ตอนที่ 12 จูบ
ภารัญดีดนิ้วลงไปบนปลายจมูกรั้น ของสาวน้อยที่นอนหลับตาพริ้ม พยายามซุกหน้าเข้ามาอยู่ใต้ซอกรักแร้ของเขา ขาสั้นตวัดก่ายพาดขึ้นมาจนเกือบถึงเอว มือบางล้วงลงไปขยำพวงเนื้ออุ่น ใต้กางเกงนอนเมื่อครู่ ถูกภารัญดึงออกมาจับกุมเอาไว้ เพราะไม่อยากให้อารมณ์ความเป็นชายของตนอันถูกข่มถูกกดเอาไว้ตื่นขึ้นมาในคืนนี้ หน้าอกนุ่มคู่นิ่มถูกเบียดถูไถลงมาบนท่อนแขน ทำเอาภารัญต้องพ่นลมหายใจ ผ่านออกมาทางริมฝีปาก เพื่อระบายความตึงเครียดของร่างกาย
“ยัยเด็กแสบ มือไวจริง ๆ เลย”
คนเมาหลับไปแล้ว หากแต่คนถูกก่อกวน กลับไม่อาจข่มอารมณ์ตัวเอง ให้ถอยกลับลงไปอยู่ยังจุดปกติได้ ดุ้นเอ็นใหญ่ยังคงแข็งขืนตื่นตัวขยับลำตั้งขึ้นมาทีละนิด จนภารัญต้องเอื้อมมือลงไปบีบส่วนหัวหยักบังคับให้มันหลับกลับไปอย่างเดิม
“คุณภารัญคะ หนูหนัก ซี่โครงหนูจะหักแล้ว”
มนตกานต์หลับฝันว่าถูกท่อนซุงยักษ์กลิ้งลงมาทับจนร่างกายขยับไม่ได้ หากแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา มนตกานต์จึงได้รู้ว่าไม่มีท่อนซุงที่ไหนทั้งนั้น หากแต่มันคือท่อนขาของสามีที่ก่ายเกยขึ้นมาทับ แถมแขนสองข้างยังกอดรัดจนเธอไม่อาจขยับตัว
“หือ ตื่นแล้วหรือ” คนที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะห่วงพะวงคนเมาจะล้วงมือมาลวนลามตลอดคืน ปรือตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“ตื่นแล้วค่ะ”
“แล้วสร่างเมาหรือยัง” ภารัญยกขา ตวัดคืนกลับมานอนในท่าปกติ
“หนูหรือคะ”
“ก็เธอนะสิ รู้ตัวหรือเปล่าว่าเมื่อคืนเมามากขนาดไหน”
“แฮร่...จำได้แค่ตอนอยู่ร้านเหล้าค่ะ หนูชนะด้วย” ยิ้มภูมิใจฉายชัดออกมาทั้งสีหน้าและแววตา
“อยู่ในร้านล่ะทำเป็นเก่ง แต่พอกลับมาบ้านทำไมเมาหนัก จนทำอะไรเพี้ยนไปหมด” นิ้วบีบปลายจมูกรั้นจับสั่นไปมาด้วยความมันเขี้ยว
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จำอะไรไม่ได้เลย”
“เอาเถอะ จำไม่ได้ก็ช่าง รีบไปอาบน้ำล้างหน้าเถอะ”
“ค่ะ....หือ...เอ๊ะ” ตาโตก้มลงมองเสื้อนอน กางเกง ที่สวมใส่อยู่ ก่อนจะหันไปมองหน้าสามี มือวางทาบหน้าอกคู่งาม ความเบาโหว่งโล่งโจ้งจากการไม่ได้สวมใส่เสื้อชั้นในอยู่ข้างใต้ทำให้มนตกานต์ชักไม่มั่นใจ
“ทำไม มีอะไร อย่างนั้นหรือ” ภารัญตีสีหน้าขรึมอย่างไม่มีพิรุธหลุดออกมาให้เห็น
“อันนี้ คือใคร....” มือดึงขยับคอเสื้อ เหมือนต้องการถามว่าใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
“อ๋อ คุณแม่เข้ามาช่วยน่ะ” ภารัญพูดความจริงครึ่งหนึ่งส่วนที่คุณหญิงเพียงเพ็ญเข้ามาช่วย ส่วนอีกครึ่งที่ว่าช่วยอะไร อย่างไรนั้น ภารัญคิดว่าเก็บไว้เป็นความลับน่าจะดีกว่า
ภารัญเดินเข้ามายืนกอดอก มองภรรยาสาวที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับจอไอแพด ภายในสวนซึ่งจัดเอาไว้อย่างร่มรื่นนอกตัวบ้าน ภายในอ้อมกอดของมนตกานต์ มีหมอนอิงถูกดึงขึ้นไปกอด สลับกับกัดมันด้วยท่าทางเขินอายอย่างสุดกำลัง
“เธอดูอะไรอยู่”
“ซีรีส์ค่ะ”
“ฉันเห็นเธอชอบดูซีรีส์พวกนี้มาก มันสนุกขนาดนั้นเชียว”
นับตั้งแต่มนตกานต์ย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ได้สองเดือน รวมกับช่วงเวลาที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา ภารัญสังเกตว่ามนตกานต์มักนั่งหมดเวลาไปกับการนั่งมองหน้าจอไอแพดอย่างนี้เสมอ บางครั้งเขายังเคยเห็นเธอนั่งร้องไห้จนตาบวม แต่วันเช่นวันนี้เธอนังบิดจนหมอนอิงในมือตะเข็บเกือบขาด
“สนุกนะคะ แต่บางทีเนื้อเรื่องก็ปวดตับมาก”
“ปวดตับ ?” คนที่ไม่เคยเฉียดเข้าไปใกล้วงการละครและซีรีส์ ขมวดคิ้วทันทีเพราะไม่เข้าใจศัพท์ในวงการ
“อืม ปวดตับก็แบบว่าเนื้อเรื่องดูแล้วน่าอึดอัด ไม่ได้อย่างใจ พระเอกโง่ นิสัยแย่ หูเบา เอาแต่สนใจคนรักเก่าที่เป็นรักแรก จนละเลยเมียตัวเอง อะไรทำนองนั้นค่ะ” มนตกานต์ยกนิ้วขึ้นมาไล่เรียงสาธยาย อธิบายความไม่ได้อย่างใจของซีรีส์ที่เธอชื่นชอบ
“ถ้ามันแย่ขนาดนั้น แล้วเธอดูทำไม” ภารัญขยับหย่อนก้นนั่งลงไปบนเก้าอี้ ตามองไปยังหน้าจอไอแพดของมนตกานต์ด้วยความสงสัย
“ก็เขาหล่อนี่คะ”
“อะไรนะ”
“หนูไม่ได้ดูซีรีส์เพราะเนื้อหาค่ะ หนูเข้ามาเพราะว่าพระเอกหล่อ ยิ่งเรื่องนี้นะคะ พระเอกหล่อมาก แถมยังจูบเก่งด้วย อื้อออออ เขิน” ฟันขาวกัดเอาหมอนที่กอดอยู่ในมือพร้อมทำท่าเขินอาย จนภารัญถึงกับต้องยื่นหน้าลงไปมองให้ชัดว่า พระเอกคนที่ภรรยาของเขาชื่นชมนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
"หล่อขนาดนั้นเชียว"
“นี่ไงคะหล่อหรือเปล่า คุณภารัญดูสิ เขาจูบกันอีกแล้ว อร๊ายยยย อิจฉานางเอกจังเลย” นิ้วจิ้มลงไปกดหยุดภาพเคลื่อนไหว ให้กลายเป็นภาพนิ่ง
"อิจฉาทำไม เธอเองก็มีสามีหล่อ"
"คุณภารัญหล่อมันก็ใช่ค่ะ แต่สามีเขาจูบเก่งกว่านี่คะ"
“เธอรู้ได้ยังไงว่าเขาจูบเก่งกว่าฉัน”
“เก่งสิคะ เพราะเขาจูบนางเอกทั้งเรื่องเลยค่ะ คุณดูสิเห็นไหม” มนตกานต์ยกไอแพดขึ้นมาชูอวด
“เขาอาจแค่จูบเฉย ๆ แต่ไม่เก่งก็ได้”
“หื้อ คุณภารัญห้ามว่าพระเอกหนูนะ หนูบอกว่าเขาจูบเก่งก็ต้องจูบเก่ง เรื่องนี้ได้รับโหวตจนได้รางวัลพระเอกสุดร้อนแรงแห่งปีเชียวนะคะ”
“แค่เอาปากมาชนกัน เขาไม่เรียกจูบเก่งหรอกนะ” ภารัญหยิบไอแพดนั้นมาตะแคงซ้าย ตะแคงขวาออกความเห็น
“ต่อให้แค่เอาปากมาชนกัน แค่นั้นหนูก็ฟินแล้วค่ะ”
“ฮึ” ภารัญมองนัยน์ตาชวนฝัน ของสาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดปีแล้วได้แค่หัวเราะออกมา
“คุณภารัญทำไมหัวเราะอย่างนี้คะ”
“เธอรู้จัก นิยามคำว่าฟินหรือ”
“ฟินก็คือฟิน อิ่มอกอิ่มใจ ไม่เห็นต้องเอาคำนิยายอะไรมากำกับเลยนี่คะ นี่ ๆ คุณดูสิ ยัยผีบ้าแฟนเก่าพระเอกมาอีกแล้ว น่ารำคาญชะมัดเลย” หน้างอเหมือนไม่พอใจ ท่าทางฮึดฮัดจนภารัญตามอารมณ์ไม่ทัน
“อะไรของเธอ”
“มันน่าโมโหนี่คะ หล่อซะเปล่า โง่ชะมัดเลย ดูไม่ออกหรือไงว่าแฟนเก่าของตัวเองนะจอมมารยา หาเรื่องเข้าใกล้ตัวเองเพื่อให้นางเอกเข้าใจผิด ทีเรื่องอื่นฉล๊าดดดด ฉลาด พอเจอแฟนเก่าออดอ้อนเข้าหน่อย นี่เหมือนลืมสมองเอาไว้ในท้องแม่ มันน่าโมโหตรงนี้แหละค่ะ”
“เธอจะจริงจังอะไรนักหนา มันก็แค่ละคร”
“ก็มันอึดอัดนี่คะ นี่คุณภารัญหนูถามจริง ๆ เถอะ ทำไมพวกผู้ชายเขาถึงต้องห่วงใยแฟนเก่ากันขนาดนั้น ดูสิ เมียตัวเองไม่สบาย แต่สามีกลับมัวไปสนอกสนใจรักแรก”
“อืมมม ไม่รู้สิ เขาอาจจะยังเหลือความเป็นเพื่อนมั้ง”
“แล้วระหว่างเพื่อน กับภรรยา อันไหนสำคัญกว่ากันคะ สมมุติว่าวันหนึ่งหนูไม่สบายบ้าง แล้วคุณลิตาก็ป่วย คุณจะทิ้งให้หนูนอนอยู่ข้างถนนเหมือนผู้หญิงคนนี้ไหม”
“แล้วถ้าเป็นพระเอกที่ดี สามีที่ดีในสายตาเธอ เขาควรเลือกใคร”
“ก็ต้องเลือกนางเอกที่เป็นภรรยาสิคะ”
“อย่างนั้น ฉันจะเลือกเธอ แบบนี้ดีหรือเปล่า”
“ดีค่ะ คุณสัญญาแล้วนะว่าจะเลือกหนู”
“ได้ ฉันสัญญา ฉันเคยบอกเธอแล้วนี่ว่า ฉันจะเป็นสามีที่ดีของเธอ”
ภารัญนั่งดูซีรีส์ผ่านหน้าจอไอแพดนั้นไปอีกครู่หนึ่ง จนมาถึงฉากหวานระหว่างพระเอก นางเอกที่กำลังขยับปากเข้าจูบกันอีกครั้ง หมอนอิงใบเดิมจึงได้ถูกยกขึ้นมาปิดหน้า ร่างบางเอียงข้างลงมาซบลงกับแผงอกของเขา
“อรึ๊ยยยยย เขิน เขาจูบกันอีกแล้ว”
“เธอจะเขินทำไม เขาจูบเมียเขา” ภารัญบุ้ยปากใส่นางเอกดัง
“ก็หนูกำลังจินตนาการว่า หนูเป็นเมียเขานี่คะ คุณภารัญอย่าเพิ่งมาขัดจังหวะสิ หนูกำลังฟินเลย”
“ฮะ! เธอจะไปฟินได้ยังไง นั่นมันสามีคนอื่น”
“ก็สามีหนูเขาไม่จูบหนูนี่คะ หนูก็ต้องไปฟินกับสามีคนอื่นไปก่อน” หมอนอิงถูกยกขึ้นมาทุบอก ของภารัญที่นั่งอมยิ้มอยู่ด้านข้าง หัวเราะขบขันให้กับภรรยาที่ติดซีรีส์หนัก
“ทำไม อยากให้ฉันจูบหรือ”
“อะไรนะคะ !!!” มนตกานต์ถึงกับชะงัก หูผึ่งหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที นี่เTอคงไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือเปล่า
“เธอชมพ่อพระเอกนั่นว่าจูบเก่งนัก แล้วเธอรู้เหรอว่าจูบแบบไหน จูบยังไงถึงเรียกว่าเก่ง” ภารัญเลื่อนใบหน้าต่ำลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบชนเข้ากับแก้มหอม ริมฝีปากหยักขยับพูด เกลี่ยใกล้ลงไปชิดติดติ่งหูนิ่ม ทำเอาขนอ่อนตลอดซอกคอขาว ของมนตกานต์ลุกชันขึ้นมาทันที
“จูบหรือคะ” แก้มป่องเอี้ยวไปด้านข้าง สัมผัสชนเข้ากับปากของภารัญพอดิบพอดี
“ใช่ เธอเคยจูบกับใครไหม”
“ในฝันหนูจูบกับผู้ชายบ่อยมาก แต่ในชีวิตจริงยังไม่เคยเลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น เธออยากลองจูบกับสามีของเธอหรือเปล่า”
“จูบ คุณภารัญจะจูบกับหนูหรือคะ” ตาโตหรี่มองลงมายังกลีบปากของสามีทันที
“ถ้าเธอต้องการ ฉันสามารถมอบจูบแรก อันอ่อนหวานนุ่มนวลให้เธอได้”
“แต่หนูอยากได้จูบดุ ๆ แบบที่เขาดูดปากกันดังจ๊วบ ๆ เหมือนที่พระเอกคนนี้เขาจูบเมีย” มนตกานต์ยกไอแพดขึ้นมาอวดทันที
“เธอชอบจูบดุ ๆ หรือ”
“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าชอบไหม แต่เห็นเขาจูบกันทีไร มันเสียวท้องน้อยทุกที”
“ฉันจูบเป็นทุกแบบเลยนะ จะให้อ่อนโยนก็ได้ หรือจะให้ดุดันจนปากเจ่อฉันก็ไม่ติด”
“คุณจูบเก่งขนาดนั้นเชียว”
“ลองไหมละ”
"เอาค่ะ หนูอยากโดนจูบจนปากเจ่อ"
ตอนพิเศษที่ 5คุณแม่ลูกอ่อน นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นคลุมทับให้เธอได้ซุกตัวหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณแม่ยังสาวขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพบว่าห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความสลัวอันเงียบสงบ รอบด้านหน้าต่างทุกบานถูกผ้าม่านสีทึบรูดปิดจนไม่มีช่องให้แสงแดดภายนอกลอดผ่านเข้ามา“ฮึ” ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่จะแสนดีเท่าสามีของเธอคนนี้ ดูทีการันต์คงอยากให้เธอนอนหลับสบายจึงได้ปิดม่านมิดชิดอย่างนี้“ที่รัก” วีรดาลุกขึ้นมาคว้านาฬิกากดเปิดดูเวลา ด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนวันนี้เธอหลับได้เต็มอิ่มเหลือเกิน“เที่ยง! ตายแล้ว นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เชียวหรือ”คุณแม่ลูกสี่ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ จากนั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลงไปดูว่าลูก ๆ ยังสุขสบายดีหรือเปล่า เพราะวีรดาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ลูกสาวและลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน“คุณแม่” ลูกสองคนเงยหน้าขึ้นมาจากของเล่นกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามาหาคุณแม่คนสวยทันที“คุณพ่อขา คุณแม่ลงมาแล้วค่ะ” พันดาวสาวน้อยช่างเจรจาพุ่งเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่“ไงคะเด็ก ๆ เล่นอะไรกันอยู่เอ่ย” วีรดาย่อตัวลงมารั้งลูกทั้งสองเข้ามาหอมแก้มคนละที ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นการัน
ตอนพิเศษที่ 4ภายในห้องพักผู้ป่วยมีทั้งปู่ย่า อากง คุณลุง คุณป้า ต่างนั่งรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกใหม่อย่างใจจดใจจ่อ มุมหนึ่งคู่พี่น้องฝาแฝดนั่งกอดตุ๊กตา ที่ตั้งใจเอามาให้น้องเป็นของขวัญ ตะวันและพันดาวนั่งชะเง้อคอรอพ่อกับแม่ โดยมีนารินทร์อยู่เคียงข้าง“ตะวัน พันดาวหนูสองคนตื่นเต้นไหมคะเด็ก จะได้เจอหน้าน้องแล้ว” นารินทร์หันมาชวนหลานรักทั้งสองพูดคุย“คุณป้ารินทร์ขา น้องจะรักหนูดาวกับตะวันไหมคะ”“รักสิลูก น้องของหนูจะรักพี่ตะวันและพี่พันดาวแน่นอนค่ะ”นารินทร์ก้มลงไปหอมแก้มหลานสาว จับสังเกตอาการตื่นเต้นปนกังวลได้ อาการอย่างนี้เธอเองเคยประสบพบเจอมาก่อน ตอนคลอดน้อง ๆ ให้กับธนา และการคลอดลูกครั้งถัดมา เพราะเด็ก ๆ ยังไร้เดียงสา เกินกว่าจะเข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง ที่จะช่วยกันอธิบายว่า ต่อให้พ่อแม่มีน้อง พวกเขายังคงเป็นคนสำคัญเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง โชคดีที่ทั้งการันต์และวีรดา เตรียมพร้อมรับมือด้วยการ ฝึกฝนและสอนให้พี่ชายพี่สาวดูแลรักน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง“สวัสดีครับทุกคน สมาชิกใหม่ของพวกเรามาแล้ว”การันต์เดินพ้นประตูเข้ามา โดยมือจับเข็นเตียงเหล็ก ซึ่งด้านบนมีภรรยาสา
