ตอนที่ 13 ตรงไหนคะ
ตั้งแต่โตเป็นสาว มนตกานต์จัดอยู่ในประเภทสาวน้อยจอมแก่น กล้าได้ กล้าเสีย แต่ไม่เคยทำตัวเหลวไหลหรือใจง่าย หากแต่ครั้งนี้เมื่อตรองดูให้ดีเธอกับภารัญ แต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง แม้จุดเริ่มต้นของคนทั้งสองจะปราศจากซึ่งความรัก แต่หากเขาและเธอยินยอมพร้อมใจทั้งคู่ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่มนตกานต์จะต้องเปลืองพื้นที่สมอง ขบคิดให้เสียเวลา
“เราจะจูบกันตรงนี้หรือคะ” ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ สายตาจ้องลงไปยังกลีบปากอ่อนบางของสามี
“ฉันจูบเธอได้ทุกที่ แต่ถ้าอยากฟินจริง ๆ ขึ้นไปบนห้องของเราดีกว่า”
“ขึ้นห้องหรือคะ” หัวใจสั่นหวั่นไหว เมื่อถูกผู้ชายชวนขึ้นห้องตรง ๆ
“จะไม่ขึ้นห้องก็ได้ ถ้าเธอคิดว่าอยากให้ฉันแค่จูบเฉย ๆ”
“แล้วถ้าไม่อยากให้จูบเฉย ๆ คุณภารัญจะมีอย่างอื่นด้วยหรือคะ”
“ขึ้นห้องสิ เดี๋ยวจะบอก”
มนตกานต์เดินตามหลังภารัญกลับขึ้นมายังห้องนอนส่วนตัว ในช่วงบ่ายแก่ ๆ เด็กสาววัยอยากรู้ อยากลอง อยากถูกสัมผัส ถูกจับต้องตามความต้องการอย่างธรรมชาติทั่วไป เมื่อไม่กี่นาทีก่อนมนตกานต์ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นหญิงสาวใจกล้า หากแต่พอถึงเวลาเมื่อบานประตูห้องถูกภารัญดึงให้มันปิดสนิท มนตกานต์กลับอดคิดลังเลไม่ได้
“ทำไม อยากเปลี่ยนใจหรือ” ภารัญเดินเข้ามาใช้นิ้วเกลี่ยเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ เช็ดมันจากข้างขมับบาง สายตามาดมั่นของมนตกานต์เมื่อครู่ค่อย ๆ จางลงทีละน้อย
“หนูตื่นเต้น”
“มานี่สิ” ภารัญเดินไปนั่งลงบนเตียงใหญ่ ยื่นมือออกไปประคองรั้งเอวบาง ดึงให้เจ้าของร่างบอบบางนั้นมานั่งลงบนตัก
“คุณภารัญจะจูบแล้วหรือคะ” มือยกขึ้นมาตะปบปากตัวเองเอาไว้ทันที
“แล้วเธออยากให้จูบหรือยัง”
“อืมมมม จูบเลยก็ได้ค่ะ แต่หนูอายจัง” สองมือทาบลงไปบีบแก้มตัวเอง ที่เวลานี้มันเปลี่ยนจากสีขาวเป็นแดงระเรื่อ
“อายฉันหรือ”
ภารัญคลายอ้อมกอดซึ่งรัดรอบเอวเล็กลงนิดหน่อย ดวงตาคมคู่เดิมช้อนมองลงไปยังริมฝีปากสั่นน้อย ๆ แล้วยิ่งนึกเอ็นดู ปลายนิ้วอุ่นยกขึ้นมาแตะสัมผัสเกลี่ยไปตามเรียวปากนุ่มอย่างทะนุถนอม ฝ่ามือว่างอีกข้างประคองรองแผ่นหลังบอบบาง ป้องกันมิให้ภรรยาผละหนีหรือเอนกายห่างจากเขาไป
“จูบได้ไหม” เสียงทุ้มกระซิบถาม
“ค่ะ” เสียงหวานอันพร่าแหบตอบเบา ๆ จากนั้นเป็นมนตกานต์ ที่เอียงหน้าลงมาแตะริมฝีปากลงตรงข้างแก้มของภารัญก่อน
“เธออยากให้ฉันจูบ แล้วมาหอมแก้มฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไง” เจ้าของแก้มอมยิ้มมือจับแก้มป่องบีบเบา ๆ จากนั้นยื่นจมูกไปสูดกลิ่นแก้มสาวอันฟูนุ่มบ้าง
“อันที่จริง สมัยนี้ผู้หญิงก็เป็นช้างเท้าหน้า สามารถเป็นคนเริ่มก่อนได้เหมือนกันนะคะ” ภรรยาสาวจอมแก่นเอียงคออย่างท้าทาย
“หมายความว่า เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน”
