โมรินถึงกับหอบหายใจสะท้าน แต่ก็ฝืนยืนขาสั่นทำอาหารต่อ เพราะอยากจะทำอาหารอร่อยๆ ให้เขาได้รับประทาน
โมรินยอมรับว่าเสียใจอยู่บ้างที่ตกเป็นของพันไมล์ เนื่องจากเขาสัญญาแล้วว่าจะรอให้เธอเรียนจบก่อน แล้วค่อยแต่งงานกัน แต่มันเกิดขึ้นแล้ว เธอจึงต้องยอมรับสภาพ อีกทั้งเธอก็รักเขามากๆ ด้วย จึงยินยอมเรื่อยมา มีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สอง และครั้งอื่นๆ เรื่อยมา
ทุกครั้งที่ต้องการ เขาก็โทร. หา มารับเธอไปที่บ้านพักส่วนตัวนอกเมืองของเขาและร่วมรักกับเธออย่างเร่าร้อน จนโมรินตกเป็นของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
“พี่ก็คงจะเข้มงวดนิดหนึ่ง เพราะพี่ไม่อยากให้ใครทำลูกสาวเราร้องไห้แบบที่พี่เคยทำกับโม”โมรินหัวเราะออกมาตามตรง“นี่คิดไปถึงตอนที่ลูกมีแฟนแล้วเหรอคะ”“ใช่ครับ” เขาพูดจริงจัง“พี่จะเป็นคนคัดกรองเอง”“พี่พันนี่…” เธอส่ายหน้าเขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วถามกลับเบา ๆ“แล้วโมล่ะครับ…อีกสิบปีข้างหน้า อยากเห็นอะไรที่สุด”เธอเงียบคิด มองเข้าไปในบ้านที่มืดลง มีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงลอดออกมาจากห้องลูกนิด ๆ“โมอยากเห็น…บ้านหลังนี้ยังมีเสียงหัวเราะแบบนี้อยู่ค่ะ” เธอตอบ“ไม่จำเป็นต้องดังเท่าเดิมก็ได้ เพราะลูกโตขึ้น…แต่แค่อยากให้รู้ว่าถ้าวันไหนใครเหนื่อย ทุกคนยังเดินกลับมาที่นี่แล้วรู้สึกว่า ‘ไม่ต้องเก่งก็ได้’”พันไมล์มองเธอนิ่งคำตอบของเธอทำให้เขาอยากโอบกอดมากกว่าที่เคย“แล้ว…อยากเห็นพี่ไหมครับ”“ต้องถามด้วยเหรอคะ” เธอตอบเสียงเบา“ถ้าไม่มีพี่ บ้านนี้ก็คงไม่ครบแล้วเหมือนกัน”เขายิ้ม แล้วขยับตัวเข้ามาชิด เอื้อมมือมากุมมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบา ๆ“งั้น…พี่จะอยู่ตรงนี้ให้ครบสิบปีแรก แล้วค่อยต่อสัญญาไปอีกสิบปีนะครับ”“สัญญาแบบไหนคะ”“สัญญาแบบที่ไม่ได้เขียนบนกระดาษ” เขาก้มลงจูบหลังมือเธอ“แต่เขี
“ก็พี่พันทำตัวน่ารักทุกวันนี่คะ…โมเลยให้ผ่านค่ะ”เขาก้มลงจูบข้างแก้มเธอนุ่ม อุ่น และจริงใจที่สุด“พรุ่งนี้พี่จะน่ารักขึ้นอีกนะครับ”“ลองดูค่ะ”เขายิ้มและกอดเธอจากด้านหลังแน่นขึ้นนิดหนึ่งคืนนี้…เป็นคืนที่ทั้งบ้านหลับสนิทและเป็นคืนที่หัวใจของสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าธรรมดาแต่เป็น “วันแรกของการขึ้น ป.1” ของลูกสาวโมรินกำลังติดกระดุมเสื้อนักเรียนสีขาวให้ลูกคอปกรีดเรียบ กระโปรงจีบยังดูแข็ง ๆ เพราะเพิ่งแกะป้ายใหม่“แน่นไปไหมคะ แม่” เด็กหญิงเงยหน้าถามตาแป๋ว“พอดีเลยค่ะ โตอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็เต็มชุดพอดีแล้ว” โมรินหัวเราะเบา ๆพันไมล์เดินเข้ามาจากประตูถือแก้วนมอุ่นมืออีกข้างหิ้วกระเป๋านักเรียนใบใหม่ที่เขาตั้งใจเลือกเองกับมือ“คุณนักเรียนคนสวยของพ่อ พร้อมหรือยังครับ”ลูกสาวยิ้มกว้างจนตาหยี“พร้อมค่ะ! วันนี้พ่อกับแม่ต้องไปส่งหนูถึงห้องเลยนะคะ”“ครับผม” เขายื่นแก้วนมให้“ดื่มก่อนนิดหนึ่ง จะได้มีแรงไปเรียน”เด็กหญิงยกแก้วขึ้นจิบแล้วเหลือบตาไปมองพ่อ“พ่อคะ…”“ครับ”“พ่อจะมารับหนูด้วยไหมคะ”พันไมล์นิ่งไปชั่วอึดใจ เพราะคิดถึงตารางงานในหัว
โมรินออกมายืนที่ระเบียง ห้องพักมองเห็นทะเลลาง ๆ ในความมืด มีเพียงแสงไฟจากรีสอร์ตส่องสว่างบริเวณใกล้ ๆพันไมล์เดินออกมาตามหลัง เธอได้ยินเสียงประตูเลื่อนเบา ๆแล้วก็รู้สึกถึงผ้าคลุมบาง ๆ ที่เขาเอามาคลุมไหล่ให้“เดี๋ยวไม่สบายครับ ลมแรง”“ขอบคุณค่ะ”เขายืนเคียงข้าง มองออกไปทางทะเลสักพัก ก่อนจะหันมาถามเบา ๆ“คิดอะไรอยู่ครับ”“คิดว่าตัวเอง…โชคดีจังค่ะ”“เพราะได้มาเที่ยวทะเลเหรอครับ”“เพราะได้มายืนตรงนี้…กับคนเดิม แต่หัวใจคนละแบบ”พันไมล์เงียบไปชั่วครู่เหมือนคำพูดนั้นไปกระทบอะไรลึก ๆ ในใจเขา“โมครับ”“คะ”“พี่จะไม่ถามแล้วนะครับว่าโมให้อภัยพี่หมดหรือยัง เพราะพี่รู้ว่ามันไม่แฟร์กับโมเลยที่จะให้ตอบคำนี้แน่ ๆ”เธอหันไปมองเขา“แต่พี่อยากบอกโมไว้ตรงนี้ว่า ต่อให้ในใจของโมยังมีรอยแผลเล็ก ๆ จากสิ่งที่พี่ทำในอดีต พี่ก็จะไม่หนีมันไปไหนพี่จะอยู่ตรงนี้…ค่อย ๆ เยียวยามันไปเรื่อย ๆ ด้วยการใช้ชีวิตดี ๆ ร่วมกัน”โมรินเม้มปาก“ตอนนี้มันไม่ใช่แผลเปิดแล้วค่ะพี่พัน…มันคือรอยแผลเป็นที่เตือนว่าเราเคยผ่านอะไรมาด้วยกัน”เธอสูดหายใจลึก แล้วพูดต่อ“แต่ทุกครั้งที่โมมองรอยแผลนั้น…โมไม่เจ็บเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะทุกวัน
“ก็…อยู่สิคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ“แน่นอนครับ พี่ไม่ไปไหนแล้ว”เย็นวันหนึ่ง หลังกลับจากพาลูกสาวไปโรงเรียนและทำงานผ่านไปครึ่งวันพันไมล์กลับบ้านเร็วกว่าเดิมตั้งใจช่วยอาบน้ำลูกชายโมรินเตรียมอ่างน้ำเล็ก ๆ อุณหภูมิกำลังดีเธอห่อผ้าเช็ดตัวไว้อยู่บนตักพันไมล์ยืนอยู่ข้าง ๆสีหน้าตื่นเต้นราวกับต้องอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต“ระวังนะคะ จับหัวก่อน”“ครับ ๆ ๆ หัวต้องมาก่อน” เขาพูดเหมือนท่องบทเรียน“แล้วก็ต้องประคองคอด้วยค่ะ”“ครับ คอด้วยสงสัยพี่จะตื่นเต้นมากไปหน่อย”เธอหัวเราะ“พี่พันทำได้อยู่แล้วค่ะ โมเชื่อพี่นะ”คำว่า โมเชื่อพี่นะเหมือนเป็นกำลังใจชิ้นใหญ่ที่เขาไม่เคยได้ยินจากเธอง่าย ๆ ในอดีตพันไมล์มองลูกน้อยในมือค่อย ๆ ใช้น้ำลูบหัว ลูบแขนทำทุกอย่างอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มนุษย์ชายคนหนึ่งจะทำได้ระหว่างนั้น เขายังมองโมรินเป็นระยะเหมือนขอความมั่นใจจากสายตาเธอเธอยิ้มให้แบบอุ่นที่สุด“เก่งมากค่ะพี่พัน”เขาเผลอยิ้มออกมากว้างจนแก้มขึ้นสันนิด ๆ“พี่ฝึกจากวิดีโอหลายรอบเลยนะครับเมื่อคืน” เขาแอบสารภาพเบา ๆโมรินหัวเราะลั่น“จริงเหรอคะ!”“จริงครับ…พี่อยากทำให้ได้ดีเหมือนโม”เธอยิ้มอ่อนโยนมากเห
“ใช่ครับ” เขารับทันทีแบบไม่อาย“และจะหลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย”สวนสาธารณะเล็ก ๆ นอกเมืองในตอนเช้า แสงแดดนุ่ม ลมพัดอ่อน ๆช่างภาพยกกล้องขึ้น เล็งมาทางครอบครัวสี่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโมรินแต่งชุดเดรสลูกไม้สีครีมอ่อน ผมเกล้ามัดต่ำเรียบง่ายพันไมล์ใส่เชิ้ตกับกางเกงสแลคสีสุภาพ ไม่ผูกเนกไท แต่แขนเสื้อพับขึ้นนิด ๆ ดูสุภาพแต่ไม่แข็งเกินไปลูกสาวใส่เดรสคล้ายแม่ ลูกชายตัวน้อยใส่บอดี้สูทสีอ่อนที่ยายเลือกให้“โอเค เดี๋ยวขอรูปครอบครัวก่อนนะครับ ยืนใกล้กันหน่อยค่ะ คุณพ่อโอบเอวคุณแม่ไว้ได้เลย” ช่างภาพบอกพันไมล์ไม่รอให้ต้องบอกซ้ำเขาโอบเอวโมรินอย่างนุ่มนวลคนด้านในอุ้มน้องไว้ส่วนลูกสาวยืนจับชายกระโปรงแม่ไว้แน่น“พร้อมนะครับ…หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!”เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้งติดกัน“ขออีกมุมหนึ่งนะครับ คุณพ่อมองหน้าคุณแม่ คุณแม่มองลูกสาว ลูกสาวมองน้อง…ส่วนลูกชายมองกล้องครับ”ทุกคนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่า “ลูกชายมองกล้อง” นี่คุมไม่ได้แน่แต่สุดท้าย ภาพที่ออกมากลับดูเป็นธรรมชาติที่สุดช่วงหนึ่ง ช่างภาพขอให้ถ่ายคู่เฉพาะโมรินกับพันไมล์“งั้นคุณพ่อลองยืนข้างหลัง กอดคุณแม่ไว้หลวม ๆ นะครับ”พันไมล์ทำตาม
“ยังไม่ได้แต่งเลยนะคะ”“แต่พี่มีแหวนแล้ว” เขายกนิ้วเธอขึ้นมา“ถือว่าเป็นเจ้าสาวในใจพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ”คะ…คำพูดคนอะไรหวานชะมัดเธอต้องใช้หมอนกดหน้าตัวเองครู่หนึ่งเพื่อซ่อนความเขินเขาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปดูเตียงน้องช้อนตัวลูกน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างคล่องแคล่ว“ตัวเล็กของพ่อ ตื่นหรือยังครับ ดึก ๆ ส่งเสียงดังจนพ่อคิดว่าจะไม่ไหวแล้วนะ”โมรินขำ“เมื่อคืนพี่พันก็หลับสนิทดีนี่คะ”“ก็พี่ต้องให้เมียได้พักเต็มที่สิครับ” เขายักคิ้ว“แต่ลูกนี่สิ…ร้องทีสะดุ้งกันทั้งบ้าน”พันไมล์อุ้มลูกอย่างทะนุถนอม เดินไปส่งให้โมรินแล้วเริ่มทำกิจวัตรของเช้าที่เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วต้มน้ำร้อนอุ่นนมต้มโจ๊กเบา ๆ สำหรับโมรินและเตรียมชามซีเรียลสำหรับลูกสาวคนโตบ้านหลังนี้…เต็มไปด้วยกลิ่นของครอบครัวจริง ๆไม่ใช่แค่ความอบอุ่นจอมปลอมเหมือนวันเก่า ๆเมื่อทุกอย่างพร้อม พันไมล์จูงมือโมรินไปขึ้นรถเบาะหลังมีลูกสาวคนโตนั่งผูกเชือกรองเท้าแบบงง ๆ และน้องที่อยู่ในคาร์ซีต“พ่อคะ วันนี้พ่อไปส่งหนูใช่ไหมคะ”“ครับ พ่อจะไปส่งทุกวันจนหนูบอกว่าไม่ต้องการพ่อแล้วแหละ”“ไม่มีวันค่ะ!” เธอตอบเสียงดัง ทำเอาทั้งรถหัวเราะ
“โมก็เป็นแบบนี้แหละค่ะคุณพัน ถ้าไม่พอใจก็ทิ้งงานทิ้งการ เปียเองก็ไม่กล้าเพราะมีลูกค้าชอบเธอมาก ยิ่งลูกค้าผู้ชายยิ่งชอบค่ะ เพราะว่าเธอสวยถูกใจลูกค้าเสียเหลือเกิน” เปียได้ทีรีบใส่ความโมรินเพราะไม่ชอบโมรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว“ผมไม่ได้ติดใจอะไรหรอกครับ เธอไม่รับงานก็ไม่เป็นไรครับ” คนพูดมีท่าทีผิดหวังไม
คนเราไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต พี่จินจินที่แสนดีกลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้โมรินตกที่นั่งลำบากอีกครั้ง แต่อย่างน้อยเธอก็พอจะมีลู่ทางในการหาเงินจากงานเดินแบบ พริตตี้และงานอีเว้นที่พอรู้จักกับพรรคพวกเพื่อนฝูงของจินจินอยู่บ้างแต่คนเราไม่ได้เหมือนกันไปเสียทุกคน เพื่อนของจินจินค่อนข้างเขี้ย
“ค่ะ” โมรินรับคำ ไม่อยากปฏิเสธอีก“แล้วเราชื่ออะไรล่ะ”“โมรินค่ะ”“พี่ชื่อจินจินนะจ๊ะ มีอะไรโทร. หาพี่นะ” จินจินยิ้มให้ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ โมรินไม่ได้สนใจนามบัตรนั้นนัก เธอยัดใส่กระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วไปซื้อของต่อตอนนี้ชีวิตของเธอมีความสุขดี มีงานทำ มีที่อยู่ที่กิน ลูกเต้าก็ได้เลี้ยงดูด้วยตัวเอง
หากตัวคนเดียวคงตัดสินใจอะไรง่ายขึ้น ยิ่งมีลูกยิ่งต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีผู้ชายหมู่บ้านใกล้เคียงที่ชอบเธอ มาดักทาง ทำท่าจะดักฉุดเธอหลายครั้ง แม้จะมีคนคอยช่วย แต่ก็ต้องคอยระแวง ไหนจะกลางค่ำกลางคืนที่ไม่รู้ว่าพวกมันจะบุกมาตอนไหน จะอาศัยพึ่งพิงเพื่อนบ้าน พวกเขาก็มีครอบครัวต้องดูแลและทำมาหากิน ใครจะมัวม