ตอนพิเศษที่ 3การวางแผนเพื่อมีลูกครั้งนี้ทั้งวีรดาและการันต์ นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุสิ่งของแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเตรียมให้ลูกสาวลูกชาย ตะวันและพันดาวค่อย ๆ ปรับตัวเรียนรู้ว่าอีกไม่นาน ในครอบครัวจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มและบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย“คุณแม่ขา น้องอยู่ตรงไหนคะ” พี่สาวขี้สงสัยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้นิ้วขึ้นยังจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพการอัลตร้าซาวด์สมาชิกใหม่ของครอบครัว“ตรงนี้ไงครับ ตะวัน กับพันดาวเห็นน้องหรือเปล่าครับลูก น้องอยู่ตรงนี้” การันต์อุ้มลูกชายวัยสามขวบเศษขึ้นมายืนบนหน้าขาตัวเองบ้างจากนั้นจิ้มปลายนิ้วชี้ลงไปยังวงกลมบิดเบี้ยว แสดงการมีอยู่ของตัวอ่อนอายุเจ็ดสัปดาห์“ทำไม น้องเป็นก้อน ๆ อย่างนั้นคะคุณพ่อ”“น้องยังตัวเล็กเป็นเบบี๋ไงคะ น้องยังไม่โตเลย”“ต้องรดน้ำน้องอีกเยอะ ๆ หรือครับ” ตะวันซึ่งเวลานี้กำลังตื่นเต้นกับบทบาทของพี่ชายพูดขึ้น“ต้องให้คุณแม่ทานข้าว ทานขนม ทานผลไม้เยอะ ๆ แล้วน้องก็จะค่อย ๆ โตครับ” การันต์อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจ“คุณแม่อยากกินข้าวไข่เจียวไหมคะ” ลูกสาวคนโตรีบก้มลงไปถามทันทีเพราะเมนูนี้ต
ตอนพิเศษที่ 2“คุณพ่อขา คุณแม่ขา เบบี๋ต้นไม้ของตะวันกับพันดาว มันมีอันสีเขียว ๆ ออกมาแล้ว คุณแม่มาดูสิ”ลูกสาวและลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้ามารีบดึงแขนพ่อกับแม่ ให้เดินตามมายังแปลงผัก ซึ่งหลายวันก่อนการันต์ชวนลูก ๆ ทดลองปลูกเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อให้ลูก ๆ นั้นได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกประการหนึ่งคือทั้งเขาและวีรดาอยากให้ลูกได้เห็นว่ากว่าจะได้พืช ผัก อาหารแต่ละอย่างมานั้นมันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างใบอ่อนสีเขียวเล็ก ๆ แทงยอดโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นอย่างมาก ดวงตากลมโตสองคู่ของลูกรัก จ้องเขม็งอย่างภาคภูมิใจ“จริงด้วย เบบี๋ทานตะวันสีเขียวออกมาแล้ว ลูกสองคนเก่งมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลย”วีรดาและการันต์ก้มลงไปสวมกอด พร้อมทั้งชี้ชวนชื่นชมในความสำเร็จของเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ลูกรักทั้งสองฉีกยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม“ตะวันกับพันดาวเก่งมากเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ คุณแม่”“เก่งสิลูก”“แล้วเบบี๋ต้นทานตะวัน มันจะออกดอกเป็นสีเหลืองอันใหญ่ ๆ ไหมครับคุณพ่อ” ตะวันทำมือทำไม้แสดงท่าทาง จินตนาการไปไกลจนถึงดอกทานตะวันใหญ่อย่างที่เคยเห็นในหนังสือนิทาน“ออกดอกสิลูก ถ้าห