“หนูแค่ลองหอมแก้มคุณเฉย ๆ”
“แล้วอยากลองจูบฉันไหม”
“อืม” หน้าแดงพยักรับทันที แม้จะรู้สึกอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี แต่โอกาสดี ๆ ที่จะเสียจูบแรกอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ แล้วเรื่องอะไรเธอจะไม่รีบคว้าไว้
“ถ้าอย่างนั้น...มาสิ มาจูบฉัน”
ภารัญขยับต้นคอ ยกองศาให้สูงขึ้นมาเล็กน้อย อำนวยความสะดวกให้มนตกานต์ที่นั่งบนตักให้สามารถก้มลงมาจูบเขาได้โดยไม่ปวดคอมากจนเกินไป
มือสั่นอันเย็นเฉียบประคองแก้มสามี จากนั้นมนตกานต์จึงขยับใบหน้าโน้มลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดออกมาทางปลายจมูก จูบแรกจากสาวน้อยไร้ประสบการณ์สัมผัสลงบนกลีบปากนุ่มอันอ่อนหวานละมุนละไม ใบหน้าหวานขยับเอียงข้างเหมือนอยากสัมผัสรับรสชาติจูบอันแนบแน่นยิ่งขึ้น
ภารัญขยับริมฝีปากเผยอมันขึ้นจนเกิดช่องว่างตรงกลาง จากนั้นขยับปลายลิ้นแลบผ่านพ้นริมฝีปากออกมา ใช้มันลากเลียไปตามเรียวปากรูปกระจับอันหอมหวาน มนตกานต์มองการกระทำนั้นแล้วค่อย ๆ ขยับลิ้นของตัวเองออกมาบ้าง ตรงกลางระหว่างหนุ่มสาวสองลิ้นเรียวตวัดเลียกันเบา ๆ อย่างนุ่มนวลไม่รีบร้อน
“เก่งจังเลย” ภารัญเอ่ยชมภรรยาอย่างจริงใจ
“หนูเก่งหรือคะ”
“ใช่ค่ะ หนูกานต์ของฉัน จูบเก่งจังเลย” จมูกโด่งกดลงไปบนแก้มนุ่ม จากนั้นขยับปรับมุมเลื่อนต่ำลงมาซุกลงไปตรงซอกคอขาว
“คุณภารัญลิ้นหวานมากเลยค่ะ”
“จริงหรือ”
“ค่ะ หวานมาก”“มันมีวิธีจูบที่ทำให้เธอสามารถชิมรสชาติได้ทั้งโพรงปากเชียวนะ” คนมากประสบการณ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นหนทาง ในการล่อหลอกสาวน้อยให้เดินตามเพื่อไปติดกับดัก
“ยังไงคะ”
“เธอลองจูบฉันอีกทีสิ เดี๋ยวจะสอนให้”
เมื่อปากนุ่มสองคู่ถูกแรงดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง ภารัญขยับยกเปิดทางด้วยการอ้าปากของตัวเองให้กว้างออกเล็กน้อย ลิ้นฉ่ำอันช่ำชอง สะบัดออกไปล่อลวงเรียกลิ้นอ่อนอันหอมหวาน แต่ประสบการณ์ต่ำของมนตกานต์ ให้เคลื่อนขยับทำตามเขาทุกกิริยาอาการ
ลิ้นทั้งสองตวัดพันสลับกันเป็นฝ่ายรุก เปลี่ยนกันเป็นฝ่ายรับ เพียงไม่พ้นห้านาที จูบที่เคยอ่อนหวานกลับเปลี่ยนจังหวะเป็นเร่าร้อนและแรงรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ก้นงอนกระดกยกเปลี่ยนจากท่านั่งเดิม เป็นคร่อมขาปล่อยช่องว่างตรงกลางกระโปรงให้มันทิ่มลงไปชนกับดุ้นเนื้อแข็ง ๆ ที่ภารัญขยับเอวแทงขึ้นมาชนเป้ากางเกงในของมนตกานต์เบา ๆ
“คุณภารัญคะ หนูเสียวจังเลยค่ะ” ฟันขาวขบเบา ๆ ลงบนกลีบปากแขนสองข้างบีบหนีบหน้าอกคัดเข้าหากัน
“หนูกานต์เสียวตรงไหนคะ”
“นมค่ะ มันเสียว ๆ คัน ๆ ยังไงก็ไม่รู้”
“ให้ฉันช่วยไหม”
“ค่ะ”
หน้าอกแอ่นออกไปเบื้องหน้า โดยมีภารัญซุกหน้ากดจมูกฝังลงไปบนส่วนนูนอวบอิ่ม กลีบปากขยับงับยอดอกชัน ผ่านเนื้อผ้าด้านนอก จนเจ้าของสะดุ้งแรง
“อ๊า พี่รัญขา”
“ขา หนูกานต์เสียวหรือคะ”
“เสียวค่ะ ทั้งเสียว ทั้งคัน”
“คันอย่างนั้นหรือ”
“ค่ะ มันคันแปลก ๆ” มือบางยกขึ้นมาทำท่าหยิบ ขยี้ส่วนแหลมปลายเรียวหัวนมแข็งซึ่งดันออกมาชนกับฟองน้ำของชั้นในเนื้อนุ่ม
“คันตรงนี้หรือคะ” ภารัญย้ายปากจากอกซ้าย ย้ายไปขบเม้มบนยอดอกขวา
“คันสองข้างเลยค่ะ”
“อย่างนั้นถอดเสื้อดีไหมคะ พี่จะได้ช่วยทำให้หายคัน”
ฟันขาวตะกายกัด ใช้ฟันขูดถากลงไปแทนการเกา สาวน้อยเจ้าของเต้านมถึงกับเผลอหลุดปาก ร้องครางครวญเสียงสั่น สะบัดเต้านมเต่งตึงยื่นแอ่นมันเพื่อให้ภารัญกัดได้ถนัดปากขึ้น
“พี่ขอถอดเสื้อหนูกานต์ออกนะคะ” คำขออนุญาตอันสุภาพแฝงไว้ด้วยแรงปรารถนา ฝ่ามือล้วงผ่านชายเสื้อไปทางด้านหลังก่อนจะปลดตะขอเสื้อชั้นในให้หลุดออกจากกัน
“ถอด...ถอดเสื้อหรือคะ”
“ได้หรือเปล่าคะ”
“ได้ค่ะ”
มนตกานต์เป็นฝ่ายจับชายเสื้อแล้วยกมันถลกถอด เหลือติดปกปิดไว้เพียงเสื้อชั้นในลายลูกไม้สีขาวสะอาดตา หากทว่าตะขอด้านหลังนั้นถูกภารัญปลดทิ้งไปเสียแล้ว จึงทำให้ส่วนฟองน้ำด้านหน้า มันดีดร่นรั้งขึ้นไปกองอยู่บนส่วนนูนของอกใหญ่ เผยหน้าขาวเต่งตึงดึงดูสายตา
จมูกโด่งกดฝังลงไประหว่างช่องว่างตรงกลางหน้าอกคู่งาม สองมือพยายามกอบกุมอุ้มมันอย่างทะนุถนอม ปลายลิ้นช้อนสะบัดตวัดเลียลงไปบนส่วนปลายแหลมสีหวาน
“พี่รัญ” มือคล้องลงไปกดท้ายทอยหนาให้ก้มชิดติดลงมา ฝังหน้าแนบลงไป
“จ๋า คันตรงนี้ใช่ไหมคะ” ปากเม้มขยี้แรงจนหัวนมชมพูเปลี่ยนเป็นแดงเข้ม
“ค่ะ คันตรงนี้ด้วย” มือเล็กเลื่อนมาขยำเต้านมใหญ่แล้วยื่นมันเข้าไปจ่อไว้ใกล้กับริมฝีปากหยัก ภารัญย้ายปากจากหัวนมข้างหนึ่งมาดูดดึง เม้มกัดหัวนมอีกข้างสลับกัน
“” ดีขึ้นไหมคะ” ตาหวานช้อนขึ้นไปถามเจ้าของหน้าอกคู่งาม
“ยังไม่ดีเลย พี่รัญทำอีกสิคะ” สองมืออุ้ม บีบเคล้นเต้านมตัวเองร้องหาให้ภารัญช่วย
ส่วนแหลมตรงปลายสุดของสองสิ่ง ขยับยื่นมาสะกิดกันเบา ๆ หากแต่ใครเล่าจะรู้ว่าแค่สัมผัสผ่าน ๆ ไม่ได้รุนแรง เร่าร้อนอะไร แต่ทำให้มนตกานต์ถึงกับนั่งไม่ติด สะโพกร่อนยกลอยจากตักใหญ่พยายามบดเบียดร่างกายถูไถไปกับร่างอุ่นอันเริ่มระอุร้อนของภารัญ ตรงกลางระหว่างซอกขานั้นเบื้องหลังเนื้อผ้ากางเกงในเริ่มมีน้ำใส ๆ ไหลฉ่ำออกมาจนเปียกแฉะ
“พี่รัญขา หนูกานต์เสียว” เอวอ่อนกระดกแอ่นทำท่าขย่มลงไปถูกับตอเนื้อแข็ง ๆ ข้างล่าง เรียวขาบางทั้งบิด ทั้งบีบ หนีบถูร่องเนื้อแฉะลงไปกับเป้ากางเกงสามี
“หนูกานต์เสียวตรงไหนอีกคะ” ปากถาม หากแต่มือล้วงลงไปใต้ชายกระโปรงสั้นลูบต้นขานั้นสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
“เสียวตรง...”