ตอนพิเศษที่ 1ช่วงเช้าของวันจันทร์เด็กชายตะวันและเด็กหญิงพันดาว ถูกเสียงหวานของวีรดาคุณแม่คนสวย ปลุกให้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปเป็นเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาลหนึ่ง“ตะวัน พันดาว ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พวกหนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” คุณแม่ยังสวยของสองเด็กแฝด เดินไปรูดเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างอันสดใสส่องเข้ามาในห้องได้มากขึ้น“ฮ้าวว...คุณแม่ขา ต้องไปโรงเรียนอีกแล้วหรือคะ” ลูกสาวคนโตดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าเส้นยาวชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง“ใช่ค่ะ วันนี้วันจันทร์ เราต้องไปโรงเรียน”“แต่หนูดาวไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ คุณแม่”สาวน้อยล้มตัวลงไปนอนบนหมอนหนุน มือเล็กดึงตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดขึ้นมากอด“ทำไม หนูดาวถึงไม่อยากไปโรงเรียนละคะ” วีรดาเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัยในใจแอบกังวลเป็นห่วง เกรงว่าลูกสาวจะมีปัญหาอะไรที่โรงเรียน อาจโดนเพื่อนแกล้ง หรือว่าอาจถูกคุณครูดุ แต่หากมีเหตุการณ์อย่างนี้คุณครูจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ทันที ไม่มีปล่อยให้ข้ามวันแน่นอน“เราไม่ไปโรงเรียนได้ไหมคะคุณแม่” ลูกสาวคนโตยังคงต่อรองต่อไป“ไม่ได้หรอกค่ะ เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ”“แต่คุณแม่ กั
ตอนที่ 23 ความสุขคืออะไร เดี๋ยวนี้ใครจะเข้าไปพบท่านประธาน จะเดินทะเล่อทะล่าก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทุกย่างก้าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง หรือบางครั้งถึงกับต้องคลานเข่าเข้าไป ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น หาใช่เพราะการันต์นั้นเจ้ายศ เจ้าอย่างถือตัวกร่างทำตัวสูงส่งหากแต่เป็นเพราะ“คุณการันต์ครับ คือมีเมล์ส่งมาครับ” เลขานุการส่วนตัวคลานเข่าเข้ามาหาขณะที่การันต์เองก็คลานสี่ขาเข้าไปหาลูกน้อง บนแผ่นหลังกว้างมีลูกฝาแฝดนั่งหัวเราะอยู่ด้านบน นิ้วสั้นป้อมของลูกสาวคนโตจับปกคอเสื้อของพ่อเอาไว้แน่น“โอเค เดี๋ยวอีกสักพักผมจะขึ้นไปดู”“ครับผม”“กั๊บ กั๊บ” พันดาว สาวน้อยตาโตส่งเสียงเป็นสัญญาณให้พ่อทำหน้าที่เป็นม้าพาตัวเองเดินเล่น“ตะวัน พันดาว พอแล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” วีรดาเดินกลับมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร“พ่อ...งาน”“ใช่ค่ะ บอกให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้ว มัวแต่มาเล่นอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีเงินมาซื้อขนมให้หนูสองคนนะ”“อื้อ...งาน” ลูกสาวรู้ความ ชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ มือขยุ้มจิกเส้นผมของพ่อทึ้งกระตุกซ้ำ ๆ ให้หน้าแหงนกลับขึ้นไปมองแฟ้มเอกสารกองใหญ่“ครับ พ่