ตอนพิเศษที่ 5คุณแม่ลูกอ่อน นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นคลุมทับให้เธอได้ซุกตัวหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณแม่ยังสาวขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพบว่าห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความสลัวอันเงียบสงบ รอบด้านหน้าต่างทุกบานถูกผ้าม่านสีทึบรูดปิดจนไม่มีช่องให้แสงแดดภายนอกลอดผ่านเข้ามา“ฮึ” ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่จะแสนดีเท่าสามีของเธอคนนี้ ดูทีการันต์คงอยากให้เธอนอนหลับสบายจึงได้ปิดม่านมิดชิดอย่างนี้“ที่รัก” วีรดาลุกขึ้นมาคว้านาฬิกากดเปิดดูเวลา ด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนวันนี้เธอหลับได้เต็มอิ่มเหลือเกิน“เที่ยง! ตายแล้ว นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เชียวหรือ”คุณแม่ลูกสี่ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ จากนั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลงไปดูว่าลูก ๆ ยังสุขสบายดีหรือเปล่า เพราะวีรดาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ลูกสาวและลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน“คุณแม่” ลูกสองคนเงยหน้าขึ้นมาจากของเล่นกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามาหาคุณแม่คนสวยทันที“คุณพ่อขา คุณแม่ลงมาแล้วค่ะ” พันดาวสาวน้อยช่างเจรจาพุ่งเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่“ไงคะเด็ก ๆ เล่นอะไรกันอยู่เอ่ย” วีรดาย่อตัวลงมารั้งลูกทั้งสองเข้ามาหอมแก้มคนละที ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นการัน
ตอนพิเศษที่ 4ภายในห้องพักผู้ป่วยมีทั้งปู่ย่า อากง คุณลุง คุณป้า ต่างนั่งรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกใหม่อย่างใจจดใจจ่อ มุมหนึ่งคู่พี่น้องฝาแฝดนั่งกอดตุ๊กตา ที่ตั้งใจเอามาให้น้องเป็นของขวัญ ตะวันและพันดาวนั่งชะเง้อคอรอพ่อกับแม่ โดยมีนารินทร์อยู่เคียงข้าง“ตะวัน พันดาวหนูสองคนตื่นเต้นไหมคะเด็ก จะได้เจอหน้าน้องแล้ว” นารินทร์หันมาชวนหลานรักทั้งสองพูดคุย“คุณป้ารินทร์ขา น้องจะรักหนูดาวกับตะวันไหมคะ”“รักสิลูก น้องของหนูจะรักพี่ตะวันและพี่พันดาวแน่นอนค่ะ”นารินทร์ก้มลงไปหอมแก้มหลานสาว จับสังเกตอาการตื่นเต้นปนกังวลได้ อาการอย่างนี้เธอเองเคยประสบพบเจอมาก่อน ตอนคลอดน้อง ๆ ให้กับธนา และการคลอดลูกครั้งถัดมา เพราะเด็ก ๆ ยังไร้เดียงสา เกินกว่าจะเข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง ที่จะช่วยกันอธิบายว่า ต่อให้พ่อแม่มีน้อง พวกเขายังคงเป็นคนสำคัญเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง โชคดีที่ทั้งการันต์และวีรดา เตรียมพร้อมรับมือด้วยการ ฝึกฝนและสอนให้พี่ชายพี่สาวดูแลรักน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง“สวัสดีครับทุกคน สมาชิกใหม่ของพวกเรามาแล้ว”การันต์เดินพ้นประตูเข้ามา โดยมือจับเข็นเตียงเหล็ก ซึ่งด้านบนมีภรรยาสา
ตอนพิเศษที่ 3การวางแผนเพื่อมีลูกครั้งนี้ทั้งวีรดาและการันต์ นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุสิ่งของแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเตรียมให้ลูกสาวลูกชาย ตะวันและพันดาวค่อย ๆ ปรับตัวเรียนรู้ว่าอีกไม่นาน ในครอบครัวจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มและบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย“คุณแม่ขา น้องอยู่ตรงไหนคะ” พี่สาวขี้สงสัยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้นิ้วขึ้นยังจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพการอัลตร้าซาวด์สมาชิกใหม่ของครอบครัว“ตรงนี้ไงครับ ตะวัน กับพันดาวเห็นน้องหรือเปล่าครับลูก น้องอยู่ตรงนี้” การันต์อุ้มลูกชายวัยสามขวบเศษขึ้นมายืนบนหน้าขาตัวเองบ้างจากนั้นจิ้มปลายนิ้วชี้ลงไปยังวงกลมบิดเบี้ยว แสดงการมีอยู่ของตัวอ่อนอายุเจ็ดสัปดาห์“ทำไม น้องเป็นก้อน ๆ อย่างนั้นคะคุณพ่อ”“น้องยังตัวเล็กเป็นเบบี๋ไงคะ น้องยังไม่โตเลย”“ต้องรดน้ำน้องอีกเยอะ ๆ หรือครับ” ตะวันซึ่งเวลานี้กำลังตื่นเต้นกับบทบาทของพี่ชายพูดขึ้น“ต้องให้คุณแม่ทานข้าว ทานขนม ทานผลไม้เยอะ ๆ แล้วน้องก็จะค่อย ๆ โตครับ” การันต์อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจ“คุณแม่อยากกินข้าวไข่เจียวไหมคะ” ลูกสาวคนโตรีบก้มลงไปถามทันทีเพราะเมนูนี้ต
ตอนพิเศษที่ 2“คุณพ่อขา คุณแม่ขา เบบี๋ต้นไม้ของตะวันกับพันดาว มันมีอันสีเขียว ๆ ออกมาแล้ว คุณแม่มาดูสิ”ลูกสาวและลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้ามารีบดึงแขนพ่อกับแม่ ให้เดินตามมายังแปลงผัก ซึ่งหลายวันก่อนการันต์ชวนลูก ๆ ทดลองปลูกเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อให้ลูก ๆ นั้นได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกประการหนึ่งคือทั้งเขาและวีรดาอยากให้ลูกได้เห็นว่ากว่าจะได้พืช ผัก อาหารแต่ละอย่างมานั้นมันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างใบอ่อนสีเขียวเล็ก ๆ แทงยอดโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นอย่างมาก ดวงตากลมโตสองคู่ของลูกรัก จ้องเขม็งอย่างภาคภูมิใจ“จริงด้วย เบบี๋ทานตะวันสีเขียวออกมาแล้ว ลูกสองคนเก่งมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลย”วีรดาและการันต์ก้มลงไปสวมกอด พร้อมทั้งชี้ชวนชื่นชมในความสำเร็จของเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ลูกรักทั้งสองฉีกยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม“ตะวันกับพันดาวเก่งมากเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ คุณแม่”“เก่งสิลูก”“แล้วเบบี๋ต้นทานตะวัน มันจะออกดอกเป็นสีเหลืองอันใหญ่ ๆ ไหมครับคุณพ่อ” ตะวันทำมือทำไม้แสดงท่าทาง จินตนาการไปไกลจนถึงดอกทานตะวันใหญ่อย่างที่เคยเห็นในหนังสือนิทาน“ออกดอกสิลูก ถ้าห
ตอนพิเศษที่ 1ช่วงเช้าของวันจันทร์เด็กชายตะวันและเด็กหญิงพันดาว ถูกเสียงหวานของวีรดาคุณแม่คนสวย ปลุกให้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปเป็นเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาลหนึ่ง“ตะวัน พันดาว ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พวกหนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” คุณแม่ยังสวยของสองเด็กแฝด เดินไปรูดเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างอันสดใสส่องเข้ามาในห้องได้มากขึ้น“ฮ้าวว...คุณแม่ขา ต้องไปโรงเรียนอีกแล้วหรือคะ” ลูกสาวคนโตดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าเส้นยาวชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง“ใช่ค่ะ วันนี้วันจันทร์ เราต้องไปโรงเรียน”“แต่หนูดาวไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ คุณแม่”สาวน้อยล้มตัวลงไปนอนบนหมอนหนุน มือเล็กดึงตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดขึ้นมากอด“ทำไม หนูดาวถึงไม่อยากไปโรงเรียนละคะ” วีรดาเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัยในใจแอบกังวลเป็นห่วง เกรงว่าลูกสาวจะมีปัญหาอะไรที่โรงเรียน อาจโดนเพื่อนแกล้ง หรือว่าอาจถูกคุณครูดุ แต่หากมีเหตุการณ์อย่างนี้คุณครูจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ทันที ไม่มีปล่อยให้ข้ามวันแน่นอน“เราไม่ไปโรงเรียนได้ไหมคะคุณแม่” ลูกสาวคนโตยังคงต่อรองต่อไป“ไม่ได้หรอกค่ะ เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ”“แต่คุณแม่ กั
ตอนที่ 23 ความสุขคืออะไร เดี๋ยวนี้ใครจะเข้าไปพบท่านประธาน จะเดินทะเล่อทะล่าก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทุกย่างก้าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง หรือบางครั้งถึงกับต้องคลานเข่าเข้าไป ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น หาใช่เพราะการันต์นั้นเจ้ายศ เจ้าอย่างถือตัวกร่างทำตัวสูงส่งหากแต่เป็นเพราะ“คุณการันต์ครับ คือมีเมล์ส่งมาครับ” เลขานุการส่วนตัวคลานเข่าเข้ามาหาขณะที่การันต์เองก็คลานสี่ขาเข้าไปหาลูกน้อง บนแผ่นหลังกว้างมีลูกฝาแฝดนั่งหัวเราะอยู่ด้านบน นิ้วสั้นป้อมของลูกสาวคนโตจับปกคอเสื้อของพ่อเอาไว้แน่น“โอเค เดี๋ยวอีกสักพักผมจะขึ้นไปดู”“ครับผม”“กั๊บ กั๊บ” พันดาว สาวน้อยตาโตส่งเสียงเป็นสัญญาณให้พ่อทำหน้าที่เป็นม้าพาตัวเองเดินเล่น“ตะวัน พันดาว พอแล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” วีรดาเดินกลับมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร“พ่อ...งาน”“ใช่ค่ะ บอกให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้ว มัวแต่มาเล่นอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีเงินมาซื้อขนมให้หนูสองคนนะ”“อื้อ...งาน” ลูกสาวรู้ความ ชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ มือขยุ้มจิกเส้นผมของพ่อทึ้งกระตุกซ้ำ ๆ ให้หน้าแหงนกลับขึ้นไปมองแฟ้มเอกสารกองใหญ่“ครับ พ่